Circular Economy: อนาคตรีไซเคิลแบตเตอรี่ E-Bike ในไทย
- ภาพรวมเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการแบตเตอรี่
- ศักยภาพตลาดและนโยบายขับเคลื่อนในประเทศไทย
- นวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ขั้นสูง
- พลังแห่งความร่วมมือในการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน
- ความท้าทายและแนวทางการพัฒนาในอนาคต
- ประโยชน์หลายมิติของเศรษฐกิจหมุนเวียนแบตเตอรี่
- บทบาทสำคัญของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในระบบนิเวศ
- สรุปทิศทางอนาคตของการจัดการแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน
การเติบโตอย่างรวดเร็วของยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike ได้สร้างคำถามสำคัญเกี่ยวกับการจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการรีไซเคิลและนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยอีกด้วย
- ประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการรีไซเคิลแบตเตอรี่ โดยมีตลาดที่เกี่ยวข้องมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้ารีไซเคิลวัสดุจากแบตเตอรี่ให้ได้อย่างน้อย 70% ภายในปี 2025
- นโยบายหลักของภาครัฐ เช่น นโยบายเศรษฐกิจ BCG, หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility), และกลไก Battery Passport เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน
- เทคโนโลยีการรีไซเคิลขั้นสูง เช่น การรีไซเคิลตัวทำละลายและการใช้เตาหลอมไฟฟ้า ECOARC™ ช่วยให้สามารถนำโลหะมีค่ากลับมาใช้ใหม่ และลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ
- แม้จะมีความก้าวหน้า แต่ยังคงมีความท้าทายในด้านกรอบกฎหมายที่ชัดเจน มาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์รีไซเคิล และความจำเป็นในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลที่กำลังพัฒนาขึ้นนี้ จะเป็นกลไกหลักในการจัดการแบตเตอรี่จาก E-Bike ที่หมดอายุการใช้งานอย่างยั่งยืน
ภาพรวมเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการแบตเตอรี่
แนวคิด Circular Economy: อนาคตรีไซเคิลแบตเตอรี่ E-Bike ในไทย คือระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แทนที่โมเดลเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่ใช้ทรัพยากร ผลิต ใช้งาน แล้วทิ้งไป (Take-Make-Dispose) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งรวมถึง E-Bike แนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งเป็นหัวใจหลักของยานพาหนะเหล่านี้ ประกอบด้วยโลหะมีค่าและวัสดุที่อาจเป็นอันตรายหากกำจัดไม่ถูกวิธี การนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้จึงเป็นการเปลี่ยน “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” (e-waste) ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” ที่มีค่า ลดการพึ่งพาการขุดแร่ใหม่ และป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ความสำคัญของเรื่องนี้ทวีความรุนแรงขึ้นตามจำนวนผู้ใช้ E-Bike ที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ การวางรากฐานระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีตั้งแต่ผู้บริโภค ผู้ผลิตและผู้นำเข้ายานพาหนะไฟฟ้า ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐที่ต้องกำกับดูแล และภาคธุรกิจที่ต้องพัฒนานวัตกรรมการรีไซเคิล การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับแบตเตอรี่ EV และ E-Bike ในไทยประสบความสำเร็จและสร้างความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
ศักยภาพตลาดและนโยบายขับเคลื่อนในประเทศไทย
ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาค โดยมีการพัฒนาที่สำคัญทั้งในด้านการลงทุนและนโยบายสนับสนุน ซึ่งสร้างโอกาสมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่
มูลค่าตลาดและเป้าหมายระดับชาติ
ตลาดรีไซเคิลแบตเตอรี่และการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่ (Second-life) ของไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากการยอมรับยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากภาครัฐ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการรีไซเคิล ขนาดของตลาดที่ใหญ่โตนี้สะท้อนให้เห็นว่าการรีไซเคิลแบตเตอรี่ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุจากแบตเตอรี่อย่างน้อย 70% จะถูกนำไปรีไซเคิลภายในปี 2025 ความมุ่งมั่นนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเปลี่ยนของเสียที่อาจเกิดขึ้นให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าผ่านกระบวนการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
กรอบนโยบายสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลง
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลได้วางกรอบนโยบายหลายด้านเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจหมุนเวียน
นโยบายเศรษฐกิจ BCG (Bio, Circular, Green)
ในปี 2021 รัฐบาลได้ริเริ่มนโยบายเศรษฐกิจ BCG เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการผลิตนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลตัวทำละลาย (Solvent Recycling) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการผลิตและรีไซเคิลแบตเตอรี่ ถือเป็นหัวใจหลักของนโยบายนี้ โดยครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของแบตเตอรี่ ตั้งแต่การผลิตจนถึงการกำจัด
หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)
ประเทศไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ารับผิดชอบต่อแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน ผ่านหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) ในการจัดการของเสีย แนวทางนี้จะเปลี่ยนภาระการกำจัดแบตเตอรี่จากภาครัฐและประชาชนไปสู่ผู้ที่มีส่วนในการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นการสร้างความรับผิดชอบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
กลไก Battery Passport
การพัฒนากลไก “Battery Passport” หรือหนังสือเดินทางแบตเตอรี่ กำลังได้รับการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อใช้ในการติดตามแบตเตอรี่แต่ละก้อนตลอดอายุการใช้งาน ทำให้สามารถตรวจสอบและจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการบริหารจัดการวงจรชีวิตแบตเตอรี่
นวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ขั้นสูง
ความสำเร็จของเศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการรีไซเคิลแบตเตอรี่หลายแขนง
เทคโนโลยีการรีไซเคิลตัวทำละลายอินทรีย์
บริษัท Sun-up Recycling ซึ่งก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อปี 2017 มีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลตัวทำละลายอินทรีย์โดยใช้เทคโนโลยีการกลั่นขั้นสูง บริษัทสามารถแยกและทำให้สารผสมในตัวทำละลายที่ใช้แล้วบริสุทธิ์ ผลิตเป็นตัวทำละลายรีไซเคิลที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99% และมีอัตราการนำกลับคืนมาใช้ได้ (Recovery Rate) อยู่ที่ 80% ถึง 95% ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตในการแปรรูปตัวทำละลายประมาณ 8,000 ถึง 9,000 ตันต่อปี
ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง การใช้ตัวทำละลายรีไซเคิลปล่อยคาร์บอนประมาณ 0.66 ตันต่อตัวทำละลายหนึ่งตัน ในขณะที่การเผาทำลายตัวทำละลายที่ใช้แล้วจะปล่อยคาร์บอนสูงถึง 2.92 ตันต่อตัน นั่นหมายความว่าการรีไซเคิลสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 77%
| วิธีการจัดการ | ปริมาณการปล่อยคาร์บอน (ตัน CO2e) | อัตราการลดการปล่อยคาร์บอน |
|---|---|---|
| การเผาทำลาย (Incineration) | 2.92 | – |
| การรีไซเคิล (Solvent Recycling) | 0.66 | ประมาณ 77% |
กระบวนการรวบรวมและรีไซเคิลแบตเตอรี่แห้ง
บริษัท Panasonic Energy ได้สร้างโครงการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากการติดตั้งกล่องรับบริจาคแบตเตอรี่แห้งที่ใช้แล้ว ณ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จำนวน 31 สาขา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 โดยร่วมมือกับ CP ALL และภายในเดือนมีนาคม 2024 บริษัทได้จัดตั้งโครงการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่รวบรวมมาได้อย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับ UMC Metals Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กกล้าของไทยที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า ECOARC™
เทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้านี้สามารถหลอมแบตเตอรี่แห้งที่ใช้แล้วให้กลายเป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยสามารถสกัดโลหะมีค่า เช่น ลิเธียม โคบอลต์ นิกเกิล และแมงกานีส ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปและใช้ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้ต่อไป โครงการนี้ช่วยเร่งการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปริมาณขยะในระบบนิเวศ และส่งเสริมการใช้วัสดุซ้ำ
พลังแห่งความร่วมมือในการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและเอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท Equalithium ได้เข้าพบกระทรวงอุตสาหกรรมของไทย ภายหลังจากการเข้าร่วมคณะผู้แทนทางธุรกิจของสภาธุรกิจ EU-ASEAN ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การผลักดันหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ ซึ่งรวมถึงระบบการรวบรวม การรีไซเคิล และการนำวัสดุกลับคืนมาใช้ ที่มีความแข็งแกร่ง ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
การผนึกกำลังของภาคเอกชน
ในภาคเอกชน บริษัท SK Tes และ สยามกลการ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือทางธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนสำหรับการจัดการและรีไซเคิลสินทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่จากยานยนต์ไฟฟ้าด้วย
ความท้าทายและแนวทางการพัฒนาในอนาคต
แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าอย่างมากในการวางรากฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับแบตเตอรี่ แต่ยังคงมีความท้าทายสำคัญหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มที่
ความจำเป็นของกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
ประเทศไทยยังต้องการกฎหมายที่ชัดเจนและครอบคลุมเพื่อควบคุมการจัดเก็บ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ทุกประเภทอย่างปลอดภัย ช่องว่างทางกฎหมายในปัจจุบันอาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลระดับชาติที่เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
การยกระดับมาตรฐานคุณภาพและการสร้างตลาด
จำเป็นต้องมีการยกระดับมาตรฐานสำหรับแบตเตอรี่ใหม่ แบตเตอรี่รีไซเคิล และมาตรฐานการรีไซเคิล เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้ ภาครัฐต้องกำกับดูแลโรงงานรีไซเคิลอย่างเข้มงวดและสร้างตลาดที่มีคุณภาพสำหรับวัสดุรีไซเคิล อาจมีการกำหนดให้แบตเตอรี่ใหม่ต้องมีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิลในสัดส่วนขั้นต่ำ เพื่อกระตุ้นความต้องการในตลาด
การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
ประเทศไทยต้องลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการตรวจสอบ คัดแยก และรีไซเคิลแบตเตอรี่ในต้นทุนที่ต่ำ เพื่อให้เหมาะสมกับเงื่อนไขและความต้องการเฉพาะของประเทศ การลงทุนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและเข้าถึงได้สำหรับอุตสาหกรรมในท้องถิ่น
กลไกคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างแรงจูงใจ
เพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงินเพิ่มเติม บริษัท Sun-up Recycling กำลังทำงานร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เพื่อเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (T-VER) โดยมีเป้าหมายเพื่อได้รับการรับรองและเปลี่ยนความพยายามในการลดคาร์บอนให้เป็นคาร์บอนเครดิตที่สามารถขายให้กับบริษัทที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
ประโยชน์หลายมิติของเศรษฐกิจหมุนเวียนแบตเตอรี่
แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในการรีไซเคิลแบตเตอรี่มอบประโยชน์หลายประการให้กับประเทศไทย ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
- การปกป้องสิ่งแวดล้อม: การรีไซเคิลช่วยลดความจำเป็นในการทำเหมืองแร่ใหม่ ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และป้องกันการสะสมของขยะแบตเตอรี่ที่อาจกลายเป็นวิกฤตมลพิษในอนาคต
- การเติบโตทางเศรษฐกิจ: อุตสาหกรรมรีไซเคิลสร้างงานใหม่ๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ดีต่อสุขภาพ
- การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่: โลหะมีค่าที่อยู่ในแบตเตอรี่สามารถนำกลับมาใช้ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
- การลดการปล่อยมลพิษ: การเปลี่ยนจากการเผาทำลายไปสู่การรีไซเคิลช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
บทบาทสำคัญของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในระบบนิเวศ
แม้ว่าข้อมูลการวิจัยจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการรีไซเคิลแบตเตอรี่ E-Bike ในไทยโดยตรง แต่โครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลแบตเตอรี่ในภาพรวมที่กำลังพัฒนาขึ้นนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับแบตเตอรี่ E-Bike ได้อย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เทคโนโลยี นโยบาย และความร่วมมือต่างๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการแบตเตอรี่ E-Bike ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
กรอบการทำงานของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ครอบคลุมซึ่งประเทศไทยกำลังสร้างขึ้น ตั้งแต่การรีไซเคิลตัวทำละลาย ระบบการรวบรวมแบตเตอรี่ หลักการ EPR ไปจนถึงกลไก Battery Passport ล้วนเป็นรากฐานที่จำเป็นในการรองรับแบตเตอรี่จาก E-Bike ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่กว้างขึ้น
สรุปทิศทางอนาคตของการจัดการแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน
ประเทศไทยกำลังก้าวไปบนเส้นทางที่ถูกต้องในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับการจัดการแบตเตอรี่ ผ่านการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการขับเคลื่อนจากนโยบายภาครัฐ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความร่วมมือของภาคเอกชน ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ แม้จะยังมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ทิศทางที่ชัดเจนและประโยชน์รอบด้านที่เกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีแบตเตอรี่จาก E-Bike เป็นส่วนสำคัญของภาพรวมนี้
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ความยั่งยืนด้วยยานพาหนะไฟฟ้า การเริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคือสิ่งสำคัญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
