เมืองอัจฉริยะภูเก็ต: E-Scooter จะเป็นพระเอกจริงหรือ?
การขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ ภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การนำยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micromobility) อย่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) เข้ามาให้บริการในพื้นที่จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาการเดินทางในโครงการภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ เพื่อลดปัญหาการจราจรและมลพิษ
- บริษัทชั้นนำจากต่างประเทศและไทยได้เริ่มเปิดให้บริการ E-Scooter ในพื้นที่สำคัญของภูเก็ตแล้ว เช่น ย่านเมืองเก่า ป่าตอง และลากูน่า
- เทคโนโลยี IoT และ 5G เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง
- ความสำเร็จของ E-Scooter ในระยะยาวขึ้นอยู่กับการสนับสนุนด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย
- แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ E-Scooter ยังคงเผชิญความท้าทายด้านกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจนและพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้
ภาพรวมการเดินทางในภูเก็ต สมาร์ทซิตี้
ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ภูเก็ตเผชิญกับความท้าทายด้านการจราจรที่หนาแน่นและปัญหามลพิษทางอากาศมาอย่างยาวนาน คำถามที่ว่า เมืองอัจฉริยะภูเก็ต: E-Scooter จะเป็นพระเอกจริงหรือ? จึงเกิดขึ้นท่ามกลางการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืน การนำ E-Scooter เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) ไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกใหม่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การเดินทางในเมืองให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Smart City ที่เน้นความคล่องตัว สะอาด และเชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
แนวคิด “Micromobility” หรือยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กส่วนบุคคล กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วโลก เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การเดินทางระยะสั้น (First-mile/Last-mile) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว และเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับระบบขนส่งมวลชนหลัก สำหรับภูเก็ต ซึ่งมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างย่านเมืองเก่า ชุมชน และพื้นที่ชายหาด การเดินทางด้วย E-Scooter จึงมีศักยภาพในการเติมเต็มช่องว่างของระบบขนส่งสาธารณะ และมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2569–2570 ที่คาดว่าจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เลนจักรยานและสถานีชาร์จ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การเข้ามาของผู้ให้บริการ E-Scooter ในภูเก็ต
การเติบโตของตลาด E-Scooter ในภูเก็ตได้รับแรงหนุนจากการเข้ามาลงทุนของผู้ให้บริการทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งแต่ละรายต่างมีโมเดลธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกันไป ทำให้เกิดการแข่งขันและสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค
GCOO: การร่วมทุนระดับนานาชาติ
บริษัท GCOO จากประเทศเกาหลีใต้ ได้เข้ามาเปิดตัวบริการ E-Bike และ E-Scooter อย่างเป็นทางการในภูเก็ตเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในไทยภายใต้ชื่อบริษัท Thai Personal Mobility Co Ltd (TPM) ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ เช่น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ บมจ.ทิพยประกันภัย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทย โดยมีการนำสกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้ากว่า 300 คันไปให้บริการในจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น ย่านเมืองเก่าภูเก็ต, หาดป่าตอง, รวมถึงภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่
Beam Mobility: ความคล่องตัวผ่านแอปพลิเคชัน
Beam Mobility Holdings บริษัทจากสิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ที่นำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์เข้ามาให้บริการในภูเก็ต โดยใช้โมเดลธุรกิจแบบแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้สามารถค้นหาสกู๊ตเตอร์ สแกน QR Code เพื่อปลดล็อก และชำระเงินได้ทันที ซึ่งมอบความสะดวกสบายคล้ายกับการใช้บริการเรียกรถโดยสาร บริการของ Beam เน้นเจาะตลาดนักท่องเที่ยวและผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่สำคัญอย่างลากูน่าและป่าตอง โดยมีจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเมื่อเทียบกับบริการแท็กซี่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งจุดจอด (Landing Pad) มากกว่า 18 แห่งเฉพาะในพื้นที่ลากูน่า เพื่อสร้างความเป็นระเบียบและอำนวยความสะดวกในการใช้งาน
SCOOTA และผู้ให้บริการสัญชาติไทย
ในฝั่งของผู้ประกอบการไทย บริษัท SCOOTA ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดแชร์ริงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศ และได้ขยายบริการมายังภูเก็ตด้วยเช่นกัน โดยชูจุดเด่นด้านยานพาหนะที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบบริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากบริการแบบแชร์ริงแล้ว ยังมีผู้ให้บริการเช่า E-Scooter และ E-Bike ในรูปแบบอื่นๆ เช่น ZendrianTech EV, Bikago และ ScooterHub Thailand ที่นำเสนอทางเลือกการเช่าทั้งแบบรายวันและรายเดือน พร้อมบริการจัดส่งรถถึงที่พัก ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและวางแผนการเดินทางระยะยาว
การเข้ามาของผู้ให้บริการที่หลากหลายไม่เพียงแต่สร้างการแข่งขันในตลาด แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาบริการและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในภูเก็ตได้อย่างครอบคลุม
| ผู้ให้บริการ | สัญชาติ | โมเดลธุรกิจ | พื้นที่ให้บริการหลัก |
|---|---|---|---|
| GCOO (ผ่าน TPM) | เกาหลีใต้/ไทย | แชร์ริง (ร่วมมือกับภาครัฐ) | เมืองภูเก็ต, ป่าตอง, มหาวิทยาลัย |
| Beam Mobility | สิงคโปร์ | แชร์ริงผ่านแอปพลิเคชัน | ลากูน่า, ป่าตอง, เมืองภูเก็ต |
| SCOOTA | ไทย | แชร์ริงและให้เช่า | พื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนเมือง |
| ผู้ให้บริการเช่ารายย่อย | ไทย/นานาชาติ | ให้เช่ารายวัน/รายเดือน | ทั่วทั้งเกาะ (บริการส่งถึงที่พัก) |
เทคโนโลยีเบื้องหลังการขับเคลื่อน Micromobility
ความสำเร็จของระบบ E-Scooter Sharing ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวยานพาหนะเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ Smart City Thailand
Internet of Things (IoT) และเครือข่าย 5G
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแต่ละคันที่ให้บริการในภูเก็ตมีการติดตั้งอุปกรณ์ IoT ซึ่งทำหน้าที่เป็นสมองกลในการสื่อสารข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์กลางแบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่าย 5G ที่มีความเร็วสูงและมีความหน่วงต่ำ การเชื่อมต่อนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถติดตามตำแหน่งของสกู๊ตเตอร์, ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่, และป้องกันการโจรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ข้อมูลที่รวบรวมได้ยังสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการกระจายรถไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูง หรือวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างแม่นยำ
Geofencing: เทคโนโลยีกำหนดขอบเขตบริการ
หนึ่งในความท้าทายของระบบแชร์ริงคือการควบคุมให้ผู้ใช้งานจอดรถในพื้นที่ที่กำหนดและไม่ขับขี่เข้าไปในเขตหวงห้าม เทคโนโลยี Geofencing เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหานี้ โดยเป็นการสร้าง “รั้วเสมือน” ทางภูมิศาสตร์ขึ้นมา หากผู้ใช้นำสกู๊ตเตอร์ออกจากพื้นที่ให้บริการที่กำหนดไว้ ระบบจะส่งสัญญาณเตือน หรือในบางกรณีอาจทำให้สกู๊ตเตอร์ชะลอความเร็วและหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีระเบียบ และลดผลกระทบต่อทัศนียภาพของเมือง
ศักยภาพและประโยชน์ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในภูเก็ต
การนำ E-Scooter มาใช้อย่างแพร่หลายในภูเก็ตมีศักยภาพที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมไปจนถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
มิติด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือการเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศ (Zero Emission) ช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิลและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่เมืองที่มีการจราจรหนาแน่น การส่งเสริมให้คนหันมาใช้ E-Scooter สำหรับการเดินทางระยะสั้นแทนการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศ
มิติด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
สำหรับนักท่องเที่ยว E-Scooter เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะบางประเภท นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และเป็นอิสระ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิดและยืดหยุ่นมากขึ้น บางบริษัทถึงกับจัดโปรแกรมทัวร์ด้วย E-Scooter โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน
ความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญ
แม้ว่า E-Scooter จะมีศักยภาพสูง แต่การจะก้าวขึ้นมาเป็น “พระเอก” ในระบบคมนาคมของภูเก็ตได้นั้น ยังคงมีอุปสรรคและความท้าทายหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ประเด็นด้านกฎหมายและข้อบังคับ
ปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับที่กำกับการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะอย่างชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนว่า E-Scooter จัดอยู่ในยานพาหนะประเภทใด สามารถขับขี่ในช่องทางจราจรใดได้บ้าง และมีข้อกำหนดด้านความเร็วหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างไร ช่องว่างทางกฎหมายนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานและสร้างความกังวลในเรื่องความคุ้มครองจากประกันภัยหากเกิดอุบัติเหตุ การผลักดันนโยบายภาครัฐให้มีความชัดเจนจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่จะทำให้ E-Scooter สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ความปลอดภัยและพฤติกรรมการใช้งาน
ความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งความกังวลหลัก ผู้ใช้งานบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย เช่น การไม่สวมหมวกนิรภัย การขับขี่ด้วยความเร็วสูงในพื้นที่ชุมชน หรือการขับขี่บนทางเท้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อตนเองและผู้อื่นได้ การสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยผ่านการรณรงค์และการอบรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
การจัดการพื้นที่จอดและการกระจายตัว
ปัญหาการจอดสกู๊ตเตอร์ไม่เป็นที่เป็นทาง กีดขวางทางเท้า หรือทิ้งไว้ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เป็นภาพที่พบเห็นได้บ่อยในเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีบริการ E-Scooter Sharing แม้เทคโนโลยี Geofencing จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่การวางแผนจัดสรรพื้นที่จอด (Docking Station หรือ Landing Pad) ที่เพียงพอและครอบคลุม ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ ความต้องการใช้งานที่ยังกระจุกตัวอยู่เฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว ทำให้การขยายบริการไปยังพื้นที่ชุมชนอื่นๆ เพื่อให้คนท้องถิ่นได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาต่อไป
บทสรุป: E-Scooter จะเป็นพระเอกได้จริงหรือ?
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีศักยภาพสูงอย่างยิ่งในการเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบคมนาคมในโครงการ “ภูเก็ต สมาร์ทซิตี้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตอบโจทย์การเดินทางระยะสั้นในพื้นที่ท่องเที่ยวและเขตเมือง ที่ต้องการความคล่องตัว ลดปัญหารถติด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การผสานเทคโนโลยี IoT และ 5G เข้ากับการบริหารจัดการได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ
อย่างไรก็ตาม การจะให้ E-Scooter ก้าวขึ้นมาเป็น “พระเอก” ในการเดินทางแห่งอนาคตได้อย่างสมบูรณ์นั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคเอกชนเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ทั้งในด้านการออกกฎหมายและข้อบังคับที่ชัดเจนเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้งาน เช่น การสร้างเลนเฉพาะและจุดจอดที่เพียงพอ, และการรณรงค์ให้ความรู้แก่สาธารณชน หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันแก้ไขความท้าทายเหล่านี้ได้ E-Scooter ก็มีโอกาสที่จะเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่ช่วยไขประตูสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืนของภูเก็ตได้อย่างแท้จริง
เลือกสรรยานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
การเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากำลังเป็นกระแสหลัก สำหรับผู้ที่สนใจในนวัตกรรมการเดินทางส่วนบุคคลและมองหาโซลูชันที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การท่องเที่ยว หรือการออกกำลังกาย
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้ที่ร้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ FACEBOOK PAGE และ LINE เพื่อค้นหายานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ทันที
