เลน Micromobility: อนาคตคนใช้สกู๊ตเตอร์ในกรุงเทพฯ?
ท่ามกลางความท้าทายด้านการจราจรในเมืองใหญ่ แนวคิดการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ Micromobility กำลังได้รับความสนใจทั่วโลกในฐานะทางออกที่ยั่งยืน การสร้าง “เลน Micromobility” โดยเฉพาะจึงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับมหานครอย่างกรุงเทพฯ
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- นิยามของ Micromobility: หมายถึงยานพาหนะขนาดเล็กน้ำหนักเบา เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางระยะสั้น ช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษ
- สถานะทางกฎหมาย: ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลในไทยยังคงอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย เนื่องจาก พ.ร.บ. จราจรทางบกฉบับเก่ายังไม่ครอบคลุมยานพาหนะประเภทใหม่ๆ นี้
- อุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐาน: กรุงเทพฯ ยังขาดเลนโดยเฉพาะและมีสภาพพื้นผิวทางเท้าที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
- ศักยภาพในอนาคต: หากมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงกฎหมาย Micromobility จะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศการเดินทางในเมือง ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเชื่อมต่อการเดินทาง chặng cuối (last-mile connectivity) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความร่วมมือคือหัวใจสำคัญ: การผลักดันให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นจริงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ใช้งาน เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและบูรณาการเข้ากับระบบขนส่งมวลชนที่มีอยู่เดิม
การวิเคราะห์แนวคิดเรื่อง เลน Micromobility: อนาคตคนใช้สกู๊ตเตอร์ในกรุงเทพฯ? เป็นการสำรวจความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การคมนาคมของเมืองหลวงไปตลอดกาล แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างช่องทางสัญจรใหม่ แต่เป็นการจัดระเบียบการเดินทางในเมืองให้ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเกิดขึ้นของเลนโดยเฉพาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้า อาจเป็นคำตอบสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจรที่หนาแน่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บทความนี้จะเจาะลึกถึงความหมายและความสำคัญของ Micromobility สถานการณ์ปัจจุบันในกรุงเทพฯ ที่ยังเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งสำรวจโอกาสและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ หากกรุงเทพฯ สามารถปรับตัวและนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ การเดินทางในเมืองหลวงอาจไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นประสบการณ์ที่สะดวกสบายและยั่งยืนสำหรับทุกคน
นิยามแห่งการเดินทางยุคใหม่
Micromobility หรือ จุลภาคการเดินทาง คือคำที่ใช้อธิบายกลุ่มยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบา ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางในระยะทางสั้นๆ โดยทั่วไปมักขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและมีความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยานพาหนะเหล่านี้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทาง “last-mile” ซึ่งหมายถึงการเดินทางจากระบบขนส่งมวลชนหลัก (เช่น รถไฟฟ้าหรือรถโดยสาร) ไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นๆ
Micromobility ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นวิวัฒนาการของการสัญจรในเมืองที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความยั่งยืน ความคล่องตัว และการลดต้นทุนการเดินทาง
ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้มีหลากหลายประเภท ตั้งแต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-scooters), จักรยานไฟฟ้า (E-bikes), ไปจนถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลอื่นๆ เป้าหมายหลักของ Micromobility คือการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของระบบคมนาคมในเมือง ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหารถติดและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นอย่างกรุงเทพมหานคร
สถานการณ์ Micromobility ในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน
แม้ว่า Micromobility จะมีศักยภาพสูง แต่การนำมาปรับใช้ในกรุงเทพฯ ยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
การพึ่งพาวินมอเตอร์ไซค์และความท้าทาย
ปัจจุบัน การเดินทางระยะสั้นในกรุงเทพฯ ถูกครอบงำโดยมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งมีจำนวนประมาณ 100,000 คันทั่วเมือง โดยเฉพาะในย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีจุดบริการตั้งอยู่ใกล้กัน ทำให้มีความสะดวกและรวดเร็วสูง อย่างไรก็ตาม การเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็มาพร้อมกับความกังวลด้านความปลอดภัยที่ปฏิเสธไม่ได้ Micromobility จึงเป็นทางเลือกที่สามารถเข้ามาแข่งขันได้ แต่ก็ต้องเผชิญกับการบริหารจัดการความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ให้บริการดั้งเดิม
ช่องว่างทางกฎหมายที่ตามไม่ทันเทคโนโลยี
หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือสถานะทางกฎหมายของยานพาหนะประเภทสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงคลุมเครือ พ.ร.บ. จราจรทางบกที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมยานพาหนะรูปแบบใหม่เหล่านี้ ทำให้ขาดกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน ส่งผลให้การใช้งานบนท้องถนนเป็นไปอย่างไม่มีมาตรฐาน และเป็นอุปสรรคต่อการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย รวมถึงการพัฒนาบริการให้เช่าอย่างเป็นระบบ
อุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐาน
โครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ สภาพพื้นผิวถนนและทางเท้าที่ไม่ได้คุณภาพ การขาดแคลนเลนสำหรับจักรยานหรือยานพาหนะขนาดเล็กโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้งาน Micromobility ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การใช้ทางเท้าร่วมกับคนเดินเท้าก็สร้างปัญหาความปลอดภัย ในขณะที่การใช้ช่องจราจรร่วมกับรถยนต์ก็อันตรายเกินไป การขาดพื้นที่จอดรถที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบก็เป็นอีกปัญหาที่ต้องแก้ไข
โอกาสและศักยภาพของ Micromobility ในกรุงเทพฯ
ท่ามกลางความท้าทาย กรุงเทพฯ ยังมีโอกาสมหาศาลในการนำ Micromobility มาใช้เพื่อปฏิวัติระบบการเดินทางในเมืองให้ดีขึ้น
การลดปัญหาจราจรและมลพิษ
การส่งเสริมให้คนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสามารถช่วยลดความหนาแน่นของการจราจรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยานพาหนะเหล่านี้ใช้พื้นที่บนท้องถนนน้อยกว่ารถยนต์ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและเสียง ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในเมืองโดยตรง นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกการเดินทางที่ประหยัดและยืดหยุ่น เหมาะกับสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ
การขับเคลื่อนสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)
แนวคิด Micromobility สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ การมียานพาหนะทางเลือกสำหรับการเดินทางระยะสั้นจะช่วยสนับสนุนระบบนิเวศการขนส่งในเมืองให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเช่ายานพาหนะเหล่านี้เพื่อสำรวจเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ดังที่เห็นได้จากความริเริ่มของภาคเอกชนบางแห่งที่เริ่มให้บริการเช่าสกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้าตามที่พักอาศัยและโรงแรมแล้ว
แนวโน้มตลาดโลกที่กำลังเติบโต
ตลาดบริการเช่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นจาก 3.31 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 9.58 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2032 การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยกระแสการขยายตัวของเมืองและความต้องการการเดินทางที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่ากรุงเทพฯ มีศักยภาพในการขยายตลาด Micromobility หากมีการวางรากฐานที่เหมาะสม
ความท้าทายที่ต้องก้าวข้ามเพื่ออนาคตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
การจะทำให้เลน Micromobility เกิดขึ้นจริงและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรุงเทพฯ นั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ อย่างเป็นระบบ ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้
| ความท้าทาย | ผลกระทบ | แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้ |
|---|---|---|
| การปฏิรูปกฎหมาย | ขาดกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยและเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนจากภาคเอกชน | ปรับปรุง พ.ร.บ. จราจรทางบกให้ทันสมัย โดยกำหนดนิยาม ประเภทยาดยานพาหนะ กำหนดความเร็วสูงสุด และข้อบังคับด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน |
| การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน | ผู้ใช้งานมีความเสี่ยงสูงจากอุบัติเหตุเนื่องจากไม่มีเลนโดยเฉพาะ และสภาพถนน/ทางเท้าที่ไม่ดี | ลงทุนสร้างเลน Micromobility โดยเฉพาะ ปรับปรุงคุณภาพพื้นผิวถนน จัดสรรพื้นที่จอดรถที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ (Docking Station) |
| ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน | ข้อมูลทั่วโลกชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้า | ออกมาตรการบังคับใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันน็อก จัดอบรมและรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและความปลอดภัย |
| การจัดการความขัดแย้ง | อาจเกิดความขัดแย้งกับผู้ให้บริการขนส่งดั้งเดิม เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ | ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการ Micromobility และระบบขนส่งมวลชน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการเดินทางที่ราบรื่นและเกื้อกูลกัน |
ภาพอนาคตของการเดินทางในกรุงเทพฯ
หากสามารถก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้ ภาพอนาคตของระบบคมนาคมในกรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก
แนวทางการกำกับดูแลแบบพลวัต
กรุงเทพฯ สามารถเรียนรู้จากเมืองใหญ่ทั่วโลกที่เริ่มปรับเปลี่ยนกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Micromobility แล้ว โดยอาจนำแนวทางการกำกับดูแลแบบพลวัต (Dynamic Regulation) มาใช้ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจำนวนยานพาหนะที่ให้บริการตามข้อมูลการใช้งานจริง เพื่อป้องกันไม่ให้มีจำนวนมากเกินความจำเป็นและสร้างความไม่เป็นระเบียบ นอกจากนี้ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการและหน่วยงานขนส่งสาธารณะจะช่วยสร้างเครือข่ายการเดินทางที่ครอบคลุมและไร้รอยต่อ
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคมนาคมที่ยั่งยืน
การบูรณาการ Micromobility เข้ากับระบบคมนาคมของกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ จะเป็นการปฏิวัติการเดินทางในเมืองครั้งสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่ระบบที่มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมสำหรับทุกคนมากขึ้น การลดการพึ่งพารถยนต์และมอเตอร์ไซค์จะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและลดมลพิษทางเสียง ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อการเดินทาง chặng cuối และยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของชาวกรุงเทพฯ
บทสรุป และก้าวต่อไปของคนกรุงเทพฯ
แนวคิดเรื่อง เลน Micromobility ถือเป็นอนาคตที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ใช้สกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ การเดินทางรูปแบบใหม่นี้มีประโยชน์มหาศาลทั้งในด้านการลดปัญหาจราจร ลดมลพิษ และเพิ่มทางเลือกที่ยืดหยุ่นและประหยัดให้กับคนเมือง อย่างไรก็ตาม การจะทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงได้นั้นขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างจริงจัง ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังขาดแคลน การปฏิรูปกรอบกฎหมายที่ล้าสมัยให้ทันต่อเทคโนโลยี การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าปัจจุบันจะมีความริเริ่มจากภาคเอกชนให้เห็นบ้างแล้ว แต่การสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะผลักดันให้ Micromobility สามารถเติบโตและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง หากทำได้สำเร็จ การเดินทางในเมืองหลวงจะเข้าสู่ยุคใหม่ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือจักรยานไฟฟ้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเดินทางแห่งอนาคต สามารถศึกษาข้อมูลและเลือกชมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเป็นศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือสอบถามผ่าน LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้โดยตรง
