ส่องนโยบายรัฐ 2026: E-Bike อาจได้ลดหย่อนภาษี?
บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และ ส่องนโยบายรัฐ 2026: E-Bike อาจได้ลดหย่อนภาษี? ซึ่งเป็นคำถามที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมากที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะพิจารณาจากทิศทางนโยบายเศรษฐกิจโดยรวมของภาครัฐ แนวโน้มการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจออกมาตรการสนับสนุนจักรยานไฟฟ้าในอนาคต แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การทำความเข้าใจบริบทนโยบายในภาพใหญ่จะช่วยให้เห็นภาพความเป็นไปได้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ภาพรวมทิศทางนโยบายรัฐบาล 2569
ก่อนจะเจาะลึกถึงความเป็นไปได้ของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับจักรยานไฟฟ้า การทำความเข้าใจภาพรวมของทิศทางนโยบายรัฐบาลที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2569 (ค.ศ. 2026) เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมาตรการย่อยต่างๆ มักจะสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของประเทศ โดยประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาและคาดว่าจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศมีดังนี้
- ยังไม่มีนโยบายเฉพาะทาง: ในปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับนโยบายลดหย่อนภาษีหรือเงินอุดหนุนสำหรับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) โดยเฉพาะสำหรับปี 2569
- มุ่งเน้นเศรษฐกิจภาพใหญ่: นโยบายหลักของรัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เช่น โครงการดิจิทัลวอลเล็ต การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน
- โอกาสในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่: จักรยานไฟฟ้าอาจถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (Next-Gen Industry) และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่ยังไม่ถูกระบุเป็นลำดับความสำคัญแรกๆ
- การเลือกตั้งเป็นตัวแปรสำคัญ: การเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2569 อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดนโยบายใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งรวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการเดินทาง
- ความชัดเจนหลังการเลือกตั้ง: คาดว่าความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีและมาตรการสนับสนุนต่างๆ จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง และเมื่อมีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินสำหรับปีถัดไป
ภาพรวมนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาล 2569: ทิศทางและเป้าหมายหลัก
ในปี 2569 รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนและวางรากฐานสำหรับอนาคต ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในประเทศ โดยสามารถแบ่งทิศทางนโยบายหลักออกเป็น 3 ด้านสำคัญ
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น: จากดิจิทัลวอลเล็ตถึงเที่ยวดีมีคืน
เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง (คาดการณ์ GDP ปี 2026 ขยายตัว 1.5%) รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้นเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โครงการที่อยู่ในข่ายการพิจารณาและเคยประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากมาก่อน ได้แก่:
- โครงการ Digital Wallet: นโยบายแจกเงิน 10,000 บาทต่อคน เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างทั่วถึง แม้จะมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา แต่ถือเป็นนโยบายเรือธงที่ถูกจับตามอง
- โครงการคนละครึ่งพลัส: เป็นการต่อยอดโครงการเดิมที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย โดยอาจมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
- มาตรการลดหย่อนภาษีด้านการท่องเที่ยว: โครงการอย่าง “เที่ยวดีมีคืน” อาจถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 20,000 บาท และอาจเพิ่มสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้และฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายร่วมกันคือการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนและรักษาการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงที่การส่งออกอาจไม่สามารถเป็นพระเอกได้เหมือนในอดีต
การแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน: สร้างความมั่นคงทางการเงิน
ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง แนวทางที่คาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่องได้แก่:
- การปรับโครงสร้างหนี้: สำหรับลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งครอบคลุมประชาชนกว่า 3.5 ล้านราย อาจมีโครงการ “รีเซ็ตหนี้” เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาการชำระหนี้
- การดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบ: ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และการสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยุติธรรมและลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
- มาตรการพักชำระหนี้: อาจมีการพิจารณาพักหนี้ในรูปแบบต่างๆ สำหรับกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้มีเวลาในการตั้งหลักและฟื้นฟูสภาพคล่องทางการเงิน
การส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและพลังงานสะอาด
นอกเหนือจากการแก้ปัญหาระยะสั้นแล้ว การวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาวถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายรัฐบาล โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (Next-Gen Industry) ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรวมถึง:
- พลังงานสะอาด (Clean Energy): การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับประชาคมโลก
- อุตสาหกรรมดิจิทัล: การส่งเสริมเทคโนโลยี AI, FinTech, และนวัตกรรมดิจิทัลอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI): ผ่านการปฏิรูปกฎหมายและโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ในบริบทนี้เอง ที่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การส่งเสริมพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในบริบทนโยบาย EV ของไทย
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike คือยานพาหนะสองล้อที่ผสานกำลังจากการปั่นของผู้ใช้งานเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ช่วยผ่อนแรงและทำให้การเดินทางระยะใกล้ถึงปานกลางสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมสุขภาพ ทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในแง่นโยบายของภาครัฐ สถานะของ E-Bike ยังคงมีความท้าทายและโอกาสที่ต้องวิเคราะห์ต่อไป
ทำไมยังไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับ E-Bike โดยเฉพาะ?
แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงท่าทีสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างชัดเจน แต่มาตรการส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก เหตุผลเบื้องหลังสถานการณ์นี้สามารถอธิบายได้หลายประการ:
- ลำดับความสำคัญของนโยบาย: รัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณไปยังปัญหาที่มีผลกระทบในวงกว้างก่อน เช่น ปัญหาปากท้อง หนี้ครัวเรือน และการกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค ทำให้มาตรการสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มอย่าง E-Bike ยังไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับความสำคัญแรกๆ
- ผลกระทบเชิงอุตสาหกรรม: การส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมมากกว่า ทั้งในแง่ของมูลค่าการลงทุน การจ้างงาน และการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ในขณะที่อุตสาหกรรม E-Bike ในไทยยังไม่ใหญ่เท่า
- ขาดการผลักดันจากภาคเอกชน: แม้จะมีความต้องการจากผู้บริโภค แต่การผลักดันเชิงนโยบายจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม E-Bike อาจยังไม่มีพลังมากพอเมื่อเทียบกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่
- ความซับซ้อนในการกำหนดมาตรฐาน: การออกมาตรการสนับสนุนจำเป็นต้องมีการกำหนดนิยามและมาตรฐานของ E-Bike ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการสวมรอยและให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา
สัญญาณบวกและความเป็นไปได้: E-Bike จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริม EV หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในอนาคตยังคงมีสัญญาณบวกที่น่าสนใจซึ่งอาจนำไปสู่การสนับสนุน E-Bike จากภาครัฐได้ ทิศทางที่รัฐบาลมุ่งเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญที่สุด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางในเมืองเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก และ E-Bike ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางการส่งเสริมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ถือเป็นประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้จักรยานไฟฟ้าได้รับการสนับสนุนในอนาคต ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเดินทางที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ การที่ E-Bike ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-mobility) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลกในฐานะโซลูชันสำหรับการเดินทาง “last-mile” หรือการเชื่อมต่อกับการขนส่งสาธารณะ อาจทำให้ภาครัฐเล็งเห็นถึงศักยภาพในการนำมาใช้เพื่อลดปัญหาการจราจรในเขตเมืองใหญ่ได้ หากมีการผลักดันจากภาคประชาสังคมและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โอกาสที่ E-Bike จะถูกรวมเข้าไปในแผนส่งเสริม EV ของประเทศก็มีความเป็นไปได้สูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตนโยบาย E-Bike ในปี 2026
การตัดสินใจออกมาตรการสนับสนุนจักรยานไฟฟ้าในปี 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยแวดล้อมที่ซับซ้อน ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
ปัจจัยทางการเมือง: การเลือกตั้งและนโยบายหาเสียง
การเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง ในช่วงเวลาหาเสียง พรรคการเมืองต่างๆ มักจะเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนเพื่อสร้างความนิยม นโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการลดค่าครองชีพ เช่น การอุดหนุนยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก อาจถูกนำมาใช้เป็นนโยบายหาเสียงเพื่อดึงดูดคะแนนจากกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ นอกจากนี้ เม็ดเงินหาเสียงที่คาดว่าจะสะพัดกว่า 4-6 หมื่นล้านบาท จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพิจารณานโยบายใหม่ๆ หลังการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
ปัจจัยทางเศรษฐกิจ: สภาพเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านงบประมาณ
สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะเป็นตัวกำหนดกรอบงบประมาณที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ได้ การคาดการณ์ GDP ที่อาจขยายตัวเพียง 1.5% และแนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1% สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ในสถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลอาจต้องเลือกระหว่างการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม กับการให้เงินอุดหนุนในภาคส่วนที่เฉพาะเจาะจง หากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับ E-Bike ถูกมองว่าใช้งบประมาณไม่สูงแต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ก็อาจได้รับการพิจารณาได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม: เทรนด์การใช้ชีวิตและปัญหามลพิษ
กระแสความตื่นตัวด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในสังคมไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ และปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ ทำให้ประชาชนเริ่มมองหาทางเลือกการเดินทางที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เทรนด์การใช้ชีวิตที่เน้นความยั่งยืน (Sustainability) และการใส่ใจสุขภาพ เป็นแรงกดดันทางสังคมที่อาจผลักดันให้ภาครัฐต้องหันมาพิจารณาสนับสนุนรูปแบบการเดินทางทางเลือกอย่าง E-Bike อย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
สรุปภาพรวมนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจปี 2569
เพื่อให้เห็นภาพรวมของทิศทางนโยบายรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อนโยบายย่อยต่างๆ ในปี 2569 สามารถสรุปมาตรการที่คาดการณ์ได้ตามตารางด้านล่างนี้ จะเห็นได้ว่านโยบายส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเป็นหลัก ในขณะที่การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่เป็นเป้าหมายระยะกลางถึงยาว
| ด้านนโยบาย | ตัวอย่างมาตรการ | ความเกี่ยวข้องกับ E-Bike |
|---|---|---|
| การกระตุ้นการบริโภค | โครงการ Digital Wallet, คนละครึ่งพลัส, เที่ยวดีมีคืน (ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว) | ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง แต่อาจเพิ่มกำลังซื้อโดยรวมของประชาชน |
| การแก้ไขปัญหาหนี้สิน | การปรับโครงสร้างหนี้, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan), การพักชำระหนี้ | ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้มีโอกาสซื้อสินทรัพย์ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น |
| การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ | ส่งเสริมพลังงานสะอาด, อุตสาหกรรมดิจิทัล, Reskill แรงงาน, เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ | มีความเกี่ยวข้องสูง E-Bike จัดอยู่ในกลุ่มพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งมีโอกาสได้รับการสนับสนุน |
| ปัจจัยจากการเลือกตั้ง 2569 | พรรคการเมืองเสนอนโยบายประชานิยมเพื่อตอบโจทย์คนเมืองและสิ่งแวดล้อม | อาจมีพรรคการเมืองเสนอนโยบายอุดหนุน E-Bike เพื่อเป็นจุดขายในการหาเสียง |
สรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า
โดยสรุป จากการ ส่องนโยบายรัฐ 2026: E-Bike อาจได้ลดหย่อนภาษี? พบว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนหรือการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ทิศทางของรัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาพใหญ่ อย่างไรก็ตาม โอกาสยังคงเปิดกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากเป้าหมายการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจักรยานไฟฟ้าถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้ ปัจจัยทางการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2569 และกระแสความต้องการของสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จะเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจผลักดันให้เกิดนโยบายสนับสนุน E-Bike ขึ้นได้ในอนาคต ผู้ที่สนใจจึงควรติดตามข่าวสารและประกาศจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้งและการจัดทำงบประมาณแผ่นดินฉบับใหม่
สำหรับผู้ที่ไม่อยากรอและต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในวันนี้ การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือคือทางเลือกที่ดีที่สุด GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพสูง ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางของคุณ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้คุณได้ยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุด
สามารถเข้ามาชมสินค้าจริงและทดลองขับขี่ได้ที่ร้าน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

