E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: แบบไหนเหมาะกับคุณ?
- สรุปประเด็นสำคัญ
- ทำความเข้าใจยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อแห่งอนาคต
- E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก
- เจาะลึก E-Bike (จักรยานไฟฟ้า): เพื่อการเดินทางที่สบายกว่า
- เจาะลึกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ความคล่องตัวและสนุกสนานในเมือง
- ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกรถไฟฟ้าสองล้อ
- บทสรุป: ค้นหารถที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
- เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่มองหายานพาหนะส่วนบุคคลที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะทั้งสองประเภทนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง แต่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในด้านการออกแบบ การใช้งาน และประสบการณ์การขับขี่ การทำความเข้าใจคุณสมบัติเฉพาะตัวของแต่ละประเภทจะช่วยให้สามารถเลือกรถที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเดินทางได้อย่างแท้จริง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รูปแบบการใช้งาน: E-Bike หรือจักรยานไฟฟ้า เหมาะสำหรับการเดินทางที่เน้นความสบาย นั่งขี่ในระยะทางปานกลาง และสามารถออกแรงปั่นเพื่อช่วยเสริมกำลังมอเตอร์ได้ ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเน้นความคล่องตัว การพกพา และความสนุกสนานในการขับขี่ระยะสั้นในเมือง
- โครงสร้างและการควบคุม: E-Bike มีโครงสร้างคล้ายจักรยานทั่วไปพร้อมเบาะนั่งและล้อขนาดใหญ่ ให้ความมั่นคงสูง ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่า ผู้ใช้ต้องยืนทรงตัวและควบคุมผ่านคันเร่ง ทำให้เรียนรู้ได้เร็วกว่า
- การพกพาและจัดเก็บ: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบอย่างชัดเจนในด้านการพกพา เนื่องจากส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้และมีน้ำหนักเบากว่า E-Bike อย่างมาก ทำให้สะดวกต่อการนำขึ้นรถไฟฟ้าหรือเก็บในพื้นที่จำกัด
- เส้นทางที่เหมาะสม: จักรยานไฟฟ้าเหมาะกับเส้นทางเรียบถึงทางชันปานกลาง ให้ประสบการณ์การขี่ที่นุ่มนวลและชมวิวได้เพลินๆ ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสามารถรับมือกับทางขรุขระได้ดีกว่าและให้การควบคุมที่สนุกสนาน
- ข้อพิจารณาทางกฎหมาย: ในประเทศไทย E-Bike ที่มีระบบช่วยปั่นมักถูกจัดอยู่ในประเภทจักรยาน ทำให้มีความคล่องตัวทางกฎหมายมากกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจถูกตีความใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ทำความเข้าใจยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อแห่งอนาคต
ในยุคที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicle) จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปรียบเทียบระหว่าง จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับบริบทของเมืองสมัยใหม่
ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถไฟฟ้าสองล้อ มักเป็นกลุ่มคนหลากหลาย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศที่ต้องการลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปจนถึงผู้ที่มองหากิจกรรมสันทนาการรูปแบบใหม่ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป ความเข้าใจในความแตกต่างที่สำคัญของยานพาหนะทั้งสองชนิดนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจลงทุนกับพาหนะที่จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักในด้านต่างๆ จะช่วยให้ประเมินได้ว่ายานพาหนะประเภทใดที่สอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด ตารางด้านล่างนี้สรุปข้อมูลสำคัญเพื่อการพิจารณาเบื้องต้น
| คุณสมบัติ | E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| การขับเคลื่อน | ต้องปั่นเพื่อเปิดใช้งานระบบช่วยส่งกำลัง (Pedal-Assist) มอเตอร์จะทำงานเมื่อมีการออกแรงถีบ | ใช้คันเร่งควบคุมความเร็ว ไม่จำเป็นต้องออกแรงขับเคลื่อนเอง สามารถยืนหรือนั่ง (ในบางรุ่น) ได้เลย |
| ความเร็วสูงสุด | โดยทั่วไปจำกัดความเร็วไว้ที่ 25-45 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยตามกฎหมายในหลายประเทศ | มักมีความเร็วสูงสุดที่สูงกว่า E-Bike ให้ความรู้สึกที่เร้าใจและสนุกสนานกว่าในการขับขี่ |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | หลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่นและความจุแบตเตอรี่ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง (เช่น 25-60 กม.) | ใกล้เคียงกับ E-Bike ในระดับราคาเดียวกัน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมืองระยะสั้นเป็นหลัก |
| โครงสร้างและท่านั่ง | มีเบาะนั่งเต็มตัวเหมือนจักรยานทั่วไป ทำให้ขี่ได้สบายในระยะทางไกล มีล้อขนาดกลางถึงใหญ่ | ส่วนใหญ่เป็นแบบยืนขับ มีแท่นวางเท้าขนาดเล็ก โครงสร้างเน้นความกะทัดรัดและล้อมีขนาดเล็กกว่า |
| น้ำหนักและการพกพา | มีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด การพกพาหรือยกขึ้นที่สูงทำได้ยากกว่า | น้ำหนักเบากว่ามาก ส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้ง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการพกพา |
| เส้นทางที่เหมาะสม | ทางเรียบและทางลาดชันปานกลาง ให้ความรู้สึกมั่นคงเหมือนจักรยานแม่บ้าน เหมาะกับการขี่ชมวิว | ทางเรียบในเมือง หากเป็นรุ่นที่มีกำลังสูง (Dual Motor) สามารถรับมือกับทางขรุขระหรือ off-road ได้ดี |
| การเรียนรู้ | ง่ายสำหรับผู้ที่เคยขี่จักรยานมาก่อน แต่ต้องปรับตัวกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและกำลังของมอเตอร์ | เรียนรู้ได้รวดเร็วมาก โดยทั่วไปใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการทำความคุ้นเคยกับการทรงตัวและคันเร่ง |
เจาะลึก E-Bike (จักรยานไฟฟ้า): เพื่อการเดินทางที่สบายกว่า
E-Bike หรือจักรยานไฟฟ้า คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างจักรยานแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระของผู้ขับขี่และทำให้การเดินทางไกลหรือการขึ้นทางชันเป็นเรื่องง่ายขึ้น
หลักการทำงานและโครงสร้างของ E-Bike
หัวใจของ E-Bike คือระบบ “Pedal-Assist” หรือระบบช่วยปั่น ซึ่งหมายความว่ามอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ขี่ออกแรงปั่นเท่านั้น ระบบนี้จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของบันไดและส่งกำลังจากมอเตอร์มาช่วยเสริม ทำให้ผู้ขี่รู้สึกเหมือนมีแรงผลักเบาๆ ช่วยให้ไปได้เร็วขึ้นและเหนื่อยน้อยลง โครงสร้างโดยรวมยังคงความเป็นจักรยานไว้สูง มีเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ แฮนด์จับที่คุ้นเคย และล้อขนาดใหญ่ที่ช่วยซับแรงกระแทกและให้ความมั่นคงบนพื้นผิวที่หลากหลาย
สถานการณ์ที่ E-Bike ตอบโจทย์ที่สุด
จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความสบายในการเดินทางเป็นหลัก เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานการณ์ต่อไปนี้:
- การเดินทางระยะปานกลาง: สำหรับการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระในระยะทางที่ไม่ไกลเกินไป E-Bike ช่วยให้ถึงที่หมายได้โดยไม่เหนื่อยและไม่เสียเหงื่อมากนัก
- ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเบาๆ: แม้จะมีมอเตอร์ช่วย แต่ผู้ขี่ยังคงต้องออกแรงปั่น ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี โดยสามารถเลือกระดับการช่วยปั่นเพื่อกำหนดความหนักเบาได้
- การเดินทางในเส้นทางที่มีเนินหรือทางชัน: มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยลดภาระในการขึ้นทางชันได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เส้นทางที่เคยเป็นอุปสรรคกลายเป็นเรื่องง่าย
- การใช้งานแทนจักรยานธรรมดา: เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายที่ยังต้องการความสุขจากการขี่จักรยาน รวมถึงผู้ที่ต้องการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น การไปจ่ายตลาด
ข้อดีและข้อควรพิจารณาของจักรยานไฟฟ้า
ข้อดี:
- ความสบาย: ท่านั่งที่เป็นธรรมชาติและเบาะนั่งขนาดเต็มตัวทำให้สามารถขี่ได้นานโดยไม่เมื่อยล้า
- ความมั่นคง: ล้อขนาดใหญ่และจุดศูนย์ถ่วงที่เหมาะสมให้ความมั่นคงในการขับขี่สูงกว่าสกู๊ตเตอร์
- สุขภาพ: เป็นการผสมผสานระหว่างการเดินทางและการออกกำลังกาย
- ความเป็นมิตรต่อกฎหมาย: ส่วนใหญ่มักถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับจักรยาน ทำให้ใช้งานบนท้องถนนได้โดยมีข้อจำกัดน้อยกว่า
ข้อควรพิจารณา:
- น้ำหนัก: มีน้ำหนักมาก ทำให้การยกหรือเคลื่อนย้ายเมื่อไม่ได้ขี่เป็นเรื่องลำบาก
- ขนาด: ขนาดใหญ่ทำให้หาที่จอดยากกว่าและไม่สามารถพกพาเข้าไปในอาคารหรือระบบขนส่งสาธารณะได้
- ราคา: โดยทั่วไปมีราคาสูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในระดับเริ่มต้น
เจาะลึกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ความคล่องตัวและสนุกสนานในเมือง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความคล่องตัวสูงสุดในการเดินทางระยะสั้น หรือที่เรียกว่า “Last-mile transportation” เป็นพาหนะที่เน้นความกะทัดรัด การพกพาสะดวก และประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน
หลักการทำงานและโครงสร้างของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทำงานโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ควบคุมผ่านคันเร่งบริเวณแฮนด์จับ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องออกแรงใดๆ ในการขับเคลื่อน เพียงแค่ยืนบนแท่นวางเท้าและควบคุมความเร็วด้วยนิ้วมือ โครงสร้างถูกออกแบบมาให้เรียบง่ายและมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีจุดเด่นคือกลไกการพับที่ช่วยให้สามารถลดขนาดลงเพื่อการจัดเก็บหรือการถือได้อย่างสะดวก ล้อมีขนาดเล็กกว่า E-Bike อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการซับแรงกระแทกแต่ก็แลกมาด้วยความคล่องตัวที่สูงขึ้น
สถานการณ์ที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดดเด่น
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะแสดงประสิทธิภาพได้ดีที่สุดในสถานการณ์เหล่านี้:
- การเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขี่จากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือจากสถานีไปยังที่ทำงาน ช่วยลดเวลาการเดินได้อย่างมาก
- การใช้งานในพื้นที่จำกัด: ความคล่องตัวสูงทำให้สามารถซอกแซกไปตามการจราจรที่หนาแน่นหรือในซอยแคบๆ ได้ดี
- ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการพกพา: สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือทำงานในอาคารสูง การพับสกู๊ตเตอร์แล้วหิ้วขึ้นลิฟต์เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดาย
- การเดินทางระยะสั้นที่สนุกสนาน: ให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง “เล่น” มากกว่า “เดินทาง” ทำให้การเดินทางระยะใกล้ๆ กลายเป็นเรื่องน่าสนุก
ข้อดีและข้อควรพิจารณาของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ข้อดี:
- การพกพา: น้ำหนักเบาและพับได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหนือกว่าในด้านการพกพาและจัดเก็บ
- ความคล่องตัว: ขนาดเล็กและวงเลี้ยวแคบทำให้ควบคุมได้ง่ายในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนของเมือง
- เรียนรู้เร็ว: ผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถทรงตัวและควบคุมได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
- ราคาเข้าถึงง่าย: มีรุ่นราคาประหยัดให้เลือกมากมาย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ข้อควรพิจารณา:
- ความสบาย: การยืนเป็นเวลานานอาจทำให้เมื่อยล้าได้ และล้อขนาดเล็กทำให้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวที่ไม่เรียบได้ง่าย
- ความปลอดภัย: ความมั่นคงน้อยกว่า E-Bike โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือบนถนนที่เปียกลื่น
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย: สถานะทางกฎหมายยังไม่ชัดเจนในบางพื้นที่ และอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้หากขับขี่บนถนนสายหลัก
ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกรถไฟฟ้าสองล้อ
นอกเหนือจากคุณสมบัติพื้นฐานแล้ว การตัดสินใจเลือกระหว่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงด้วย
ระยะทางและรูปแบบการใช้งาน
ประเมินระยะทางที่ต้องเดินทางในแต่ละวัน หากเป็นการเดินทางระยะไกลกว่า 10-15 กิโลเมตรต่อเที่ยว ความสบายของ E-Bike อาจเป็นปัจจัยชี้ขาด ในทางกลับกัน หากเป็นการเดินทางสั้นๆ ไม่เกิน 5 กิโลเมตร หรือใช้เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางอื่น ความสะดวกและรวดเร็วของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอาจเหมาะสมกว่า
สภาพเส้นทางและความชัน
พิจารณาสภาพถนนในเส้นทางประจำ หากเป็นถนนเรียบและได้รับการดูแลอย่างดี ยานพาหนะทั้งสองประเภทสามารถใช้งานได้ดี แต่ถ้าเส้นทางมีหลุมบ่อหรือพื้นผิวขรุขระ ล้อที่ใหญ่กว่าของ E-Bike จะให้ความนุ่มนวลและความปลอดภัยที่มากกว่า สำหรับเส้นทางที่มีความลาดชัน E-Bike ที่มีระบบช่วยปั่นจะช่วยให้ผ่านไปได้ง่าย ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอาจต้องใช้รุ่นที่มีกำลังมอเตอร์สูงเพื่อรับมือกับเนินชัน
ความสะดวกในการพกพาและจัดเก็บ
นี่คือหนึ่งในปัจจัยที่แตกต่างกันที่สุด หากที่พักหรือที่ทำงานไม่มีที่จอดที่ปลอดภัย หรือจำเป็นต้องนำยานพาหนะติดตัวเข้าไปในอาคาร สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่พับได้คือคำตอบที่ชัดเจน แต่หากมีพื้นที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและไม่ต้องยกขึ้นที่สูง E-Bike ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดี
ข้อกฎหมายและความปลอดภัย
ควรตรวจสอบข้อบังคับในท้องถิ่นเกี่ยวกับยานพาหนะไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้ว E-Bike ที่จำกัดความเร็วและต้องใช้การปั่นร่วมด้วยมักจะถูกกฎหมายยอมรับในฐานะจักรยานมากกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้คันเร่งอาจเข้าข่ายเป็นยานพาหนะที่ต้องมีการจดทะเบียนในบางกรณี นอกจากนี้ ควรพิจารณาอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น หมวกกันน็อก ซึ่งจำเป็นสำหรับยานพาหนะทั้งสองประเภท
บทสรุป: ค้นหารถที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
การเลือกระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดอย่างตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินความต้องการและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล หากให้ความสำคัญกับความสบายในการเดินทางระยะไกล การออกกำลังกาย และความมั่นคงในการขับขี่ E-Bike คือตัวเลือกที่เหมาะสม ในทางกลับกัน หากความคล่องตัวสูงสุด การพกพาสะดวก และความสนุกสนานในการเดินทางระยะสั้นในเมืองคือสิ่งที่มองหา สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
การตัดสินใจที่ดีที่สุดมาจากการได้ทดลองขับขี่ด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันนั้นตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความปลอดภัยอย่างแท้จริง การได้สัมผัสกับน้ำหนัก การควบคุม และความรู้สึกในการขับขี่ จะช่วยขจัดข้อสงสัยและนำไปสู่การเลือกซื้อที่คุ้มค่าที่สุด
เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
ไม่ว่าการตัดสินใจของคุณจะเป็นจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและมีบริการหลังการขายเป็นสิ่งสำคัญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ มีทั้งจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หลากหลายรุ่นสำหรับการเดินทางที่สะดวกสบาย และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อความคล่องตัวในเมือง
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับขี่เพื่อค้นหารถที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
FACEBOOK PAGE
LINE
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

