สถานีสลับแบตฯ E-Bike: เทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในไทย
การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเดินทางในเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ผู้ใช้ยังคงเผชิญคือระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่ยาวนานและข้อจำกัดด้านสถานีชาร์จ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ แนวคิด “สถานีสลับแบตเตอรี่” จึงถือกำเนิดขึ้นและกำลังกลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง
- แก้ปัญหาการรอชาร์จ: สถานีสลับแบตเตอรี่ช่วยลดระยะเวลารอคอยจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาที ทำให้การใช้งาน E-Bike มีความต่อเนื่องและสะดวกสบายเทียบเท่าการเติมน้ำมัน
- ขับเคลื่อนโดยผู้เล่นรายใหญ่: บริษัทชั้นนำหลายแห่งได้เข้ามาลงทุนและพัฒนาเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่อย่างจริงจัง เช่น PTT, Sleek EV, และ วินโนนี่ ซึ่งช่วยเร่งการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น
- ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองและกลุ่มไรเดอร์: เทคโนโลยีนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ใช้งานในเมืองที่ต้องการความรวดเร็ว รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ที่ต้องใช้งานรถตลอดทั้งวัน
- ส่งเสริมนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ: การมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานที่สะดวก จะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการลดมลภาวะของประเทศ
สถานีสลับแบตฯ E-Bike: เทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในไทย กำลังกลายเป็นคำตอบที่สำคัญสำหรับข้อจำกัดของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในปัจจุบัน ระบบนี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานนำแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดมาแลกเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้อย่างรวดเร็วผ่านตู้บริการอัตโนมัติ แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยขจัดความกังวลเรื่องระยะเวลาการชาร์จ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ผ่านการจัดการที่มีประสิทธิภาพจากผู้ให้บริการ นับเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานและสนับสนุนการเดินทางที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสำหรับสังคมเมืองที่มีการสัญจรหนาแน่นและต้องการความคล่องตัวสูงสุด
ทำไมสถานีสลับแบตฯ E-Bike จึงกลายเป็นกระแสสำคัญ
กระแสความนิยมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายของภาครัฐที่เอื้อให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกกฎหมาย ประกอบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักที่ผู้ใช้งานยังคงเผชิญคือข้อจำกัดด้านระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และความไม่สะดวกในการรอชาร์จแบตเตอรี่เป็นเวลานาน ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองและผู้ประกอบอาชีพที่ต้องใช้รถตลอดวัน เช่น กลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารหรือพัสดุ
สถานีสลับแบตเตอรี่ หรือ Battery Swapping Station จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยตรง โดยเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “รอชาร์จ” เป็นการ “สลับเปลี่ยน” ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีหรือแม้กระทั่งไม่กี่วินาที ทำให้ผู้ใช้งาน E-Bike สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง นวัตกรรมนี้จึงไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจและทลายกำแพงสำคัญที่ขัดขวางการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของใครหลายคนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ สถานีสลับแบตเตอรี่จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยก้าวสู่ยุคของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มศักยภาพ
แนวคิดและหลักการทำงานเบื้องหลัง
เพื่อให้เข้าใจถึงศักยภาพของเทรนด์นี้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานและกลไกการทำงานที่ทำให้สถานีสลับแบตเตอรี่มีความโดดเด่นและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นิยามของสถานีสลับแบตเตอรี่
สถานีสลับแบตเตอรี่ คือ จุดบริการอัตโนมัติที่มีลักษณะคล้ายตู้ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่ ภายในบรรจุแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ที่ถูกชาร์จจนเต็มและพร้อมใช้งานจำนวนหลายก้อน สถานีเหล่านี้มักถูกติดตั้งในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย เช่น สถานีบริการน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือจุดสำคัญต่างๆ ทั่วเมือง ผู้ใช้งานสามารถค้นหาตำแหน่งของสถานีที่ใกล้ที่สุดผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน และเข้ารับบริการแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนการใช้งานที่สะดวกและรวดเร็ว
กระบวนการใช้งานถูกออกแบบมาให้ง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้:
- ค้นหาสถานี: ผู้ใช้เปิดแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการเพื่อค้นหาสถานีที่ใกล้ที่สุด และตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ที่พร้อมให้บริการแบบเรียลไทม์
- ยืนยันตัวตน: เมื่อเดินทางไปถึงสถานี ผู้ใช้ทำการสแกน QR Code หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเพื่อเริ่มทำรายการ
- สลับแบตเตอรี่: ช่องเก็บแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มจะเปิดออกโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้นำแบตเตอรี่ก้อนใหม่ไปใส่ในรถของตนเอง จากนั้นนำแบตเตอรี่ก้อนเก่าที่พลังงานหมดแล้วใส่กลับเข้าไปในช่องที่ว่างอยู่
- ชำระเงินและสิ้นสุดบริการ: ระบบจะทำการตัดเงินค่าบริการผ่านช่องทางการชำระเงินที่ผูกไว้ในแอปพลิเคชัน และผู้ใช้สามารถเดินทางต่อได้ทันที
ข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าการชาร์จแบบดั้งเดิม
โมเดลการสลับแบตเตอรี่มีข้อดีที่สำคัญหลายประการเมื่อเทียบกับการชาร์จที่บ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะ:
- ความเร็ว: ลดระยะเวลาจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุด
- ความสะดวกสบาย: ไม่ต้องพกพาสายชาร์จ และไม่ต้องมองหาปลั๊กไฟเพื่อจอดชาร์จเป็นเวลานาน
- การจัดการแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ในระบบจะถูกดูแลและชาร์จอย่างถูกวิธีโดยผู้ให้บริการ ช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ให้สูงสุด
- ลดต้นทุนเริ่มต้น: ในบางโมเดลธุรกิจ ผู้ใช้อาจซื้อ E-Bike โดยไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่ แต่ใช้รูปแบบการสมัครสมาชิกเพื่อใช้บริการสลับแบตเตอรี่แทน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นได้อย่างมาก
- ประหยัดพื้นที่: ผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีจุดชาร์จส่วนตัวสามารถเข้าถึงการใช้งาน E-Bike ได้ง่ายขึ้น
ผู้ให้บริการหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในประเทศไทย
การเติบโตของเทรนด์สถานีสลับแบตเตอรี่ในไทยไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมโดยบริษัทชั้นนำหลายแห่งที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้ แต่ละรายมีจุดเด่นและกลยุทธ์ในการขยายเครือข่ายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
| ผู้ให้บริการ | นวัตกรรม/จุดเด่น | กลุ่มเป้าหมายหลัก | แผนการขยายเครือข่าย |
|---|---|---|---|
| Swap & Go (PTT) | เครือข่ายในสถานีบริการน้ำมัน PTT, ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน, สนับสนุนโดยบริษัทพลังงานแห่งชาติ | ผู้ใช้งานทั่วไป, ไรเดอร์ | ขยายตัวต่อเนื่องตามสถานีบริการน้ำมัน PTT ทั่วประเทศ |
| Sleek EV (S Pods) | ติดตั้งทุก 7-9 กม., กระจายในห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, เน้นไลฟ์สไตล์ | คนรุ่นใหม่, ผู้ใช้งานในเมือง | วางแผนติดตั้ง 225 จุดทั่วประเทศ |
| วินโนนี่ & STROM X | ตู้สลับแบตเตอรี่อัตโนมัติ 72V, ความร่วมมือกับบางจาก, ออกแบบเพื่อไรเดอร์โดยเฉพาะ | ไรเดอร์, ผู้ใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า STROM | วางแผน 100 จุดเริ่มต้นตามสถานีบริการน้ำมันบางจาก |
| Aionex | เทคโนโลยี Hot Swap เปลี่ยนแบตใน 10 วินาที, แพลตฟอร์ม IOV ตรวจสอบสถานะแบตเรียลไทม์ | ผู้ใช้งานในกรุงเทพฯ ที่ต้องการความเร็วสูงสุด | มีสถานีกว่า 100 แห่งในกรุงเทพฯ |
Swap & Go: การลงทุนจากยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน
Swap & Go เป็นแบรนด์ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้ความได้เปรียบจากเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT ที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นฐานในการติดตั้งสถานีสลับแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกและครอบคลุม จุดเด่นคือการใช้งานที่ง่ายผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถค้นหาสถานีและเปลี่ยนแบตเตอรี่เก่าเป็นแบตเตอรี่ใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอชาร์จ โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนไทยไปสู่ความยั่งยืนและลดมลภาวะในระยะยาว
Sleek EV: เครือข่ายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
Sleek EV นำเสนอสถานีสลับแบตเตอรี่ภายใต้ชื่อ “S Pods” โดยมีกลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป คือการมุ่งเน้นติดตั้งสถานีตามจุดยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, และร้านกาแฟ ด้วยเป้าหมายที่จะมีสถานีให้บริการทุกๆ 7-9 กิโลเมตร เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาสถานีได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในเมือง ภายใต้สโลแกน “Lifestyle in Motion” Sleek EV ตั้งเป้าที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนการติดตั้งกว่า 225 จุดทั่วประเทศ พร้อมศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายในกว่า 22 จังหวัด
วินโนนี่ และ STROM X: โซลูชันเพื่อไรเดอร์มืออาชีพ
วินโนนี่ (WINNONIE) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายสลับแบตเตอรี่รายใหญ่ของไทย ได้ร่วมมือกับ STROM X เพื่อพัฒนาตู้สลับแบตเตอรี่อัตโนมัติขนาด 72V ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า STROM โดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำงาน การติดตั้งสถานีจะเน้นไปที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยมีเป้าหมายเริ่มต้นที่ 100 จุด ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ระหว่างผู้ผลิตรถและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะทางได้อย่างตรงจุด
Aionex: นวัตกรรม Hot Swap ใน 10 วินาที
Aionex ชูจุดเด่นด้านความเร็วด้วยระบบ “Hot Swap” ที่สามารถทำการสลับแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาเพียง 10 วินาที ผ่านเครือข่ายสถานีกว่า 100 แห่งในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังใช้แพลตฟอร์ม IOV (Internet of Vehicles) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Aionex นำเสนอโมเดลที่ครอบคลุมทั้งตัวรถและบริการ เช่น รุ่น S7 ที่สามารถวิ่งได้ไกล 80 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุด 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการโซลูชันการเดินทางในเมืองที่รวดเร็วและครบวงจร
ความท้าทายและทิศทางในอนาคต
แม้ว่าสถานีสลับแบตเตอรี่ E-Bike จะมีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่การขยายตัวของเทคโนโลยีนี้ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ขณะเดียวกันก็มีโอกาสและแนวโน้มที่น่าสนใจรออยู่ในอนาคต
อุปสรรคด้านมาตรฐานและความเข้ากันได้ของแบตเตอรี่
ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการขาดมาตรฐานกลางสำหรับแบตเตอรี่ E-Bike ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการแต่ละรายต่างพัฒนาระบบและแบตเตอรี่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ทำให้แบตเตอรี่ของแบรนด์หนึ่งไม่สามารถใช้งานกับสถานีของอีกแบรนด์หนึ่งได้ สิ่งนี้สร้างความยุ่งยากให้กับผู้บริโภคและอาจจำกัดการเติบโตของตลาดในภาพรวม การสร้างมาตรฐานกลางสำหรับขนาด, รูปทรง, และช่องทางการเชื่อมต่อของแบตเตอรี่จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบนิเวศนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ต้นทุนในการลงทุนสร้างเครือข่ายสถานีให้ครอบคลุมยังคงเป็นอุปสรรคที่ต้องใช้เงินทุนและระยะเวลาในการดำเนินการ
บทบาทของนโยบายภาครัฐในการส่งเสริม
นโยบายของภาครัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเทรนด์นี้ การสนับสนุนให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มาตรการส่งเสริมเพิ่มเติม เช่น การให้เงินอุดหนุนสำหรับการติดตั้งสถานี, การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการและผู้ใช้งาน, หรือการกำหนดมาตรฐานกลางของแบตเตอรี่ จะเป็นปัจจัยเร่งที่ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานนี้ขยายตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การสนับสนุนจากภาครัฐไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย
การจัดแสดงนวัตกรรมและโอกาสทางการตลาด
งานจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เช่น งาน Sustainability Expo (SX) ที่จัดขึ้นเป็นประจำ มีบทบาทสำคัญในการเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดสู่สาธารณชน ในงาน SX2025 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะมีการจัดแสดงนวัตกรรม E-Bike และโซลูชันการชาร์จที่หลากหลาย ทั้งแบบชาร์จที่บ้าน, สถานีชาร์จสาธารณะ, และระบบสลับแบตเตอรี่ งานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับเทคโนโลยีจริง แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจและสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ที่จะผลักดันตลาดให้เติบโตต่อไป
เทรนด์สถานีสลับแบตเตอรี่ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ปัญหาทางเทคนิค แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนให้หันมาใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
บทสรุป: อนาคตของการเดินทางด้วยไฟฟ้าในเมืองไทย
สถานีสลับแบตฯ E-Bike: เทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นมากกว่าแค่แนวคิด แต่เป็นโซลูชันที่เกิดขึ้นจริงและกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถในการขจัดปัญหาเรื่องระยะเวลาการชาร์จที่ยาวนาน ทำให้การใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความสะดวกสบายและคล่องตัวเทียบเท่ากับการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน การเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดได้ช่วยเร่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากขึ้น
แม้จะยังมีความท้าทายด้านมาตรฐานของแบตเตอรี่และการลงทุนที่สูง แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อนาคตของสถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทยจึงมีความสดใสอย่างยิ่ง และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในเมืองใหญ่ต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในชีวิตประจำวัน GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมให้คำแนะนำและบริการอย่างมืออาชีพ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshoppingmall
เว็บไซต์: ติดต่อเรา
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
