ยืดอายุแบต E-Bike: 7 ข้อห้ามที่ทำลายแบตโดยไม่รู้ตัว
- ประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
- ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
-
เจาะลึก 7 ข้อห้ามที่ทำลายแบต E-Bike โดยไม่รู้ตัว
- 1. ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (Deep Discharge)
- 2. ห้ามชาร์จไฟเกินขนาด หรือชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน (Overcharging)
- 3. ห้ามเก็บหรือจอดจักรยานในสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Temperatures)
- 4. ห้ามจัดเก็บแบตเตอรี่ในระยะยาวอย่างไม่เหมาะสม
- 5. ห้ามใช้งานแบตเตอรี่หนักหน่วงเกินกำลัง
- 6. ห้ามใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผิดรุ่น
- 7. ห้ามให้แบตเตอรี่สัมผัสความชื้นหรือเปียกน้ำ
- แนวทางปฏิบัติเพื่อการดูแลรักษาแบตเตอรี่ที่ดีที่สุด
- สรุปหลักการสำคัญเพื่อยืดอายุแบต E-Bike
แบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นชิ้นส่วนที่มีราคาสูงที่สุดของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) การดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นปัจจัยหลักในการยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพการทำงานให้ยาวนานที่สุด ผู้ใช้งานจำนวนมากอาจมีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อเซลล์แบตเตอรี่โดยไม่รู้ตัว ซึ่งนำไปสู่ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนใหม่ที่สูงลิ่ว
ประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
- หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง: การปล่อยให้ระดับพลังงานลดลงถึง 0% จะสร้างความเสียหายถาวรให้กับเซลล์แบตเตอรี่ ควรชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30%
- อย่าชาร์จไฟเกินความจำเป็น: การเสียบที่ชาร์จทิ้งไว้หลังจากแบตเตอรี่เต็มแล้ว โดยเฉพาะการชาร์จข้ามคืน จะทำให้เกิดความร้อนสูงและเร่งการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
- ควบคุมอุณหภูมิในการจัดเก็บ: อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ควรเก็บในที่ร่มและแห้ง ที่อุณหภูมิประมาณ 10-25 องศาเซลเซียส
- ใช้ที่ชาร์จที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน: การใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ตรงรุ่นหรือไม่มีคุณภาพ อาจจ่ายกระแสไฟที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งแบตเตอรี่และผู้ใช้งาน
- การจัดเก็บระยะยาวต้องทำอย่างถูกวิธี: หากไม่ได้ใช้งาน E-Bike เป็นเวลานาน ควรรักษาระดับประจุแบตเตอรี่ไว้ที่ประมาณ 60% และนำมาชาร์จกระตุ้นเป็นระยะ
บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องในการดูแลรักษา เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการ ยืดอายุแบต E-Bike: 7 ข้อห้ามที่ทำลายแบตโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้ใช้มักมองข้ามแต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ การทำความเข้าใจข้อห้ามเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่ยังช่วยให้จักรยานไฟฟ้าคู่ใจพร้อมใช้งานเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ
ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ มีความไวต่อพฤติกรรมการใช้งานและการชาร์จอย่างมาก การละเลยการดูแลรักษาที่เหมาะสมสามารถลดอายุการใช้งานจากหลายปีให้เหลือเพียงไม่กี่เดือนได้ ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้งานให้ได้ระยะทางไกลที่สุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ยังครอบคลุมถึงการรักษาความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ซึ่งมีราคาสูง คิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของราคาจักรยานทั้งคัน
ผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าทุกคน ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงผู้ที่มีประสบการณ์ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การจอดรถตากแดด หรือการเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน ล้วนส่งผลสะสมต่อสุขภาพของแบตเตอรี่ การสร้างนิสัยการใช้งานและการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก จะช่วยรับประกันว่าการลงทุนในจักรยานไฟฟ้าของคุณจะคุ้มค่าและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมไปอีกนานหลายปี
เจาะลึก 7 ข้อห้ามที่ทำลายแบต E-Bike โดยไม่รู้ตัว
การทำความเข้าใจข้อห้ามแต่ละข้ออย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (Deep Discharge)
คำจำกัดความ: การคายประจุลึก หรือ Deep Discharge คือสภาวะที่แบตเตอรี่ถูกใช้งานจนพลังงานหมดไปจนถึง 0% หรือใกล้เคียง 0% ทำให้แรงดันไฟฟ้าภายในเซลล์ลดต่ำลงกว่าระดับที่ปลอดภัย
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: เมื่อแรงดันไฟฟ้าในเซลล์ลิเธียมไอออนลดต่ำเกินไป จะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ภายในเซลล์ ซึ่งนำไปสู่การเสื่อมสภาพของขั้วไฟฟ้าและลดความสามารถในการเก็บประจุอย่างถาวร การทำเช่นนี้บ่อยครั้งจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลงอย่างรวดเร็ว ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดคือการชาร์จแบตเตอรี่เมื่อระดับพลังงานเหลืออยู่ระหว่าง 20-30% เปรียบเสมือนการ “เติมพลัง” ก่อนที่ร่างกายจะหมดแรง แทนที่จะรอให้เหนื่อยจนล้มลงไปก่อน
ผู้ใช้งานควรตรวจสอบระดับแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอและวางแผนการชาร์จล่วงหน้า หลีกเลี่ยงการใช้งานจนเครื่องดับไปเอง การสร้างนิสัยการชาร์จเมื่อสิ้นสุดวันหรือหลังการใช้งาน แม้แบตเตอรี่ยังไม่หมด ก็เป็นวิธีถนอมแบตเตอรี่ที่ดีเยี่ยม
2. ห้ามชาร์จไฟเกินขนาด หรือชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน (Overcharging)
คำจำกัดความ: การชาร์จไฟเกินขนาด คือการปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่แบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องหลังจากที่แบตเตอรี่ชาร์จเต็ม 100% แล้ว ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเสียบสายชาร์จทิ้งไว้เป็นเวลานาน เช่น ชาร์จข้ามคืน
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: แม้ว่าที่ชาร์จสมัยใหม่จะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ (BMS – Battery Management System) แต่การเสียบทิ้งไว้เป็นเวลานานยังคงสร้างความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่ พลังงานส่วนเกินจะถูกแปลงเป็นความร้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความร้อนสูงจะเร่งปฏิกิริยาเคมีภายใน ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแรงดันภายในเซลล์สูงเกินไป ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจนำไปสู่การบวมหรือความเสียหายรุนแรงได้
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องคือการถอดสายชาร์จออกทันทีเมื่อแบตเตอรี่เต็ม หรือภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังจากนั้น การใช้ปลั๊กไฟแบบตั้งเวลาปิดอัตโนมัติก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการป้องกันการชาร์จไฟเกินขนาด
3. ห้ามเก็บหรือจอดจักรยานในสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Temperatures)
คำจำกัดความ: สภาพอากาศสุดขั้วหมายถึงอุณหภูมิที่ร้อนจัด (สูงกว่า 35 องศาเซลเซียส) หรือเย็นจัด (ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส) การจอดจักรยานตากแดดโดยตรง หรือเก็บไว้ในห้องที่ไม่มีการระบายอากาศในฤดูร้อน ถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยง
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้:
- ความร้อนสูง: ทำให้ความต้านทานภายในแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นและเร่งการเสื่อมสภาพของอิเล็กโทรไลต์ ส่งผลให้ความจุลดลงอย่างถาวรและรวดเร็ว การจอด E-Bike ไว้กลางแดดเปรี้ยงเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถทำให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่สูงขึ้นจนเป็นอันตรายได้
- ความเย็นจัด: ทำให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลงชั่วคราว แบตเตอรี่จะคายประจุได้ช้าลง ทำให้ระยะทางที่วิ่งได้สั้นลงอย่างมาก และการชาร์จแบตเตอรี่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอาจทำให้เกิดการเคลือบของลิเธียมบนขั้วแอโนด ซึ่งเป็นความเสียหายถาวรและอันตราย
ทางที่ดีที่สุดคือการเก็บจักรยานหรือถอดแบตเตอรี่ไปเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง และมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 10-25 องศาเซลเซียส หากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้ง ควรหาที่ร่มเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
4. ห้ามจัดเก็บแบตเตอรี่ในระยะยาวอย่างไม่เหมาะสม
คำจำกัดความ: การจัดเก็บระยะยาวหมายถึงการไม่ได้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: การเก็บแบตเตอรี่ในสภาพที่ชาร์จเต็ม 100% หรือว่างเปล่า 0% เป็นเวลานานล้วนส่งผลเสียทั้งสิ้น
- เก็บที่ 100%: การเก็บแบตเตอรี่ที่แรงดันไฟฟ้าสูงสุดเป็นเวลานานจะสร้างความเครียดให้กับเซลล์และเร่งการเสื่อมสภาพ
- เก็บที่ 0%: แบตเตอรี่จะมีการคายประจุเองตามธรรมชาติ (Self-discharge) หากเก็บไว้ในสภาพที่ว่างเปล่า แรงดันไฟฟ้าอาจลดต่ำลงไปสู่ระดับที่เป็นอันตราย (Deep Discharge) และไม่สามารถนำกลับมาชาร์จใหม่ได้อีก
สำหรับการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเมื่อต้องเก็บระยะยาว ระดับประจุที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 40-60% และควรนำแบตเตอรี่ออกมาชาร์จเพื่อรักษาระดับประจุนี้ไว้อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อกระตุ้นเซลล์และป้องกันการคายประจุจนหมด
5. ห้ามใช้งานแบตเตอรี่หนักหน่วงเกินกำลัง
คำจำกัดความ: การใช้งานหนักเกินกำลังหมายถึงพฤติกรรมการขับขี่ที่บังคับให้แบตเตอรี่ต้องจ่ายกระแสไฟสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้โหมดช่วยปั่นระดับสูงสุดตลอดเวลา, การบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด, การเร่งและเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง หรือการขับขี่ขึ้นทางลาดชันเป็นประจำ
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: การดึงกระแสไฟสูงๆ ออกจากแบตเตอรี่จะทำให้เกิดความร้อนสูงสะสมภายในเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมสภาพ เช่นเดียวกับการชาร์จไฟเกินขนาด การใช้งานในลักษณะนี้บ่อยครั้งจะลดจำนวนรอบการชาร์จ (Cycle Life) ทั้งหมดของแบตเตอรี่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อถนอมแบตเตอรี่ลิเธียม ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้ราบรื่นขึ้น ใช้เกียร์และโหมดช่วยปั่นให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ออกตัวอย่างนุ่มนวล และหลีกเลี่ยงการบรรทุกน้ำหนักที่มากเกินความจำเป็น การผสมผสานการใช้แรงปั่นของตนเองเข้ากับระบบไฟฟ้าจะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่และยืดอายุการใช้งานได้
6. ห้ามใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผิดรุ่น
คำจำกัดความ: หมายถึงการใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ใช่ของผู้ผลิตดั้งเดิม (OEM), ที่ชาร์จราคาถูกที่ไม่มีคุณภาพ, หรือที่ชาร์จของจักรยานไฟฟ้ารุ่นอื่นที่มีแรงดันไฟฟ้า (Volt) หรือกระแสไฟ (Ampere) ไม่ตรงกัน
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: ที่ชาร์จแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบ BMS ของแบตเตอรี่รุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ การใช้ที่ชาร์จที่ไม่เหมาะสมอาจ
- จ่ายแรงดันไฟฟ้าหรือกระแสไฟที่ไม่ถูกต้อง: อาจสูงเกินไปจนทำลายเซลล์ หรือต่ำเกินไปจนชาร์จไม่เข้าหรือใช้เวลานานผิดปกติ
- ไม่มีระบบความปลอดภัยที่เพียงพอ: อาจไม่มีระบบตัดไฟเมื่อเกิดการลัดวงจรหรือความร้อนสูงเกินไป ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย
- ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง: แม้จะชาร์จได้ แต่กระแสไฟที่ไม่เสถียรอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพแบตเตอรี่ในระยะยาว
ควรใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับจักรยานไฟฟ้าเท่านั้น หากจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ ควรจัดหาจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
7. ห้ามให้แบตเตอรี่สัมผัสความชื้นหรือเปียกน้ำ
คำจำกัดความ: การใช้งานจักรยานไฟฟ้าท่ามกลางสายฝนหนัก, การฉีดล้างทำความสะอาดด้วยสายยางแรงดันสูงโดยตรงที่ตัวแบตเตอรี่, หรือการเก็บแบตเตอรี่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: แม้แบตเตอรี่ E-Bike ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้ในระดับหนึ่ง (Water-resistant) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ (Waterproof) ความชื้นและน้ำสามารถซึมเข้าไปภายในและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ เช่น การลัดวงจรของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์, การกัดกร่อนของขั้วต่อ, และการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้แบตเตอรี่เสียหาย แต่ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานอีกด้วย
ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ในสภาพอากาศที่ฝนตกหนัก หากจำเป็นควรเช็ดทำความสะอาดให้แห้งทันทีหลังใช้งาน ในการทำความสะอาด ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดที่ตัวเคสของแบตเตอรี่แทนการใช้น้ำฉีดโดยตรง
แนวทางปฏิบัติเพื่อการดูแลรักษาแบตเตอรี่ที่ดีที่สุด
นอกเหนือจากข้อห้ามทั้ง 7 ข้อข้างต้นแล้ว การปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพและยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
| พฤติกรรมที่ทำลายแบตเตอรี่ | แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง |
|---|---|
| ใช้จนแบตหมดเกลี้ยง (0%) | ชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือ 20-30% ไม่ควรรอให้หมด |
| เสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน | ถอดที่ชาร์จออกเมื่อแบตเตอรี่เต็ม หรือหลังจากเต็มไม่นาน |
| จอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานาน | จอดในที่ร่ม หรือถอดแบตเตอรี่เก็บในอาคาร |
| เก็บแบตเตอรี่ที่ 0% หรือ 100% | เก็บที่ระดับประจุ 40-60% และชาร์จกระตุ้นทุกเดือน |
| ใช้ที่ชาร์จราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน | ใช้ที่ชาร์จแท้ที่มากับตัวรถ หรือจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้เท่านั้น |
นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ผลิต เช่น การเก็บแบตเตอรี่ในแนวตั้งเพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี (ในบางรุ่น), การหลีกเลี่ยงไม่ให้ขั้วชาร์จสัมผัสกับวัตถุที่เป็นโลหะเพื่อป้องกันการลัดวงจร และที่สำคัญคือไม่ควรพยายามดัดแปลงหรือซ่อมแซมแบตเตอรี่ด้วยตนเอง เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้
สรุปหลักการสำคัญเพื่อยืดอายุแบต E-Bike
การยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและความเข้าใจในหลักการทำงานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน หัวใจสำคัญคือการหลีกเลี่ยงสภาวะสุดขั้วในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ (ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป), อุณหภูมิ (ไม่ร้อนเกินไปและไม่เย็นเกินไป), และการใช้งาน (ไม่หนักหน่วงเกินกำลัง) การปฏิบัติตามข้อห้ามทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมา จะช่วยลดอัตราการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้งานจักรยานไฟฟ้าได้อย่างเต็มสมรรถนะและคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
การดูแลแบตเตอรี่เปรียบเสมือนการดูแลสุขภาพ ควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยในการดูแลรักษาที่ถูกต้องในวันนี้ จะช่วยประหยัดเงินและเวลาในการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างมหาศาล
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าคุณภาพ หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรักษา GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำ
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือพูดคุยผ่าน LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการได้โดยตรง
