E-Bike Tourism: เทรนด์เที่ยวไทยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
- ทำความเข้าใจ E-Bike Tourism: เทรนด์เที่ยวไทยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
- ศักยภาพการเติบโตของตลาดและการขับเคลื่อนในประเทศไทย
- ประโยชน์ของการท่องเที่ยวด้วยจักรยานไฟฟ้าในทุกมิติ
- เปรียบเทียบการท่องเที่ยวด้วย E-Bike กับการท่องเที่ยวรูปแบบดั้งเดิม
- E-Bike Tourism ในบริบทการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย
- การเตรียมความพร้อมสู่การเดินทางด้วย E-Bike
- บทสรุป: อนาคตที่ยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทย
การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ E-Bike Tourism: เทรนด์เที่ยวไทยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการนำจักรยานไฟฟ้ามาเป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางสำรวจสถานที่ต่างๆ เทรนด์นี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การเติบโตของตลาด: ตลาดจักรยานไฟฟ้าสำหรับเดินทางไกลในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตจาก 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เป็น 14.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม: จักรยานไฟฟ้าไม่มีการปล่อยมลพิษโดยตรง ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์อย่างมากเมื่อเทียบกับการใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ จึงเหมาะสำหรับการสำรวจพื้นที่ธรรมชาติที่เปราะบาง
- การเข้าถึงที่สะดวกสบาย: E-Bike ช่วยให้นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยสามารถเดินทางสำรวจเส้นทางต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ลดข้อจำกัดด้านกำลังกาย และเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กว้างขวางกว่าเดิม
- สอดคล้องกับนโยบายชาติ: เทรนด์นี้สอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและคาร์บอนต่ำของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่า 100 เส้นทางทั่วประเทศ
ทำความเข้าใจ E-Bike Tourism: เทรนด์เที่ยวไทยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวด้วยจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike Tourism คือรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวที่ใช้จักรยานไฟฟ้าเป็นพาหนะหลักในการสำรวจและสัมผัสประสบการณ์ในสถานที่ต่างๆ เทรนด์นี้เกิดขึ้นจากความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพ และการแสวงหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากขึ้น การมาถึงของ E-Bike ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดของการปั่นจักรยานแบบดั้งเดิม ทำให้การเดินทางไกลหรือการปั่นขึ้นเนินไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป และเปิดโอกาสให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มวัยสามารถเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเชิงรุก (Active Tourism) ได้อย่างเท่าเทียมกัน
E-Bike Tourism ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนยานพาหนะ แต่คือการเปลี่ยนมุมมองและวิธีการสัมผัสโลก เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น โดยทิ้งผลกระทบไว้น้อยที่สุด
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) คืออะไร?
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike คือจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่น ผู้ใช้งานยังคงต้องออกแรงปั่นเช่นเดียวกับจักรยานทั่วไป แต่มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเพื่อเสริมกำลัง ทำให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น เร็วขึ้น และใช้แรงน้อยลง โดยเฉพาะในเส้นทางลาดชัน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้ E-Bike รุ่นใหม่ๆ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 80–150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในหนึ่งวันเต็ม
ความแตกต่างที่สร้างประสบการณ์ใหม่
สิ่งที่ทำให้ E-Bike Tourism แตกต่างจากการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์หรือรถบัสคือระดับของการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว การปั่น E-Bike ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศ เสียง และกลิ่นของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สามารถหยุดแวะชมทิวทัศน์หรือพูดคุยกับคนในท้องถิ่นได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ การเดินทางที่เงียบและไร้มลพิษยังช่วยลดการรบกวนระบบนิเวศและสัตว์ป่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ศักยภาพการเติบโตของตลาดและการขับเคลื่อนในประเทศไทย
แนวโน้มการท่องเที่ยวด้วยจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่มีรากฐานมาจากการเติบโตของตลาดที่แข็งแกร่งและปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเล็งเห็นถึงศักยภาพในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้มีคุณภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของตลาด
ข้อมูลการวิจัยตลาดคาดการณ์ว่า ตลาดจักรยานไฟฟ้าสำหรับเดินทางระยะไกลในประเทศไทยจะมีมูลค่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ไปสู่ 14.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงถึง 14.1% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและแนวโน้มการยอมรับ E-Bike ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปและในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ การเติบโตนี้ยังครอบคลุมไปถึงตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีการคาดการณ์การขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เป็นการตอกย้ำว่าเทรนด์นี้เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ E-Bike Tourism ในไทยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลายประการ:
- ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี: การพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถจุพลังงานได้มากขึ้น และมีอายุการใช้งานยาวนาน ทำให้ E-Bike สามารถเดินทางได้ไกลถึง 80-150 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับการจัดทริปท่องเที่ยวแบบเต็มวัน
- นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มมีมาตรการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างเลนจักรยานและระเบียงจักรยาน (Cycling Corridors) เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของนักปั่น
- กระแสความใส่ใจสิ่งแวดล้อม: ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวยุคใหม่มีความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสูงขึ้น และมองหาทางเลือกการเดินทางที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด E-Bike จึงกลายเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาประสบการณ์ที่มีคุณค่าและมีความหมายมากกว่าการเดินทางชมสถานที่เพียงอย่างเดียว การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมและสุขภาพจึงได้รับความนิยม ซึ่ง E-Bike สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี
ประโยชน์ของการท่องเที่ยวด้วยจักรยานไฟฟ้าในทุกมิติ
การนำจักรยานไฟฟ้ามาใช้ในการท่องเที่ยวไม่เพียงแต่สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ แต่ยังก่อให้เกิดประโยชน์อย่างรอบด้าน ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของนักท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาการเดินทางในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
การปฏิวัติการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของ E-Bike คือการเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลพิษ (Zero Direct Emissions) โดยตรงสู่บรรยากาศ ซึ่งช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนและปัญหาสุขภาพ การเลือกใช้ E-Bike แทนรถยนต์ในการเดินทางท่องเที่ยวจึงเป็นการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสำรวจพื้นที่ที่มีความเปราะบางทางระบบนิเวศ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือชุมชนโบราณ การเดินทางที่เงียบสงบยังช่วยลดมลภาวะทางเสียง ไม่รบกวนความสงบของธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ
แม้ว่า E-Bike จะมีมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง แต่ผู้ใช้งานยังจำเป็นต้องออกแรงปั่น ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายในระดับปานกลาง (Moderate Physical Activity) ที่เหมาะสมกับคนทุกวัย การปั่นจักรยานเป็นประจำช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม และช่วยควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ การได้เคลื่อนไหวร่างกายท่ามกลางธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียด เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย และสร้างความสุข ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างสุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้กับนักท่องเที่ยวและชุมชน
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่
ในบริบทของเมืองท่องเที่ยวหรือชุมชนที่มีขนาดเล็ก E-Bike สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายหลายอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจรติดขัด ถนนที่คับแคบ และปัญหาการขาดแคลนที่จอดรถ การใช้ E-Bike ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัว เข้าถึงซอกซอยหรือสถานที่ที่รถยนต์เข้าไม่ถึง และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นการเปิดโอกาสให้ได้สำรวจมิติต่างๆ ของเมืองได้อย่างลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพ
เปรียบเทียบการท่องเที่ยวด้วย E-Bike กับการท่องเที่ยวรูปแบบดั้งเดิม
| คุณสมบัติ | การท่องเที่ยวด้วย E-Bike | การท่องเที่ยวรูปแบบดั้งเดิม (รถยนต์/รถบัส) |
|---|---|---|
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ต่ำมาก ไม่มีการปล่อยมลพิษโดยตรง ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ | สูง มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ |
| มลภาวะทางเสียง | ต่ำมาก เดินทางเงียบ ไม่รบกวนธรรมชาติและชุมชน | สูง เสียงเครื่องยนต์ดังอาจรบกวนสัตว์ป่าและคนในพื้นที่ |
| ประโยชน์ต่อสุขภาพ | สูง ส่งเสริมการออกกำลังกายระดับปานกลาง ดีต่อสุขภาพกายและใจ | ต่ำ เป็นการเดินทางแบบ Passive ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย |
| การเข้าถึงพื้นที่ | สูงมาก คล่องตัว เข้าถึงถนนแคบ ชุมชน และเส้นทางธรรมชาติได้ดี | จำกัด เข้าถึงได้เฉพาะถนนที่รถยนต์ผ่านได้ มีข้อจำกัดด้านที่จอดรถ |
| ประสบการณ์และการมีส่วนร่วม | สูงมาก ได้สัมผัสบรรยากาศรอบตัวอย่างใกล้ชิด มีปฏิสัมพันธ์กับท้องถิ่นได้ง่าย | ต่ำ ประสบการณ์ถูกจำกัดอยู่ภายในยานพาหนะ มองผ่านกระจก |
| ความเหมาะสมกับกลุ่มวัย | หลากหลาย ตั้งแต่วัยรุ่นถึงผู้สูงอายุ เนื่องจากมีระบบช่วยผ่อนแรง | หลากหลาย แต่ผู้สูงอายุอาจมีข้อจำกัดในการขึ้นลงรถ |
E-Bike Tourism ในบริบทการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย
E-Bike Tourism ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการเข้ากับนโยบายและโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ: กรณีศึกษาเกาะหมาก
เกาะหมาก จังหวัดตราด ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบที่โดดเด่นของการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในประเทศไทย ชุมชนบนเกาะได้ร่วมมือกันสร้างข้อตกลงเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ การใช้จักรยานและยานพาหนะไฟฟ้าเป็นทางเลือกหลักในการเดินทางบนเกาะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดคาร์บอน ซึ่ง E-Bike ได้เข้ามาตอบโจทย์นี้อย่างลงตัว ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจความสวยงามของเกาะได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่สร้างมลพิษ ความสำเร็จของเกาะหมากเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริงและสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย
เส้นทางสีเขียวทั่วไทย
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวที่ใส่ใจคาร์บอน (Carbon-Conscious Travel Routes) มากกว่า 100 เส้นทางทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เส้นทางเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมกิจกรรมคาร์บอนต่ำ เช่น การเดินป่า การพายเรือคายัค และที่สำคัญคือการปั่นจักรยาน ซึ่งการนำ E-Bike เข้ามาใช้ในเส้นทางเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ที่อาจมีข้อจำกัดด้านร่างกาย แต่ยังคงต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ตัวอย่างเส้นทางทัวร์ E-Bike ที่น่าสนใจ
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มีการจัดทัวร์ E-Bike ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ตัวอย่างเช่น ทริปผจญภัยด้วยจักรยานไฟฟ้า 6 วันจากกรุงเทพฯ สู่สุโขทัย ซึ่งนำพานักท่องเที่ยวเดินทางผ่านภูมิทัศน์ชนบทที่งดงาม สำรวจมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ ชมวิถีชีวิตเกษตรกรรม และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด การใช้ E-Bike ในทริปเช่นนี้ช่วยให้สามารถเดินทางครอบคลุมระยะทางไกลได้โดยไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป และยังคงรักษาแนวคิดการเดินทางที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
การเตรียมความพร้อมสู่การเดินทางด้วย E-Bike
สำหรับผู้ที่สนใจเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยจักรยานไฟฟ้า การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเดินทางราบรื่น ปลอดภัย และสนุกสนานยิ่งขึ้น
การเลือกจักรยานไฟฟ้าคู่ใจ
การเลือก E-Bike ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ควรพิจารณาจากลักษณะของเส้นทางที่จะไป หากเป็นทริปทางไกลหรือมีเนินชัน ควรเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุสูง สามารถวิ่งได้ระยะทาง 80-150 กิโลเมตร และมีกำลังมอเตอร์ที่เพียงพอ นอกจากนี้ ควรเลือกรถที่มีขนาดเหมาะสมกับสรีระและทดลองปั่นเพื่อให้แน่ใจว่ารู้สึกสบายและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ
อุปกรณ์เสริมและความปลอดภัยที่ต้องคำนึงถึง
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม อุปกรณ์ที่จำเป็นได้แก่:
- หมวกกันน็อก: เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันศีรษะ
- ไฟหน้าและไฟท้าย: เพื่อความปลอดภัยในการปั่นช่วงเช้ามืดหรือพลบค่ำ
- ชุดปะยางและเครื่องมือพื้นฐาน: สำหรับแก้ไขเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า
- กระเป๋าสัมภาระ: ควรเลือกกระเป๋าที่ออกแบบมาสำหรับติดกับจักรยานเพื่อความคล่องตัว
- การแต่งกาย: สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและมีสีสันสดใสเพื่อให้มองเห็นได้ง่าย
บทสรุป: อนาคตที่ยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทย
E-Bike Tourism: เทรนด์เที่ยวไทยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการผสานข้อดีของเทคโนโลยี ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและน่าจดจำให้กับนักเดินทาง แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร ลดมลพิษ และสอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของประเทศ ด้วยการสนับสนุนจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและทิศทางของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จักรยานไฟฟ้าจึงไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปจนถึง E-bike ประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางและการท่องเที่ยว สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือ LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับทริปต่อไป
