E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ? ถือเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่มองหายานพาหนะทางเลือกสำหรับการเดินทางในเมือง ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสองตัวเลือกนี้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัว
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ผสมผสานการออกกำลังกายเบาๆ เข้ากับการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง เหมาะสำหรับการเดินทางระยะกลางและให้ความมั่นคงในการขับขี่สูง
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เน้นความสะดวกสบายในการพกพา ความคล่องตัวสูง และการขับขี่ที่สนุกสนาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง
- การเลือกระหว่างสองประเภทนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น ระยะทางที่ใช้ประจำ ความจำเป็นในการพกพา ลักษณะเส้นทาง และความต้องการด้านการออกกำลังกาย
- ทั้ง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน
ภาพรวมของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
ในยุคที่การจราจรหนาแน่นและค่าครองชีพสูงขึ้น ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลได้กลายเป็นทางออกที่น่าสนใจ การเปรียบเทียบระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ? จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเลือกคู่หูในการเดินทางที่จะส่งผลต่อชีวิตประจำวันโดยตรง ทั้งสองตัวเลือกต่างนำเสนอวิธีการเดินทางที่หลีกเลี่ยงปัญหารถติด ประหยัดค่าเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีลักษณะการใช้งานและข้อดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากความต้องการของคนเมืองที่มองหาความคล่องตัวและความสะดวกสบายในการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ไปสถานีรถไฟฟ้า หรือทำธุระในบริเวณใกล้เคียง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว โดย E-Bike จะดึงดูดผู้ที่ยังคงชื่นชอบการปั่นจักรยานแต่ต้องการตัวช่วยเพื่อลดความเหนื่อยล้า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ต้องออกแรง และพกพาไปได้ทุกที่ การทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองจึงเป็นก้าวแรกในการเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลมากที่สุด
เปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก: E-Bike ปะทะ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อการตัดสินใจที่ชัดเจน การเปรียบเทียบคุณสมบัติในด้านต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น ตารางด้านล่างนี้สรุปความแตกต่างที่สำคัญระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้เห็นภาพรวมของประสิทธิภาพและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน
| คุณสมบัติ | E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| ความเร็วสูงสุด | ประมาณ 25-45 กม./ชม. (ความเร็วขึ้นอยู่กับการปั่นช่วย) | มักมีความเร็วสูงกว่าและให้ความรู้สึกสนุกสนานในการขับขี่ |
| ระยะทางต่อชาร์จ | ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งานแบตเตอรี่ โดยทั่วไปใกล้เคียงกับสกู๊ตเตอร์ในระดับเดียวกัน | หลากหลายตั้งแต่ระยะสั้นจนถึงยาวมาก ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ |
| น้ำหนักและการพกพา | หนักกว่า มีขนาดใหญ่กว่า แม้รุ่นพับได้ก็ยังพกพาลำบาก | เบากว่า พับเก็บง่าย เหมาะกับการพกพาขึ้นรถหรือขนส่งสาธารณะ |
| การออกแบบและโครงสร้าง | โครงสร้างคล้ายจักรยานทั่วไป มีขนาดล้อใหญ่ ต้องการการปั่นเพื่อเปิดใช้งานมอเตอร์ | โครงสร้างเล็กกะทัดรัด ล้อเล็ก ควบคุมด้วยคันเร่ง ไม่ต้องออกแรงปั่น |
| รูปแบบการใช้งาน | เดินทางในเมือง, ออกกำลังกายเบาๆ, ต้องการความเสถียรสูง | เดินทางระยะสั้น, เน้นความคล่องตัวสูง, พกพาสะดวก, ขับสนุก |
| กำลังและแรงบิด | มอเตอร์กำลังวัตต์ไม่สูงมาก การไต่เนินต้องอาศัยการปั่นช่วย | มีแรงบิดดีกว่าในรุ่นเทียบเท่า สามารถไต่ทางชันได้ดีกว่า |
ความเร็วและประสบการณ์การขับขี่
E-Bike ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับจักรยานทั่วไป แต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าคอยช่วยผ่อนแรง ทำให้การปั่นขึ้นเนินหรือการเดินทางไกลเป็นเรื่องง่ายขึ้น ความเร็วสูงสุดมักจะถูกจำกัดไว้ที่ประมาณ 25-45 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมายในหลายพื้นที่ การควบคุมความเร็วจะสัมพันธ์กับการออกแรงปั่น ซึ่งให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและสามารถควบคุมได้ง่าย
ในทางกลับกัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามอบประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ผู้ขับขี่ไม่ต้องออกแรงใดๆ เพียงแค่บิดคันเร่งก็สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ทันที ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความได้เปรียบในเรื่องอัตราเร่งและความสนุกสนานในการขับขี่ สามารถทำความเร็วได้สูงกว่า E-Bike ในหลายๆ รุ่น และใช้เวลาเรียนรู้ในการควบคุมเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและไม่ต้องการให้เหงื่อออกระหว่างการเดินทาง
ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ ทั้ง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีรุ่นที่หลากหลายซึ่งให้ระยะทางที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปในรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงกันอาจให้ระยะทางที่ไม่ต่างกันมากนัก เช่น บางรุ่นอาจวิ่งได้ประมาณ 25 กิโลเมตรต่อการชาร์จ อย่างไรก็ตาม ระยะทางจริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักผู้ขับขี่, สภาพเส้นทาง (ทางเรียบหรือทางชัน), และความเร็วที่ใช้
ข้อได้เปรียบของ E-Bike คือหากแบตเตอรี่หมดกลางทาง ผู้ใช้ยังสามารถปั่นต่อไปได้เหมือนจักรยานธรรมดา แม้จะหนักกว่าปกติก็ตาม ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหากแบตเตอรี่หมด จะต้องเข็นหรือลากเท่านั้น ซึ่งอาจไม่สะดวกนักหากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
การออกแบบ, น้ำหนัก, และการพกพา
ความแตกต่างในด้านการออกแบบส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักและการพกพา E-Bike มีโครงสร้างที่ใหญ่และแข็งแรงคล้ายจักรยาน มีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การยกหรือเคลื่อนย้ายทำได้ลำบากกว่า แม้จะมี E-Bike รุ่นพับได้ แต่ก็ยังมีขนาดและน้ำหนักที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกในการพกพาเป็นหลัก ด้วยขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และกลไกการพับที่ใช้งานง่าย ทำให้สามารถพกพาใส่ท้ายรถยนต์ ยกขึ้นรถไฟฟ้า หรือนำเข้าไปเก็บในอาคารและที่ทำงานได้อย่างสะดวกสบาย จุดนี้ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางแบบผสมผสาน (Multimodal Commuting)
โครงสร้างและเสถียรภาพในการควบคุม
ด้วยขนาดล้อที่ใหญ่กว่าและโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง E-Bike จึงมีความเสถียรในการขับขี่สูงกว่า โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือขรุขระ ล้อที่ใหญ่ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าและให้การยึดเกาะถนนที่ดีกว่า ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากกว่า เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ยานพาหนะไฟฟ้า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมีล้อขนาดเล็กกว่า จะมีความไวต่อสภาพพื้นผิวถนนมากกว่า อาจรู้สึกสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านทางที่ไม่เรียบ อย่างไรก็ตาม ขนาดที่เล็กทำให้มีความคล่องตัวสูง สามารถซอกแซกไปตามการจราจรที่หนาแน่นหรือในพื้นที่แคบได้ดีกว่า การควบคุมทำได้ง่ายและตอบสนองได้รวดเร็ว เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรติดขัด
กำลังมอเตอร์และประสิทธิภาพการไต่ทางชัน
โดยทั่วไป มอเตอร์ของ E-Bike ถูกออกแบบมาเพื่อ “ช่วย” ในการปั่น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนตัวรถทั้งหมดด้วยตัวเอง ทำให้กำลังวัตต์อาจไม่สูงเท่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในระดับราคาเดียวกัน การขึ้นทางชันจึงยังต้องอาศัยแรงปั่นจากผู้ขับขี่ร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่ต้องการความสบายสูงสุด
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักมีมอเตอร์ที่ให้แรงบิดสูงกว่า ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีและสามารถไต่ทางชันได้โดยไม่ต้องออกแรงเลย ในบางรุ่นที่มีมอเตอร์คู่ (Dual Motor) จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการขึ้นเนินสูงมาก เทียบเท่าหรือดีกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ที่มีเนินหรือทางลาดชันเยอะ
วิเคราะห์สถานการณ์: เลือกพาหนะที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์
การเลือกยานพาหนะที่ “ใช่” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการในการใช้งานจริงเป็นหลัก เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้
กรณีที่ควรเลือกจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
E-Bike เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่:
- ต้องการเดินทางในระยะทางปานกลาง: หากเส้นทางการเดินทางประจำวันมีระยะทางที่ไกลเกินกว่าจะเดินหรือใช้สกู๊ตเตอร์ แต่ไม่ไกลพอที่จะต้องใช้รถยนต์ E-Bike คือคำตอบที่ลงตัว
- ชื่นชอบการออกกำลังกาย: สำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการเดินทางเข้ากับการออกกำลังกายเบาๆ E-Bike ช่วยให้ได้ขยับร่างกาย แต่ไม่เหนื่อยจนเกินไป เหมาะสำหรับแม่บ้านที่ใช้เดินทางไปจ่ายตลาด หรือพนักงานออฟฟิศที่ต้องการแอคทีฟมากขึ้น
- ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและปลอดภัย: ด้วยล้อขนาดใหญ่และความเสถียรของโครงสร้าง E-Bike ให้ความรู้สึกปลอดภัยและควบคุมได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับยานพาหนะสองล้อขนาดเล็ก หรือผู้ที่กังวลเรื่องอุบัติเหตุ
- ใช้เดินทางในเส้นทางชานเมืองหรือหมู่บ้าน: ในพื้นที่ที่มีถนนกว้างขวางและไม่พลุกพล่านมากนัก E-Bike มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายและเพลิดเพลิน
กรณีที่ควรเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดสำหรับผู้ที่:
- ต้องการความสะดวกในการพกพาสูงสุด: หากต้องเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า หรือต้องนำยานพาหนะเข้าไปเก็บในอาคาร สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่พับได้และมีน้ำหนักเบาคือตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้
- เดินทางในระยะสั้นๆ เป็นหลัก: สำหรับการเดินทางในเมืองระยะใกล้ เช่น จากคอนโดไปยังสถานีรถไฟฟ้า, ไปร้านสะดวกซื้อ, หรือเดินทางภายในมหาวิทยาลัย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามอบความรวดเร็วและคล่องตัวสูงสุด
- ต้องการความสนุกสนานและความเร็ว: ประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องแคล่วและอัตราเร่งที่ทันใจ ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาความตื่นเต้นในการเดินทาง
- ไม่ต้องการออกแรงปั่น: สำหรับผู้ที่ต้องการไปถึงที่หมายโดยไม่ต้องเสียเหงื่อ หรือผู้ที่กลัวการขับขี่มอเตอร์ไซค์แต่ไม่ต้องการปั่นจักรยาน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือทางออกที่สมบูรณ์แบบ
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ
นอกเหนือจากการเปรียบเทียบคุณสมบัติและไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ได้ยานพาหนะที่คุ้มค่าและใช้งานได้อย่างสบายใจในระยะยาว
กฎหมายและความปลอดภัยบนท้องถนน
สถานะทางกฎหมายของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลในประเทศไทยยังมีความไม่ชัดเจนในบางประเด็น โดยทั่วไป E-Bike ที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายจักรยาน (ต้องปั่นเพื่อเปิดใช้งานมอเตอร์) และมีความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด มักจะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับจักรยานและไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่
สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สถานการณ์อาจมีความซับซ้อนกว่า หากมีความเร็วสูงหรือกำลังมอเตอร์มาก อาจถูกพิจารณาว่าเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งอาจมีประเด็นเรื่องการจดทะเบียนและใบขับขี่ได้ มีกรณีที่ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าความเร็วสูงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบ ดังนั้นจึงควรเลือกรุ่นที่มีความเร็วเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองและขับขี่ด้วยความระมัดระวังเสมอ การสวมหมวกกันน็อกและอุปกรณ์ป้องกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งสองประเภทเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ราคา, การบำรุงรักษา, และความคุ้มค่าระยะยาว
ในด้านราคา E-Bike อาจมีราคาสูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในบางรุ่น เนื่องจากมีชิ้นส่วนที่ซับซ้อนกว่า เช่น ชุดเกียร์, โครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่, และระบบเบรกที่ต้องรองรับน้ำหนักที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเภทถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารขนส่งสาธารณะในระยะยาว
การบำรุงรักษาก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา E-Bike สามารถนำไปให้ร้านจักรยานทั่วไปดูแลในส่วนของระบบกลไกได้ ส่วนระบบไฟฟ้าควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนกลไกน้อยกว่า แต่การซ่อมแซมระบบไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่อาจต้องทำโดยร้านค้าเฉพาะทาง ควรตรวจสอบเรื่องการรับประกันและศูนย์บริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อ
ทางเลือกอื่นในกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
สำหรับผู้ที่มองหาความท้าทายและความสามารถในการพกพาขั้นสูงสุด “ล้อเดียวไฟฟ้า” (Electric Unicycle) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ มันมีความคล่องตัวและพกพาสะดวกที่สุด สามารถลุยได้ทั้งทางเรียบและทางขรุขระ (Off-road) ได้ดี แต่มีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเพื่อสร้างความคุ้นเคยนานกว่ายานพาหนะประเภทอื่น โดยอาจใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นในการทรงตัวและควบคุมเบื้องต้น
บทสรุป: ค้นหาคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ
ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดอย่างตายตัว คำตอบที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการและเงื่อนไขการใช้งานของแต่ละบุคคล หากคุณให้ความสำคัญกับการเดินทางระยะปานกลาง, ความมั่นคงในการขับขี่, และต้องการออกกำลังกายไปในตัว จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) คือตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากคุณต้องการความคล่องตัวสูงสุด, ความสะดวกในการพกพาสำหรับการเดินทางในเมืองระยะสั้น, และประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานโดยไม่ต้องออกแรง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ
ขอแนะนำให้พิจารณาถึงเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ, สถานที่จัดเก็บ, ความจำเป็นในการเดินทางเชื่อมต่อ, และข้อบังคับทางกฎหมายในพื้นที่ของคุณ เพื่อประกอบการตัดสินใจ การได้ทดลองขับขี่ทั้งสองประเภทก่อนการซื้อจะช่วยให้คุณค้นพบยานพาหนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างแท้จริง
ค้นหาและเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่ายานพาหนะไฟฟ้าประเภทไหนที่เหมาะกับคุณ ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายทั้งจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์การเดินทางในเมืองของคุณ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @giantshoppingmall
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

