E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่าย ใครคุ้มกว่าปี 2568
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- การตัดสินใจครั้งสำคัญของนักเดินทางยุคใหม่
- เจาะลึกค่าใช้จ่ายเริ่มต้น: ราคาซื้อรถคันแรก
- E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่าย ใครคุ้มกว่าปี 2568 ในระยะยาว
- เปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานและข้อจำกัด
- ตารางสรุปข้อดี-ข้อเสีย: E-Bike ปะทะ มอเตอร์ไซค์
- แนวโน้มตลาดและนโยบายภาครัฐที่ควรรู้
- บทสรุป: เลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
- ค้นหา E-Bike ที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด
การเปรียบเทียบระหว่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ได้กลายเป็นหัวข้อสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะส่วนบุคคลที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 ที่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากขึ้น การทำความเข้าใจความแตกต่างของค่าใช้จ่ายในทุกมิติ ตั้งแต่ราคาซื้อเริ่มต้นไปจนถึงค่าบำรุงรักษาระยะยาว จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งาน: E-Bike มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานต่อปีต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์อย่างมีนัยสำคัญ โดยประหยัดได้ประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อปี จากค่าพลังงาน, การบำรุงรักษา, และภาษี
- ราคาเริ่มต้น: แม้ว่า E-Bike รุ่นเริ่มต้นจะมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า แต่มอเตอร์ไซค์ในระดับราคาใกล้เคียงกันอาจให้สมรรถนะด้านความเร็วและระยะทางที่สูงกว่า
- ความเหมาะสมในการใช้งาน: E-Bike เหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองระยะสั้นถึงปานกลางและเน้นความประหยัด ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ตอบโจทย์การเดินทางไกลและความเร็วที่สูงกว่า
- นโยบายภาครัฐ: มาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ เช่น การลดภาษีและเงินอุดหนุน ทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดใจและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นในปี 2568
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: E-Bike เป็นยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เนื่องจากไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากการใช้งาน
การตัดสินใจครั้งสำคัญของนักเดินทางยุคใหม่
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่าย ใครคุ้มกว่าปี 2568 ไม่ใช่เป็นเพียงการเลือกยานพาหนะ แต่เป็นการเลือกไลฟ์สไตล์ทางการเงินและการเดินทางที่เหมาะสมกับตนเอง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวนและกระแสความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น จักรยานไฟฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้คนในเมือง นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน การวิเคราะห์ข้อมูลค่าใช้จ่ายอย่างรอบด้านจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่คำตอบว่ายานพาหนะประเภทใดจะมอบความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาวสำหรับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
บทความนี้จะทำการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในทุกมิติอย่างละเอียด ตั้งแต่ราคาซื้อเริ่มต้น ค่าพลังงานที่ต้องจ่ายรายปี ค่าบำรุงรักษา ไปจนถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ประกันภัยและภาษี เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะสองล้อคันใหม่เป็นไปอย่างมั่นใจและเหมาะสมกับความต้องการในปี 2568 และอนาคต
เจาะลึกค่าใช้จ่ายเริ่มต้น: ราคาซื้อรถคันแรก
ด่านแรกของการตัดสินใจคือราคาซื้อ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในตอนเริ่มต้น ยานพาหนะทั้งสองประเภทมีช่วงราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับสมรรถนะ แบรนด์ และเทคโนโลยีที่ใช้
ราคาจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
ตลาด E-Bike ในปี 2568 มีความหลากหลายสูง ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่เหมาะสมกับงบประมาณได้ง่าย โดยสามารถแบ่งช่วงราคาได้ดังนี้:
- รุ่นเริ่มต้น (Entry-Level): มีราคาอยู่ที่ประมาณ 8,900 – 11,900 บาท E-Bike ในกลุ่มนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในระยะทางสั้นๆ เช่น การเดินทางไปตลาด หรือบริเวณใกล้เคียง โดยมักจะมีความเร็วไม่สูงมากและใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก
- รุ่นมาตรฐาน (Standard): ราคาเฉลี่ยสำหรับรุ่นมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 28,000 – 35,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด รุ่นเหล่านี้มักมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงขึ้น ทำให้วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีมอเตอร์ที่ทรงพลังกว่า และโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับการเดินทางไปทำงานหรือใช้งานในชีวิตประจำวัน
- รุ่นคุณภาพสูง (High-End): สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย E-Bike ในกลุ่มนี้อาจมีราคาสูงถึง 30,000 – 60,000 บาท หรือมากกว่านั้น โดยจะใช้วัสดุคุณภาพสูง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ให้ระยะทางไกลเป็นพิเศษ และฟีเจอร์เสริมต่างๆ เช่น ระบบเกียร์ที่ดีขึ้น หน้าจอแสดงผลดิจิทัล และดีไซน์ที่สวยงาม
ราคามอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาป (ICE)
มอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วและระยะทาง โดยมีช่วงราคาที่สูงกว่า E-Bike ในภาพรวม:
- รุ่นมาตรฐาน: ราคาเริ่มต้นสำหรับมอเตอร์ไซค์ทั่วไปในตลาดอยู่ที่ประมาณ 35,000 – 50,000 บาท ในราคานี้จะได้รถที่มีสมรรถนะเพียงพอสำหรับการเดินทางในเมืองและนอกเมือง มีความเร็วสูงและสามารถเดินทางไกลได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมันบ่อยครั้ง
- รุ่นสูงขึ้น: หากต้องการเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ดีไซน์ที่โดดเด่น หรือเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มเติม ราคาก็อาจขยับสูงขึ้นไปเกินกว่า 100,000 บาท
เมื่อพิจารณาเฉพาะราคาซื้อเริ่มต้น E-Bike ในกลุ่มเริ่มต้นและมาตรฐานมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามอเตอร์ไซค์อย่างชัดเจน ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดหรือต้องการยานพาหนะสำรองสำหรับการเดินทางระยะสั้น
E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่าย ใครคุ้มกว่าปี 2568 ในระยะยาว
ความคุ้มค่าที่แท้จริงไม่ได้จบอยู่ที่ราคาซื้อ แต่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งในส่วนนี้ E-Bike แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างมาก
ค่าพลังงาน: ค่าไฟฟ้าเทียบกับค่าน้ำมัน
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน E-Bike ใช้ไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าการเติมน้ำมันของมอเตอร์ไซค์หลายเท่าตัว
- E-Bike: ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้าต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 บาท เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับระยะทางการใช้งานและความจุของแบตเตอรี่) การชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่บาท แต่สามารถวิ่งได้ระยะทาง 40-100 กิโลเมตร
- มอเตอร์ไซค์: ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงต่อปีสูงกว่าอย่างมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท หรืออาจสูงกว่านี้หากมีการใช้งานเป็นประจำทุกวันและเดินทางไกล ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่สูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพียงแค่พิจารณาค่าพลังงาน E-Bike ก็สามารถช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า 10,000 บาทต่อปีอย่างง่ายดาย
ค่าบำรุงรักษาและอะไหล่
โครงสร้างของ E-Bike ที่เรียบง่ายกว่าและมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์อย่างเห็นได้ชัด
- E-Bike: การบำรุงรักษาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ส่วนประกอบพื้นฐานของจักรยาน เช่น ระบบเบรก ยาง และโซ่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อปีประมาณ 2,000 – 3,000 บาท ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรือไส้กรองอากาศที่ซับซ้อนเหมือนมอเตอร์ไซค์
- มอเตอร์ไซค์: จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาตามระยะทางอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 2,000-4,000 กิโลเมตร การตรวจสอบหัวเทียน ไส้กรอง และระบบส่งกำลัง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมต่อปีประมาณ 5,000 – 10,000 บาท
ค่าใช้จ่ายแฝง: ประกันภัยและภาษีประจำปี
นอกจากค่าพลังงานและค่าบำรุงรักษาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา ซึ่งเป็นอีกจุดที่ E-Bike ได้เปรียบ
- E-Bike: สำหรับ E-Bike หลายรุ่นที่มีความเร็วไม่เกินกำหนด ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน ไม่ต้องทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และไม่ต้องเสียภาษีประจำปี ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เลย (ยกเว้นบางรุ่นที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน) นอกจากนี้ E-Bike บางรุ่นไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ ทำให้สะดวกต่อผู้ใช้งานหลายกลุ่ม
- มอเตอร์ไซค์: เป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. และเสียภาษีรถจักรยานยนต์ประจำปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมกันประมาณ 1,500 – 3,000 บาทต่อปี และที่สำคัญคือผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike (บาท/ปี) | มอเตอร์ไซค์ (บาท/ปี) |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (ไฟฟ้า/น้ำมัน) | 1,000 – 2,000 | 15,000 – 30,000 |
| ค่าบำรุงรักษา | 2,000 – 3,000 | 5,000 – 10,000 |
| ค่าประกันภัยและภาษี | 0 (สำหรับรุ่นที่ไม่ต้องจดทะเบียน) | 1,500 – 3,000 |
| รวมค่าใช้จ่ายต่อปี | 3,000 – 5,000 | 21,500 – 43,000 |
เปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานและข้อจำกัด
แม้ E-Bike จะโดดเด่นเรื่องความประหยัด แต่สมรรถนะการใช้งานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา ซึ่งมอเตอร์ไซค์ยังคงมีความได้เปรียบในด้านนี้
ระยะทางและความเร็ว: ใครไปได้ไกลและเร็วกว่า
- E-Bike: มีข้อจำกัดด้านระยะทาง โดยส่วนใหญ่วิ่งได้ประมาณ 40 – 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง แต่ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลข้ามจังหวัด ความเร็วสูงสุดมักจะอยู่ที่ 40 – 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการจราจรในเมือง แต่ช้ากว่ามอเตอร์ไซค์อย่างชัดเจน
- มอเตอร์ไซค์: มีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก การเติมน้ำมันเต็มถังหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 – 500 กิโลเมตร ทำให้สามารถเดินทางไกลได้อย่างสะดวกสบาย ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสูงกว่าในบางรุ่น ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วทั้งในเมืองและนอกเมือง
การรับน้ำหนักและสมรรถนะโดยรวม
ในด้านการรับน้ำหนัก ยานพาหนะทั้งสองประเภทมีความสามารถใกล้เคียงกัน โดยสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 150 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของมอเตอร์ไซค์มักถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงและทนทานกว่าสำหรับการบรรทุกหนักหรือการมีผู้โดยสารซ้อนท้ายเป็นประจำ ในขณะที่ E-Bike จะเน้นไปที่การขับขี่คนเดียวหรือบรรทุกสัมภาระเล็กน้อยมากกว่า
ตารางสรุปข้อดี-ข้อเสีย: E-Bike ปะทะ มอเตอร์ไซค์
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปข้อดีและข้อเสียของยานพาหนะแต่ละประเภทได้ดังตารางต่อไปนี้
| ด้านที่พิจารณา | E-Bike | มอเตอร์ไซค์ (ICE) |
|---|---|---|
| ความประหยัดค่าใช้จ่ายต่อปี | ✅ ดีเยี่ยม | ❌ ค่อนข้างสูง |
| ค่าบำรุงรักษาต่ำ | ✅ ดีเยี่ยม | ❌ ปานกลาง |
| เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | ✅ ดีเยี่ยม (ไม่มีการปล่อยมลพิษ) | ❌ มีการปล่อยคาร์บอน |
| ความจำเป็นของใบขับขี่ | ✅ ไม่จำเป็น (สำหรับบางรุ่น) | ❌ จำเป็น |
| ระยะทางการเดินทาง | ❌ จำกัด (เหมาะกับในเมือง) | ✅ ดีเยี่ยม (เดินทางไกลได้) |
| ความเร็วสูงสุด | ❌ ปานกลาง | ✅ ดีเยี่ยม |
| ความสะดวกในการหาพลังงาน | ✅ ชาร์จไฟบ้านได้ | ✅ สถานีบริการน้ำมันครอบคลุม |
แนวโน้มตลาดและนโยบายภาครัฐที่ควรรู้
ปัจจัยภายนอกอย่างนโยบายของภาครัฐและทิศทางของตลาดมีผลอย่างมากต่อความคุ้มค่าในการเลือกซื้อยานพาหนะ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มกำลังเอนเอียงมาทางฝั่งของยานพาหนะไฟฟ้ามากขึ้น
การสนับสนุนจากภาครัฐและผลกระทบต่อราคา
รัฐบาลไทยได้ออกนโยบายหลายอย่างเพื่อส่งเสริมการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้า รวมถึง E-Bike และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาและความน่าสนใจ:
- การลดภาษีสรรพสามิต: มีการปรับลดภาษีสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เหลือเพียง 2% ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตสามารถทำราคาจำหน่ายได้ถูกลง
- เงินอุดหนุน: มีโครงการมอบเงินอุดหนุนหรือส่วนลดสำหรับผู้ซื้อยานพาหนะไฟฟ้า ซึ่งอาจสูงถึง 10,000 บาทสำหรับ E-Bike รุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ
- ส่งเสริมการผลิตในประเทศ: การสนับสนุนให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ จะช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว ทำให้ราคาของ E-Bike ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะถูกลงอีก
อนาคตของตลาดสองล้อในประเทศไทย
ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ว่า ตลาด E-Bike ในประเทศไทยจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงถึง 12.62% จนถึงปี 2030 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งให้ความสำคัญกับความประหยัดและความยั่งยืนมากขึ้น ในขณะที่ตลาดมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาปอาจจะเริ่มคงที่หรือเติบโตในอัตราที่ช้าลง
บทสรุป: เลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
จากการเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมด คำถามที่ว่า E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่าย ใครคุ้มกว่าปี 2568 ไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานและลำดับความสำคัญของแต่ละบุคคล
- เลือก E-Bike หาก… การใช้งานหลักคือการเดินทางในเมืองหรือระยะทางไม่ไกล, ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือนและรายปีให้ได้มากที่สุด, ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม, และไม่ต้องการความยุ่งยากเรื่องการจดทะเบียนหรือใบขับขี่ (สำหรับรุ่นที่เข้าเกณฑ์) E-Bike คือตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจนในระยะยาว
- เลือกมอเตอร์ไซค์ หาก… จำเป็นต้องเดินทางไกลเป็นประจำ, ต้องการความเร็วในการเดินทางสูง, ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทางข้ามจังหวัด, และไม่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและการบำรุงรักษาที่สูงกว่า มอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ด้านสมรรถนะได้ดีกว่า
สำหรับปี 2568 ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและต้นทุนการใช้งานที่ต่ำกว่ามาก E-Bike จึงกลายเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง
ค้นหา E-Bike ที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด
การเลือก E-Bike ที่เหมาะสมกับการใช้งานคือกุญแจสำคัญสู่ความคุ้มค่าสูงสุด ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike หลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับขี่ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อค้นหา E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshopping
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
