เช็กลิสต์ดูแล E-Bike ง่ายๆ ทำเองได้ ยืดอายุใช้งาน
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ E-Bike ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน การปฏิบัติตาม เช็กลิสต์ดูแล E-Bike ง่ายๆ ทำเองได้ ยืดอายุใช้งาน จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระยะยาว
สรุปประเด็นสำคัญในการดูแลจักรยานไฟฟ้า
- การตรวจสอบสภาพยางและแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
- ระบบขับเคลื่อน เช่น โซ่ และระบบเบรก จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาด หล่อลื่น และปรับตั้งอย่างถูกต้อง เพื่อการขับขี่ที่ราบรื่นและปลอดภัย
- แบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจของ E-Bike ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งในด้านการทำความสะอาดขั้วต่อและการชาร์จไฟอย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- การป้องกัน E-Bike จากความชื้นและน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน
- การตรวจสอบสภาพโดยรวมของโครงสร้างและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ช่วยป้องกันความเสียหายรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน
ความสำคัญของการบำรุงรักษา E-Bike ด้วยตนเอง
E-Bike มีความซับซ้อนกว่าจักรยานทั่วไป เนื่องจากมีส่วนประกอบทางไฟฟ้าเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุม การละเลยการบำรุงรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ระยะทางที่วิ่งได้สั้นลง ไปจนถึงความเสียหายของชิ้นส่วนสำคัญที่มีราคาสูง การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ที่ผู้ใช้งานสามารถทำได้เองเป็นประจำ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาสภาพของจักรยานไฟฟ้าให้เหมือนใหม่และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบที่มีราคาแพงที่สุดอย่างแบตเตอรี่และมอเตอร์อีกด้วย การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบตามเช็กลิสต์ในแต่ละสัปดาห์หรือก่อนการใช้งานทุกครั้ง จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนต้องพึ่งพาช่างผู้ชำนาญและมีค่าใช้จ่ายสูงตามมา
เช็กลิสต์ดูแล E-Bike ง่ายๆ ทำเองได้ ยืดอายุใช้งาน
การดูแล E-Bike ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยุ่งยากหรือต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเสมอไป เช็กลิสต์ต่อไปนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถปฏิบัติตามได้ง่ายๆ ที่บ้าน เพื่อให้จักรยานไฟฟ้าคู่ใจอยู่ในสภาพดีเยี่ยมและปลอดภัยในทุกการเดินทาง
การตรวจสอบยางและแรงดันลมยาง: จุดเริ่มต้นของความปลอดภัย
ยางเป็นส่วนประกอบเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง การดูแลรักษายางจึงส่งผลต่อทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความนุ่มนวลในการขับขี่ ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ควรเดินสำรวจรอบๆ จักรยานเพื่อตรวจดูสภาพของยางทั้งสองเส้น มองหาร่องรอยความเสียหาย เช่น รอยแตกลายงา รอยบาด หรือวัตถุแปลกปลอมที่ฝังอยู่ในเนื้อยาง เช่น เศษแก้วหรือตะปู หากพบควรรีบนำออกทันทีเพื่อป้องกันปัญหายางรั่วซึม
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือแรงดันลมยาง การที่ลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น เพิ่มแรงต้านในการขับขี่ ซึ่งส่งผลให้มอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองพลังงานจากแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ยางจะถูกบดกับขอบล้อจนเสียหายได้ ในทางกลับกัน หากลมยางแข็งเกินไปก็จะลดการยึดเกาะถนนและทำให้การขับขี่กระด้าง ไม่นุ่มนวล โดยทั่วไปแล้ว แรงดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับ E-Bike จะอยู่ที่ประมาณ 30 psi ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง แต่หากมีการบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม อาจเพิ่มแรงดันลมยางเป็น 32 psi ได้ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบค่าแรงดันลมยางที่แนะนำซึ่งระบุไว้บนแก้มยางแต่ละเส้นเพื่อความแม่นยำสูงสุด การตรวจสอบและเติมลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยให้ E-Bike วิ่งได้อย่างราบรื่น ประหยัดพลังงาน และปลอดภัย
โซ่และระบบขับเคลื่อน: พลังที่ต้องดูแล
โซ่คือส่วนสำคัญในการถ่ายทอดกำลังจากมอเตอร์และแรงปั่นไปยังล้อหลัง โซ่ที่สกปรกและขาดการหล่อลื่นจะทำให้เกิดเสียงดังรบกวน สร้างแรงเสียดทานสูง ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน และเกิดการสึกหรอของทั้งโซ่และชุดเฟืองอย่างรวดเร็ว การดูแลโซ่ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งหรือหลังจากใช้งานในสภาพที่เปียกชื้นหรือมีฝุ่นมาก
เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาด ใช้ผ้าแห้งและสะอาดเช็ดคราบสกปรก ฝุ่น ทราย และน้ำมันเก่าออกจากโซ่ให้ได้มากที่สุด อาจใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขัดในบริเวณข้อต่อที่เข้าถึงยาก จากนั้นจึงใช้น้ำมันหล่อลื่นโซ่ที่ออกแบบมาสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ (แนะนำให้ใช้ชนิดสำหรับ E-Bike ซึ่งทนต่อแรงบิดสูงได้ดี) หยอดลงบนข้อต่อของโซ่ทีละข้ออย่างช้าๆ ขณะหมุนบันไดไปข้างหลังเพื่อให้น้ำมันกระจายตัวอย่างทั่วถึง ทิ้งไว้สักครู่ให้น้ำมันซึมเข้าไปหล่อลื่นด้านใน จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดน้ำมันส่วนเกินที่อยู่ด้านนอกออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกกลับมาเกาะติดได้ง่าย การดูแลโซ่ให้สะอาดและหล่อลื่นอยู่เสมอไม่เพียงช่วยให้ระบบขับเคลื่อนทำงานเงียบและราบรื่น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของชุดขับเคลื่อนทั้งหมดด้วย
ระบบเบรก: ความปลอดภัยที่ต้องมาก่อน
ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพคือหลักประกันความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดในการขับขี่ E-Bike ซึ่งมักจะมีความเร็วและน้ำหนักมากกว่าจักรยานทั่วไป การตรวจสอบระบบเบรกควรทำเป็นประจำทุกเดือน เริ่มจากการตรวจสอบความหนาของผ้าเบรก หากเป็นเบรกแบบดิสก์ ให้มองเข้าไปในคาลิปเปอร์เบรก หากพบว่าเนื้อผ้าเบรกเหลือความหนาน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร หรือบางกว่าความหนาของแผ่นโลหะที่ยึดอยู่ ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนใหม่
สำหรับเบรกระบบไฮดรอลิก ควรตรวจสอบสายเบรกตลอดแนวเพื่อหาร่องรอยการรั่วซึมของน้ำมันเบรก และลองกำเบรกให้สุด หากรู้สึกว่ามือเบรกยวบหรือจมลงไปจนติดแฮนด์ อาจเป็นสัญญาณว่ามีอากาศอยู่ในระบบหรือน้ำมันเบรกพร่อง ซึ่งควรนำไปให้ช่างผู้ชำนาญทำการไล่อากาศและเติมน้ำมันเบรกใหม่ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบการทำงานของเบรกโดยการเข็นจักรยานแล้วลองกำเบรกดู ล้อควรจะหยุดหมุนทันทีโดยไม่มีเสียงผิดปกติ หากเบรกมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด อาจเกิดจากความสกปรกบนใบดิสก์หรือผ้าเบรก ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้ด้วยน้ำยาทำความสะอาดเบรกโดยเฉพาะ การปรับตั้งระยะเบรกให้เหมาะสมกับการจับของแต่ละบุคคลก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถหยุดรถได้อย่างมั่นใจและทันท่วงที
แบตเตอรี่: แหล่งพลังงานที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
แบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวใจของ E-Bike และเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุด การดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด ควรตรวจสอบขั้วต่อแบตเตอรี่และช่องเสียบบนตัวรถเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ใช้ผ้าแห้งและสะอาดเช็ดทำความสะอาดฝุ่นผงที่อาจเกาะอยู่ หากพบว่ามีคราบออกไซด์ (คราบขี้เกลือสีเขียวหรือขาว) ก่อตัวขึ้นที่ขั้วโลหะ ให้ใช้สเปรย์ทำความสะอาดหน้าสัมผัสทางไฟฟ้า (Contact Cleaner) ฉีดแล้วเช็ดออกเบาๆ เพื่อให้การส่งผ่านกระแสไฟฟ้าเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ในด้านการชาร์จ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปแล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ใน E-Bike ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นหากไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเกลี้ยง (ต่ำกว่า 20%) หรือชาร์จทิ้งไว้จนเต็ม 100% เป็นเวลานานๆ การรักษาระดับประจุให้อยู่ระหว่าง 20-80% จะช่วยถนอมเซลล์แบตเตอรี่ได้ดีที่สุด หากไม่ได้ใช้งาน E-Bike เป็นเวลานาน (หลายสัปดาห์) ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด แต่ควรรักษาระดับประจุไว้ที่ประมาณ 50-60% และนำมาชาร์จกระตุ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
มอเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์: สมองกลของจักรยาน
แม้ว่ามอเตอร์และระบบควบคุมส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิดและไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก แต่การสังเกตความผิดปกติก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ทำได้ ควรตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน โดยการเปิดระบบไฟฟ้าและลองใช้งานในโหมดต่างๆ ฟังเสียงการทำงานของมอเตอร์ว่ามีเสียงผิดปกติ เช่น เสียงหอน เสียงเสียดสี หรือเสียงกระตุกหรือไม่ ขณะขับขี่ควรสังเกตการตอบสนองของระบบช่วยปั่นว่าทำงานราบรื่น สม่ำเสมอตามที่ควรจะเป็นหรือไม่
E-Bike หลายรุ่นมาพร้อมกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อเพื่อตรวจสอบสถานะของระบบ อัปเดตเฟิร์มแวร์ และวินิจฉัยข้อผิดพลาดเบื้องต้นได้ ควรใช้ฟังก์ชันนี้ตรวจสอบเป็นระยะ นอกจากนี้ ควรทำการตรวจสอบภายนอกบริเวณตัวมอเตอร์ว่ามีร่องรอยการรั่วซึมของน้ำมันหรือสารหล่อลื่นหรือไม่ และตรวจสอบว่าตัวมอเตอร์ยึดติดกับโครงรถอย่างแน่นหนา ไม่มีการคลอนหรือหลวม หากพบสัญญาณผิดปกติใดๆ ควรหยุดใช้งานและนำรถเข้าปรึกษาศูนย์บริการหรือช่างผู้ชำนาญทันที
โครงสร้างและช่วงล่าง: ความแข็งแกร่งที่มองข้ามไม่ได้
โครงสร้างของ E-Bike ต้องรับน้ำหนักที่มากกว่าจักรยานทั่วไป ทั้งจากตัวมอเตอร์ แบตเตอรี่ และแรงบิดที่สูงขึ้น การตรวจสอบสภาพโครงรถจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ควรทำความสะอาดโครงรถเป็นประจำและในระหว่างทำความสะอาดให้สังเกตหาร่องรอยความเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อมต่อต่างๆ เช่น บริเวณคอแฮนด์ และจุดยึดมอเตอร์ มองหารอยร้าวของสีหรือรอยแตกของโลหะ หากพบสิ่งผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ควรหยุดใช้งานทันทีและนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย
สำหรับ E-Bike ที่มีระบบช่วงล่างหรือโช้คอัพ ควรตรวจสอบหาร่องรอยการรั่วซึมของน้ำมันหรืออากาศบริเวณซีลของโช้ค และควรทำความสะอาดแกนโช้คให้ปราศจากฝุ่นและโคลนหลังการใช้งานเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปทำลายซีลภายใน การตั้งค่าแรงดันลมหรือความหนืดของช่วงล่างให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและสไตล์การขับขี่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถปรับตั้งได้ตามคู่มือที่มากับรถ การดูแลส่วนนี้จะช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและควบคุมรถได้ดีขึ้น
การดูแล E-Bike ในสถานการณ์พิเศษ
นอกจากการบำรุงรักษาตามปกติแล้ว การดูแลเพิ่มเติมในบางสถานการณ์ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพื่อปกป้อง E-Bike จากปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้
การรับมือกับฤดูฝนและความชื้น
แม้ว่า E-Bike ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้มีระบบกันน้ำในระดับหนึ่ง (IP Rating) เพื่อป้องกันความเสียหายจากฝนหรือละอองน้ำ แต่การป้องกันเพิ่มเติมย่อมดีกว่าเสมอ เมื่อต้องจอดรถไว้กลางแจ้งในช่วงฤดูฝน ควรใช้ผ้าคลุมรถที่กันน้ำได้เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำสัมผัสกับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรงเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณหน้าจอแสดงผล, สวิตช์ควบคุม, ช่องเสียบชาร์จ และแบตเตอรี่ หลังจากขับขี่ลุยฝนหรือบริเวณที่มีน้ำขัง ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดตัวรถและส่วนประกอบทางไฟฟ้าทันทีเพื่อไล่ความชื้นออกไปให้หมด การปล่อยให้ความชื้นสะสมอาจทำให้เกิดการลัดวงจรหรือการกัดกร่อนที่ขั้วต่อต่างๆ ได้ในระยะยาว
การจัดเก็บระยะยาว
หากมีความจำเป็นต้องจอด E-Bike ทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน มีข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมจากการดูแลแบตเตอรี่ที่กล่าวไปแล้ว คือการปิดเบรกเกอร์หลักของรถ (ถ้ามี) ซึ่งโดยปกติจะอยู่ใกล้กับแบตเตอรี่หรือมอเตอร์ การทำเช่นนี้จะช่วยตัดการเชื่อมต่อของระบบไฟฟ้าทั้งหมด เป็นการป้องกันการรั่วไหลของกระแสไฟที่อาจเกิดขึ้นได้แม้ในขณะที่ปิดสวิตช์กุญแจแล้ว และช่วยรักษาสภาพแบตเตอรี่ได้ดียิ่งขึ้น ควรเก็บรถไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแดดหรือฝนโดยตรง เพื่อรักษาสภาพสีและชิ้นส่วนต่างๆ ให้คงทน
การบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพียงเล็กน้อยในวันนี้ สามารถประหยัดค่าซ่อมแซมราคาแพงในวันหน้า และรับประกันว่า E-Bike ของคุณพร้อมใช้งานเสมอ
ตารางสรุปการบำรุงรักษา E-Bike เบื้องต้น
| จุดตรวจสอบ | วิธีดูแล | ความถี่ |
|---|---|---|
| ยางและลมยาง | เติมลมตามสเปค, ตรวจรอยปริแตก, สภาพดอกยาง | ก่อนขี่ทุกครั้ง, รายสัปดาห์ |
| โซ่ | เช็ดทำความสะอาด, ทาน้ำมันหล่อลื่นโซ่ | รายสัปดาห์ / หลังลุยฝน |
| ระบบเบรก | ตรวจผ้าเบรก, ดูระดับน้ำมันเบรก, ปรับตั้งเบรก | รายเดือน |
| แบตเตอรี่และขั้วต่อ | ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่, ชาร์จตามคำแนะนำ | รายสัปดาห์ |
| มอเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ | ตรวจสอบเสียง, ใช้แอปตรวจสอบ, ดูรอยน้ำมันรั่ว | รายเดือน |
| โครงรถและช่วงล่าง | ตรวจรอยร้าว, ตรวจสอบการทำงานและรอยรั่วซึมของช่วงล่าง | รายเดือน / เมื่อรู้สึกผิดปกติ |
| การป้องกันน้ำ | คลุมรถในช่วงฝน, ระวังน้ำเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้า | ตามสภาพอากาศ |
บทสรุป: การดูแลเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การปฏิบัติตาม เช็กลิสต์ดูแล E-Bike ง่ายๆ ทำเองได้ ยืดอายุใช้งาน อย่างสม่ำเสมอ คือแนวทางที่ดีที่สุดในการรักษาสมรรถนะ ความปลอดภัย และมูลค่าของจักรยานไฟฟ้าไว้ในระยะยาว การบำรุงรักษาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ส่วนประกอบสำคัญอย่างแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบขับเคลื่อนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจพบปัญหาเล็กน้อยได้ก่อนที่จะบานปลายเป็นความเสียหายใหญ่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง แม้ว่าการดูแลเบื้องต้นส่วนใหญ่ผู้ใช้จะสามารถทำเองได้ แต่การนำ E-Bike เข้ารับการตรวจเช็คโดยช่างผู้ชำนาญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อทำการบำรุงรักษาเชิงลึก เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก, การตั้งศูนย์ล้อ หรือการอัปเดตระบบเฟิร์มแวร์เชิงลึก ก็ยังคงเป็นสิ่งที่แนะนำเพื่อความสมบูรณ์สูงสุดในการใช้งาน
ค้นหา E-Bike และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่หลากหลาย หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรักษา GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @giantshoppingmall
- Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
