ต้องมีใบขับขี่ไหม? กฎหมาย E-Bike-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2568
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
- เจาะลึกนิยาม: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในมุมมองกฎหมายไทย
- ตอบทุกข้อสงสัย: กฎหมาย E-Bike-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2568
- การใช้งานบนท้องถนน: ขี่ที่ไหนได้บ้างและข้อควรระวัง
- ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะสองล้อประเภทต่างๆ ปี 2568
- อนาคตของกฎหมายยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทย
- บทสรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
การเติบโตของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาเกี่ยวกับข้อบังคับการใช้งาน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ต้องมีใบขับขี่ไหม? กฎหมาย E-Bike-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2568 ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้และผู้ที่สนใจจำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- สถานะทางกฎหมาย: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในท้องตลาดปัจจุบัน ยังไม่ถูกจัดว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
- ใบอนุญาตขับขี่: เนื่องจากไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ จึงยังไม่มีข้อบังคับให้ผู้ขับขี่ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปต้องมีใบอนุญาตขับขี่ในปี 2568
- การจดทะเบียน: ยานพาหนะเหล่านี้ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนเพื่อขอแผ่นป้ายทะเบียนได้ เนื่องจากขาดคุณสมบัติและอุปกรณ์ความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับรถจักรยานยนต์
- การใช้งานบนถนนสาธารณะ: กรมการขนส่งทางบกยังไม่แนะนำให้นำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเทาทางกฎหมายและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
- จักรยานยนต์ไฟฟ้า: ยานพาหนะสองล้อไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์สูงและมีอุปกรณ์ครบถ้วนตามกฎหมาย จะถูกจัดเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบขับขี่และต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้อง
ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล หรือ Personal Electric Vehicle (PEV) กลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางระยะใกล้ในเขตเมือง ด้วยความสะดวก คล่องตัว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเข้ามาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีนี้ได้สร้างความท้าทายให้กับกรอบกฎหมายที่มีอยู่เดิม ซึ่งออกแบบมาสำหรับยานพาหนะรูปแบบเก่า การทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจและใช้งานได้อย่างเหมาะสม
สถานะทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike ในประเทศไทยยังคงเป็นพื้นที่ที่กำลังพัฒนา กฎหมายปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมยานพาหนะประเภทนี้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแล
ความสำคัญของกฎหมาย E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
การมีกฎหมายและข้อบังคับที่ชัดเจนสำหรับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความสำคัญในหลายมิติ ประการแรกคือ ด้านความปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้ทางเท้าร่วมกัน การกำหนดมาตรฐานของยานพาหนะ ความเร็วสูงสุดที่อนุญาต และพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ประการที่สองคือ ด้านความรับผิดชอบทางกฎหมาย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนทำให้การเรียกร้องค่าเสียหายหรือการบังคับใช้ประกันภัยเป็นไปได้ยาก และประการสุดท้ายคือ การส่งเสริมการใช้งานอย่างยั่งยืน กฎหมายที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ และสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการเดินทางที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ใครที่ควรให้ความสำคัญกับข้อบังคับนี้
กลุ่มบุคคลที่ควรติดตามและทำความเข้าใจข้อบังคับเกี่ยวกับยานพาหนะไฟฟ้าเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย:
- ผู้ใช้งานปัจจุบัน: เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้งานของตนเองเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่สร้างความเดือดร้อน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับเจ้าหน้าที่
- ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ: การทราบข้อจำกัดทางกฎหมายจะช่วยให้สามารถเลือกซื้อยานพาหนะที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานและพื้นที่ที่จะใช้งานได้
- ผู้ปกครอง: สำหรับผู้ที่ซื้อ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้กับบุตรหลาน การทำความเข้าใจกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของเยาวชน
- ผู้ประกอบการและผู้นำเข้า: เพื่อที่จะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ลูกค้าและปฏิบัติตามมาตรฐานที่อาจมีการกำหนดขึ้นในอนาคต
เจาะลึกนิยาม: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในมุมมองกฎหมายไทย
หัวใจสำคัญของคำถามที่ว่า E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่หรือไม่นั้น อยู่ที่การตีความ “นิยาม” ของยานพาหนะตามกฎหมายไทยที่มีอยู่ ซึ่งหลักๆ แล้วจะอ้างอิงตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
นิยาม “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้ให้นิยามของ “รถจักรยานยนต์” ไว้ว่า คือ “รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพิ่มอีกไม่เกินหนึ่งล้อ” นอกจากนี้ กฎกระทรวงยังได้กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะและอุปกรณ์ส่วนควบที่จำเป็นสำหรับรถจักรยานยนต์ที่จะสามารถจดทะเบียนได้ ซึ่งรวมถึง:
- ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ: ไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว, ไฟเบรก
- อุปกรณ์ความปลอดภัย: แตรสัญญาณ, กระจกมองข้าง
- มาตรวัด: มาตรวัดความเร็ว
- กำลังของมอเตอร์หรือเครื่องยนต์: ต้องมีกำลังเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
ยานพาหนะใดๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด จะถือว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” และต้องเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียน มีแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์
เหตุผลที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังไม่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่จำหน่ายและใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มักถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานในพื้นที่จำกัด จึงขาดอุปกรณ์ส่วนควบหลายอย่างที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับรถจักรยานยนต์ เช่น ไม่มีกระจกมองข้าง, ไม่มีไฟเลี้ยว, หรือมีมาตรวัดความเร็วที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าก็มักจะต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ต้องจดทะเบียน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จึงไม่สามารถถูกจัดประเภทเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามกฎหมายได้ ทำให้ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนได้ และส่งผลให้ไม่มีข้อบังคับเรื่องใบขับขี่โดยตรงนั่นเอง
ความแตกต่างระหว่าง “จักรยานยนต์ไฟฟ้า” และ “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า”
สิ่งสำคัญที่ต้องแยกให้ออกคือความแตกต่างระหว่าง “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” (Electric Motorcycle) กับ “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” (Electric Scooter) หรือ “จักรยานไฟฟ้า” (E-Bike) ทั่วไป
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: คือยานพาหนะสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีสมรรถนะสูง และได้รับการออกแบบให้มีอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ สามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ มีแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า / E-Bike ทั่วไป: คือยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่มักมีกำลังมอเตอร์ไม่สูงนัก ความเร็วจำกัด และไม่มีอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วนตามมาตรฐานรถจักรยานยนต์ ยานพาหนะกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ยังอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ไม่ต้องใช้ใบขับขี่ และไม่สามารถจดทะเบียนได้
ตอบทุกข้อสงสัย: กฎหมาย E-Bike-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2568
เมื่อเข้าใจถึงนิยามและหลักการตีความทางกฎหมายแล้ว ก็จะสามารถตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในปี 2568 ได้อย่างชัดเจน
ใบอนุญาตขับขี่: จำเป็นหรือไม่สำหรับปี 2568
สรุปได้ว่า สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าทั่วไปที่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้สำหรับรถจักรยานยนต์ ในปี 2568 ยังไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ เนื่องจากยานพาหนะเหล่านี้ยังไม่ถูกจัดประเภทเป็นรถจักรยานยนต์ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ อย่างไรก็ตาม หากมีการขับขี่รถ “จักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่ผ่านการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ตามกฎหมายจราจร
การจดทะเบียนและแผ่นป้ายทะเบียน: สามารถทำได้หรือไม่
ไม่สามารถทำได้ สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike ทั่วไป การที่จะนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้นั้น ตัวรถจะต้องมีมาตรฐานและอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว การไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การใช้งานบนถนนสาธารณะมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงทางกฎหมาย
ข้อบังคับใหม่จากกรมการขนส่งทางบกปี 2568
ในปี 2568 กรมการขนส่งทางบกได้มีการปรับปรุงประกาศและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้า โดยมีการปรับหลักเกณฑ์การวัดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าและกำหนดมาตรฐานใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การกำหนดมาตรฐานสำหรับ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จะนำมาจดทะเบียนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ระบุให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือ E-Bike ทั่วไปต้องมีใบขับขี่หรือต้องจดทะเบียน สถานะของยานพาหนะกลุ่มนี้จึงยังคงเดิม คือเป็นยานพาหนะที่กฎหมายยังรองรับไม่เต็มรูปแบบ
การใช้งานบนท้องถนน: ขี่ที่ไหนได้บ้างและข้อควรระวัง
แม้ว่าจะยังไม่มีข้อบังคับเรื่องใบขับขี่ แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ “สามารถนำไปขี่บนถนนสาธารณะได้หรือไม่” ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาเตือนและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง
“ถนนสาธารณะ”: พื้นที่สีเทาทางกฎหมาย
กรมการขนส่งทางบกให้คำแนะนำว่า การใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะมีความเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากสถานะทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน การนำยานพาหนะที่ไม่ได้จดทะเบียนมาวิ่งบนทางจราจรอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ในข้อหา “นำรถที่มิได้จดทะเบียนและเสียภาษีมาใช้ในทาง” หรือข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การที่รถไม่มีประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาล
โทษและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
ถึงแม้จะไม่มีโทษโดยตรงสำหรับการ “ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดยไม่มีใบขับขี่” แต่ผู้ขับขี่อาจเผชิญกับบทลงโทษจากกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้ เช่น:
- ความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์: หากเจ้าหน้าที่ตีความว่ายานพาหนะนั้นเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์แต่ไม่ได้จดทะเบียน อาจมีโทษปรับ
- ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก: การขับขี่ในลักษณะกีดขวางการจราจร หรือการขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น อาจมีโทษปรับได้
- ความรับผิดทางแพ่ง: หากเกิดอุบัติเหตุไปสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือบุคคลอื่น ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและเพื่อความปลอดภัย ควรจำกัดการใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น:
- ในบริเวณบ้าน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล
- ในหมู่บ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียมที่อนุญาต
- สวนสาธารณะ หรือพื้นที่นันทนาการที่มีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ เช่น หมวกกันน็อก สนับเข่า และสนับศอก แม้กฎหมายจะยังไม่บังคับ แต่ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะสองล้อประเภทต่างๆ ปี 2568
| คุณสมบัติ | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (จดทะเบียนได้) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า / E-Bike (ทั่วไป) |
|---|---|---|
| การจดทะเบียน | จำเป็น (ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก) | ไม่สามารถทำได้ (คุณสมบัติไม่ครบตามกฎหมาย) |
| ใบอนุญาตขับขี่ | จำเป็น (ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์) | ไม่จำเป็น (ยังไม่มีกฎหมายบังคับ) |
| ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) | จำเป็น (ต้องจัดทำเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) | ไม่สามารถทำได้ |
| การใช้งานบนถนนสาธารณะ | ถูกกฎหมาย (สามารถใช้งานได้เหมือนรถจักรยานยนต์ทั่วไป) | ไม่แนะนำ / พื้นที่สีเทา (มีความเสี่ยงทางกฎหมายและอันตราย) |
อนาคตของกฎหมายยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทย
เป็นที่คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะมีการพิจารณาออกกฎหมายหรือข้อบังคับเฉพาะสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-mobility) เหล่านี้ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามแนวทางของหลายประเทศทั่วโลกที่ได้เริ่มทำไปแล้ว โดยอาจมีการกำหนดประเภทยานพาหนะใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมกับข้อบังคับด้านความปลอดภัย เช่น การจำกัดความเร็ว, การบังคับสวมหมวกกันน็อก, การกำหนดพื้นที่ใช้งานที่ชัดเจน (เช่น เลนจักรยาน) และอาจรวมถึงการทำประกันภัยประเภทใหม่สำหรับยานพาหนะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ผู้ใช้งานจึงควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดต่อไป
บทสรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
โดยสรุปสำหรับคำถาม ต้องมีใบขับขี่ไหม? กฎหมาย E-Bike-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2568 คำตอบคือ สำหรับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ยังไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่และไม่สามารถจดทะเบียนได้ เนื่องจากยังไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานบนถนนสาธารณะยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมายและมีความเสี่ยงสูง ผู้ใช้งานควรตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้และเลือกใช้งานในพื้นที่ที่ปลอดภัยและได้รับอนุญาตเท่านั้น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยส่วนบุคคลด้วยการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อการตัดสินใจ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า E-bike และจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมและเข้าใจข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอย่างถ่องแท้
สามารถเข้ามาชมสินค้าหรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
วันและเวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE หรือ LINE
