ล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้พัง? คู่มือฉบับสมบูรณ์
- ความสำคัญของการล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างถูกวิธี
- การเตรียมตัวและอุปกรณ์ที่จำเป็น
- ขั้นตอนการล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียดและปลอดภัย
- ข้อควรระวังสูงสุด: สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการล้าง E-Bike
- การเช็ดแห้งและบำรุงรักษาหลังการล้าง
- การดูแลจักรยานไฟฟ้าในระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- สรุปส่งท้าย: ล้างให้สะอาด ใช้งานได้ยาวนาน
- ศูนย์บริการและจัดจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าครบวงจร
การดูแลรักษายานพาหนะไฟฟ้าให้ดูใหม่อยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ แต่หลายคนอาจกังวลว่า ล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้พัง? คู่มือฉบับสมบูรณ์นี้จะให้คำตอบและแนวทางที่ชัดเจน การทำความสะอาดจักรยานไฟฟ้า (e-bike) ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ และจอแสดงผล การปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องไม่เพียงแต่จะทำให้จักรยานสะอาด แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์
- หลีกเลี่ยงน้ำแรงดันสูง: ห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงโดยเด็ดขาด เพราะแรงดันน้ำสามารถแทรกซึมเข้าไปทำลายซีลกันน้ำและสร้างความเสียหายต่อแบตเตอรี่และมอเตอร์ได้
- ปกป้องส่วนประกอบไฟฟ้า: ก่อนเริ่มล้าง ควรถอดแบตเตอรี่ออก (หากทำได้) และใช้พลาสติกหรือผ้าคลุมส่วนที่ละเอียดอ่อน เช่น จอแสดงผล, ช่องเสียบชาร์จ, และสวิตช์ควบคุม
- ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม: ควรใช้ถังน้ำ, สายยางแรงดันต่ำ, ฟองน้ำนุ่ม, แปรงขนนุ่ม และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและความเสียหายจากสารเคมีรุนแรง
- เช็ดให้แห้งสนิททันที: หลังจากล้างเสร็จสิ้น ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดและแห้งเช็ดทุกส่วนของจักรยาน โดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าและส่วนประกอบที่เป็นโลหะเพื่อป้องกันสนิมและความชื้นสะสม
- บำรุงรักษาหลังการล้าง: เมื่อจักรยานแห้งสนิทแล้ว ควรหล่อลื่นโซ่และตรวจสอบระบบเบรกเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้อย่างปกติและปลอดภัย
ความสำคัญของการล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างถูกวิธี
จักรยานไฟฟ้า หรือ e-bike เป็นการลงทุนที่ผสมผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับกลไกของจักรยานแบบดั้งเดิม การดูแลรักษาสินทรัพย์นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การทราบวิธี ล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้พัง? คู่มือฉบับสมบูรณ์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของทุกคน การล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วยให้รถดูสะอาดสวยงาม แต่ยังเป็นการขจัดคราบสกปรก, โคลน, และฝุ่นละอองที่อาจเข้าไปสะสมในชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เช่น โซ่, เฟือง และระบบเบรก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดการสึกหรอก่อนเวลาอันควรและลดประสิทธิภาพในการขับขี่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น การทำความสะอาดอย่างถูกวิธียังเป็นโอกาสที่ดีในการตรวจสอบสภาพโดยรวมของจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยความเสียหาย, การคลายตัวของน็อต หรือความผิดปกติของยางและระบบเบรก การตรวจพบปัญหาเล็กน้อยตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถป้องกันไม่ให้ปัญหานั้นลุกลามจนกลายเป็นความเสียหายร้ายแรงที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมแซม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับส่วนประกอบไฟฟ้าที่ละเอียดอ่อน การป้องกันความชื้นและการทำความสะอาดที่ถูกต้องจะช่วยรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่และมอเตอร์ให้ยาวนานที่สุด
การเตรียมตัวและอุปกรณ์ที่จำเป็น
ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการล้าง การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านอุปกรณ์และตัวจักรยานเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การล้างเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อส่วนประกอบต่างๆ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า
รายการอุปกรณ์ที่ควรมี
การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการล้างจักรยานไฟฟ้าให้ปลอดภัย อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีประกอบด้วย:
- แหล่งน้ำแรงดันต่ำ: ถังน้ำ 2 ใบ (ใบหนึ่งสำหรับน้ำผสมแชมพู อีกใบสำหรับน้ำสะอาด) หรือสายยางที่สามารถปรับแรงดันน้ำให้อยู่ในระดับต่ำได้
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด: น้ำยาล้างจักรยานโดยเฉพาะ (Bike-specific cleaner) ซึ่งถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยต่อสี, พลาสติก, และโลหะ ไม่ควรใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง
- แปรงขนนุ่มและฟองน้ำ: แปรงขนาดต่างๆ สำหรับทำความสะอาดในซอกมุมที่เข้าถึงยาก เช่น บริเวณชุดเกียร์และโซ่ และฟองน้ำนุ่มสำหรับทำความสะอาดตัวเฟรมเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน
- ผ้าไมโครไฟเบอร์: อย่างน้อย 2-3 ผืน สำหรับเช็ดจักรยานให้แห้งหลังจากล้างเสร็จ ผ้าชนิดนี้มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดีและไม่ทิ้งขุยผ้า
- น้ำยาขจัดคราบไขมัน (Degreaser): สำหรับทำความสะอาดโซ่และชุดขับเคลื่อนโดยเฉพาะ เพื่อขจัดคราบน้ำมันเก่าและสิ่งสกปรกที่ฝังแน่น
- น้ำมันหล่อลื่นโซ่ (Chain Lube): สำหรับใช้หลังจากทำความสะอาดและเช็ดโซ่ให้แห้งสนิทแล้ว เพื่อรักษาประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของโซ่
การเตรียมจักรยานไฟฟ้าก่อนการล้าง
การเตรียมจักรยานให้พร้อมก่อนสัมผัสกับน้ำเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เพื่อปกป้องระบบไฟฟ้า:
- ปิดระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิดระบบการทำงานของจักรยานไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
- ถอดแบตเตอรี่: หากจักรยานไฟฟ้ารุ่นนั้นสามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ ควรถอดออกและนำไปเก็บในที่แห้งและปลอดภัย การทำเช่นนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันความเสียหายจากน้ำ
- ปกป้องจุดเชื่อมต่อและจอแสดงผล: หากไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ หรือเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น ควรใช้พลาสติกแรปหรือถุงพลาสติกคลุมบริเวณจอแสดงผล, สวิตช์ควบคุมบนแฮนด์, ช่องเสียบชาร์จ, และขั้วต่อแบตเตอรี่ให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปโดยตรง
- เลือกสถานที่ที่เหมาะสม: ควรล้างจักรยานในที่ร่มหรือบริเวณที่ไม่มีแดดจัด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำและสบู่แห้งเร็วเกินไปจนเกิดเป็นคราบน้ำบนตัวเฟรม
ขั้นตอนการล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียดและปลอดภัย
เมื่อเตรียมอุปกรณ์และตัวจักรยานพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำความสะอาด ซึ่งควรทำอย่างเป็นลำดับเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยต่อระบบไฟฟ้า
ขั้นตอนที่ 1: การทำความสะอาดเบื้องต้น (Pre-Clean)
เริ่มต้นด้วยการฉีดล้างเบาๆ เพื่อกำจัดเศษดิน, โคลน, และฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนผิวของจักรยานออกไปก่อน ใช้สายยางที่ปรับแรงดันน้ำให้ต่ำที่สุด หรือใช้กระป๋องสเปรย์ฉีดน้ำ ค่อยๆ ฉีดไล่จากบนลงล่าง หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำโดยตรงไปยังบริเวณมอเตอร์, ดุมล้อ, และจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าต่างๆ ขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เศษดินทรายจะขูดขีดสีของเฟรมระหว่างการขัดถูในขั้นตอนต่อไป หากมีคราบโคลนแห้งติดแน่น อาจต้องปล่อยให้น้ำซึมเข้าไปสักครู่เพื่อให้คราบอ่อนตัวลง
ขั้นตอนที่ 2: การล้างด้วยน้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
ผสมน้ำยาล้างจักรยานกับน้ำในถังตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก ใช้ฟองน้ำนุ่มชุบน้ำยาแล้วเริ่มทำความสะอาดจากส่วนบนของจักรยานลงมาด้านล่าง เริ่มจากแฮนด์, เฟรม, และเบาะนั่ง จากนั้นจึงทำความสะอาดส่วนล่าง เช่น ล้อ, ชุดขับเคลื่อน, และบันได ซึ่งเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด การทำความสะอาดจากบนลงล่างช่วยป้องกันไม่ให้คราบสกปรกจากด้านล่างไหลย้อนกลับไปเปื้อนส่วนที่ทำความสะอาดแล้ว สำหรับโซ่และตีนผี อาจต้องใช้น้ำยาขจัดคราบไขมัน (Degreaser) และแปรงขัดเพื่อทำความสะอาดคราบน้ำมันเก่าที่ฝังแน่นออกอย่างหมดจด
ขั้นตอนที่ 3: การดูแลส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ
ในส่วนของระบบไฟฟ้า เช่น บริเวณมอเตอร์, แบตเตอรี่ (หากถอดไม่ได้), และจอแสดงผล ควรใช้ความระมัดระวังสูงสุด แทนที่จะราดน้ำลงไปโดยตรง ควรใช้ผ้าหมาดๆ หรือฟองน้ำที่บิดน้ำออกเกือบแห้งค่อยๆ เช็ดทำความสะอาด เพื่อควบคุมปริมาณน้ำให้มีน้อยที่สุดและป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าไปในแผงวงจร ตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่องเสียบชาร์จมีฝาปิดสนิทดี หากมีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่ภายใน ควรใช้แปรงแห้งขนนุ่มปัดออกอย่างเบามือ
ขั้นตอนที่ 4: การล้างน้ำเปล่าครั้งสุดท้าย
หลังจากขัดถูทำความสะอาดทั่วทั้งคันแล้ว ให้ใช้น้ำสะอาดแรงดันต่ำฉีดล้างฟองสบู่และคราบสกปรกออกให้หมดจดอีกครั้งหนึ่ง โดยยังคงใช้วิธีฉีดจากบนลงล่างและหลีกเลี่ยงการฉีดอัดเข้าไปในบริเวณที่ละเอียดอ่อนเช่นเดิม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีคราบน้ำยาทำความสะอาดหลงเหลืออยู่ เพราะอาจทิ้งคราบหรือทำลายพื้นผิวในระยะยาวได้
ข้อควรระวังสูงสุด: สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการล้าง E-Bike
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นระหว่างสิ่งที่ควรทำและสิ่งต้องห้ามในการดูแลจักรยานไฟฟ้า ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปข้อปฏิบัติสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
| สิ่งที่ควรทำ (Do’s) | สิ่งที่ห้ามทำ (Don’ts) |
|---|---|
| ใช้น้ำแรงดันต่ำ | ห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดอัดโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณมอเตอร์, แบตเตอรี่ และดุมล้อ |
| ถอดแบตเตอรี่ (ถ้าทำได้) | ห้ามล้างจักรยานโดยไม่ปกป้องส่วนประกอบไฟฟ้า เช่น จอแสดงผล และช่องเสียบชาร์จ |
| ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับจักรยาน | ห้ามใช้สารเคมีรุนแรง เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ, ผงซักฟอก หรือน้ำยาขจัดคราบที่มีฤทธิ์เป็นกรด/ด่างสูง |
| เช็ดให้แห้งทันที | ห้ามปล่อยให้จักรยานแห้งเองกลางแดด เพราะจะทำให้เกิดคราบน้ำและเร่งการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนพลาสติก |
| หล่อลื่นโซ่หลังล้าง | ห้ามละเลยการบำรุงรักษาหลังการล้าง เช่น การหล่อลื่นโซ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดสนิมและโซ่สึกหรอเร็วขึ้น |
การเช็ดแห้งและบำรุงรักษาหลังการล้าง
กระบวนการล้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าจักรยานจะแห้งสนิทและได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ขั้นตอนนี้มีความสำคัญไม่แพ้การล้าง เพราะเป็นการป้องกันความเสียหายจากความชื้นที่หลงเหลืออยู่และเตรียมความพร้อมให้จักรยานสำหรับการใช้งานครั้งต่อไป
เทคนิคการเช็ดให้แห้งสนิท
หลังจากล้างน้ำเปล่าเสร็จสิ้น ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดและแห้งเช็ดน้ำออกจากทุกส่วนของจักรยาน เริ่มจากเฟรม, แฮนด์, และเบาะนั่ง จากนั้นใช้ผ้าอีกผืนที่แห้งสนิทเช็ดส่วนประกอบที่ซับซ้อน เช่น ชุดขับเคลื่อน, ซี่ลวด, และเบรก ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบริเวณหัวน็อต, ข้อต่อต่างๆ, และจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า เพราะเป็นบริเวณที่น้ำสามารถเข้าไปขังและก่อให้เกิดสนิมได้ง่าย หากมีเครื่องเป่าลมแรงดันต่ำ อาจใช้เป่าไล่น้ำออกจากบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น โซ่และชุดเฟือง จะช่วยให้แห้งเร็วยิ่งขึ้น
ข้อควรระวัง: ขณะเช็ดทำความสะอาดบริเวณจานเบรก (Disc Brake) ให้ระวังอย่าให้ผ้าที่อาจปนเปื้อนน้ำมันหรือสารหล่อลื่นไปสัมผัสโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลงอย่างมาก
การหล่อลื่นและบำรุงรักษาส่วนต่างๆ
เมื่อแน่ใจว่าจักรยานแห้งสนิทแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโซ่ ให้ทำการหล่อลื่นโซ่ด้วยน้ำมันหล่อลื่นสำหรับโซ่จักรยานโดยเฉพาะ (Chain Lube) ค่อยๆ หยดน้ำมันลงบนข้อต่อของโซ่แต่ละข้อขณะหมุนบันไดไปข้างหลังช้าๆ เพื่อให้น้ำมันกระจายตัวอย่างทั่วถึง หลังจากหยอดเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดน้ำมันส่วนเกินออกจากด้านข้างของโซ่ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกเกาะติดได้ง่าย จากนั้นนำแบตเตอรี่ที่ถอดออกกลับมาติดตั้ง และถอดพลาสติกที่ใช้คลุมส่วนต่างๆ ออก ตรวจสอบการทำงานของระบบไฟฟ้า, เบรก, และเกียร์อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานเป็นปกติ
การดูแลจักรยานไฟฟ้าในระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งาน
การล้างทำความสะอาดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบำรุงรักษา เพื่อให้จักรยานไฟฟ้าคู่ใจมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ การดูแลอย่างสม่ำเสมอในด้านอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน
การตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำ
นอกเหนือจากการทำความสะอาด ควรสร้างกิจวัตรในการตรวจสอบจักรยานเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากใช้งานหนัก:
- ลมยาง: ตรวจสอบแรงดันลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามที่ระบุไว้บนแก้มยาง การขับขี่ด้วยลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่มากขึ้นและอาจทำให้ขอบล้อเสียหายได้
- ระบบเบรก: ตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกและการตอบสนองของเบรก หากรู้สึกว่าเบรกไม่ดีเหมือนเดิมหรือมีเสียงดังผิดปกติ ควรนำไปให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบ
- โซ่และชุดขับเคลื่อน: สังเกตการสึกหรอของโซ่และเฟือง หากโซ่ยืดหรือสึกหรอมากเกินไป อาจต้องเปลี่ยนใหม่เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชุดจานหน้าและเฟืองหลัง
- น็อตและสกรู: ตรวจสอบความแน่นหนาของน็อตและสกรูตามจุดต่างๆ เช่น แฮนด์, หลักอาน, และล้อ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
- แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า: หมั่นทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ด้วยผ้าแห้งเพื่อป้องกันการเกิดคราบออกไซด์ และสังเกตความผิดปกติในการชาร์จหรือการใช้งาน หากแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การจัดเก็บที่เหมาะสม
การจัดเก็บจักรยานไฟฟ้าอย่างถูกวิธีก็ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เช่นกัน ควรเก็บจักรยานในที่แห้งและไม่โดนแดดหรือฝนโดยตรง อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรถอดแบตเตอรี่ออกและเก็บไว้ในที่ร่มที่อุณหภูมิห้อง โดยรักษาระดับการชาร์จไว้ที่ประมาณ 40-60%
สรุปส่งท้าย: ล้างให้สะอาด ใช้งานได้ยาวนาน
การไขข้อสงสัยที่ว่า ล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้พัง? คู่มือฉบับสมบูรณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการทำความสะอาด e-bike นั้นปลอดภัยและสามารถทำได้ง่ายหากปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง หัวใจสำคัญคือการหลีกเลี่ยงน้ำแรงดันสูง, การปกป้องส่วนประกอบไฟฟ้าอย่างรัดกุม, การใช้อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม, และการเช็ดให้แห้งสนิทพร้อมบำรุงรักษาหลังการล้าง การดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่จะทำให้จักรยานไฟฟ้าดูดีเหมือนใหม่ แต่ยังเป็นการรักษาประสิทธิภาพการทำงานของระบบกลไกและระบบไฟฟ้าให้คงทนยาวนาน ช่วยให้การลงทุนมีความคุ้มค่าและพร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไปอีกนาน
ศูนย์บริการและจัดจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าครบวงจร
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ e-bike คุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาด้านการดูแลรักษาและการบริการหลังการขาย
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

