ไขข้อสงสัย! วัตต์ (W), โวลต์ (V), แอมป์ (Ah) ใน E-Bike คืออะไร?
- สรุปประเด็นสำคัญของสเปคจักรยานไฟฟ้า
- ทำความเข้าใจพื้นฐาน: ทำไมต้องรู้เรื่อง W, V, Ah?
- เจาะลึกความหมายของแต่ละหน่วยวัดในจักรยานไฟฟ้า
- ความสัมพันธ์ระหว่าง V, Ah, W และการคำนวณที่ควรรู้
- ตารางเปรียบเทียบหน่วยวัดสำคัญของ E-Bike
- แนวทางปฏิบัติในการเลือกสเปค E-Bike ให้เหมาะสม
- บทสรุปและการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่คุ้มค่า
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในฐานะยานพาหนะทางเลือกที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าสักคันอาจสร้างความสับสนได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสเปคทางเทคนิคต่างๆ การทำความเข้าใจหน่วยวัดพื้นฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้จักรยานที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง
สรุปประเด็นสำคัญของสเปคจักรยานไฟฟ้า
- วัตต์ (W): คือหน่วยวัดกำลังสูงสุดของมอเตอร์ มีผลโดยตรงต่ออัตราเร่ง ความสามารถในการขึ้นทางชัน และการบรรทุกน้ำหนัก ยิ่งวัตต์สูง มอเตอร์ยิ่งมีพละกำลังมาก
- โวลต์ (V): คือหน่วยวัดแรงดันไฟฟ้าของระบบ เปรียบเสมือนแรงผลักดันพลังงานไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ โวลต์ที่สูงขึ้นมักหมายถึงการส่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้มอเตอร์สร้างความเร็วและแรงบิดได้ดีขึ้น
- แอมป์-ชั่วโมง (Ah): คือหน่วยวัดความจุของแบตเตอรี่ เปรียบได้กับขนาดของถังน้ำมัน ยิ่งค่า Ah สูง แบตเตอรี่ก็ยิ่งเก็บพลังงานได้มาก ทำให้จักรยานสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- วัตต์-ชั่วโมง (Wh): คือหน่วยวัดพลังงานรวมทั้งหมดในแบตเตอรี่ คำนวณจาก โวลต์ (V) คูณกับ แอมป์-ชั่วโมง (Ah) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่แม่นยำที่สุดในการเปรียบเทียบระยะทางที่คาดว่าจะวิ่งได้ระหว่าง E-Bike รุ่นต่างๆ
ทำความเข้าใจพื้นฐาน: ทำไมต้องรู้เรื่อง W, V, Ah?
การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) อาจทำให้หลายคนสับสนกับสเปคทางเทคนิค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำถามที่ว่า ไขข้อสงสัย! วัตต์ (W), โวลต์ (V), แอมป์ (Ah) ใน E-Bike คืออะไร? หน่วยวัดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ระบุไว้ข้างผลิตภัณฑ์ แต่เป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดประสิทธิภาพและลักษณะการขับขี่ของจักรยานไฟฟ้าแต่ละคัน การทำความเข้าใจความหมายและความสัมพันธ์ของค่าเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเลือก E-Bike ที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เดินทางในเมือง การขี่เพื่อการพักผ่อน หรือการใช้งานบนเส้นทางที่ท้าทาย
ความสำคัญของการทำความเข้าใจสเปคเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งาน หากเลือกจักรยานที่มีกำลังมอเตอร์ (วัตต์) ไม่เพียงพอ อาจประสบปัญหาในการขึ้นเนินหรือเมื่อต้องการอัตราเร่ง ในทางกลับกัน หากเลือกแบตเตอรี่ที่มีความจุ (แอมป์-ชั่วโมง) น้อยเกินไป อาจไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้ในการชาร์จเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อ E-Bike ทุกคน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ ควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้พื้นฐานทางไฟฟ้าเหล่านี้ เพื่อให้การลงทุนในจักรยานไฟฟ้าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจาะลึกความหมายของแต่ละหน่วยวัดในจักรยานไฟฟ้า
เพื่อให้สามารถเลือกจักรยานไฟฟ้าได้อย่างมืออาชีพ การทำความเข้าใจในรายละเอียดของแต่ละหน่วยวัดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ แต่ละค่ามีความหมายและส่งผลต่อสมรรถนะของจักรยานในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป
โวลต์ (V): แรงดันไฟฟ้าที่กำหนดความแรงและประสิทธิภาพ
โวลต์ (Volt) หรือแรงดันไฟฟ้า คือหน่วยวัดศักย์ไฟฟ้าหรือแรงผลักดันที่ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจร ในบริบทของจักรยานไฟฟ้า ค่าโวลต์ของแบตเตอรี่ (เช่น 36V, 48V หรือ 52V) จะเป็นตัวกำหนดว่ามอเตอร์จะได้รับ “แรงผลัก” ของพลังงานมากเพียงใด
ระบบที่มีแรงดันไฟฟ้าสูงกว่า โดยทั่วไปแล้วจะสามารถส่งพลังงานไปยังมอเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งหมายถึงการสูญเสียพลังงานในรูปของความร้อนในสายไฟจะน้อยลง ผลลัพธ์ที่ได้คือการตอบสนองที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านความเร็วสูงสุดและแรงบิด (Torque) หรือพละกำลังในการฉุดลาก เมื่อเปรียบเทียบจักรยานสองคันที่มีกำลังวัตต์เท่ากัน คันที่มีระบบโวลต์สูงกว่ามักจะให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ทรงพลังและเร่งได้ดีกว่า นอกจากนี้ ระบบโวลต์สูงยังช่วยให้มอเตอร์ทำงานได้เต็มศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องดึงกระแสไฟฟ้า (แอมป์) มากเกินไป ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของส่วนประกอบต่างๆ ในระยะยาว
แอมป์-ชั่วโมง (Ah): หน่วยวัดความจุ บอกระยะทาง
แอมป์-ชั่วโมง (Amp-hour) คือหน่วยวัดความจุของแบตเตอรี่ หรือปริมาณประจุไฟฟ้าที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายออกมาได้ในช่วงเวลาหนึ่ง หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ค่า Ah ก็เปรียบเสมือน “ขนาดของถังน้ำมัน” ของจักรยานไฟฟ้า แบตเตอรี่ที่มีค่า Ah สูงกว่าจะสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า
ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ขนาด 10 Ah หมายความว่ามันสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้า 10 แอมป์ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือจ่ายกระแส 1 แอมป์ได้นาน 10 ชั่วโมง ในการใช้งานจริง ค่า Ah ที่สูงขึ้นหมายถึงระยะทางที่จักรยานไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม มีข้อควรพิจารณาคือ แบตเตอรี่ที่มีความจุสูงมักจะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่า ซึ่งอาจส่งผลต่อน้ำหนักรวมและความคล่องตัวของจักรยาน การเลือกระหว่างระยะทางที่ไกลขึ้นกับน้ำหนักที่เบาลงจึงเป็นการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาตามความต้องการใช้งานเป็นหลัก
การเปรียบเทียบความจุแบตเตอรี่โดยดูแค่ค่า Ah เพียงอย่างเดียวอาจไม่สมบูรณ์นัก หากระบบไฟฟ้าของจักรยานมีค่าโวลต์ต่างกัน ควรใช้ค่า “วัตต์-ชั่วโมง (Wh)” ในการเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุด
วัตต์ (W): กำลังสูงสุดของมอเตอร์
วัตต์ (Watt) คือหน่วยวัดกำลังไฟฟ้า หรืออัตราการใช้พลังงานต่อหน่วยเวลา ในจักรยานไฟฟ้า ค่าวัตต์จะบ่งบอกถึงกำลังสูงสุดที่มอเตอร์สามารถผลิตได้ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสมรรถนะของจักรยานในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราเร่ง ความสามารถในการไต่ขึ้นที่สูงชัน และความสามารถในการบรรทุกน้ำหนัก
มอเตอร์ที่มีกำลังวัตต์สูง (เช่น 500W หรือ 750W) จะให้ความรู้สึกที่ทรงพลัง ตอบสนองต่อการบิดคันเร่งได้รวดเร็ว และสามารถพาผู้ขับขี่ขึ้นเนินได้อย่างง่ายดายกว่ามอเตอร์ที่มีกำลังวัตต์ต่ำ (เช่น 250W) อย่างไรก็ตาม กำลังมอเตอร์ที่สูงขึ้นก็หมายถึงการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่มากขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้ระยะทางต่อการชาร์จลดลงหากใช้งานที่กำลังสูงสุดตลอดเวลา
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ หลายประเทศมีข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับกำลังมอเตอร์ของจักรยานไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น ในหลายประเทศของยุโรป จักรยานไฟฟ้าช่วยปั่น (Pedelec) ถูกจำกัดกำลังมอเตอร์ไว้ที่ 250W ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบกฎหมายและข้อบังคับในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าจักรยานที่เลือกนั้นถูกต้องตามกฎหมาย
ความสัมพันธ์ระหว่าง V, Ah, W และการคำนวณที่ควรรู้
หน่วยวัดทั้งสามนี้ไม่ได้ทำงานแยกจากกัน แต่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด การทำความเข้าใจสมการพื้นฐานจะช่วยให้สามารถประเมินและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ E-Bike รุ่นต่างๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
วัตต์-ชั่วโมง (Wh): ค่าพลังงานที่แท้จริงของแบตเตอรี่
ในขณะที่ Ah บอกถึงความจุ, วัตต์-ชั่วโมง (Watt-hour) จะบอกถึงปริมาณพลังงานทั้งหมดที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในการเปรียบเทียบ “ความอึด” ของแบตเตอรี่ โดยเฉพาะเมื่อจักรยานไฟฟ้ามีแรงดันไฟฟ้า (V) ไม่เท่ากัน สามารถคำนวณได้จากสูตรง่ายๆ:
วัตต์-ชั่วโมง (Wh) = โวลต์ (V) × แอมป์-ชั่วโมง (Ah)
ตัวอย่างเช่น:
- แบตเตอรี่ A: 36V และ 10Ah จะมีพลังงานรวม 36 × 10 = 360 Wh
- แบตเตอรี่ B: 48V และ 8Ah จะมีพลังงานรวม 48 × 8 = 384 Wh
จากตัวอย่างนี้ แม้ว่าแบตเตอรี่ B จะมีค่า Ah น้อยกว่า แต่เนื่องจากมีแรงดันไฟฟ้า (V) ที่สูงกว่า จึงทำให้มีพลังงานรวม (Wh) มากกว่าแบตเตอรี่ A เล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าในทางทฤษฎีแล้ว แบตเตอรี่ B สามารถให้ระยะทางได้ไกลกว่า ดังนั้นการใช้ค่า Wh ในการเปรียบเทียบจึงให้ภาพที่ชัดเจนกว่าการดูแค่ค่า Ah เพียงอย่างเดียว
การประเมินระยะทางจากค่า Wh
เมื่อทราบค่าพลังงานรวมของแบตเตอรี่ (Wh) แล้ว ก็สามารถนำมาใช้ประเมินระยะทางที่จักรยานจะวิ่งได้ โดยต้องคำนึงถึงอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยของระบบ ซึ่งโดยทั่วไปจะวัดเป็น “Wh ต่อกิโลเมตร” (Wh/km) อัตรานี้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- ระดับการช่วยปั่น: การใช้โหมดช่วยปั่นระดับสูงจะใช้พลังงานมากกว่าระดับต่ำ
- สภาพภูมิประเทศ: การขี่ขึ้นเนินชันต้องใช้พลังงานมากกว่าทางเรียบ
- น้ำหนักบรรทุก: น้ำหนักของผู้ขี่และสัมภาระที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มภาระให้มอเตอร์
- ความเร็ว: การขี่ด้วยความเร็วสูงจะใช้พลังงานมากกว่าความเร็วต่ำ
- สภาพลม: การขี่ทวนลมจะเพิ่มแรงต้านและใช้พลังงานมากขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว E-Bike จะมีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20 Wh/km หากแบตเตอรี่มีพลังงาน 360 Wh ก็จะสามารถคำนวณระยะทางโดยประมาณได้ที่ 18-36 กิโลเมตร (360 Wh ÷ 20 Wh/km = 18 km และ 360 Wh ÷ 10 Wh/km = 36 km) ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น และระยะทางจริงอาจแตกต่างไปจากนี้
แอมป์ (A): กระแสไฟฟ้าที่ส่งผลต่อการทำงาน
แอมป์ (Ampere) คือหน่วยวัดอัตราการไหลของกระแสไฟฟ้า หรือปริมาณของอิเล็กตรอนที่ไหลผ่านจุดใดจุดหนึ่งในวงจรต่อวินาที ในระบบของ E-Bike ตัวควบคุม (Controller) จะทำหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้า (A) จากแบตเตอรี่ไปป้อนให้กับมอเตอร์ตามความต้องการในขณะนั้นๆ
ความสัมพันธ์ของกำลัง (W), แรงดัน (V), และกระแส (A) สามารถแสดงได้ด้วยสูตร: วัตต์ (W) = โวลต์ (V) × แอมป์ (A)
เมื่อต้องการกำลังสูงๆ เช่น ขณะเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน ตัวควบคุมจะดึงกระแส (A) มากขึ้น เพื่อส่งกำลัง (W) ไปยังมอเตอร์ให้สูงขึ้น การดึงกระแสสูงอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดความร้อนในระบบและทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณภาพของตัวควบคุมและมอเตอร์ในการจัดการกระแสไฟฟ้าและความร้อนจึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพและความทนทานของระบบโดยรวม
ตารางเปรียบเทียบหน่วยวัดสำคัญของ E-Bike
| หน่วยวัด | ความหมาย | ผลต่อประสิทธิภาพ |
|---|---|---|
| โวลต์ (V) | แรงดันไฟฟ้าของระบบ เปรียบเสมือนแรงผลักดันพลังงาน | ค่า V สูง ส่งผลให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพดีขึ้น, เพิ่มความเร็วและแรงบิด |
| แอมป์-ชั่วโมง (Ah) | ความจุของแบตเตอรี่ เปรียบเสมือนขนาดถังน้ำมัน | ค่า Ah สูง ส่งผลให้สามารถเดินทางได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง |
| วัตต์ (W) | กำลังสูงสุดของมอเตอร์ เปรียบเสมือนพละกำลังของเครื่องยนต์ | ค่า W สูง ส่งผลให้อัตราเร่งดีขึ้น, มีความสามารถในการขึ้นทางชันและบรรทุกน้ำหนักได้ดีกว่า |
| วัตต์-ชั่วโมง (Wh) | พลังงานรวมทั้งหมดในแบตเตอรี่ (V x Ah) | เป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในการเปรียบเทียบพลังงานและความอึดของแบตเตอรี่ระหว่างรุ่นต่างๆ |
แนวทางปฏิบัติในการเลือกสเปค E-Bike ให้เหมาะสม
เมื่อมีความเข้าใจในแต่ละหน่วยวัดแล้ว การนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการเลือกจักรยานไฟฟ้าให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของตนเองก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่เน้นความเร็วและพละกำลัง
หากรูปแบบการใช้งานเน้นการเดินทางที่รวดเร็ว ต้องการอัตราเร่งที่ดีเพื่อแซงหรือใช้ในเส้นทางที่มีเนินชันบ่อยครั้ง ควรให้ความสำคัญกับจักรยานไฟฟ้าที่มีระบบ โวลต์ (V) สูง (เช่น 48V ขึ้นไป) และมีกำลังมอเตอร์ วัตต์ (W) สูง (เช่น 500W หรือมากกว่า) การผสมผสานนี้จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและตอบสนองได้ดั่งใจ ช่วยให้รับมือกับสภาพถนนที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสมรรถนะที่สูงขึ้นมักจะแลกมากับการใช้พลังงานที่มากขึ้น ซึ่งอาจต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยขึ้นหากใช้งานอย่างเต็มกำลังตลอดเวลา
สำหรับผู้ที่เน้นการเดินทางระยะไกล
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้จักรยานไฟฟ้าเพื่อการเดินทางไกลเป็นหลัก เช่น การเดินทางไปทำงานหรือการท่องเที่ยวในวันหยุด ควรให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ที่มีค่า แอมป์-ชั่วโมง (Ah) สูง หรือจะให้ดีที่สุดคือพิจารณาจากค่า วัตต์-ชั่วโมง (Wh) รวมที่สูง การมีพลังงานสำรองในแบตเตอรี่ที่มากพอจะช่วยลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทาง และทำให้สามารถวางแผนการเดินทางได้ไกลขึ้น ในกรณีนี้ กำลังมอเตอร์ (W) อาจไม่จำเป็นต้องสูงมากนัก มอเตอร์ขนาดมาตรฐาน (250W-350W) ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และยังช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ดีกว่ามอเตอร์กำลังสูงอีกด้วย
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม
นอกเหนือจากสเปคหลักๆ แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ:
- น้ำหนักและขนาด: แบตเตอรี่ที่มีความจุสูง (Ah/Wh สูง) มักมีน้ำหนักและขนาดใหญ่กว่า ควรพิจารณาว่าสามารถรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ และการออกแบบของจักรยานยังคงความสมดุลและความคล่องตัวอยู่หรือไม่
- กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น: ดังที่กล่าวไปข้างต้น ควรตรวจสอบข้อจำกัดด้านกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุดที่กฎหมายในพื้นที่อนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง
- คุณภาพของส่วนประกอบ: นอกจากตัวเลขสเปคแล้ว คุณภาพของเซลล์แบตเตอรี่, ยี่ห้อมอเตอร์, และระบบควบคุม (Controller) ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และอายุการใช้งานในระยะยาว
บทสรุปและการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่คุ้มค่า
การทำความเข้าใจความหมายของ วัตต์ (W), โวลต์ (V), และ แอมป์-ชั่วโมง (Ah) เป็นกุญแจสำคัญในการไขข้อสงสัยและเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ได้อย่างชาญฉลาด โดยสรุปแล้ว วัตต์ (W) คือตัวแทนของพละกำลัง, โวลต์ (V) คือตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการส่งกำลังและความเร็ว, และ แอมป์-ชั่วโมง (Ah) คือมาตรวัดระยะทางหรือความอึดของแบตเตอรี่ การนำค่า V และ Ah มาคำนวณเป็น วัตต์-ชั่วโมง (Wh) จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบพลังงานรวมของแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำที่สุด การเลือกสเปคที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นความแรง, ระยะทาง, หรือความสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ จะทำให้ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดและทำให้การลงทุนในจักรยานไฟฟ้าของคุณคุ้มค่าในระยะยาว
หากกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike รุ่นต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์
สามารถเข้ามาชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางการติดต่อออนไลน์:
- FACEBOOK PAGE
- LINE
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

