เช็กลิสต์ 5 จุด E-Bike พร้อมลุยหน้าฝน ขับขี่ปลอดภัย
ฤดูฝนนำมาซึ่งความท้าทายสำหรับผู้ใช้ยานพาหนะทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike การเตรียมความพร้อมของรถให้สามารถรับมือกับสภาพถนนที่เปียกลื่นและมีความชื้นสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของยานพาหนะคู่ใจ
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- การตรวจสอบระบบเบรกและยาง: เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดต่อความปลอดภัยในการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียกลื่น ซึ่งมีผลโดยตรงต่อระยะการเบรกและการยึดเกาะถนน
- การป้องกันระบบไฟฟ้า: แบตเตอรี่และมอเตอร์เป็นหัวใจของ E-Bike การป้องกันส่วนประกอบเหล่านี้จากน้ำและความชื้นเป็นกุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงความเสียหายร้ายแรงและค่าซ่อมแซมที่มีราคาสูง
- การทำความสะอาดหลังใช้งาน: การเช็ดทำความสะอาดและเป่าให้แห้งทันทีหลังจากการขับขี่ลุยฝนหรือน้ำท่วมขัง ช่วยป้องกันการเกิดสนิม การผุกร่อน และความเสียหายสะสมในระยะยาว
- เทคนิคการขับขี่ที่ปลอดภัย: การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ เช่น การลดความเร็ว การเบรกอย่างนุ่มนวล และการหลีกเลี่ยงแอ่งน้ำลึก เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: การตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูฝน ไม่ใช่แค่เพียงครั้งเดียวก่อนเริ่มต้นฤดู จะช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาเล็กน้อยได้ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่
บทความนี้จะนำเสนอ เช็กลิสต์ 5 จุด E-Bike พร้อมลุยหน้าฝน ขับขี่ปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบชิ้นส่วนที่สำคัญ เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้อง ไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังการใช้งาน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง แม้ในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การทำความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสินทรัพย์และยืดอายุการใช้งานของ E-Bike ให้ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย
ความสำคัญของการเตรียม E-Bike สำหรับฤดูฝน
การมาถึงของฤดูฝนเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทัศนวิสัยที่ลดลง สภาพถนนที่เปียกลื่น หรือความเสี่ยงจากน้ำท่วมขัง สำหรับผู้ใช้งาน E-Bike ซึ่งเป็นยานพาหนะที่พึ่งพาระบบไฟฟ้าเป็นหลัก การเตรียมความพร้อมจึงมีความสำคัญมากกว่ายานพาหนะทั่วไป เนื่องจากน้ำและความชื้นเป็นปัจจัยเสี่ยงโดยตรงต่อส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนและมีราคาสูง เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ และแผงควบคุม
ผู้ที่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้คือผู้ใช้ E-Bike ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระในชีวิตประจำวัน การละเลยการบำรุงรักษาเชิงป้องกันอาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ไปจนถึงการหยุดทำงานกลางคันซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น การตรวจสอบและเตรียม E-Bike ให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นฤดูฝน และบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน
เจาะลึก: เช็กลิสต์ 5 จุด E-Bike พร้อมลุยหน้าฝน ขับขี่ปลอดภัย
การตรวจสอบอย่างเป็นระบบเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับประกันว่า E-Bike ของท่านอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัยสำหรับฤดูฝน เช็กลิสต์ 5 จุดต่อไปนี้ครอบคลุมส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำและความชื้น
1. ระบบเบรกและยาง: หัวใจของความปลอดภัยบนถนนเปียก
คำจำกัดความและความสำคัญ: ระบบเบรกและยางเป็นส่วนประกอบด่านแรกที่สร้างความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเฉพาะบนถนนที่เปียกซึ่งระยะเบรกจะยาวขึ้นและการยึดเกาะถนนจะลดลง ประสิทธิภาพของเบรกที่ลดลงหรือยางที่ไม่มีดอกยางเพียงพออาจนำไปสู่การลื่นไถลและสูญเสียการควบคุมได้ง่าย
การประยุกต์ใช้และแนวทางปฏิบัติ:
- การตรวจสอบเบรก: ควรทำการ เช็กเบรกจักรยาน อย่างละเอียด ตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกว่ายังเหลือเพียงพอหรือไม่ หากเป็นเบรกแบบดิสก์ ให้สังเกตจานเบรกว่าไม่มีร่องรอยความเสียหายหรือคดงอ สำหรับเบรกแบบวีเบรก ให้แน่ใจว่าผ้าเบรกสัมผัสกับขอบล้ออย่างสม่ำเสมอ ทดลองกำเบรกเพื่อตรวจสอบการตอบสนองและความแน่นของสายเบรก หากรู้สึกว่าเบรกหลวมหรือมีเสียงผิดปกติ ควรนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญปรับตั้งทันที
- การตรวจสอบยาง: สังเกตความลึกของร่องดอกยาง ซึ่งทำหน้าที่รีดน้ำออกจากหน้ายางเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ หากดอกยางตื้นมาก ควรพิจารณาเปลี่ยนยางใหม่ ตรวจสอบแรงดันลมยางให้เป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต การเติมลมยางที่อ่อนเกินไปหรือแข็งเกินไปล้วนส่งผลเสียต่อการควบคุมรถในหน้าฝน นอกจากนี้ ควรสำรวจรอบๆ ยางเพื่อหารอยแตก รอยบาด หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจฝังอยู่
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการละเลยระบบเบรกและยางคือการเกิดอุบัติเหตุจากการลื่นไถลหรือการไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงได้
2. แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า: ป้องกันจุดอ่อนไหวจากน้ำและความชื้น
คำจำกัดความและความสำคัญ: แบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุมถือเป็นสมองและหัวใจของ E-Bike แม้ว่า จักรยานไฟฟ้ากันน้ำ สมัยใหม่จะถูกออกแบบมาให้มีซีลป้องกันน้ำในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันน้ำได้สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการแช่น้ำหรือการฉีดน้ำแรงดันสูง การรั่วซึมของน้ำเข้าสู่ระบบอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและสร้างความเสียหายถาวรได้
การประยุกต์ใช้และแนวทางปฏิบัติ:
- ตรวจสอบซีลและขั้วต่อ: ตรวจสอบซีลยางรอบๆ ช่องใส่แบตเตอรี่และจุดเชื่อมต่อสายไฟต่างๆ ว่ายังอยู่ในสภาพดี ไม่มีการฉีกขาดหรือแข็งตัว หากเป็นไปได้ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาตรวจสอบขั้วต่อว่าสะอาดและไม่มีคราบออกไซด์หรือความชื้นสะสม
- ฝาปิดช่องชาร์จ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฝาปิดช่องชาร์จแบตเตอรี่ยังคงปิดได้สนิทและทำหน้าที่ป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น้ำสามารถเข้าไปได้ง่าย
- หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูง: ในการทำความสะอาด ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดแทนการใช้สายยางฉีดน้ำแรงดันสูงโดยตรงไปยังบริเวณมอเตอร์ แบตเตอรี่ หรือหน้าจอแสดงผล
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้ามักมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
3. มอเตอร์และระบบขับเคลื่อน: ขุมพลังที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
คำจำกัดความและความสำคัญ: ระบบขับเคลื่อน ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ โซ่ และชุดเกียร์ ทำหน้าที่ส่งกำลังไปยังล้อเพื่อให้ E-Bike เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ฝนและโคลนสามารถชะล้างสารหล่อลื่นและนำพาทรายหรือสิ่งสกปรกเข้าไปในชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว ทำให้เกิดการสึกหรอก่อนเวลาอันควร
การประยุกต์ใช้และแนวทางปฏิบัติ:
- การดูแลมอเตอร์: มอเตอร์แบบดุมล้อ (Hub Motor) ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีซีลปิดสนิท แต่ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยน้ำที่สูงเกินกว่าแกนกลางของดุมล้อโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปตามซีลและสร้างความเสียหายได้
- การบำรุงรักษาโซ่: โซ่เป็นชิ้นส่วนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษในหน้าฝน หลังจากขับขี่ลุยฝน ควรเช็ดโซ่ให้แห้งและหยอดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับโซ่โดยเฉพาะ (แนะนำให้ใช้แบบ Wet Lube ที่ทนต่อการชะล้างของน้ำ) เพื่อป้องกันสนิมและรักษาการทำงานที่ราบรื่น การ บำรุงรักษาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ในส่วนนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของชุดขับเคลื่อนทั้งหมด
4. ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ: เพิ่มการมองเห็น ลดความเสี่ยง
คำจำกัดความและความสำคัญ: ทัศนวิสัยเป็นปัจจัยสำคัญต่อ ความปลอดภัย e-bike ในขณะฝนตกหนักหรือสภาพอากาศมืดครึ้ม ระบบไฟส่องสว่างไม่เพียงช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทาง แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นมองเห็นเราได้ชัดเจนขึ้น
การประยุกต์ใช้และแนวทางปฏิบัติ:
- ตรวจสอบการทำงาน: เปิดไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว (ถ้ามี) เพื่อตรวจสอบว่าหลอดไฟทุกดวงทำงานปกติและมีความสว่างเพียงพอ
- ทำความสะอาดเลนส์: คราบโคลนหรือสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนเลนส์โคมไฟสามารถลดความสว่างลงได้อย่างมาก ควรใช้ผ้านุ่มเช็ดทำความสะอาดเลนส์ไฟให้ใสอยู่เสมอ
- พิจารณาอุปกรณ์เสริม: อาจติดตั้งแถบสะท้อนแสงเพิ่มเติมบนตัวรถหรือหมวกกันน็อก เพื่อเพิ่มการมองเห็นจากด้านข้างและด้านหลัง
5. โครงสร้างและจุดเชื่อมต่อ: เกราะป้องกันสนิมและการผุกร่อน
คำจำกัดความและความสำคัญ: โครงสร้างหลักของ E-Bike และชิ้นส่วนโลหะต่างๆ เช่น น็อต สกรู และจุดเชื่อมต่างๆ มีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิมเมื่อต้องสัมผัสกับความชื้นเป็นประจำ สนิมไม่เพียงทำให้รถดูไม่สวยงาม แต่ยังสามารถบั่นทอนความแข็งแรงของโครงสร้างในระยะยาวได้
การประยุกต์ใช้และแนวทางปฏิบัติ:
- ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง: หลังจาก ขับ e-bike ตากฝน ทุกครั้ง ควรใช้เวลาเช็ดทำความสะอาดตัวรถให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกมุมและจุดที่มีชิ้นส่วนโลหะ
- ตรวจสอบร่องรอยสนิม: สำรวจตามจุดต่างๆ หากพบร่องรอยสนิมเริ่มต้น ควรทำการขจัดและป้องกันโดยเร็วที่สุด
- ใช้สเปรย์ป้องกัน: อาจพิจารณาใช้สเปรย์เคลือบป้องกันสนิมหรือแว็กซ์สำหรับจักรยานฉีดพ่นบางๆ บนเฟรมและชิ้นส่วนโลหะเพื่อสร้างชั้นฟิล์มป้องกันน้ำ
| จุดตรวจสอบ | ความสำคัญ | วิธีการตรวจสอบเบื้องต้น |
|---|---|---|
| ระบบเบรกและยาง | ความปลอดภัยสูงสุดในการหยุดรถและควบคุมบนถนนลื่น | ตรวจสอบผ้าเบรก, ทดสอบการตอบสนอง, วัดความลึกดอกยางและแรงดันลม |
| แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า | ป้องกันความเสียหายรุนแรงและค่าซ่อมสูง | ตรวจสอบซีลยาง, ฝาปิดช่องชาร์จ และหลีกเลี่ยงน้ำแรงดันสูง |
| มอเตอร์และระบบขับเคลื่อน | รักษาประสิทธิภาพการส่งกำลังและยืดอายุการใช้งาน | หลีกเลี่ยงน้ำท่วมสูงเกินดุมล้อ, ทำความสะอาดและหล่อลื่นโซ่สม่ำเสมอ |
| ระบบไฟส่องสว่าง | เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่และทำให้ผู้อื่นมองเห็น | เปิดทดสอบไฟทุกดวง, ทำความสะอาดเลนส์โคมไฟให้ใสอยู่เสมอ |
| โครงสร้างและจุดเชื่อมต่อ | ป้องกันสนิมและการผุกร่อนในระยะยาว | เช็ดรถให้แห้งหลังใช้งาน, ตรวจสอบร่องรอยสนิมตามจุดต่างๆ |
เทคนิคการขับขี่ E-Bike อย่างปลอดภัยในวันฝนตก
นอกจากการเตรียมรถให้พร้อมแล้ว การปรับเทคนิคการขับขี่ให้เข้ากับสถานการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
ประเมินสถานการณ์ก่อนลุย: ระดับน้ำและความเร็ว
ก่อนตัดสินใจขับ E-Bike ผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ควรประเมินระดับความลึกของน้ำก่อนเสมอ กฎทั่วไปที่ปลอดภัยคือ อย่าขับลุยน้ำที่สูงเกินครึ่งหนึ่งของล้อ หรือสูงถึงแกนดุมล้อ เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำสามารถซึมเข้าสู่มอเตอร์และลูกปืนได้ง่าย หากจำเป็นต้องขับผ่าน ควรใช้ความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดคลื่นน้ำซัดเข้าสู่ชิ้นส่วนไฟฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป และยังช่วยให้มีเวลาในการสังเกตหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวางที่อาจซ่อนอยู่ใต้น้ำ
การควบคุมรถบนพื้นผิวลื่น
ถนนที่เปียกน้ำจะลดแรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้นผิวอย่างมาก ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนวิธีการควบคุมรถดังนี้:
- การเบรก: เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น และเริ่มเบรกให้เร็วและนุ่มนวลกว่าปกติ หลีกเลี่ยงการเบรกอย่างกะทันหันซึ่งอาจทำให้ล้อล็อกและลื่นไถลได้ ควรกระจายแรงเบรกไปทั้งล้อหน้าและล้อหลังอย่างสมดุล
- การเข้าโค้ง: ลดความเร็วก่อนเข้าโค้งและพยายามตั้งตัวรถให้ตรงมากที่สุด หลีกเลี่ยงการเอียงรถเข้าโค้งในองศาที่มากเกินไป
- ระวังพื้นผิวอันตราย: เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับผ่านฝาท่อระบายน้ำ, เส้นแบ่งเลน, ลูกศรบนพื้นถนน หรือคราบน้ำมัน ซึ่งพื้นผิวเหล่านี้จะลื่นกว่าปกติหลายเท่าเมื่อเปียกน้ำ
อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย
การเตรียมผู้ขับขี่ให้พร้อมก็สำคัญเช่นกัน การสวมใส่เสื้อกันฝนสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสงจะช่วยให้ผู้ใช้รถคนอื่นมองเห็นได้ง่ายขึ้น หมวกกันน็อกที่มีแผ่นกันลม (Visor) จะช่วยป้องกันฝนและเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ดีกว่าการไม่สวมใส่
การดูแลหลังการขับขี่: ขั้นตอนสำคัญที่ห้ามมองข้าม
การ ดูแล e-bike หน้าฝน ไม่ได้จบลงเมื่อถึงที่หมาย แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันความเสียหายระยะยาว
1. เช็ดทำความสะอาดทันที: ทันทีที่จอดยานพาหนะ ควรใช้ผ้าแห้งหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดน้ำและคราบสกปรกออกจากตัวรถให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เน้นบริเวณที่เป็นโลหะ, ระบบเบรก, โซ่ และบริเวณใกล้เคียงกับชิ้นส่วนไฟฟ้า
2. เป่าให้แห้ง: หากมีเครื่องเป่าลม สามารถใช้เป่าไล่ความชื้นตามซอกมุมที่เข้าถึงยาก เช่น บริเวณน็อต, สายไฟ และชุดขับเคลื่อน
3. ตรวจสอบและดูแลแบตเตอรี่: หากแบตเตอรี่ของ E-Bike สามารถถอดออกได้ ควรถอดออกมาตรวจสอบดูว่ามีร่องรอยความชื้นในช่องใส่แบตเตอรี่หรือที่ขั้วต่อหรือไม่ ใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดก่อนนำไปชาร์จ และควรชาร์จในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก
4. หล่อลื่นโซ่: หลังจากเช็ดโซ่จนแห้งสนิทแล้ว ควรหยอดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับโซ่ทันทีเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและรักษาความลื่นไหลในการทำงาน
บทสรุปและแนวทางปฏิบัติเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจ
การขับขี่ E-Bike ในฤดูฝนสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและไม่สร้างความเสียหายให้กับตัวรถ หากผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติตาม เช็กลิสต์ 5 จุด E-Bike พร้อมลุยหน้าฝน ขับขี่ปลอดภัย อันได้แก่ การตรวจสอบระบบเบรกและยาง, การป้องกันแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า, การดูแลมอเตอร์และระบบขับเคลื่อน, การเช็กระบบไฟส่องสว่าง และการป้องกันโครงสร้างจากสนิม จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง
การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ควบคู่ไปกับการปรับเทคนิคการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกลื่น คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และ E-Bike สามารถผ่านฤดูฝนไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ทั้งยังเป็นการลงทุนเพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของยานพาหนะให้คงอยู่อย่างยาวนาน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา E-Bike คุณภาพ หรือต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดูแลรักษารถจักรยานไฟฟ้า
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- Website: ติดต่อเรา
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
