AI ใน E-Bike: เทรนด์ความปลอดภัยที่จะมาแรงในปี 2026
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- นิยามใหม่ของความปลอดภัยบนสองล้อไฟฟ้า
-
เจาะลึกเทรนด์หลักด้านความปลอดภัยจาก AI ใน E-Bike ปี 2026
- ระบบตรวจจับอันตรายและผู้ช่วยอัจฉริยะในการขับขี่ (Driving Assist)
- เทคโนโลยีเรดาร์ตรวจจับด้านหลังเพื่อความปลอดภัยสูงสุด (Radar Safety)
- ยกระดับการป้องกันด้วยระบบกันขโมยอัจฉริยะ (Advanced Anti-Theft)
- ระบบไฟส่องสว่างและการมองเห็นแบบอัตโนมัติ (Automated Lighting)
- การนำทางอัจฉริยะเพื่อเส้นทางที่ปลอดภัยและรวดเร็วกว่า (Smart Navigation)
- สรุปภาพรวมฟีเจอร์ความปลอดภัยด้วย AI
- การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
- ความท้าทายและข้อควรพิจารณาในการนำเทคโนโลยีมาใช้
- บทสรุป: อนาคตของการเดินทางด้วย E-Bike ที่ชาญฉลาดและปลอดภัย
- เลือกสรรจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
การเดินทางในเมืองกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกระแสความนิยมชั่วคราว แต่คืออนาคตของการสัญจรที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้งานและผู้ผลิตให้ความสนใจเป็นอันดับแรก และในปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- การปฏิวัติความปลอดภัย: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานใน E-Bike ภายในปี 2026 โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกผ่านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ เช่น การตรวจจับจุดบอดและการแจ้งเตือนการชน
- เทคโนโลยีเรดาร์และเซ็นเซอร์: การนำเทคโนโลยีเรดาร์ตรวจจับด้านหลังมาใช้ใน E-Bike จะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากมุมอับสายตาได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุในเขตเมืองได้ถึง 20%
- ระบบป้องกันการโจรกรรมยุคใหม่: AI จะทำให้ระบบกันขโมยมีความชาญฉลาดและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลชีวมาตร (Biometrics) การติดตามด้วย GPS แบบเรียลไทม์ และการควบคุมจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน
- การเชื่อมต่ออัจฉริยะ: E-Bike จะไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะเดี่ยวๆ อีกต่อไป แต่จะสามารถเชื่อมต่อกับยานพาหนะอื่น (V2X) และโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นิยามใหม่ของความปลอดภัยบนสองล้อไฟฟ้า
เทคโนโลยี AI ใน E-Bike: เทรนด์ความปลอดภัยที่จะมาแรงในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นรูปธรรมที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางในชีวิตประจำวัน ปัญญาประดิษฐ์ในบริบทของ E-Bike หมายถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้ ตัดสินใจ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมการขับขี่ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่นและเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงที่คาดเดาได้ยาก
ความสำคัญของเทรนด์นี้เกิดขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเดินทางที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยสูงสุด AI จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยระแวดระวังภัยแทนผู้ขับขี่ตลอดเวลา ตั้งแต่การแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางไปจนถึงการป้องกันการโจรกรรม ซึ่งคาดว่าภายในปี 2026 ฟีเจอร์เหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในตลาดระดับกลางถึงบน กลุ่มผู้ที่ควรให้ความสนใจในเทคโนโลยีนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใช้งานทั่วไป แต่ยังรวมถึงผู้ผลิตยานพาหนะไฟฟ้า นักวางผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน
เจาะลึกเทรนด์หลักด้านความปลอดภัยจาก AI ใน E-Bike ปี 2026
ปัญญาประดิษฐ์จะถูกนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายฟังก์ชันเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่ E-Bike โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความซับซ้อนและพลุกพล่าน เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานเชิงรุก ลดความเสี่ยงก่อนที่อันตรายจะเกิดขึ้น
ระบบตรวจจับอันตรายและผู้ช่วยอัจฉริยะในการขับขี่ (Driving Assist)
หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดคือระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบนี้ใช้กล้องและเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่ง (Accelerometer) เพื่อสแกนสภาพแวดล้อมรอบตัวจักรยานอย่างต่อเนื่อง ฟังก์ชันหลักประกอบด้วย:
- การตรวจจับจุดบอด (Blind Spot Detection): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมียานพาหนะอื่นเข้ามาในบริเวณที่เป็นมุมอับสายตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุจำนวนมาก
- การแจ้งเตือนการชน (Collision Alert): ระบบจะคำนวณความเร็วและระยะห่างจากวัตถุด้านหน้า และส่งสัญญาณเตือนหากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน
- การแจ้งเตือนอันตรายบนพื้นผิวถนน (Hazard Alerts): AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับสภาพถนนที่ผิดปกติ เช่น หลุมบ่อ หรือพื้นผิวที่ลื่น และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หรือในบางรุ่นอาจมีระบบช่วยชะลอความเร็วอัตโนมัติ (Slowing Assist)
บริษัทชั้นนำอย่าง Bosch ได้เริ่มพัฒนาต้นแบบที่มีคุณสมบัติกึ่งอัตโนมัติ (Semi-autonomous Features) และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2026 ซึ่งจะทำให้ E-Bike สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างชาญฉลาด เช่น การเบรกอัตโนมัติเมื่อการจราจรติดขัดกะทันหัน
เทคโนโลยีเรดาร์ตรวจจับด้านหลังเพื่อความปลอดภัยสูงสุด (Radar Safety)
การนำเทคโนโลยีเรดาร์มาใช้กับ E-Bike ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยเชิงรุก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Segway Myon E-Bike ที่เปิดตัวในงาน CES 2025 ซึ่งมาพร้อมกับเรดาร์ในตัวสำหรับตรวจจับยานพาหนะที่เข้ามาจากด้านหลังและในจุดบอดโดยเฉพาะ
เมื่อเรดาร์ตรวจพบวัตถุที่อาจเป็นอันตราย ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังผู้ขับขี่ผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น การสั่นที่แฮนด์จักรยาน, การแสดงไฟเตือนบนหน้าจอ หรือการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ความไวของเรดาร์ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเร็วและสภาพแวดล้อมการขับขี่ เพื่อลดการแจ้งเตือนที่ผิดพลาด (False Positives) ข้อมูลจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่คล้ายกันในรถยนต์ชี้ว่า ระบบนี้มีศักยภาพในการลดอุบัติเหตุในเมืองได้สูงถึง 20%
ยกระดับการป้องกันด้วยระบบกันขโมยอัจฉริยะ (Advanced Anti-Theft)
การโจรกรรมเป็นอีกหนึ่งความกังวลหลักของผู้ใช้งาน E-Bike ซึ่ง AI ได้เข้ามาปฏิวัติระบบป้องกันให้มีความปลอดภัยและใช้งานง่ายขึ้นอย่างมาก:
- การยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมาตร (Biometrics): แทนที่การใช้กุญแจแบบเดิม E-Bike รุ่นใหม่จะใช้การสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าเพื่อปลดล็อก ทำให้มีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้
- การติดตามด้วย GPS และ Geofencing: ระบบ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้นจะทำงานร่วมกับ Geofencing ซึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตพื้นที่ปลอดภัย เมื่อจักรยานถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ที่กำหนด ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของเจ้าของทันที
- การตอบโต้ระยะไกล: ในกรณีที่เกิดการโจรกรรม เจ้าของสามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชันเพื่อเปิดเสียงสัญญาณเตือน (Audible Alarm) หรือล็อกการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้จักรยานไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ยังมีการผสานรวมกับบริการติดตามอุปกรณ์อย่าง Find My Device เพื่อให้การติดตามและนำจักรยานกลับคืนมาเป็นเรื่องง่ายขึ้น
ระบบไฟส่องสว่างและการมองเห็นแบบอัตโนมัติ (Automated Lighting)
การมองเห็นที่ชัดเจนเป็นหัวใจของความปลอดภัย โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย AI จะเข้ามาควบคุมระบบไฟส่องสว่างให้ทำงานอย่างชาญฉลาด โดยสามารถปรับระดับความสว่างของไฟหน้าและไฟท้ายได้อัตโนมัติตามสภาพแสงแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีระบบ “ไฟเลี้ยวเชิงคาดการณ์” (Predictive Signaling) ที่อาจทำงานร่วมกับระบบนำทาง เพื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อนถึงทางแยก ช่วยให้ยานพาหนะอื่นรับรู้ทิศทางของผู้ขับขี่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การนำทางอัจฉริยะเพื่อเส้นทางที่ปลอดภัยและรวดเร็วกว่า (Smart Navigation)
ระบบนำทางใน E-Bike ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะทำได้มากกว่าการบอกเส้นทางจากจุด A ไปยังจุด B โดยระบบจะวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ แบบเรียลไทม์ ทั้งสภาพการจราจร, สภาพอากาศ, และระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ เพื่อคำนวณและแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุด ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้ถึง 15% แต่ยังช่วยหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ถนนที่มีการก่อสร้าง หรือบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ V2X (Vehicle-to-Everything) Connectivity ซึ่งจะช่วยให้ E-Bike สามารถสื่อสารกับยานพาหนะอื่นๆ และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เช่น สัญญาณไฟจราจร เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางที่ปลอดภัยและราบรื่น
สรุปภาพรวมฟีเจอร์ความปลอดภัยด้วย AI
เพื่อให้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีความปลอดภัยจาก AI ที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ใน E-Bike ปี 2026 ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปฟีเจอร์หลักและประโยชน์ได้ดังตารางต่อไปนี้
| ฟีเจอร์ AI ด้านความปลอดภัย | ตัวอย่างผลิตภัณฑ์/เทคโนโลยี | ประโยชน์หลัก |
|---|---|---|
| การตรวจจับจุดบอดและการชน | เทคโนโลยีเรดาร์ใน Segway Myon, ต้นแบบจาก Bosch | คาดการณ์ว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุในเขตเมืองได้สูงถึง 20% |
| ระบบติดตามป้องกันการโจรกรรม | GPS + Geofencing + Biometrics | เพิ่มโอกาสในการได้จักรยานที่ถูกขโมยคืนและป้องกันการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต |
| ระบบช่วยปั่นและแจ้งเตือนอันตราย | AI วิเคราะห์ข้อมูลจาก Accelerometers | ปรับกำลังช่วยปั่นอัตโนมัติตามสภาพเส้นทางและแจ้งเตือนหลุมบ่อล่วงหน้า |
| ระบบไฟส่องสว่างเชิงคาดการณ์ | ระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ (Automated Brightness Adjustment) | เพิ่มการมองเห็นของผู้ขับขี่และทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นในที่มืด |
การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ศักยภาพของ AI ใน E-Bike ไม่ได้หยุดอยู่แค่ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Internet of Things (IoT) และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
E-Bike จะถูกติดตั้งเซ็นเซอร์ IoT เพื่อรวบรวมข้อมูลการทำงานของส่วนประกอบต่างๆ เช่น สุขภาพของแบตเตอรี่ อุณหภูมิมอเตอร์ และสภาพของระบบเบรก ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปวิเคราะห์โดย AI เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนจะเกิดความเสียหายล่วงหน้า (Predictive Maintenance) ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานนำจักรยานไปตรวจเช็คก่อนที่จะเกิดปัญหา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากอุปกรณ์บกพร่อง เช่น ปัญหาไฟไหม้แบตเตอรี่ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย UL 2849 ที่คาดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในปี 2026
การเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ (Smart City Integration)
ในอนาคต E-Bike จะสามารถเชื่อมต่อกับระบบของเมืองอัจฉริยะได้โดยตรงผ่าน AI ทำให้ผู้ขับขี่สามารถค้นหาที่จอดรถสำหรับ E-Bike หรือสถานีชาร์จแบตเตอรี่ที่ใกล้ที่สุดได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังสามารถสื่อสารกับสัญญาณไฟจราจรเพื่อปรับเปลี่ยนจังหวะไฟให้สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของกลุ่มจักรยาน ช่วยให้การเดินทางในเมืองมีความคล่องตัวและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงเพื่อลดสิ่งรบกวน (Conversational AI)
เพื่อลดสิ่งรบกวนระหว่างการขับขี่ E-Bike รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับระบบสั่งการด้วยเสียง (Conversational AI) ผู้ขับขี่สามารถใช้คำสั่งเสียงแบบแฮนด์ฟรีเพื่อควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เช่น “เปลี่ยนเป็นโหมด Eco” หรือ “นำทางไปยังที่ทำงาน” โดยไม่ต้องละมือจากแฮนด์หรือละสายตาจากท้องถนน ซึ่งช่วยเพิ่มสมาธิในการขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก
ความท้าทายและข้อควรพิจารณาในการนำเทคโนโลยีมาใช้
แม้ว่าเทคโนโลยี AI จะมีศักยภาพสูง แต่การนำมาปรับใช้ในวงกว้างยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องพิจารณา:
- ความแม่นยำของเซ็นเซอร์: การแจ้งเตือนที่ผิดพลาด (False Positives) จากระบบเรดาร์หรือเซ็นเซอร์อาจสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใช้งานได้ ดังนั้น ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับปรุงอัลกอริทึมและเพิ่มความสามารถในการปรับความไวของเซ็นเซอร์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
- กฎระเบียบและข้อบังคับ: ในบางภูมิภาค เช่น ยุโรป มีการจำกัดความเร็วของ E-Bike ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาและการทำงานของฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่บางอย่าง การปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น
- การอัปเดตซอฟต์แวร์: เนื่องจาก AI เป็นเทคโนโลยีที่ต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรักษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบให้ทันสมัยอยู่เสมอ
- ต้นทุนที่สูงขึ้น: การติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงย่อมทำให้ราคาของ E-Bike สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นอย่างยุโรปและเอเชีย ต้นทุนการผลิตจะค่อยๆ ลดลงและทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
บทสรุป: อนาคตของการเดินทางด้วย E-Bike ที่ชาญฉลาดและปลอดภัย
เทรนด์ AI ใน E-Bike ที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก จากเดิมที่เน้นเพียงประสิทธิภาพของมอเตอร์และแบตเตอรี่ ไปสู่การเป็นยานพาหนะอัจฉริยะ (Smart E-Bike) ที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และป้องกันอันตรายได้ด้วยตัวเอง บริษัทชั้นนำอย่าง Segway, Bosch, และ CYKE กำลังบุกเบิกเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของความปลอดภัยบนท้องถนน
ฟีเจอร์ต่างๆ ตั้งแต่ระบบเรดาร์ตรวจจับจุดบอด การแจ้งเตือนการชน ระบบป้องกันการโจรกรรมด้วยข้อมูลชีวมาตร ไปจนถึงการนำทางอัจฉริยะ จะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ในสภาพแวดล้อมของเมืองที่ซับซ้อน แม้จะยังมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ทิศทางที่ชัดเจนคืออนาคตของการเดินทางด้วย E-Bike จะเป็นอนาคตที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ
เลือกสรรจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีและต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ทันสมัยและปลอดภัย ที่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์การใช้งานในเมือง
สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่ร้าน หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ FACEBOOK PAGE และ LINE
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
