เทรนด์ Micro-mobility 2569: E-Bike คือคำตอบของคนเมือง?
- ประเด็นสำคัญของการเดินทางยุคใหม่
- ทำไม Micro-mobility จึงกลายเป็นเมกะเทรนด์?
- เจาะลึกเทรนด์ Micro-mobility 2569: E-Bike คือคำตอบของคนเมือง?
- ปัจจัยขับเคลื่อนและภูมิทัศน์อุตสาหกรรม EV ในประเทศไทย
- เปรียบเทียบยานพาหนะ Micro-mobility ยอดนิยม
- ผลกระทบของ Micro-mobility ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- บทสรุป: อนาคตของการเดินทางในเมือง
- เลือกพาหนะคู่ใจสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง
การเดินทางในเมืองใหญ่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การวิเคราะห์ เทรนด์ Micro-mobility 2569: E-Bike คือคำตอบของคนเมือง? ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของผู้คน ที่หันมาให้ความสำคัญกับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ลดค่าใช้จ่าย และตอบสนองต่อกระแสรักษ์โลก ยานพาหนะเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่ ที่เน้นความคล่องตัวและยั่งยืน
ประเด็นสำคัญของการเดินทางยุคใหม่
- การเติบโตของ Micro-mobility: ภายในปี 2569 ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะกลายเป็นหัวใจของการเดินทางระยะสั้นในเขตเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
- การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ: E-Bike และยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EV) ถูกวางตำแหน่งให้เป็นทางเลือกหลักในการเดินทางเชื่อมต่อ หรือที่เรียกว่า First-mile/Last-mile solution เพื่อเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนหลักอย่างรถไฟฟ้า BTS และ MRT
- แรงหนุนจากภาครัฐและเอกชน: นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการจัดงานและเวทีเสวนาด้านยานยนต์ไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการเติบโตของตลาด Micro-mobility ในประเทศไทย
- ประโยชน์ที่จับต้องได้: ความคล่องตัวสูงในการจราจรที่หนาแน่น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถยนต์ และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือเหตุผลหลักที่ทำให้ E-Bike ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเดินทางในเมืองไม่ได้เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การเกิดขึ้นของเทรนด์ Micro-mobility จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สำหรับผู้ที่ต้องการทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนกว่าเดิม
ทำไม Micro-mobility จึงกลายเป็นเมกะเทรนด์?
การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง แต่รูปแบบการเดินทางที่คุ้นเคยกำลังถูกท้าทายด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทำให้ผู้คนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ได้ดีกว่าเดิม นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Micro-mobility เข้ามามีบทบาทสำคัญ
ความท้าทายของการเดินทางในเมืองใหญ่
เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครเผชิญกับปัญหารถติดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียเวลาและพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การใช้รถยนต์ส่วนตัวสำหรับการเดินทางระยะสั้นๆ กลายเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าและไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนแม้จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมการเดินทางจากหน้าประตูบ้านไปยังสถานี หรือจากสถานีไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายได้อย่างสมบูรณ์
นิยามและความหมายของ Micro-mobility
Micro-mobility หมายถึง ยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางในระยะทางสั้นๆ (โดยทั่วไปไม่เกิน 5–10 กิโลเมตร) ส่วนใหญ่มักขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยมลพิษและลดเสียงรบกวน ตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยคือ:
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bikes): จักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ทำให้ปั่นได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และไกลขึ้น เหมาะกับการเดินทางในเมืองที่มีทางลาดชันหรือต้องการความรวดเร็ว
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooters): ยานพาหนะยืนขับขนาดกะทัดรัด มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับระยะทางสั้นมากๆ และการเดินทางที่ต้องการความสะดวกในการพกพา
- ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EVs): อาจหมายรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 1-2 ที่นั่ง หรือยานพาหนะรูปแบบอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ให้ความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากกว่าสกู๊ตเตอร์
Micro-mobility ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นวิวัฒนาการของการเดินทางในเมืองที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง
เจาะลึกเทรนด์ Micro-mobility 2569: E-Bike คือคำตอบของคนเมือง?
เมื่อมองไปถึงปี 2569 (ค.ศ. 2026) ภาพของการเดินทางในเมืองของประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยมี Micro-mobility เป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นยานพาหนะหลักสำหรับคนเมือง ด้วยคุณสมบัติที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพ ความประหยัด และความยั่งยืน
โซลูชันสำหรับ First-Mile/Last-Mile
ปัญหา “ระยะทางแรกและระยะทางสุดท้าย” (First-mile/Last-mile) คือช่องว่างของการเดินทางที่ระบบขนส่งมวลชนยังเข้าไม่ถึง เช่น ระยะทางจากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือจากป้ายรถประจำทางไปยังที่ทำงาน ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลเกินกว่าจะเดิน แต่ก็สั้นเกินไปที่จะเรียกรถโดยสารหรือขับรถยนต์ส่วนตัว นี่คือจุดที่ยานพาหนะ Micro-mobility เข้ามาเติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์แบบ
E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าช่วยให้ผู้คนสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหารถติดและมลพิษ วิสัยทัศน์ของหน่วยงานอย่างสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ก็มุ่งส่งเสริมให้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเดินทางที่ยั่งยืนในอนาคต
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): ทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง
ท่ามกลางยานพาหนะ Micro-mobility หลากหลายประเภท E-Bike ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและเหมาะสมกับบริบทของเมืองไทยมากที่สุด ด้วยเหตุผลหลายประการ:
- ความคล่องตัว: ขนาดที่กะทัดรัดของจักรยานไฟฟ้าทำให้สามารถลัดเลาะไปตามการจราจรที่ติดขัดได้อย่างง่ายดาย เข้าถึงตรอกซอกซอยต่างๆ ที่รถยนต์เข้าไม่ถึง และช่วยลดเวลาในการเดินทางได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การประหยัดค่าใช้จ่าย: การชาร์จไฟฟ้าหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเติมน้ำมันรถยนต์หลายเท่าตัว อีกทั้งค่าบำรุงรักษาก็ต่ำกว่ามากเนื่องจากมีชิ้นส่วนกลไกที่ซับซ้อนน้อยกว่า ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การลดค่าใช้จ่ายเดินทางที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: E-Bike ไม่มีการปล่อยไอเสียโดยตรง ช่วยลดปัญหามลพิษ PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน
- ส่งเสริมสุขภาพ: แม้จะมีมอเตอร์ช่วย แต่ผู้ใช้งานยังคงต้องออกแรงปั่น ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันไปในตัว
ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EVs) กับบทบาทที่เพิ่มขึ้น
นอกเหนือจาก E-Bike แล้ว ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EVs) ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าจับตามอง แม้จะยังไม่แพร่หลายเท่า แต่ก็มีศักยภาพในการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและการป้องกันจากสภาพอากาศที่ดีกว่าจักรยาน แต่ยังคงต้องการความกะทัดรัดและประหยัดพลังงาน การเสวนาในเวทีอย่าง EV Tech Forum ได้มีการพูดคุยถึงโอกาสและความท้าทายของ Micro EVs ในประเทศไทย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก หากมีการกำหนดมาตรฐานและนโยบายที่ชัดเจน
ปัจจัยขับเคลื่อนและภูมิทัศน์อุตสาหกรรม EV ในประเทศไทย
การเติบโตของเทรนด์ Micro-mobility ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ได้รับแรงหนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ
นโยบายภาครัฐและการสนับสนุนการลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของไทยควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะภายในปี 2569 สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค แม้ว่าภาพรวมตลาดรถยนต์โดยรวมอาจมีการชะลอตัว แต่กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และไฮบริด (HEV) กลับมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อตลาด Micro-mobility ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้
เวทีสำคัญที่กำหนดทิศทางอนาคต
การจัดงานมหกรรมและเวทีเสวนาต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นการพัฒนาในอุตสาหกรรม งานอย่าง Mobility Live Thailand 2026 ซึ่งเป็นงานมหกรรมด้านคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในไทย จะเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคธุรกิจพลังงาน และสตาร์ทอัพกว่า 120 ราย มารวมตัวกันเพื่อหารือและจัดแสดงนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ Micro-mobility และการขนส่งที่ยั่งยืน เช่นเดียวกับเวที EV Tech Forum ที่จัดขึ้นเพื่อส่องเทรนด์และหารือเกี่ยวกับอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความตื่นตัวของทุกภาคส่วน
การพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา เช่น การลงนาม MOU ของบริษัท จีพี โมบิลิตี้ กับสถาบันการศึกษา 2 แห่ง เพื่อพัฒนาหลักสูตรและบุคลากรรองรับตลาด EV และบริการหลังการขาย เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรม แม้ว่าปัจจุบันซัพพลายเชนของ EV จะถูกครอบงำโดยผู้ผลิตจากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถสร้างความโดดเด่นในด้าน Future Mobility ซึ่งรวมถึง Micro-mobility ด้วย
เปรียบเทียบยานพาหนะ Micro-mobility ยอดนิยม
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างและจุดเด่นของยานพาหนะแต่ละประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักๆ ได้ดังตารางต่อไปนี้
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) | ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EV) |
|---|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | เดินทางระยะสั้นถึงกลาง (1-15 กม.) เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ และสันทนาการ | เดินทางระยะสั้นมาก (1-5 กม.) ในพื้นที่จำกัด เช่น ในโครงการหมู่บ้าน หรือมหาวิทยาลัย | เดินทางระยะสั้นถึงกลาง ทดแทนรถยนต์ในบางโอกาส ต้องการความสะดวกสบาย |
| ความคล่องตัว | สูงมาก สามารถใช้ทางจักรยานและลัดเลาะในที่แคบได้ | สูงสุด พกพาสะดวก หาที่จอดง่ายที่สุด | ปานกลาง คล่องตัวกว่ารถยนต์ แต่ไม่เท่าจักรยานหรือสกู๊ตเตอร์ |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 30 – 80+ กม. (ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบตเตอรี่) | 15 – 40 กม. (ขึ้นอยู่กับรุ่น) | 50 – 150+ กม. (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| ข้อดี | – ประหยัดพลังงาน – ได้ออกกำลังกาย – เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – ไม่ต้องมีใบขับขี่ (ส่วนใหญ่) |
– ใช้งานง่าย – ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา – ราคาเริ่มต้นไม่สูง – พับเก็บได้ |
– ปลอดภัยกว่า – ป้องกันแดดและฝนได้ – บรรทุกสัมภาระได้เล็กน้อย – นั่งสบายกว่า |
| ข้อจำกัด/ความท้าทาย | – ไม่สามารถป้องกันสภาพอากาศได้ – ความปลอดภัยบนท้องถนนร่วมกับรถใหญ่ – อาจมีราคาสูงในรุ่นประสิทธิภาพสูง |
– ไม่เหมาะกับถนนขรุขระ – ความปลอดภัยในการทรงตัว – ข้อกฎหมายยังไม่ชัดเจนในบางพื้นที่ |
– ราคาสูงกว่าประเภทอื่น – ต้องการพื้นที่จอดรถ – ต้องมีใบขับขี่และจดทะเบียน |
ผลกระทบของ Micro-mobility ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะ Micro-mobility ไม่ได้ส่งผลดีต่อผู้ใช้งานเพียงคนเดียว แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองโดยรวม
ด้านเศรษฐกิจ: ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ในยุคที่ค่าครองชีพและราคาพลังงานผันผวน การลดค่าใช้จ่ายเดินทางเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ การเลือกใช้ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแทนรถยนต์สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล ทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง ค่าประกันภัย และค่าที่จอดรถ เงินส่วนต่างที่ประหยัดได้สามารถนำไปใช้จ่ายในด้านอื่นหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้ ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระทางการเงินของครัวเรือนในระยะยาว
ด้านสิ่งแวดล้อม: สู่เมืองคาร์บอนต่ำ
ปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่เป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่น PM2.5 และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การหันมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กซึ่งไม่มีการปล่อยมลพิษที่ปลายท่อ (Tailpipe Emissions) จะช่วยให้อากาศในเมืองสะอาดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังช่วยลดมลพิษทางเสียง ทำให้บรรยากาศในเมืองเงียบสงบและน่าอยู่มากขึ้น การส่งเสริม Micro-mobility จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ (Low-carbon City) และสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสังคม: ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง
การลดเวลาที่ต้องสูญเสียไปกับการจราจรที่ติดขัด หมายถึงการมีเวลามากขึ้นสำหรับครอบครัว การทำงาน หรือกิจกรรมที่ตนเองสนใจ ซึ่งช่วยลดความเครียดและเพิ่มความสุขในการใช้ชีวิต การเดินทางด้วย E-Bike ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น ได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองในมุมที่แตกต่างออกไป และยังเป็นการออกกำลังกายเบาๆ ที่ช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางจึงนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้อย่างแท้จริง
บทสรุป: อนาคตของการเดินทางในเมือง
จากข้อมูลและการวิเคราะห์ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่า เทรนด์ Micro-mobility 2569: E-Bike คือคำตอบของคนเมือง? นั้นมีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่ง ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกใหม่ แต่เป็นคำตอบที่จำเป็นสำหรับความท้าทายของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ยุคปัจจุบันและอนาคต
ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความคล่องตัว ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบกับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ E-Bike และยานพาหนะ Micro-mobility อื่นๆ กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ทำหน้าที่เชื่อมต่อการเดินทางให้สมบูรณ์แบบ ลดปัญหารถติดและมลพิษ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การเดินทางยุคใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว และ E-Bike คือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอนาคตนี้
เลือกพาหนะคู่ใจสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง
การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการเดินทางยุคใหม่ ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike หลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ พร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกพาหนะที่ใช่สำหรับทุกเส้นทาง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
