ขี่ E-Bike ลุยฝน? 5 วิธีดูแลรถกันพังหน้าฝน
- เคล็ดลับสำคัญในการดูแลจักรยานไฟฟ้าช่วงหน้าฝน
- ความเสี่ยงของจักรยานไฟฟ้าเมื่อเผชิญกับน้ำและความชื้น
- 5 ขั้นตอนการดูแล E-Bike อย่างมืออาชีพในฤดูฝน
- เปรียบเทียบผลลัพธ์: การดูแล E-Bike ที่ถูกวิธีและที่ถูกละเลยในหน้าฝน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน E-Bike ในฤดูฝน
- สรุป: ขับขี่ปลอดภัย ยืดอายุการใช้งาน E-Bike ในทุกสภาพอากาศ
การใช้งานจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike ในช่วงฤดูฝนมาพร้อมกับความท้าทายเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความชื้นและน้ำที่อาจสร้างความเสียหายให้กับระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน บทความนี้จะนำเสนอแนวทางปฏิบัติและตอบคำถามสำคัญที่ว่า หากต้อง ขี่ E-Bike ลุยฝน? 5 วิธีดูแลรถกันพังหน้าฝน ควรทำอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดูแลรักษารถได้อย่างถูกวิธีและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด
เคล็ดลับสำคัญในการดูแลจักรยานไฟฟ้าช่วงหน้าฝน
การดูแล E-Bike ในช่วงฤดูฝนอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อระบบไฟฟ้าและส่วนประกอบสำคัญอื่นๆ ต่อไปนี้คือประเด็นหลักที่ผู้ขับขี่ควรให้ความสำคัญ
- การป้องกันเชิงรุก: ก่อนการขับขี่ ควรตรวจสอบและซีลจุดเสี่ยงที่น้ำสามารถเข้าไปได้ โดยเฉพาะกล่องควบคุมซึ่งเป็นสมองของระบบไฟฟ้า การใช้เทปกันน้ำคุณภาพสูงสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
- เทคนิคการขับขี่: หลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านแอ่งน้ำลึก หากจำเป็น ควรขับขี่อย่างช้าๆ และรักษาระดับน้ำไม่ให้สูงเกินครึ่งล้อ เพื่อลดแรงดันของน้ำที่จะเข้าไปในส่วนประกอบไฟฟ้าและมอเตอร์
- การดูแลทันทีหลังใช้งาน: หลังจากขับขี่ลุยฝน ควรเช็ดทำความสะอาดและเป่ารถให้แห้งโดยเร็วที่สุด โดยเน้นที่บริเวณกล่องควบคุม แบตเตอรี่ มอเตอร์ และจุดเชื่อมต่อสายไฟต่างๆ เพื่อป้องกันการลัดวงจรและความเสียหายจากความชื้น
- ห้ามชาร์จขณะเปียก: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องแน่ใจว่าตัวรถ โดยเฉพาะแบตเตอรี่และช่องเสียบชาร์จ แห้งสนิทอย่างสมบูรณ์ก่อนทำการชาร์จไฟ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรและยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
- การบำรุงรักษาเฉพาะจุด: ใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดตามปุ่มสวิตช์ต่างๆ เช่น แตร ไฟหน้า และช่องเสียบกุญแจ เพื่อไล่น้ำที่อาจตกค้างอยู่ภายในและป้องกันการเกิดออกไซด์หรือสนิม
ความเสี่ยงของจักรยานไฟฟ้าเมื่อเผชิญกับน้ำและความชื้น
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของน้ำที่มีต่อจักรยานไฟฟ้าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่า E-Bike สมัยใหม่จะถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศได้ในระดับหนึ่ง แต่ส่วนประกอบทางไฟฟ้ายังคงเป็นจุดที่อ่อนไหวและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ การเผชิญกับฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขังโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงและค่าซ่อมแซมที่มีราคาสูง
เหตุผลที่การป้องกันความชื้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ E-Bike
E-Bike แตกต่างจากจักรยานทั่วไปตรงที่มีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่ มอเตอร์ และกล่องควบคุม (Controller) ชิ้นส่วนเหล่านี้ทำงานร่วมกันผ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน น้ำและความชื้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบบไฟฟ้า เนื่องจากสามารถนำไฟฟ้าและก่อให้เกิดการลัดวงจรได้ เมื่อน้ำซึมเข้าไปในส่วนประกอบเหล่านี้ อาจทำให้แผงวงจรเสียหาย, เกิดสนิมที่ขั้วต่อ, และส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หรือร้ายแรงที่สุดคือระบบหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ ความชื้นที่สะสมอยู่เป็นเวลานานยังเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดของ E-Bike ดังนั้น การป้องกันความชื้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษาความสะอาด แต่เป็นการลงทุนเพื่อยืดอายุการใช้งานและความปลอดภัยในการขับขี่
ส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อน้ำมากที่สุด
เพื่อให้การป้องกันเป็นไปอย่างตรงจุด ผู้ใช้งานจำเป็นต้องทราบว่าส่วนใดของ E-Bike ที่มีความเสี่ยงต่อน้ำมากที่สุด
- กล่องควบคุม (Controller): เปรียบเสมือนสมองของ E-Bike ทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ไปยังมอเตอร์ กล่องนี้มักเต็มไปด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อความชื้นอย่างยิ่ง หากน้ำเข้าไปได้ อาจทำให้ระบบรวนหรือเสียหายถาวร
- แบตเตอรี่ (Battery): โดยเฉพาะบริเวณขั้วต่อและช่องเสียบชาร์จ แม้ว่าตัวแพ็คแบตเตอรี่ส่วนใหญ่จะถูกซีลมาอย่างดี แต่น้ำที่ซึมเข้าตามขั้วต่ออาจทำให้เกิดการลัดวงจรหรือการกัดกร่อน ซึ่งลดประสิทธิภาพและอายุการใช้งาน
- มอเตอร์ (Motor): โดยเฉพาะมอเตอร์ดุมล้อ (Hub Motor) ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นและมีโอกาสสัมผัสกับน้ำโดยตรง แม้จะมีการซีลป้องกัน แต่การขับลุยน้ำลึกเป็นเวลานานอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปสร้างความเสียหายแก่ขดลวดและตลับลูกปืนได้
- จอแสดงผลและสวิตช์ควบคุมบนแฮนด์: ชิ้นส่วนเหล่านี้มีการออกแบบให้ทนทานต่อฝนได้ในระดับหนึ่ง แต่การฉีดน้ำแรงดันสูงใส่โดยตรงหรือการจอดตากฝนเป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำซึมผ่านรอยต่อเล็กๆ เข้าไปสร้างความเสียหายได้
5 ขั้นตอนการดูแล E-Bike อย่างมืออาชีพในฤดูฝน
เพื่อตอบคำถามที่ว่า “ขี่ E-Bike ลุยฝน? 5 วิธีดูแลรถกันพังหน้าฝน” อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือ 5 ขั้นตอนสำคัญที่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันก่อนขับขี่ไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้จักรยานไฟฟ้าของคุณพร้อมใช้งานและปลอดภัยตลอดฤดูฝน
1. การเตรียมความพร้อมก่อนขับขี่: เกราะป้องกันด่านแรก
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะนำรถออกไปเผชิญกับสายฝน การลงทุนเวลาเล็กน้อยในขั้นตอนนี้สามารถป้องกันความเสียหายราคาแพงได้
การซีลกล่องควบคุม: จุดยุทธศาสตร์ที่ต้องป้องกัน
กล่องควบคุมเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นอันดับแรก ผู้ใช้งานควรหาตำแหน่งของกล่องควบคุมบนรถของตนเอง และใช้เทปกันน้ำคุณภาพสูงพันรอบรอยต่อหรือช่องว่างที่น้ำอาจซึมเข้าไปได้ ควรเลือกใช้เทปที่มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อสภาพอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในขณะที่ฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังคือไม่ควรปิดผนึกจนทึบเกินไป เพราะกล่องควบคุมจำเป็นต้องมีการระบายความร้อนในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานหนัก การใช้ถุงพลาสติกคลุมอาจกักเก็บความร้อนและทำให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน
เทคนิคการขับขี่ผ่านแอ่งน้ำอย่างปลอดภัย
ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องขับผ่านแอ่งน้ำขัง ควรปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้:
- ประเมินความลึก: พยายามหลีกเลี่ยงแอ่งน้ำที่ลึกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของความสูงล้อโดยเด็ดขาด
- ลดความเร็ว: ขับขี่ให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ การขับเร็วจะสร้างแรงปะทะของน้ำที่สูงขึ้นและเพิ่มโอกาสที่น้ำจะถูกดันเข้าไปในส่วนประกอบไฟฟ้า เช่น มอเตอร์และกล่องควบคุม
- รักษารอบเครื่องให้คงที่: พยายามขับผ่านไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดกลางแอ่งน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าไปในระบบ
2. การทำความสะอาดทันทีหลังขับขี่: หยุดปัญหาตั้งแต่ต้นลม
หลังจากเดินทางถึงที่หมาย ควรทำความสะอาดรถทันที อย่าปล่อยให้คราบโคลน ดิน หรือสิ่งสกปรกแห้งกรังติดอยู่บนตัวรถ เพราะสิ่งสกปรกเหล่านี้สามารถกักเก็บความชื้นไว้และนำไปสู่การเกิดสนิมหรือการกัดกร่อนได้ เริ่มต้นด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกออกจากโครงรถ บังโคลน และล้อ จากนั้นใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งให้ทั่วทั้งคัน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบริเวณที่มีส่วนประกอบทางไฟฟ้า
การปล่อยให้โคลนแห้งติดอยู่บน E-Bike ไม่เพียงแต่ทำให้รถดูไม่สวยงาม แต่ยังเป็นการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อนในระยะยาว โดยเฉพาะบริเวณน็อตและจุดเชื่อมต่อต่างๆ
3. ตรวจสอบและเป่าแห้งส่วนประกอบไฟฟ้า: หัวใจของ E-Bike
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว หลังจากทำความสะอาดภายนอกแล้ว ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำตกค้างอยู่ในส่วนที่บอบบาง
กล่องควบคุมและแบตเตอรี่: ต้องแห้งสนิทก่อนใช้งานครั้งต่อไป
เปิดและตรวจสอบบริเวณที่ติดตั้งกล่องควบคุมและแบตเตอรี่ หากพบว่ามีน้ำหรือความชื้นอยู่ภายใน ให้ใช้ผ้าแห้งซับออกอย่างระมัดระวัง จากนั้นอาจใช้เครื่องเป่าลม (เลือกใช้ลมเย็นหรือลมอุ่น ไม่ใช่ลมร้อนจัด) เป่าไล่ความชื้นออกจากแผงวงจรและขั้วต่อต่างๆ การปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเองในที่อากาศถ่ายเทสะดวกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าทุกส่วนแห้งสนิทจริงๆ ก่อนที่จะเปิดใช้งานระบบหรือทำการชาร์จไฟอีกครั้ง
การใช้สเปรย์ไล่ความชื้น: ตัวช่วยสำคัญสำหรับสวิตช์และปุ่มต่างๆ
สำหรับชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เข้าถึงยาก เช่น ปุ่มควบคุมบนแฮนด์, สวิตช์ไฟ, แตร, ช่องเสียบกุญแจ และขั้วต่อสายไฟต่างๆ การใช้สเปรย์ไล่ความชื้น (Moisture-Displacing Spray) จะมีประโยชน์อย่างมาก สเปรย์เหล่านี้จะเข้าไปแทนที่โมเลกุลของน้ำและสร้างชั้นฟิล์มบางๆ เพื่อป้องกันความชื้นและการเกิดออกไซด์ ควรฉีดในปริมาณที่พอเหมาะและเช็ดส่วนเกินออก
4. การตากให้แห้งสนิท: ขั้นตอนสุดท้ายที่ห้ามมองข้าม
หลังจากทำความสะอาดและเป่าแห้งในเบื้องต้นแล้ว ให้นำ E-Bike ไปจอดในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทได้ดี หรือหากมีแดดอ่อนๆ ก็สามารถนำไปตากแดดเพื่อช่วยเร่งกระบวนการระเหยของความชื้นได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการจอดตากแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนสูงอาจส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่และชิ้นส่วนพลาสติก การใช้พัดลมเป่าช่วยก็เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำให้รถแห้งสนิททุกซอกทุกมุม
5. ข้อควรระวังเพิ่มเติมเกี่ยวกับมอเตอร์และจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า
มอเตอร์เป็นส่วนประกอบที่แข็งแรงแต่ก็ไม่ควรถูกละเลย หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าไปที่ดุมล้อมอเตอร์โดยตรง หลังจากการลุยฝน ให้ตรวจสอบบริเวณมอเตอร์ว่าไม่มีเศษหินหรือสิ่งสกปรกเข้าไปติดขัด และเช็ดให้แห้งเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ ควรหมั่นตรวจสอบสภาพของสายไฟและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ว่ามีร่องรอยการเปื่อย ฉีกขาด หรือขั้วต่อหลวมหรือไม่ หากพบความผิดปกติควรทำการแก้ไขทันทีเพื่อป้องกันปัญหาน้ำเข้าและไฟฟ้าลัดวงจรในอนาคต
เปรียบเทียบผลลัพธ์: การดูแล E-Bike ที่ถูกวิธีและที่ถูกละเลยในหน้าฝน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษา ตารางด้านล่างนี้จะเปรียบเทียบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ E-Bike ที่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี กับ E-Bike ที่ถูกละเลยหลังจากการขับขี่ในฤดูฝน
| ส่วนประกอบ/คุณสมบัติ | E-Bike ที่ได้รับการดูแลอย่างดี | E-Bike ที่ถูกละเลย |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ | รักษาประสิทธิภาพและอายุการใช้งานได้ยาวนานตามปกติ | อายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการเก็บไฟลดลง |
| การทำงานของกล่องควบคุม | ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ | อาจเกิดอาการรวน, ตอบสนองช้า หรือเสียหายถาวร |
| สภาพโครงรถและชิ้นส่วนโลหะ | ไม่มีสนิมหรือการกัดกร่อน สีสันยังคงสดใส | เกิดสนิมตามจุดต่างๆ เช่น น็อต, โซ่, และรอยขีดข่วน |
| ระบบเบรกและระบบขับเคลื่อน | ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย | อาจเกิดเสียงดัง, เบรกติดขัด, โซ่หรือสายพานเสื่อมสภาพเร็ว |
| ความปลอดภัยในการขับขี่ | มีความน่าเชื่อถือสูง ลดความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง | มีความเสี่ยงสูงที่ระบบจะหยุดทำงานกะทันหันหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร |
| ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา | มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามปกติในระยะยาว | มีแนวโน้มที่จะเกิดค่าซ่อมแซมราคาสูงและบ่อยครั้ง |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน E-Bike ในฤดูฝน
เพื่อคลายข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น นี่คือคำถามที่ผู้ใช้งาน E-Bike มักจะสอบถามเกี่ยวกับ
การใช้งานในช่วงที่ฝนตก
E-Bike ทุกรุ่นกันน้ำได้เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน E-Bike แต่ละรุ่นและแต่ละยี่ห้อมีมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating) ที่แตกต่างกัน บางรุ่นอาจถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อฝนปรอยๆ ได้ แต่บางรุ่นอาจไม่สามารถทนทานต่อฝนตกหนักหรือการลุยน้ำได้เลย ผู้ใช้งานควรตรวจสอบคู่มือของรถหรือข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับขีดจำกัดของรถตนเอง การสันนิษฐานว่า E-Bike ทุกคันกันน้ำได้เต็มที่เป็นความเข้าใจที่ผิดและอาจนำไปสู่ความเสียหายได้
สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ทันทีหลังขี่ลุยฝนหรือไม่?
ห้ามทำโดยเด็ดขาด การชาร์จแบตเตอรี่ในขณะที่ตัวรถหรือช่องเสียบชาร์จยังมีความชื้นอยู่เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อแบตเตอรี่และระบบชาร์จ แต่ยังอาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ ต้องแน่ใจ 100% ว่าทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จแห้งสนิทสมบูรณ์ก่อนที่จะเสียบปลั๊ก
หากรถดับขณะขับผ่านน้ำท่วมขัง ควรทำอย่างไร?
หากเกิดเหตุการณ์ที่รถดับกลางน้ำ สิ่งแรกที่ควรทำคือเข็นรถออกจากบริเวณน้ำท่วมทันที อย่าพยายามสตาร์ทหรือเปิดระบบใหม่โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการลัดวงจรที่รุนแรงขึ้น หลังจากนำรถขึ้นมาในที่แห้งแล้ว ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลหลังลุยฝนอย่างเคร่งครัด คือการถอดแบตเตอรี่ (ถ้าทำได้), เช็ดและเป่าทุกส่วนให้แห้งสนิท และปล่อยทิ้งไว้ให้แน่ใจว่าไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ภายใน ก่อนจะลองเปิดระบบอีกครั้ง หากยังคงมีปัญหา ควรนำรถเข้าตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญทันที
สรุป: ขับขี่ปลอดภัย ยืดอายุการใช้งาน E-Bike ในทุกสภาพอากาศ
การขับขี่ E-Bike ในฤดูฝนสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและไม่สร้างความเสียหายให้กับรถ หากผู้ใช้งานมีความเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง การเตรียมความพร้อมก่อนการขับขี่ เช่น การซีลกล่องควบคุม, การขับขี่อย่างระมัดระวังในบริเวณที่มีน้ำขัง และที่สำคัญที่สุดคือการดูแลทำความสะอาดและเป่าแห้งรถทันทีหลังใช้งาน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาระยะยาว การปฏิบัติตาม 5 วิธีที่ได้กล่าวมา จะช่วยยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบไฟฟ้าที่บอบบาง ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ไม่จำเป็น และทำให้ E-Bike ของคุณพร้อมเป็นพาหนะคู่ใจในทุกการเดินทาง ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่มีคุณภาพและได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย สามารถเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเป็นศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshopping
โทรศัพท์: 061-962-2878
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
