หาที่ชาร์จ E-Bike ยาก? ส่องแผนสถานีชาร์จสาธารณะปี 2026
การใช้งานจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะยานพาหนะทางเลือกสำหรับการเดินทางในเมือง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจำนวนมากยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญ นั่นคือการเข้าถึงสถานีชาร์จสาธารณะที่ยังคงมีอยู่อย่างจำกัดและส่วนใหญ่มุ่งเน้นการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก
- โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ EV ในปัจจุบันของไทยยังไม่ครอบคลุมยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike เท่าที่ควร โดยสถานีส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้า
- นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการขยายจำนวนสถานีชาร์จทั่วประเทศภายในปี 2030 ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผู้ใช้ E-Bike ในระยะยาว
- ในปี 2026 ผู้ใช้ E-Bike อาจยังต้องพึ่งพาสถานีชาร์จแบบ Normal Charge ที่มีอยู่ตามศูนย์การค้าหรือสถานีบริการน้ำมันเป็นหลัก เนื่องจากแผนการขยายส่วนใหญ่เน้นที่เครื่องชาร์จแบบ Fast Charge สำหรับรถยนต์
- ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท
ประเด็นเรื่อง หาที่ชาร์จ E-Bike ยาก? ส่องแผนสถานีชาร์จสาธารณะปี 2026 กลายเป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้หรือกำลังพิจารณาใช้จักรยานไฟฟ้าในการเดินทางประจำวัน แม้ว่า E-Bike จะเป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางที่คล่องตัวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง แต่การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยังไม่ทันต่อความต้องการที่เป็นจริง สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างความนิยมของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กกับความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ซึ่งแผนพัฒนาของภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2026 และหลังจากนั้นจึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าจะสามารถแก้ไขปัญหานี้และส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้สมบูรณ์ได้อย่างไร
บทความนี้จะวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของสถานีชาร์จสาธารณะในประเทศไทย เจาะลึกถึงแผนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ และคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 เพื่อให้ผู้ใช้งาน E-Bike และผู้ที่สนใจได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดในเมืองใหญ่
สถานการณ์สถานีชาร์จ EV ในปัจจุบันของประเทศไทย (2023–2025)
ในช่วงปี 2023-2025 โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด แต่การพัฒนาดังกล่าวยังคงมีจุดเน้นที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้ผู้ใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะ E-Bike หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยังคงประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการ
จำนวนและการกระจายตัวของสถานีชาร์จ
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ประเทศไทยมีสถานีชาร์จ EV สาธารณะประมาณ 944 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยหัวจ่ายไฟฟ้ารวมกันราว 2,285 หัวจ่าย อย่างไรก็ตาม การกระจายตัวของสถานีเหล่านี้ยังไม่ทั่วถึง โดยส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก สถานที่ตั้งยอดนิยมมักจะเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่นและมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ เช่น:
- สถานีบริการน้ำมัน: ผู้ให้บริการน้ำมันรายใหญ่ต่างปรับตัวโดยการเพิ่มจุดบริการชาร์จ EV เข้าไปในสถานีของตน
- ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า: เป็นหนึ่งในสถานที่หลักที่ผู้ใช้รถ EV สามารถชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างการจับจ่ายซื้อของ
- โรงแรมและอาคารสำนักงาน: เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แขกผู้มาเข้าพักและพนักงานในอาคาร
- โรงพยาบาล: บางแห่งเริ่มมีการติดตั้งสถานีชาร์จเพื่อรองรับบุคลากรและผู้มาใช้บริการ
- หน่วยงานการไฟฟ้า: เช่น การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ของตนเพื่อเป็นต้นแบบและให้บริการประชาชน
แม้จำนวนสถานีจะเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นสถานีที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งใช้หัวชาร์จและกำลังไฟที่แตกต่างจาก E-Bike
เหตุผลที่ทำให้การหาที่ชาร์จจักรยานไฟฟ้าเป็นเรื่องยาก
ความท้าทายหลักที่ผู้ใช้ E-Bike ต้องเผชิญเมื่อมองหา ที่ชาร์จจักรยานไฟฟ้า สาธารณะ เกิดจากปัจจัยหลายประการที่เชื่อมโยงกัน:
- การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นรถยนต์: สถานีชาร์จสาธารณะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะประเภท Fast Charge ถูกออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการกำลังไฟสูงและใช้หัวชาร์จเฉพาะทาง เช่น CCS Type 2 หรือ CHAdeMO ซึ่งไม่สามารถใช้งานร่วมกับ E-Bike ได้โดยตรง
- จำนวนจุดชาร์จแบบ Normal Charge ยังจำกัด: แม้ E-Bike จะสามารถใช้บริการสถานีชาร์จแบบ Normal Charge (AC Charger) ที่มีหัวจ่ายแบบ Type 2 ได้ในบางกรณี (หากมีตัวแปลง) หรือหาปลั๊กไฟบ้านทั่วไปตามจุดบริการ แต่จำนวนจุดดังกล่าวยังไม่แพร่หลายและมักถูกใช้งานโดยรถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV)
- การรับรู้และความเข้าใจของผู้ให้บริการ: ผู้พัฒนาสถานีชาร์จหลายรายยังมองตลาด E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นตลาดรอง ทำให้การลงทุนเพื่อติดตั้งจุดชาร์จสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กโดยเฉพาะยังไม่เกิดขึ้นในวงกว้าง
- การกระจุกตัวในพื้นที่เมือง: นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล การค้นหาสถานีชาร์จ EV ทุกประเภทเป็นเรื่องที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางข้ามจังหวัดด้วย E-Bike
จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังไม่สมบูรณ์พอที่จะรองรับการเติบโตของ E-Bike ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องอาศัยการชาร์จที่บ้านเป็นหลัก และเผชิญกับข้อจำกัดด้านระยะทางการเดินทาง
นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ กับเป้าหมายการขยายโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อแก้ไขปัญหาและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน EV ทั่วประเทศ ซึ่งนโยบายนี้ถือเป็นความหวังสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของสถานีชาร์จสาธารณะในอนาคตอันใกล้ รวมถึงอาจเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้ E-Bike ด้วยเช่นกัน
เป้าหมายเชิงปริมาณ สู่ปี 2030
แผนยุทธศาสตร์ของภาครัฐได้ตั้งเป้าหมายการขยายจำนวนสถานีชาร์จสาธารณะไว้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและวัดผลได้ เป้าหมายหลักคือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติมีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนเครื่องชาร์จไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast Charge ให้ได้ถึง 12,000 เครื่องภายในปี 2030 เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เมืองใหญ่ แหล่งท่องเที่ยว จุดแวะพักบนทางหลวง และชุมชนทั่วประเทศ
หากพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่าเป้าหมายภายในปี 2025 คือการมีเครื่องชาร์จแบบ Fast Charge ระหว่าง 2,200 – 4,400 เครื่อง และเมื่อถึงปี 2030 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีสถานีชาร์จรวม 567 แห่ง และมีหัวจ่ายไฟฟ้ารวมกว่า 13,251 หัวจ่าย โดยประมาณ 90% ของสถานีจะตั้งอยู่ในเขตเมือง และอีก 10% จะกระจายอยู่ตามเส้นทางหลวงเพื่อรองรับการเดินทางระยะไกล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือการเน้นย้ำไปที่ “Fast Charge” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งหมายความว่าแม้จำนวนสถานีโดยรวมจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของจุดชาร์จที่เหมาะสมกับ E-Bike อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
บทบาทของความร่วมมือเพื่อสร้าง EV Ecosystem
การผลักดันนโยบายนี้ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ความร่วมมือกับภาคเอกชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนให้เป้าหมายสำเร็จลุล่วง หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Thailand Charging Consortium) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 18 องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้เชื่อมโยงถึงกันและครอบคลุมทั่วประเทศ
ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อ:
- สร้างเครือข่ายที่ไร้รอยต่อ: ทำให้ผู้ใช้ EV สามารถเดินทางและค้นหาสถานีชาร์จของผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านแพลตฟอร์มกลาง
- เร่งการติดตั้งสถานีใหม่: การผนึกกำลังกันจะช่วยลดอุปสรรคและเร่งกระบวนการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่เป้าหมาย
- อำนวยความสะดวกผู้ใช้ EV ทุกประเภท: แม้จะไม่ได้ระบุถึง E-Bike โดยตรง แต่การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จโดยรวมย่อมเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ public e-bike charging ในอนาคต
ดังนั้น แม้แผนการส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้า แต่แรงผลักดันจากนโยบายและการร่วมมือนี้จะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับ EV ecosystem โดยรวม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลดีมาถึงผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างแน่นอน
| คุณสมบัติ | สถานการณ์ปัจจุบัน (2023-2025) | เป้าหมายในอนาคต (ภายในปี 2030) |
|---|---|---|
| จำนวนสถานีชาร์จสาธารณะ | ประมาณ 944 แห่ง | ประมาณ 567 แห่ง (เน้นสถานีขนาดใหญ่) |
| จำนวนหัวจ่ายไฟฟ้ารวม | ประมาณ 2,285 หัวจ่าย | ประมาณ 13,251 หัวจ่าย |
| จำนวนหัวจ่ายแบบ Fast Charge | มีจำนวนจำกัดและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ | เป้าหมาย 12,000 หัวจ่าย |
| การกระจายตัว | กระจุกตัวในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ | ครอบคลุมเมืองใหญ่, แหล่งท่องเที่ยว, และทางหลวง |
| ยานพาหนะที่รองรับเป็นหลัก | รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Plug-in Hybrid (PHEV) | เน้นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานโดยรวมจะดีขึ้น |
การคาดการณ์สถานการณ์สถานีชาร์จ E-Bike สาธารณะในปี 2026
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคต สามารถคาดการณ์แนวโน้มของสถานีชาร์จ E-Bike สาธารณะในปี 2026 ได้ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ แม้ว่าจะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนได้อย่างสมบูรณ์ แต่จะเริ่มเห็นทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
ประเภทของสถานีชาร์จที่ผู้ใช้ E-Bike สามารถเข้าถึงได้
ในปี 2026 ผู้ใช้งาน E-Bike ยังคงต้องพึ่งพาสถานีชาร์จประเภท Normal Charge (AC Charger) เป็นหลัก ซึ่งมักจะพบได้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม หรืออาคารสำนักงานบางแห่ง เนื่องจากสถานีประเภทนี้ใช้เวลาชาร์จนานกว่า จึงเหมาะกับการจอดแวะทำธุระเป็นระยะเวลานาน
ในขณะที่การขยายตัวของสถานี Fast Charge จะเป็นไปอย่างก้าวกระโดดตาม นโยบาย EV แต่สถานีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรถยนต์โดยเฉพาะ ดังนั้น โอกาสที่ผู้ใช้ E-Bike จะได้ประโยชน์โดยตรงจากสถานีประเภทนี้จึงมีน้อยมาก เว้นแต่ผู้ให้บริการบางรายจะเริ่มติดตั้งหัวชาร์จหรือปลั๊กไฟมาตรฐานสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กควบคู่ไปด้วย ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป
ดังนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ E-Bike ในปี 2026 คือการตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันค้นหาสถานีชาร์จ และมองหาสถานีที่ให้บริการแบบ Normal Charge หรือมีจุดบริการปลั๊กไฟทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พื้นที่ศักยภาพในการติดตั้งจุดชาร์จสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
แม้แผนหลักจะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ แต่กระแสความนิยมของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จะเป็นแรงกดดันให้เกิดการพัฒนาจุดชาร์จสำหรับยานพาหนะกลุ่มนี้ตามพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด smart city ที่ส่งเสริมการเดินทางที่หลากหลายและยั่งยืน พื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเริ่มเห็นการติดตั้ง สถานีชาร์จ e-bike โดยเฉพาะ ได้แก่:
- สถานีรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชน: เพื่อส่งเสริมการเดินทางแบบเชื่อมต่อ (First-mile/Last-mile connectivity) ที่ผู้คนสามารถใช้ E-Bike เดินทางมายังสถานี และชาร์จไฟระหว่างใช้บริการรถไฟฟ้าได้
- อาคารสำนักงานสมัยใหม่: อาคารที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน อาจมีการติดตั้งจุดชาร์จเพื่อรองรับพนักงานที่เดินทางมาทำงานด้วย E-Bike
- ย่านชุมชนและ Co-working Space: พื้นที่เหล่านี้เป็นศูนย์กลางของคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การมีจุดชาร์จ E-Bike จะช่วยดึงดูดผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี
- มหาวิทยาลัยและสถานศึกษา: เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีการใช้จักรยานและจักรยานไฟฟ้าสูง การติดตั้งจุดชาร์จจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาและบุคลากร
การพัฒนาในพื้นที่เหล่านี้อาจเริ่มต้นจากโครงการนำร่องของภาคเอกชนหรือความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ก่อนจะขยายผลในวงกว้างต่อไป ดังนั้น ในปี 2026 เราอาจได้เห็นจุดชาร์จสำหรับ E-Bike เพิ่มขึ้นในลักษณะกระจายเป็นจุด ๆ ตามพื้นที่ศักยภาพเหล่านี้
บทสรุปและแนวทางสำหรับผู้ใช้งาน E-Bike
โดยสรุปแล้ว ปัญหาการ หาที่ชาร์จ E-Bike ยาก? ส่องแผนสถานีชาร์จสาธารณะปี 2026 ชี้ให้เห็นว่า แม้โครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันจะยังไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าอย่างเต็มที่ แต่นโยบายของภาครัฐและความตื่นตัวของภาคเอกชนกำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ในปี 2026 คาดว่าเครือข่ายสถานีชาร์จ EV โดยรวมจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้ใช้ E-Bike จะยังคงต้องพึ่งพาสถานีชาร์จแบบ Normal Charge เป็นหลัก และต้องติดตามข่าวสารการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ศักยภาพ เช่น แนวสถานีรถไฟฟ้าและอาคารสำนักงาน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเริ่มติดตั้งจุดชาร์จสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กมากขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง มีประสิทธิภาพสูง และช่วยลดความกังวลเรื่องการชาร์จด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพหลากหลายรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางของคุณ
สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้า หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง FACEBOOK PAGE หรือ LINE เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและค้นหา E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
