E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่ายหมัดต่อหมัด 2026
- สรุปประเด็นสำคัญของการเปรียบเทียบ
- บทนำ: ทำไมการเปรียบเทียบนี้จึงสำคัญในปี 2026
- การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น: กำแพงด่านแรกของการเป็นเจ้าของ
- ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: ค่าไฟ vs ค่าน้ำมัน
- ค่าบำรุงรักษา: ความแตกต่างที่ซ่อนอยู่ในระยะยาว
- บทสรุปค่าใช้จ่ายรวมตลอด 5 ปี: E-Bike vs มอเตอร์ไซค์
- มุมมองอนาคตปี 2026 และข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม
- สรุปและแนวทางการตัดสินใจ
การตัดสินใจเลือกระหว่างยานพาหนะส่วนบุคคลสองล้อกำลังเป็นประเด็นสำคัญในยุคที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง การเปรียบเทียบระหว่าง E-Bike vs มอเตอร์ไซค์: เทียบค่าใช้จ่ายหมัดต่อหมัด 2026 จึงไม่ใช่แค่การเลือกสไตล์ แต่เป็นการวิเคราะห์ทางการเงินอย่างละเอียดเพื่อค้นหาทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น ค่าพลังงาน ค่าบำรุงรักษา ไปจนถึงภาพรวมต้นทุนการเป็นเจ้าของตลอด 5 ปี เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นกลางสำหรับการตัดสินใจ
สรุปประเด็นสำคัญของการเปรียบเทียบ
- ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น: จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มีราคาซื้อเริ่มต้นที่ต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่
- ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: E-Bike มีความได้เปรียบอย่างท่วมท้น โดยมีค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้าต่ำกว่าค่าน้ำมันของมอเตอร์ไซค์ถึง 80-90% เมื่อคำนวณจากระยะทางที่เท่ากัน
- ค่าบำรุงรักษา: ด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อนน้อยกว่าและไม่มีเครื่องยนต์สันดาป E-Bike จึงมีค่าบำรุงรักษาในระยะยาวที่ต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์อย่างชัดเจน
- ความคุ้มค่าโดยรวม: เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดระยะเวลา 5 ปี E-Bike พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่าหลายเท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในเขตเมืองและการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง
การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายระหว่าง E-Bike vs มอเตอร์ไซค์ เป็นการประเมินความคุ้มค่าของยานพาหนะสองประเภทที่ตอบสนองต่อความต้องการในการเดินทางที่แตกต่างกัน จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำ ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วและระยะทางที่ไกลกว่า การเปรียบเทียบนี้จะพิจารณาข้อมูลทางการเงินอย่างรอบด้าน เพื่อให้เห็นภาพรวมของต้นทุนที่แท้จริงตลอดอายุการใช้งานของยานพาหนะแต่ละประเภท
บทนำ: ทำไมการเปรียบเทียบนี้จึงสำคัญในปี 2026
ในปี 2026 แนวโน้มด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกจะยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น ปัจจัยหลายอย่างผลักดันให้ผู้บริโภคต้องพิจารณาทางเลือกในการเดินทางอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความกังวลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม นโยบายภาครัฐที่อาจส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือความไม่แน่นอนของราคาพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล การเปรียบเทียบนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานในเมือง นักเรียน นักศึกษา ผู้ให้บริการขนส่งเดลิเวอรี่ และบุคคลทั่วไปที่กำลังมองหายานพาหนะที่สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้สามารถวางแผนทางการเงินและเลือกยานพาหนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและงบประมาณได้อย่างเหมาะสมที่สุด
การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น: กำแพงด่านแรกของการเป็นเจ้าของ
ราคาซื้อถือเป็นปัจจัยแรกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่พิจารณา และเป็นจุดที่ E-Bike และมอเตอร์ไซค์มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนที่สุด ความแตกต่างของราคานี้สะท้อนถึงเทคโนโลยี ความซับซ้อนของส่วนประกอบ และสมรรถนะของยานพาหนะแต่ละประเภท
ราคาซื้อ E-Bike ในระดับต่างๆ
E-Bike มีช่วงราคาที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการใช้งาน โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้:
- รุ่นเริ่มต้น (Entry-Level): มีราคาประมาณ 28,000–52,000 บาท ($800–$1,500) มักเป็นรุ่นพื้นฐาน เช่น จักรยานล้อโต (Fat Tire) ที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในเมือง สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 48-160 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- รุ่นระดับกลางถึงสูง (Mid-to-High Range): ราคาจะขยับขึ้นไปที่ประมาณ 70,000–140,000 บาท ($2,000–$4,000) รุ่นเหล่านี้มักมีสมรรถนะสูงขึ้น เช่น มอเตอร์ขนาด 750W ขึ้นไป เหมาะสำหรับการใช้งานบนเส้นทางวิบากหรือการปั่นขึ้นเขา
- รุ่นพรีเมียมและสมรรถนะสูง (Premium/High-Performance): อาจมีราคาสูงกว่า 175,000 บาท ($5,000) และสำหรับ E-Bike ความเร็วสูงที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจมีราคาอยู่ในช่วง 140,000–280,000 บาท ($4,000–$8,000) ซึ่งใกล้เคียงกับราคามอเตอร์ไซค์บางรุ่น
ราคาซื้อมอเตอร์ไซค์น้ำมันและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
มอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป มีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า E-Bike อย่างเห็นได้ชัด:
- มอเตอร์ไซค์น้ำมัน: ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 105,000 บาทขึ้นไป ($3,000+) ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่า E-Bike รุ่นเริ่มต้นถึงสองเท่า
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: เป็นกลุ่มที่มีราคาสูงที่สุด โดยรุ่นที่มีชื่อเสียงอย่าง Zero SR/F อาจมีราคาสูงถึง 280,000–525,000 บาท ($8,000–$15,000) แม้จะมีข้อดีด้านสิ่งแวดล้อมและค่าพลังงานที่ต่ำกว่า แต่ราคาเริ่มต้นที่สูงมากยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
| ประเภทของยานพาหนะ | ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ (บาท) | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| E-Bike รุ่นเริ่มต้น | 28,000 – 52,000 | เหมาะกับการใช้งานทั่วไป, ระยะทาง 48-160 กม./ชาร์จ |
| E-Bike รุ่นกลาง-สูง | 70,000 – 175,000+ | สมรรถนะสูง, มอเตอร์ 750W+, เหมาะกับทางวิบาก |
| มอเตอร์ไซค์น้ำมัน | 105,000+ | รุ่นทั่วไป, เหมาะกับการเดินทางไกล |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | 280,000 – 525,000+ | เทคโนโลยีขั้นสูง, ระยะทาง 160-320 กม./ชาร์จ |
ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: ค่าไฟ vs ค่าน้ำมัน
หลังจากผ่านด่านราคาซื้อไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดคือค่าพลังงาน ซึ่งเป็นจุดที่ E-Bike แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบด้านความประหยัดอย่างมหาศาล
ต้นทุนการชาร์จพลังงานของ E-Bike
ต้นทุนการชาร์จ E-Bike นั้นต่ำอย่างน่าทึ่ง การชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเพียงประมาณ 5-10 บาท ($0.15-$0.30) เท่านั้น ซึ่งการชาร์จเต็มครั้งหนึ่งสามารถให้ระยะทางการวิ่งได้ตั้งแต่ 48 ถึง 160 กิโลเมตร (30-100 ไมล์) ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และลักษณะการใช้งาน ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรต่ำมาก
ต้นทุนเชื้อเพลิงของมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
ในทางกลับกัน มอเตอร์ไซค์น้ำมันมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่สูงกว่าหลายเท่า การเติมน้ำมันหนึ่งถังอาจมีค่าใช้จ่ายหลายร้อยบาท ($5-$10) และเมื่อคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายต่อระยะทาง จะอยู่ที่ประมาณ $0.10-$0.25 ต่อไมล์ หากผู้ใช้งานเดินทางเป็นระยะทาง 10,000 ไมล์ต่อปี ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันอาจสูงถึง $500-$1,000 (ประมาณ 17,500–35,000 บาท) ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่องและมีความผันผวนตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
บทพิสูจน์เชิงตัวเลข: ความประหยัดที่เห็นได้ชัด
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับการเดินทางเป็นระยะทาง 5,000 ไมล์ (ประมาณ 8,000 กิโลเมตร):
- E-Bike: ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ $75-$150 (ประมาณ 2,600–5,250 บาท)
- มอเตอร์ไซค์น้ำมัน: ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ $500-$1,250 (ประมาณ 17,500–43,750 บาท)
จากข้อมูลดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าการใช้ E-Bike สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 80-90% เมื่อเทียบกับการใช้มอเตอร์ไซค์น้ำมันในระยะทางที่เท่ากัน นี่คือความแตกต่างที่สำคัญซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ค่าบำรุงรักษา: ความแตกต่างที่ซ่อนอยู่ในระยะยาว
ค่าบำรุงรักษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อต้นทุนการเป็นเจ้าของทั้งหมดในระยะยาว E-Bike มีความได้เปรียบในด้านนี้อย่างชัดเจนเนื่องจากมีโครงสร้างทางกลที่ไม่ซับซ้อน
การดูแลรักษาจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
ระบบขับเคลื่อนของ E-Bike ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชุดควบคุม ซึ่งมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปมาก ทำให้การบำรุงรักษาส่วนใหญ่คล้ายกับการดูแลจักรยานทั่วไป เช่น การดูแลโซ่ ยาง และระบบเบรก ค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งโดยทั่วไปมีอายุการใช้งาน 3-5 ปี และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 17,500–35,000 บาท ($500-$1,000) เมื่อรวมค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาทั้งหมดในรอบ 5 ปี จะอยู่ที่ประมาณ $1,000 (ประมาณ 35,000 บาท)
การดูแลรักษามอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป
มอเตอร์ไซค์น้ำมันมีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนและต้องการการบำรุงรักษาตามระยะอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การตรวจสอบหัวเทียน การทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การปรับตั้งโซ่ และการเปลี่ยนยางซึ่งมักมีราคาสูงกว่ายางของ E-Bike ค่าใช้จ่ายเหล่านี้รวมกันอาจอยู่ที่ประมาณ 17,500–52,500 บาทต่อปี ($500-$1,500) ส่งผลให้ค่าบำรุงรักษาสะสมในรอบ 5 ปี อาจสูงถึง 105,000–262,500 บาท ($3,000-$7,500) เลยทีเดียว
ข้อสังเกตเพิ่มเติมสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
แม้ว่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมัน (เนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง) แต่ก็ยังคงมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาส่วนอื่นๆ เช่น ระบบเบรกและยาง ซึ่งอาจสึกหรอเร็วกว่าปกติเนื่องจากน้ำหนักตัวรถที่มากกว่าและแรงบิดที่สูง นอกจากนี้ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็มีราคาสูงมากเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน
บทสรุปค่าใช้จ่ายรวมตลอด 5 ปี: E-Bike vs มอเตอร์ไซค์
เมื่อนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมารวมกัน ทั้งราคาซื้อ ค่าพลังงาน และค่าบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี จะเห็นภาพความแตกต่างของต้นทุนการเป็นเจ้าของที่แท้จริงได้อย่างชัดเจน
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike (5 ปี) | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน (5 ปี) |
|---|---|---|
| ราคาซื้อ (Purchase Price) | $1,500 (≈ 52,500 บาท) | $5,000 (≈ 175,000 บาท) |
| ค่าพลังงาน (Energy/Fuel) | $250 (≈ 8,750 บาท) | $3,750 (≈ 131,250 บาท) |
| ค่าบำรุงรักษา (Maintenance) | $1,000 (≈ 35,000 บาท) | $5,000 (≈ 175,000 บาท) |
| ค่าประกัน (Insurance) | $0 | $3,000 (≈ 105,000 บาท) |
| รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด | $2,750 (≈ 96,250 บาท) | $16,750 (≈ 586,250 บาท) |
การวิเคราะห์ผลลัพธ์จากตารางเปรียบเทียบ
จากตารางจะเห็นได้ว่าต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ E-Bike ตลอด 5 ปีนั้นต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างมหาศาล โดยมีความแตกต่างกันถึง $14,000 หรือเกือบ 500,000 บาท นี่คือตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า E-Bike ไม่เพียงแต่มีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่า แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเนื่องในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผู้ใช้งานในเมือง E-Bike สามารถประหยัดเงินได้ปีละ $300-$600 (ประมาณ 10,500-21,000 บาท) ซึ่งหมายความว่าสามารถคืนทุนค่าจักรยานได้ภายใน 2-3 ปี เพียงแค่จากเงินที่ประหยัดได้จากค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
มุมมองอนาคตปี 2026 และข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม
นอกจากการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในปัจจุบันแล้ว การมองไปข้างหน้าถึงแนวโน้มเทคโนโลยีและปัจจัยอื่นๆ ก็มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเช่นกัน
นวัตกรรมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่กำลังจะมาถึง
ในปี 2026 คาดว่าจะมีการเปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-state batteries) ซึ่งจะเข้ามาปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไปถึง 10 ปี และเพิ่มระยะทางการวิ่งได้ถึง 500 ไมล์ (ประมาณ 800 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง การมาถึงของเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนระยะยาวของ E-Bike ให้ต่ำลงไปอีก และลดข้อจำกัดด้านระยะทางที่เป็นจุดอ่อนสำคัญในปัจจุบัน
ข้อจำกัดและสถานการณ์การใช้งานที่เหมาะสม
แม้ E-Bike จะมีความคุ้มค่าสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามอเตอร์ไซค์ยังคงมีข้อได้เปรียบในบางสถานการณ์:
- การเดินทางไกล: มอเตอร์ไซค์สามารถวิ่งได้ระยะทาง 160-320 กิโลเมตรต่อน้ำมันหนึ่งถัง และสามารถเติมน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ E-Bike มีระยะทางจำกัดที่ 32-160 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และใช้เวลาในการชาร์จนานกว่า
- ความทนทานและสมรรถนะ: สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูงต่อเนื่องหรือการบรรทุกหนัก มอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นตัวเลือกที่มีโครงสร้างแข็งแรงและทนทานกว่า
อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานในเมือง การเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือการใช้งานเพื่อสันทนาการ E-Bike ถือเป็นผู้ชนะที่ชัดเจนในด้านความประหยัด ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทำงานที่เงียบ และการให้อัตราเร่ง (Torque) ที่ทันใจ
บริบทของตลาดในประเทศไทย
สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือข้อมูลค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในบทความนี้อ้างอิงจากตลาดสหรัฐอเมริกา ในบริบทของประเทศไทย ปัจจัยต่างๆ เช่น ภาษีนำเข้าชิ้นส่วน นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ (ถ้ามี) ค่าแรงในการซ่อมบำรุง และราคาน้ำมันและไฟฟ้าในประเทศ อาจส่งผลให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายแตกต่างออกไปได้ ผู้ที่สนใจควรทำการศึกษาข้อมูลราคาและค่าบริการในพื้นที่ของตนเองเพื่อการคำนวณที่แม่นยำที่สุด
สรุปและแนวทางการตัดสินใจ
จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ E-Bike vs มอเตอร์ไซค์ ในทุกมิติของค่าใช้จ่าย ผลลัพธ์ที่ได้นั้นชัดเจนว่า จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เป็นทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่ากว่าอย่างมากในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในเขตเมืองและการเดินทางในชีวิตประจำวัน แม้ว่าราคาเริ่มต้นของมอเตอร์ไซค์บางรุ่นอาจไม่สูงมาก แต่ภาระค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ทั้งค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว
ในปี 2026 และอนาคตข้างหน้า ด้วยแนวโน้มของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นและกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น E-Bike จะยิ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเลือก E-Bike ไม่ใช่เพียงการลงทุนในยานพาหนะ แต่คือการลงทุนเพื่อความยั่งยืนทางการเงินและสิ่งแวดล้อม
เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณายานพาหนะไฟฟ้าที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ทุกการใช้งาน GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อความต้องการที่หลากหลาย
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ทาง FACEBOOK PAGE หรือแอด LINE เพื่อพูดคุยกับทีมงานได้โดยตรง หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
