เทียบหมัดต่อหมัด! ค่าใช้จ่าย E-Bike vs มอเตอร์ไซค์
- ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- บทวิเคราะห์เบื้องต้น: E-Bike และมอเตอร์ไซค์
- การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: ไฟฟ้าปะทะน้ำมัน
- ค่าบำรุงรักษา: ต้นทุนแฝงที่ต้องพิจารณา
- เจาะลึกค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาว
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และข้อกฎหมายที่ควรรู้
- เลือกพาหนะให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้งาน
- ตารางสรุปเปรียบเทียบ E-Bike vs มอเตอร์ไซค์
- บทสรุป: พาหนะใดที่คุ้มค่าที่สุด
- เลือกซื้อพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมกับคุณ
ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและค่าครองชีพสูงขึ้น การมองหาพาหนะส่วนบุคคลที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ การพิจารณาเพื่อเทียบหมัดต่อหมัด! ค่าใช้จ่าย E-Bike vs มอเตอร์ไซค์ เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองตัวเลือกต่างมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การตัดสินใจเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าที่คล่องตัวและประหยัด กับมอเตอร์ไซค์ที่ให้ความเร็วและระยะทางที่ไกลกว่า จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกในทุกมิติ ตั้งแต่ค่าพลังงาน ค่าบำรุงรักษา ไปจนถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: E-Bike มีค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจประหยัดกว่าถึง 5-7 เท่า
- การบำรุงรักษา: จักรยานไฟฟ้ามีชิ้นส่วนน้อยกว่าและไม่มีเครื่องยนต์สันดาป ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์อย่างมาก
- ความคุ้มค่าระยะยาว: เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายรวมในระยะเวลา 5 ปี E-Bike สามารถช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า 40,000 บาท เมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย: E-Bike ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือจ่ายภาษีประจำปี ซึ่งแตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้
- ลักษณะการใช้งาน: การเลือกพาหนะที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินทางในแต่ละวัน โดย E-Bike เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นถึงกลาง ขณะที่มอเตอร์ไซค์ตอบโจทย์การเดินทางไกลและความเร็วสูง
บทวิเคราะห์เบื้องต้น: E-Bike และมอเตอร์ไซค์
การตัดสินใจเลือกยานพาหนะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อตัวเลือกหลักคือจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และมอเตอร์ไซค์ ซึ่งรวมถึงมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า การเปรียบเทียบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ หรือผู้ที่ใช้รถในการประกอบอาชีพ การทำความเข้าใจในความแตกต่างของค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานของพาหนะแต่ละประเภท จะช่วยให้สามารถวางแผนทางการเงินและเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในทุกแง่มุม ตั้งแต่ต้นทุนด้านพลังงานซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในแต่ละวัน ไปจนถึงค่าบำรุงรักษาที่มักเป็นต้นทุนแฝงที่หลายคนมองข้าม นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษี, พ.ร.บ., และข้อกำหนดด้านใบขับขี่ เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและช่วยในการตัดสินใจว่าระหว่าง E-Bike กับมอเตอร์ไซค์ ตัวเลือกใดจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมและประหยัดที่สุดสำหรับการเดินทางในระยะยาว
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: ไฟฟ้าปะทะน้ำมัน
ปัจจัยแรกและสำคัญที่สุดในการเปรียบเทียบความคุ้มค่าคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนหมุนเวียนที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการใช้งาน ความแตกต่างระหว่างค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนและรายปีอย่างมหาศาล
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): ความประหยัดที่จับต้องได้
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike โดดเด่นอย่างมากในเรื่องของความประหยัดพลังงาน ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ โดยทั่วไปแล้ว การชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike จนเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าเพียงประมาณ 5 บาทเท่านั้น ซึ่งการชาร์จเต็มครั้งหนึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางเฉลี่ย 40-60 กิโลเมตร
เมื่อคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร จะพบว่า E-Bike มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 0.08 ถึง 0.12 บาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางไปทำงาน หรือการไปซื้อของในระยะใกล้เคียง มีค่าใช้จ่ายที่น้อยจนแทบไม่รู้สึกถึงภาระทางการเงิน
มอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาป: ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ในทางกลับกัน มอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในซึ่งต้องพึ่งพาน้ำมันเบนซิน มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงกว่าอย่างชัดเจน หากสมมติให้มอเตอร์ไซค์มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่ 60 กิโลเมตรต่อลิตร และราคาน้ำมันอยู่ที่ 36 บาทต่อลิตร เมื่อคำนวณแล้วจะพบว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 0.6 บาทต่อกิโลเมตร
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของมอเตอร์ไซค์น้ำมันสูงกว่า E-Bike ถึง 5-7 เท่า ซึ่งหมายความว่าในระยะทางที่เท่ากัน ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์จะต้องจ่ายค่าน้ำมันมากกว่าผู้ใช้ E-Bike อย่างมีนัยสำคัญ ความแตกต่างนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: ทางเลือกกึ่งกลางที่น่าสนใจ
สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพและความเร็วใกล้เคียงกับมอเตอร์ไซค์ แต่ยังคงต้องการความประหยัดของพลังงานไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 0.12 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับ E-Bike และต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างมาก ถือเป็นตัวเลือกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความประหยัดสูงสุดของ E-Bike และสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ทั่วไป
ค่าบำรุงรักษา: ต้นทุนแฝงที่ต้องพิจารณา
นอกเหนือจากค่าพลังงานแล้ว ค่าบำรุงรักษาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาว พาหนะที่มีโครงสร้างซับซ้อนและมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวจำนวนมากมักจะมีค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า
E-Bike: ดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายน้อย
ข้อได้เปรียบที่สำคัญของ E-Bike คือระบบที่ไม่ซับซ้อน เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์สันดาป จึงไม่ต้องมีการบำรุงรักษาตามระยะ เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, การเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย, หรือการดูแลระบบระบายความร้อน การบำรุงรักษาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ส่วนประกอบพื้นฐานของจักรยาน เช่น ยาง, ระบบเบรก, และโซ่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูง
ส่วนประกอบหลักที่มีค่าใช้จ่ายคือแบตเตอรี่ ซึ่งโดยทั่วไปมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 3 ปีขึ้นไป ดังนั้น ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจึงน้อยมาก ทำให้ E-Bike เป็นตัวเลือกที่สบายกระเป๋าในระยะยาว
มอเตอร์ไซค์น้ำมัน: รายจ่ายประจำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
มอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปต้องการการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะทาง, การตรวจสอบและเปลี่ยนหัวเทียน, การทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศ และการซ่อมแซมชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ที่อาจสึกหรอไปตามกาลเวลา ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นรายจ่ายประจำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และสูงกว่าค่าบำรุงรักษาของ E-Bike อย่างชัดเจน
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: ลดภาระแต่ยังคงมีค่าใช้จ่าย
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าช่วยลดภาระค่าบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์สันดาปลงไปได้มาก แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาส่วนอื่นๆ ที่เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เช่น การเปลี่ยนยาง, ผ้าเบรก, และระบบช่วงล่าง ซึ่งมีอัตราการสึกหรอสูงกว่า E-Bike เนื่องจากน้ำหนักและความเร็วที่มากกว่า นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายประจำปีในส่วนของ พ.ร.บ. และภาษี ซึ่งทำให้ค่าบำรุงรักษาโดยรวมยังคงสูงกว่า E-Bike
เจาะลึกค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาว
เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่ชัดเจนที่สุด การคำนวณค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาวเป็นสิ่งจำเป็น โดยจะเปรียบเทียบจากสมมติฐานการใช้งานที่ระยะทาง 50 กิโลเมตรต่อวัน
การคำนวณค่าใช้จ่ายรายปีและ 5 ปี
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike):
- ค่าไฟต่อวัน: ประมาณ 6 บาท
- ค่าไฟต่อปี: 6 บาท/วัน x 365 วัน = 2,190 บาท
- ค่าไฟใน 5 ปี: 2,190 บาท/ปี x 5 ปี = 10,950 บาท
- มอเตอร์ไซค์น้ำมัน:
- ค่าน้ำมันต่อวัน: ประมาณ 30 บาท
- ค่าน้ำมันต่อปี: 30 บาท/วัน x 365 วัน = 10,950 บาท
- ค่าน้ำมันใน 5 ปี: 10,950 บาท/ปี x 5 ปี = 54,750 บาท
ตัวเลขความประหยัดที่น่าทึ่งของ E-Bike
จากข้อมูลการคำนวณข้างต้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในระยะเวลา 5 ปี เฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเดียว การเลือกใช้ E-Bike สามารถประหยัดเงินได้มากถึง 43,800 บาท เมื่อเทียบกับการใช้มอเตอร์ไซค์น้ำมัน ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษาที่ E-Bike จ่ายน้อยกว่า ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างของความประหยัดเพิ่มขึ้นไปอีก นับเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความคุ้มค่าของจักรยานไฟฟ้าในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และข้อกฎหมายที่ควรรู้
นอกเหนือจากค่าพลังงานและค่าบำรุงรักษา ยังมีค่าใช้จ่ายและข้อบังคับอื่นๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
ภาษีและพ.ร.บ.
หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญของ E-Bike คือการได้รับการยกเว้นในส่วนนี้ โดยผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายภาษีรถประจำปีและไม่ต้องทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ทุกประเภท ทั้งแบบใช้น้ำมันและแบบไฟฟ้า จำเป็นต้องจ่ายภาษีและทำ พ.ร.บ. ทุกปี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องนำมาคำนวณด้วย
ใบขับขี่และข้อบังคับการใช้งาน
ตามกฎหมายปัจจุบัน จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนดและใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน ไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ในทางตรงกันข้าม ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ทั้งแบบน้ำมันและไฟฟ้าจำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ E-Bike
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ค่าจอดรถ ในบางสถานที่อาจมีการเก็บค่าจอดสำหรับมอเตอร์ไซค์ แต่สำหรับ E-Bike ซึ่งมีลักษณะคล้ายจักรยานทั่วไป มักจะสามารถจอดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ E-Bike ที่ซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือมักจะมีการรับประกันสินค้าอย่างน้อย 1 ปี ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าซ่อมในช่วงแรกของการใช้งาน
เลือกพาหนะให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้งาน
ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกพาหนะที่ “ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล
จักรยานไฟฟ้า: เหมาะสมกับการเดินทางระยะใกล้ถึงกลาง
E-Bike เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการพาหนะสำหรับการเดินทางในเมือง การเดินทางระยะสั้นถึงกลางที่ไม่เกิน 40-60 กิโลเมตรต่อวัน เช่น การไปทำงาน, ไปเรียน, หรือไปซื้อของในบริเวณใกล้เคียง หากใช้งานในระยะทางสั้นๆ เพียง 2-3 กิโลเมตรต่อวัน อาจไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกวัน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน E-Bike เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดสูงสุด ความคล่องตัว และความสะดวกในการดูแลรักษา
มอเตอร์ไซค์: ตอบโจทย์การเดินทางไกลและความเร็วสูง
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในระยะทางที่ไกลขึ้น หรือต้องการความเร็วในการเดินทางที่สูงกว่า มอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบางรุ่นสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และทำความเร็วได้สูงถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่มอเตอร์ไซค์น้ำมันก็ให้ระยะทางและความยืดหยุ่นในการเติมพลังงานที่หาได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามเมืองหรือใช้ความเร็วบนถนนสายหลักเป็นประจำ
ตารางสรุปเปรียบเทียบ E-Bike vs มอเตอร์ไซค์
| ด้านที่เปรียบเทียบ | E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน | มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า |
|---|---|---|---|
| ค่าพลังงานต่อกิโลเมตร | 0.08 – 0.12 บาท | ~0.6 บาท | ~0.12 บาท |
| ค่าพลังงานต่อปี (โดยประมาณ) | ~2,190 บาท | ~10,950 บาท | ~2,190 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา | ต่ำมาก | สูง | ปานกลาง |
| ภาษี / พ.ร.บ. | ไม่มี | มี | มี |
| ใบขับขี่ | ไม่จำเป็น | จำเป็น | จำเป็น |
| ระยะทางต่อการชาร์จ/เติม | 40 – 60 กม. | ~300+ กม. | 150+ กม. |
| ความเร็วสูงสุด | 25 – 45 กม./ชม. | 80 – 100+ กม./ชม. | 100+ กม./ชม. |
บทสรุป: พาหนะใดที่คุ้มค่าที่สุด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า หากเป้าหมายหลักคือการประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุดสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันในระยะทางไม่ไกลนัก จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำมาก รวมถึงการไม่มีภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีและข้อกำหนดเรื่องใบขับขี่ ทำให้ E-Bike เป็นแชมป์ด้านความประหยัดอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม หากลักษณะการใช้งานต้องการระยะทางที่ไกลกว่าและความเร็วที่สูงขึ้น มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยยังคงความประหยัดด้านพลังงานไว้ได้ดีกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างมาก ในขณะที่มอเตอร์ไซค์น้ำมันยังคงตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทางไกลและความสะดวกในการเติมเชื้อเพลิง ดังนั้น การเลือกพาหนะที่เหมาะสมที่สุดจึงขึ้นอยู่กับการประเมินความต้องการและไลฟ์สไตล์การเดินทางของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ
เลือกซื้อพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมกับคุณ
หากท่านกำลังพิจารณาเลือกซื้อพาหนะไฟฟ้าเพื่อตอบโจทย์การเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการใช้งาน
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับขี่ได้ที่ร้าน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
