รัฐหนุน E-Bike? ส่องมาตรการ EV ที่คนไทยจะได้ใช้ปี 2568
- ประเด็นสำคัญ: สรุปมาตรการ EV และโอกาสของ E-Bike ในปี 2568
- ภาพรวมนโยบาย EV ปี 2568: จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) อยู่ในแผนหรือไม่?
- มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ: รากฐานสู่ยุค E-Bike
- สถานะของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในมาตรการรัฐ: ความชัดเจนและสิ่งที่ต้องจับตา
- แนวโน้มตลาด E-Bike และอนาคตการเดินทางในประเทศไทย
- ความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรม EV ปี 2568
- สรุป: E-Bike กับทิศทางนโยบาย EV ปี 2568 และทางเลือกสำหรับผู้บริโภค
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยมีนโยบายภาครัฐเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด คำถามที่หลายคนสนใจคือ มาตรการสนับสนุนเหล่านี้จะครอบคลุมถึงยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือไม่ และในปี 2568 ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง
ประเด็นสำคัญ: สรุปมาตรการ EV และโอกาสของ E-Bike ในปี 2568
- ยังไม่มีมาตรการอุดหนุนโดยตรง: ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการประกาศเงินอุดหนุนหรือโครงการสนับสนุนสำหรับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) โดยเฉพาะในปี 2568 อย่างเป็นทางการ มาตรการส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก
- E-Bike ได้รับประโยชน์ทางอ้อม: จักรยานไฟฟ้าได้รับอานิสงส์จากนโยบาย EV ในภาพรวม เช่น การลดหย่อนภาษีนำเข้าชิ้นส่วนบางประเภท และการส่งเสริมการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จ ซึ่งช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าทุกรูปแบบ
- นโยบาย EV 3.5 เป็นต้นแบบ: มาตรการ EV 3.5 ที่ให้เงินอุดหนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 5,000–10,000 บาทต่อคัน ถือเป็นสัญญาณบวกและเป็นต้นแบบที่อาจถูกนำมาปรับใช้กับ E-Bike ในอนาคต หากภาครัฐต้องการส่งเสริมการเดินทางในเมืองอย่างยั่งยืน
- ตลาด E-Bike เติบโตด้วยตัวเอง: แม้ไม่มีเงินอุดหนุนโดยตรง แต่ตลาด E-Bike ในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง กระแสรักษ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น
- อนาคตขึ้นอยู่กับการผลักดันนโยบาย: การขยายมาตรการสนับสนุนมายัง E-Bike ในอนาคตขึ้นอยู่กับการหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ E-Bike ในการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเชื่อมต่อ (Last-mile connectivity) ในเมืองใหญ่
ภาพรวมนโยบาย EV ปี 2568: จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) อยู่ในแผนหรือไม่?
เมื่อเข้าสู่ปี 2568 คำถามสำคัญที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต่างจับตามองคือ รัฐหนุน E-Bike? ส่องมาตรการ EV ที่คนไทยจะได้ใช้ปี 2568 ว่าจะมีความชัดเจนและครอบคลุมเพียงใด นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะมาตรการ EV 3.5 ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมุ่งเน้นการให้เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อกระตุ้นการผลิตและการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ อย่างไรก็ตาม สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สถานะในนโยบายดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด
ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่ศักยภาพของ E-Bike ในการเป็นคำตอบของการเดินทางในเมือง (Urban Mobility) ที่ช่วยลดปัญหาการจราจร ลดมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมสุขภาพ การที่ภาครัฐจะขยายการสนับสนุนมายัง E-Bike หรือไม่นั้น จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคและทิศทางการเติบโตของตลาดในระยะยาว ดังนั้น การทำความเข้าใจกรอบนโยบายที่มีอยู่และแนวโน้มในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่สนใจในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า
มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ: รากฐานสู่ยุค E-Bike
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลมาจากการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน การลดหย่อนภาษี ไปจนถึงการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท รวมถึง E-Bike ด้วย
นโยบาย EV 3.5: จุดเปลี่ยนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อ
มาตรการ EV 3.5 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2570 ถือเป็นนโยบายเรือธงที่ต่อยอดความสำเร็จจากมาตรการ EV 3.0 โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาแรงส่งของตลาดและผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค แม้ว่าจุดสนใจหลักจะอยู่ที่รถยนต์ไฟฟ้า แต่มาตรการนี้ได้จัดสรรเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน โดยผู้ซื้อจะได้รับเงินอุดหนุนในอัตรา 5,000–10,000 บาทต่อคัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและประเภทของแบตเตอรี่ การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อนี้เองที่สร้างความหวังว่าในอนาคต จักรยานไฟฟ้าอาจได้รับการพิจารณาให้อยู่ในกรอบการสนับสนุนที่คล้ายคลึงกัน
เปรียบเทียบเงินอุดหนุน: จาก EV 3.0 สู่ EV 3.5
เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น สามารถเปรียบเทียบเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในสองมาตรการหลักได้ดังนี้:
| มาตรการ | ช่วงเวลาบังคับใช้ | เงินอุดหนุนต่อคัน | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|---|
| EV 3.0 | พ.ศ. 2565 – 2566 | 18,000 บาท | สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ประกอบในประเทศและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด |
| EV 3.5 | พ.ศ. 2567 – 2570 | 5,000 – 10,000 บาท | ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณสมบัติของแบตเตอรี่ ส่งเสริมการผลิตในประเทศ |
เป้าหมาย 30@30: วิสัยทัศน์ระยะยาวที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV
เบื้องหลังมาตรการสนับสนุนระยะสั้นเหล่านี้ คือเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่เรียกว่า “30@30” ซึ่งตั้งเป้าให้ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ในส่วนของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เป้าหมายการผลิตถูกกำหนดไว้ที่ 675,000 คันต่อปี และเป้าหมายการใช้งานในประเทศ 650,000 คันภายในปีเดียวกัน วิสัยทัศน์นี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นทั้งด้านอุปทาน (การผลิต) และอุปสงค์ (การใช้งาน) อย่างต่อเนื่อง
สถานะของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในมาตรการรัฐ: ความชัดเจนและสิ่งที่ต้องจับตา
แม้ว่าภาพรวมนโยบาย EV ของไทยจะมีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่เมื่อเจาะลึกมาที่กลุ่มจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ กลับพบว่ายังขาดความชัดเจนในเชิงมาตรการสนับสนุนโดยตรง ซึ่งสร้างคำถามให้กับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ E-Bike เป็นพาหนะในการเดินทาง
เงินอุดหนุนโดยตรงสำหรับ E-Bike: มีจริงหรือไม่ในปี 2568?
จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ณ ปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 ยังไม่มีการประกาศมาตรการให้เงินอุดหนุนโดยตรงแก่ผู้ซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ภายใต้นโยบาย EV 3.5 หรือโครงการอื่นๆ ของภาครัฐ การสนับสนุนยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากนิยามและประเภทของยานพาหนะตามกฎหมาย ซึ่งจักรยานไฟฟ้ามักถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่แตกต่างจากรถจักรยานยนต์ที่ต้องมีการจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม นี่คือประเด็นที่ภาคเอกชนและสมาคมที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามผลักดันให้ภาครัฐพิจารณาในอนาคต
การขยายการสนับสนุนมายัง E-Bike ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่ยังเป็นการส่งเสริมการเดินทางสีเขียวในระดับจุลภาค (Micro-mobility) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจราจรในเขตเมือง
ประโยชน์ทางอ้อมที่ E-Bike ได้รับจากนโยบาย EV โดยรวม
แม้จะไม่มีเงินอุดหนุนโดยตรง แต่ E-Bike ก็ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากนโยบายส่งเสริม EV ในหลายมิติ:
- การลดหย่อนภาษี: นโยบายลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิต E-Bike ที่ประกอบในประเทศลดลง ซึ่งอาจสะท้อนไปยังราคาขายปลีกที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การที่ภาครัฐและเอกชนเร่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จสาธารณะ (Charging Stations) ทั่วประเทศ แม้ส่วนใหญ่จะออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็เป็นการสร้างความตระหนักรู้และยอมรับในเทคโนโลยีไฟฟ้า และในบางพื้นที่เริ่มมีการติดตั้งจุดชาร์จสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กควบคู่ไปด้วย
- การวิจัยและพัฒนา: การส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในประเทศ ช่วยยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ E-Bike ที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น
- การสร้างการรับรู้ในตลาด: แคมเปญประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เกี่ยวข้องกับ EV โดยรวม ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดใจและหันมาสนใจยานพาหนะพลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่ง E-Bike ถือเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางด้วยไฟฟ้า
แนวโน้มตลาด E-Bike และอนาคตการเดินทางในประเทศไทย
ทิศทางของตลาดจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้ E-Bike มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีราคาที่จับต้องได้
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดจักรยานไฟฟ้า
ตลาด E-Bike ไม่ได้รอเพียงนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ แต่เติบโตด้วยปัจจัยขับเคลื่อนภายในตัวเองที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในชีวิตประจำวัน กระแสการดูแลสุขภาพที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นโดยมี E-Bike เป็นเครื่องทุ่นแรง และความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ผู้คนมองหาทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็กลง ชาร์จเร็วขึ้น และวิ่งได้ไกลขึ้น ประกอบกับราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ถึงปานกลาง
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: บทเรียนจากตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสู่ E-Bike
จากการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สามารถถอดบทเรียนและนำมาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมตลาด E-Bike ได้ 6 ประการหลัก ได้แก่:
- การขยายโครงสร้างพื้นฐาน: พัฒนาจุดชาร์จที่เหมาะสมกับ E-Bike และจัดสรรพื้นที่จอดรถที่ปลอดภัยในที่สาธารณะและอาคารต่างๆ
- การสนับสนุนการผลิตในประเทศ: ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินทุนแก่ผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบ E-Bike ในประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทาน
- ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D): สนับสนุนการวิจัยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์สำหรับยานพาหนะขนาดเล็กโดยเฉพาะ
- สร้างมาตรฐานกลาง: กำหนดมาตรฐานสำหรับแบตเตอรี่และหัวชาร์จ เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกันได้และนำไปสู่ระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) ที่มีประสิทธิภาพ เช่น โมเดล Swap2gether
- การสร้างความเข้าใจด้านพฤติกรรมผู้ใช้: รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษา E-Bike อย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย
- การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ: ออกแบบนโยบายที่เอื้อให้สามารถนำ E-Bike ขึ้นรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งมวลชนอื่นได้ เพื่อส่งเสริมการเดินทางแบบไร้รอยต่อ
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: สิ่งที่จะได้เห็นใน E-Bike ปี 2568
ในปี 2568 คาดว่าจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาด E-Bike มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนเพื่อตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ วางแผนเส้นทาง หรือบันทึกสถิติการปั่น ระบบ GPS ติดตามเพื่อป้องกันการโจรกรรม ระบบล็อกอัจฉริยะ และการออกแบบที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ E-Bike สำหรับการเดินทางในเมือง, จักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า, ไปจนถึงจักรยานพับไฟฟ้าที่สะดวกต่อการพกพา
ความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรม EV ปี 2568
ปี 2568 จะเป็นอีกปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายและการพัฒนาตลาดในภาพรวม
งาน Future Mobility Thailand 2025
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) มีกำหนดจัดงาน Future Mobility Thailand 2025 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับการเจรจาธุรกิจและจัดแสดงเทคโนโลยีชิ้นส่วนยานยนต์แห่งอนาคต งานนี้จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการ E-Bike ได้พบปะกับซัพพลายเออร์เทคโนโลยีใหม่ๆ และอาจเป็นเวทีที่มีการหารือถึงแนวทางการผลักดันนโยบายสนับสนุน E-Bike ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
การเฉลิมฉลอง 10 ปี สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)
ในโอกาสครบรอบ 10 ปี สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จะมีการจัดกิจกรรมเสวนาและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า โดยเชิญผู้นำทั้งจากภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม การเฉลิมฉลองครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการมองย้อนกลับไปถึงความสำเร็จ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับทศวรรษต่อไป ซึ่งประเด็นของ Micro-mobility และ E-Bike ย่อมเป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างแน่นอน
สรุป: E-Bike กับทิศทางนโยบาย EV ปี 2568 และทางเลือกสำหรับผู้บริโภค
โดยสรุป สำหรับคำถามที่ว่า รัฐหนุน E-Bike? ส่องมาตรการ EV ที่คนไทยจะได้ใช้ปี 2568 คำตอบคือ ภาครัฐยังไม่มีมาตรการอุดหนุนโดยตรงสำหรับจักรยานไฟฟ้าเป็นการเฉพาะ แต่ทิศทางของนโยบาย EV โดยรวมได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาด E-Bike ทั้งในด้านต้นทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการยอมรับของผู้บริโภค แม้จะต้องรอความชัดเจนด้านนโยบายต่อไป แต่ด้วยประโยชน์ที่จับต้องได้ทั้งการประหยัดค่าเดินทาง การดูแลสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ E-Bike ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางในยุคปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่คัดสรรมาเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนเมืองโดยเฉพาะ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการบริการที่น่าเชื่อถือ
สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, และ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

