ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนน: กฎหมายที่ต้องรู้ 2568
- สถานะทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปี 2568
- บทลงโทษและค่าปรับที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืน
- พื้นที่ใดบ้างที่สามารถใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมาย?
- เปรียบเทียบกฎหมาย E-Scooter กับต่างประเทศ
- กฎจราจรอื่น ๆ ที่ควรรู้ในปี 2568
- บทสรุปและข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- แหล่งจำหน่ายสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลายเป็นยานพาหนะทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเขตเมืองทั่วประเทศไทย ด้วยความคล่องตัว สะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การใช้งานที่แพร่หลายได้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการใช้งานบนถนนสาธารณะ บทความนี้จะสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกฎหมายและข้อบังคับล่าสุด เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจถึงขอบเขตและข้อจำกัดในการขับขี่อย่างถูกต้อง
ประเด็นสำคัญที่ต้องทราบ
- สถานะทางกฎหมาย: ณ ปี 2568 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นยานพาหนะที่ ผิดกฎหมาย หากนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ ทางเท้า หรือทางจักรยานในประเทศไทย
- สาเหตุหลัก: ไม่สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ เนื่องจากโครงสร้างและอุปกรณ์ส่วนควบไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนดสำหรับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
- บทลงโทษ: ผู้ฝ่าฝืนอาจต้องเผชิญกับโทษปรับหลายข้อหาพร้อมกัน เช่น การใช้รถไม่จดทะเบียน (ปรับสูงสุด 10,000 บาท) และการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต (ปรับสูงสุด 1,000 บาท)
- พื้นที่ใช้งานที่ถูกกฎหมาย: การใช้งานจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ส่วนบุคคลเท่านั้น เช่น ภายในบริเวณบ้าน หมู่บ้านจัดสรร หรือรีสอร์ตที่มีพื้นที่ปิดเป็นของตนเอง
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับเรื่องการขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนน: กฎหมายที่ต้องรู้ 2568 ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานและผู้ที่กำลังพิจารณาจัดซื้อ เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับข้อกฎหมายที่ยังไม่รองรับการใช้งานในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นทางการ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ e-scooter ซึ่งเป็นพาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก ได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องมือเดินทางระยะใกล้ (last-mile transportation) ที่มีประสิทธิภาพ แต่ในมุมมองของกฎหมายไทย ยานพาหนะชนิดนี้ยังคงอยู่ในพื้นที่สีเทาที่เอนไปทาง “ผิดกฎหมาย” อย่างชัดเจนเมื่อปรากฏบนทางสัญจรสาธารณะ การขาดความเข้าใจในข้อบังคับอาจนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมายโดยไม่เจตนา และอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง บทลงโทษ และแนวทางการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถตัดสินใจและใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยและสอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน ป้องกันความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีและส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนโดยรวมสำหรับผู้ใช้ทางทุกคน
สถานะทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปี 2568
ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่กำกับดูแลยานพาหนะบนท้องถนนของประเทศไทย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจัดอยู่ในประเภท “รถ” เนื่องจากมีเครื่องยนต์ (ในที่นี้คือมอเตอร์ไฟฟ้า) เป็นแหล่งกำลังในการขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญอยู่ที่กระบวนการ “จดทะเบียน” ซึ่งเป็นข้อบังคับสำหรับยานพาหนะทุกชนิดที่ต้องการใช้งานบนทางสาธารณะ
กรมการขนส่งทางบกได้ให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอว่า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในท้องตลาด ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทำให้ไม่สามารถนำมาจดทะเบียนเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารแสดงการเสียภาษีประจำปีได้ ปัจจัยที่ไม่ผ่านมาตรฐานมักเกี่ยวข้องกับ:
- ระบบเบรก: ประสิทธิภาพของระบบเบรกอาจไม่เพียงพอต่อการหยุดรถที่ความเร็วสูง
- ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ: ขาดไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว หรือไฟเบรกที่ได้มาตรฐาน
- ความเร็วและกำลังมอเตอร์: บางรุ่นมีความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายจะจัดให้เป็นยานพาหนะขนาดเล็ก แต่ก็ไม่แข็งแรงพอที่จะเป็นรถจักรยานยนต์
- โครงสร้างตัวถัง: ขาดความมั่นคงแข็งแรงและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่จำเป็น
ดังนั้น เมื่อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่สามารถจดทะเบียนได้ จึงส่งผลโดยตรงให้การนำยานพาหนะดังกล่าวมาวิ่งบน “ทางสาธารณะ” ซึ่งหมายรวมถึงถนนทุกสาย ซอยสาธารณะ ทางเท้า และทางจักรยาน ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
มีความเข้าใจผิดที่ว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นเหมือนจักรยานไฟฟ้า ซึ่งบางประเภทอาจได้รับการยกเว้น แต่ในทางปฏิบัติ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีลักษณะการยืนขับขี่และใช้คันเร่งเป็นหลัก จะถูกตีความว่าเป็น “รถ” ที่ต้องจดทะเบียนเสมอ ต่างจากจักรยานไฟฟ้าที่ใช้การปั่นเป็นหลักและมีมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็น “รถจักรยาน” ได้ในบางกรณี
บทลงโทษและค่าปรับที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืน
การนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนถนนสาธารณะ ทำให้ผู้ขับขี่มีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน โดยความผิดหลักและบทลงโทษที่เกี่ยวข้องมีดังนี้:
ความผิดฐานใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียน
อ้างอิงตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่ระบุว่าห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน การฝ่าฝืนในข้อหานี้ถือเป็นความผิดที่มีบทลงโทษรุนแรงที่สุด โดยมีอัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ความผิดฐานขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต
เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกตีความว่าเป็น “รถ” ผู้ขับขี่จึงจำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่สอดคล้องกับประเภทของยานพาหนะนั้นๆ แต่ในเมื่อตัวรถไม่สามารถจดทะเบียนได้ จึงไม่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทใดรองรับโดยตรง การขับขี่จึงเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานใช้ยานพาหนะไม่มีป้ายทะเบียน
นอกเหนือจาก พ.ร.บ.รถยนต์ แล้ว การกระทำดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ซึ่งห้ามใช้ยานพาหนะที่ไม่มีป้ายทะเบียนบนทางเดินรถ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการไม่สามารถจดทะเบียนได้ตั้งแต่แรก
กรณีศึกษา: การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จริง
มีรายงานข่าวปรากฏอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจับกุมผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรณีในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมและออกใบสั่งแก่นักท่องเที่ยวที่เช่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาขับขี่บนถนนเลียบชายหาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายนี้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง และไม่ใช่เพียงข้อบังคับที่ถูกละเลย
พื้นที่ใดบ้างที่สามารถใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมาย?
แม้ว่าการใช้งานบนทางสาธารณะจะผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่สามารถใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างอิสระและปลอดภัย โดยไม่ขัดต่อข้อบังคับ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จะต้องเป็น “พื้นที่ส่วนบุคคล” หรือ “พื้นที่ปิด” ที่ไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลของกฎหมายจราจรทางบก ได้แก่:
- ภายในบริเวณบ้านพักอาศัย: สามารถขับขี่ได้อย่างอิสระภายในรั้วบ้านของตนเอง
- ถนนส่วนบุคคลในหมู่บ้านจัดสรร: สำหรับหมู่บ้านที่มีการจัดการเป็นนิติบุคคลและถนนภายในโครงการถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ไม่ใช่ทางสาธารณะ
- ภายในรีสอร์ต โรงแรม หรือสถานประกอบการ: สถานที่เหล่านี้มักมีพื้นที่กว้างขวางและอนุญาตให้ผู้เข้าพักใช้บริการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับเดินทางภายในบริเวณได้
- สวนสาธารณะหรือพื้นที่นันทนาการบางแห่ง: ต้องตรวจสอบกฎระเบียบของแต่ละสถานที่โดยเฉพาะ เนื่องจากบางแห่งอาจอนุญาต แต่บางแห่งอาจมีข้อห้ามเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการคนอื่นๆ
- สนามแข่งขันหรือลานกิจกรรมโดยเฉพาะ: พื้นที่ที่จัดขึ้นเพื่อการแข่งขันกีฬาหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ
สิ่งสำคัญคือผู้ใช้งานต้องตระหนักเสมอว่าทันทีที่ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออกจากขอบเขตพื้นที่ส่วนบุคคลและเข้าสู่ทางเท้าหรือถนนสาธารณะ การกระทำนั้นจะกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายทันที
เปรียบเทียบกฎหมาย E-Scooter กับต่างประเทศ
สถานการณ์ทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการกำกับดูแลที่หลากหลาย บางประเทศเปิดกว้างโดยมีเงื่อนไข ในขณะที่บางประเทศมีข้อห้ามที่เข้มงวดเช่นเดียวกับไทย
| ประเทศ | กฎหมายและข้อบังคับหลัก |
|---|---|
| ประเทศไทย | ห้ามใช้งานบนถนนสาธารณะ ทางเท้า และทางจักรยานทุกประเภท เนื่องจากไม่สามารถจดทะเบียนได้ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 |
| สหรัฐอเมริกา | อนุญาต (แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ) โดยส่วนใหญ่อนุญาตให้วิ่งบนทางเท้าหรือเลนจักรยาน มีการกำหนดความเร็วสูงสุด (เช่น ไม่เกิน 32 กม./ชม.) และกำลังมอเตอร์ (เช่น ไม่เกิน 750 วัตต์) |
| อังกฤษ | ห้ามใช้งานบนถนนสาธารณะ เลนจักรยาน และทางเท้าเช่นเดียวกับไทย อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ส่วนบุคคลเท่านั้น (ยกเว้นในพื้นที่นำร่องทดลองให้เช่า) |
กฎจราจรอื่น ๆ ที่ควรรู้ในปี 2568
แม้ว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะยังไม่สามารถใช้งานบนถนนได้ แต่การรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกฎจราจรทั่วไป โดยเฉพาะอัตราโทษปรับใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใกล้เคียงที่สุด จะช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนโดยรวม อัตราโทษปรับตามกฎหมายจราจรทางบกฉบับใหม่ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2565) สำหรับความผิดยอดนิยมมีดังนี้:
- ขับรถเร็วเกินกำหนด / ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง / ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
- ไม่สวมหมวกนิรภัย / ขับรถย้อนศร: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เมาแล้วขับ (กระทำผิดครั้งแรก): จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือใบขับขี่หมดอายุ/ถูกยึด: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
การเคารพกฎจราจรเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้รถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นหลักการที่ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรยึดถือเช่นกัน แม้จะใช้งานในพื้นที่ส่วนบุคคลก็ตาม
บทสรุปและข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สรุปได้ว่า ณ ปี 2568 การขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะในประเทศไทยยังคงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เนื่องจากไม่สามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ ผู้ที่ฝ่าฝืนมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดำเนินคดีและเสียค่าปรับในอัตราที่สูง การใช้งานจึงต้องจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ส่วนบุคคลเท่านั้น
สำหรับผู้ที่ใช้งานหรือกำลังสนใจยานพาหนะประเภทนี้ ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ แม้จะขับขี่ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก็ตาม ควรมีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันน็อก สนับศอกและเข่า เพื่อลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ และควรตรวจสอบสภาพของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ ทั้งระบบเบรก ยาง และแบตเตอรี่ เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย
แหล่งจำหน่ายสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน
สำหรับการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า (E-bike) และยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ การเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และบริการหลังการขายที่น่าไว้วางใจ
GIANT Shopping Mall เป็นศูนย์รวมจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และยานพาหนะไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามข้อบังคับ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์
