นโยบายรัฐ 2026! ขยายจุดชาร์จ EV หนุน E-Bike และ Scooter
- สรุปประเด็นสำคัญของนโยบาย EV ปี 2569
- ภาพรวมและทิศทางนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ
- เจาะลึกแผนขยายสถานีชาร์จ EV ทั่วประเทศ
- การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก: E-Bike และ Scooter สู่กระแสหลัก
- บทบาทหน่วยงานรัฐในการกำกับและส่งเสริม
- วิเคราะห์ความคุ้มค่าในการเปลี่ยนมาใช้ EV ขนาดเล็ก
- ข้อเสนอแนะและทิศทางนโยบายในอนาคต
- สรุป: อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืนเริ่มต้นแล้ววันนี้
การเดินทางในเมืองกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลภาวะที่ส่งผลต่อสุขภาพ ราคาพลังงานที่ผันผวน และความแออัดของการจราจรที่สิ้นเปลืองทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า หลายคนจึงมองหาทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนและประหยัดกว่า ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และ Scooter ได้กลายเป็นคำตอบที่น่าสนใจ แต่ความกังวลเรื่องจุดชาร์จที่ไม่ครอบคลุมและระยะทางที่จำกัดยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้กำลังจะหมดไป เมื่อภาครัฐเดินหน้าผลักดันนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางแห่งอนาคต และ GIANT Shopping Mall คือพันธมิตรที่พร้อมจะนำเสนอทางออกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับทุกคน
สรุปประเด็นสำคัญของนโยบาย EV ปี 2569
- การขยายสถานีชาร์จเร็ว (DC Fast Charge): ภาครัฐตั้งเป้าหมายขยายจุดชาร์จความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมาย 12,000 เครื่องภายในปี 2573 เพื่อลดระยะเวลารอคอยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางไกล
- สนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก: มีการลงทุนกว่า 1.3 พันล้านบาท เพื่อสร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping) สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ รองรับการใช้งานในชุมชนและธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก
- เป้าหมาย 30@30: นโยบายหลักที่มุ่งส่งเสริมให้มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและผลักดันอุตสาหกรรม EV ของไทย
- การกำกับดูแลที่เป็นธรรม: หน่วยงานภาครัฐ เช่น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เข้ามาดูแลคุณภาพ ความปลอดภัย และกำหนดอัตราค่าบริการการชาร์จที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งาน
- ส่งเสริม Ecosystem ครบวงจร: นโยบายไม่ได้มุ่งเน้นแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังครอบคลุมถึง E-Bike และ Scooter ไฟฟ้า เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้พลังงานสะอาดในทุกรูปแบบการเดินทาง
นโยบายรัฐ 2026! ขยายจุดชาร์จ EV หนุน E-Bike และ Scooter ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการคมนาคมไทย โดยภาครัฐได้กำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน นโยบายนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านการลดมลพิษและประหยัดพลังงาน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคในการเข้าถึงเทคโนโลยีการเดินทางที่ทันสมัยและคุ้มค่ามากขึ้น การขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศ คือการส่งสัญญาณว่าอนาคตของการเดินทางด้วยไฟฟ้าได้มาถึงแล้ว และเป็นการปูทางให้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และ Scooter ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ภาพรวมและทิศทางนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยมีรากฐานมาจากความต้องการลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
เป้าหมาย 30@30: ขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไทย
หัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือ “เป้าหมาย 30@30” ซึ่งกำหนดไว้ว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) การผลิตยานยนต์ในประเทศไทยจะต้องเป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ในสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตทั้งหมด เป้าหมายนี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำทั่วโลก แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ สร้างงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
ความสำคัญของการขยายโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อให้เป้าหมาย 30@30 สำเร็จลุล่วง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ (Charging Station) ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะความกังวลเรื่อง “ระยะทาง” หรือ “Range Anxiety” เป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ผู้บริโภคยังลังเลที่จะเปลี่ยนมาใช้ EV รัฐบาลจึงได้ทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากรเพื่อเร่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตั้งแต่ในเมืองใหญ่ พื้นที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงเส้นทางคมนาคมหลักทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ใช้ EV จะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและไร้กังวล ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล
เจาะลึกแผนขยายสถานีชาร์จ EV ทั่วประเทศ
แผนการขยายสถานีชาร์จของภาครัฐมีความชัดเจนและครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ไปจนถึงยานยนต์ขนาดเล็กอย่างจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีกลยุทธ์และเป้าหมายที่วัดผลได้
กลยุทธ์ “1 ตำบล 1 สถานีชาร์จเร็ว (DC Fast Charge)”
กระทรวงพลังงานได้ขับเคลื่อนโครงการติดตั้งสถานีชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) ให้ครอบคลุมเส้นทางโลจิสติกส์สายหลักทั่วประเทศ โดยมีแนวคิดในการวางจุดชาร์จทุกระยะทางประมาณ 50-70 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางข้ามจังหวัด เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ให้มีความเสถียรเพื่อรองรับการชาร์จของรถบรรทุก EV ขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เป้าหมายจำนวนหัวจ่ายและสถานีภายในปี 2573
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ประเมินและตั้งเป้าหมายการขยายสถานีชาร์จสาธารณะไว้อย่างชัดเจน โดยภายในปี 2573 คาดว่าควรมีสถานีชาร์จสาธารณะรวม 567 แห่ง มีหัวจ่ายรวมทั้งสิ้น 13,251 หัวจ่าย ซึ่งแบ่งเป็นเป้าหมายเครื่องชาร์จแบบ Fast Charge จำนวน 12,000 เครื่อง การกระจายตัวของสถานีจะเน้นในพื้นที่เมืองใหญ่ แหล่งท่องเที่ยว จุดแวะพักรถ และในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้การเข้าถึงสถานีชาร์จเป็นไปอย่างสะดวกและง่ายดายที่สุด
สถานะความคืบหน้าล่าสุด
จากข้อมูลล่าสุด พบว่าการติดตั้งหัวจ่ายดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการติดตั้งไปแล้วกว่า 11,832 หัวจ่าย ซึ่งคิดเป็นเกือบ 59% ของเป้าหมายที่ได้รับการสนับสนุน โดยในจำนวนนี้เป็นหัวจ่ายแบบ Fast Charge ถึง 39.9% สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับการเติบโตของตลาด EV ในอนาคตอันใกล้นี้
การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก: E-Bike และ Scooter สู่กระแสหลัก
นโยบายของรัฐบาลไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น E-Bike และ Scooter ที่สามารถตอบโจทย์การเดินทางในระยะใกล้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น จากข้อมูลวิจัยพบว่า ภาครัฐได้อนุมัติงบประมาณสูงถึง 1.3 พันล้านบาท เพื่อสร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 555 สถานีทั่วประเทศ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการใช้งานในระดับชุมชนและธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก (Small Logistics) ซึ่งเป็นการสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์และเอื้อให้การใช้งานยานพาหนะเหล่านี้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
โอกาสทองสำหรับผู้ใช้ E-Bike และ Scooter
การลงทุนของภาครัฐครั้งนี้เปรียบเสมือนการปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ ของผู้ใช้งาน ทั้งเรื่องระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างทาง การมีสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หาได้ง่าย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่าการเติมน้ำมันเสียอีก แนวโน้มนี้ชี้ชัดว่า ตลาด สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับแล้ว ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตัดสินใจเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
เลือกยานพาหนะคู่ใจที่ตอบโจทย์นโยบายรัฐ
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อมแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือการเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมและมีคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ เราจึงคัดสรร E-Bike และ Scooter ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุด ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับสถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยานพาหนะของเราถูกออกแบบมาให้มีระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มอเตอร์มีกำลังส่งสูงเพื่อการขับขี่ที่สนุกและปลอดภัย และที่สำคัญคือมีราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้การเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
| รายการ | Scooter ไฟฟ้า (GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์ (เครื่องยนต์สันดาป) |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (เฉลี่ย 30 กม./วัน) | ประมาณ 60-90 บาท/เดือน (ค่าไฟฟ้า) | ประมาณ 800-1,200 บาท/เดือน (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษา | ต่ำมาก (เช็คระบบไฟฟ้า, เบรก, ยาง) | สูงกว่า (เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, หัวเทียน, ไส้กรอง) |
| ความสะดวกในการชาร์จ/เติมพลังงาน | ชาร์จที่บ้านได้ / สับเปลี่ยนแบตเตอรี่เร็ว | ต้องไปสถานีบริการน้ำมัน |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่มีมลพิษทางอากาศและเสียง | ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมีเสียงดัง |
เปลี่ยนค่าใช้จ่ายน้ำมันรายเดือนที่สูงลิ่ว มาเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและประหยัดกว่า ด้วย E-Bike และ Scooter ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ที่มาพร้อมบริการหลังการขายครบวงจรและการรับประกันที่เชื่อถือได้
บทบาทหน่วยงานรัฐในการกำกับและส่งเสริม
ความสำเร็จของนโยบาย EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายสถานีชาร์จเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการกำกับดูแลและมาตรการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและจูงใจให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
การกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัยโดย กกพ.
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของสถานีชาร์จ รวมถึงการกำกับดูแลอัตราค่าบริการให้มีความเป็นธรรมและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค การมีหน่วยงานกลางที่น่าเชื่อถือเข้ามาดูแล จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถ EV ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยในราคาที่สมเหตุสมผล
มาตรการจูงใจการลงทุนและพลังงานสะอาด
ภาครัฐได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเปิดสถานีชาร์จ โดยเฉพาะสถานีขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของจุดบริการอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีนโยบายด้านพลังงานสะอาดควบคู่กันไป เช่น การเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อปสำหรับโกดังและศูนย์กระจายสินค้า เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าขายคืนสู่ระบบได้ และการวางแผนจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างครบวงจร (Battery Lifecycle Management) ตั้งแต่การนำกลับมาใช้ใหม่ไปจนถึงการรีไซเคิล ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
วิเคราะห์ความคุ้มค่าในการเปลี่ยนมาใช้ EV ขนาดเล็ก
การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กไม่ได้เป็นเพียงการตามกระแส แต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในแง่ของการประหยัดค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การเปรียบเทียบต้นทุนการเดินทางระยะยาว
เมื่อพิจารณาต้นทุนโดยรวม (Total Cost of Ownership) ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมีความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (ค่าไฟฟ้า) ถูกกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัว ค่าบำรุงรักษาก็น้อยกว่ามาก เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือชิ้นส่วนที่สึกหรอจากการเผาไหม้ ทำให้เงินที่เคยจ่ายเป็นค่าเดินทางในแต่ละเดือนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบเชิงบวกต่อไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อม
การใช้ E-Bike หรือ Scooter ไฟฟ้าช่วยให้การเดินทางในเมืองคล่องตัวขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดและหาที่จอดรถได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังเป็นการเดินทางที่เงียบสงบและไม่สร้างมลพิษทางอากาศ ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และภาวะโลกร้อน การเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่การประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
| ปัจจัย | E-Bike/Scooter (GIANT Shopping Mall) | ระบบขนส่งสาธารณะ | รถยนต์ส่วนตัว (เครื่องยนต์สันดาป) |
|---|---|---|---|
| ความคล่องตัว | สูงมาก (Door-to-Door) | จำกัดตามเส้นทางและเวลา | ต่ำในสภาพจราจรติดขัด |
| ค่าใช้จ่าย/เดือน | ต่ำ (ค่าไฟ + บำรุงรักษาเล็กน้อย) | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับระยะทาง) | สูง (ค่าน้ำมัน, ค่าจอดรถ, ประกัน, บำรุงรักษา) |
| ความเป็นส่วนตัว | สูง | ต่ำ | สูง |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ต่ำมาก | ปานกลาง (ต่อคน) | สูง |
ข้อเสนอแนะและทิศทางนโยบายในอนาคต
แม้ว่านโยบายปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังมีประเด็นที่สามารถพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าได้เร็วยิ่งขึ้น เช่น การพิจารณาปลดล็อกอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษสำหรับ EV (หน่วยละ 2.63 บาท) ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ (Commercial Fleet) และสถานีชาร์จสาธารณะอย่างทั่วถึง เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการและส่งผลให้ค่าบริการถูกลง นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับชิ้นส่วน EV อาจช่วยกระตุ้นให้เกิดผู้ผลิตในประเทศมากขึ้น ลดการผูกขาด และทำให้ราคาของยานยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นในอนาคต
สรุป: อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืนเริ่มต้นแล้ววันนี้
นโยบายรัฐปี 2026 คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตแห่งการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด การขยายจุดชาร์จและสนับสนุน E-Bike และ Scooter อย่างจริงจัง ได้ทลายกำแพงความกังวลและสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทั้งประหยัด สะดวก และเป็นมิตรต่อโลก นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะก้าวข้ามการเดินทางแบบเดิมๆ ที่เต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายและมลพิษ
GIANT Shopping Mall พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งใหม่ของคุณ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกสรรจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจรและการจัดส่งทั่วประเทศไทย อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจของคุณได้แล้ววันนี้ที่ GIANT Shopping Mall
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
– FACEBOOK PAGE
– LINE
– ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

