เทรนด์ Bike Lane ในเมืองไทย เอื้อต่อผู้ใช้ E-Bike แค่ไหน?
การเดินทางในเมืองใหญ่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหารถติด มลภาวะ และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ยานพาหนะทางเลือกอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้งานยานพาหนะเหล่านี้จะเต็มประสิทธิภาพได้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกว่า เทรนด์ Bike Lane ในเมืองไทย เอื้อต่อผู้ใช้ E-Bike แค่ไหน? โดยสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันของเลนจักรยานในประเทศ โอกาสที่เกิดขึ้นจากโครงการนำร่อง และความท้าทายที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาการเดินทางในเมืองด้วย EV สองล้อ
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- โครงสร้างพื้นฐาน Bike Lane ในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในระยะเริ่มต้นและถูกออกแบบมาสำหรับจักรยานทั่วไปเป็นหลัก ทำให้การรองรับ E-Bike ยังอยู่ในระดับปานกลาง
- โครงการต้นแบบอย่าง Happy Healthy Bike Lane (Sky Lane) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเลนจักรยานที่มีคุณภาพ โดยมีเลนที่กว้างและปลอดภัย ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ใช้ E-Bike ที่ต้องการพื้นที่และความเร็วที่สม่ำเสมอ
- ตลาดจักรยานในไทยมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยมี E-Bike เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งสร้างแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทาง เช่น จุดชาร์จแบตเตอรี่สาธารณะ
- ความปลอดภัย กฎระเบียบที่ไม่ชัดเจน และการวางผังเมืองที่ขาดความต่อเนื่อง ยังคงเป็นความท้าทายหลักที่จำกัดการใช้งาน E-Bike บน Bike Lane ในเขตเมืองอย่างเต็มศักยภาพ
- อนาคตของการเดินทางด้วย EV สองล้อในไทยขึ้นอยู่กับการพัฒนานโยบายเมือง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยานพาหนะไฟฟ้าโดยเฉพาะ และการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ถนนทุกคน
ภาพรวมของเทรนด์ Bike Lane และ E-Bike ในปัจจุบัน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แนวคิดการสร้างเมืองที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อนโยบายการคมนาคมในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย การลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลและส่งเสริมการเดินทางทางเลือกกลายเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่แออัดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เลนจักรยาน หรือ Bike Lane จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน กระแสความใส่ใจสุขภาพที่เพิ่มขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ได้ผลักดันให้จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง (E-Bike commuter) E-Bike ผสมผสานข้อดีของจักรยานธรรมดาในด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้ากับความสะดวกสบายของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยผ่อนแรง ทำให้การเดินทางระยะไกลหรือการขี่ขึ้นทางลาดชันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป กลุ่มผู้ใช้งานจึงขยายวงกว้างตั้งแต่พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา ไปจนถึงผู้สูงอายุ
ปรากฏการณ์ทั้งสองนี้เกิดขึ้นพร้อมกันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน การมี Bike Lane ที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อกันอย่างดีจะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาใช้ E-Bike มากขึ้น ในทางกลับกัน จำนวนผู้ใช้ E-Bike ที่เพิ่มขึ้นก็สร้างแรงกดดันให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งพัฒนาและขยายเครือข่าย Bike Lane ให้มีคุณภาพ ดังนั้น การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐานและพฤติกรรมผู้ใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประเมินว่าทิศทางการพัฒนา Bike Lane ของไทยในปัจจุบัน สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ EV สองล้อที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้หรือไม่
สถานะของเลนจักรยาน (Bike Lane) ในประเทศไทย
สถานการณ์ของ Bike Lane ในประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงของการพัฒนาและเรียนรู้ โดยมีความก้าวหน้าและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่บางแห่งที่มีความพยายามในการสร้างและปรับปรุงเลนจักรยานอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเผชิญกับความท้าทายด้านการใช้งานจริง
นโยบายภาครัฐและการเติบโตของตลาด
รัฐบาลไทยและหน่วยงานท้องถิ่นได้แสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการใช้จักรยานเป็นรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวัน เพื่อเป้าหมายด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการลดปัญหาจราจร นโยบายเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดทำ Bike Lane บนทางเท้าหรือแบ่งช่องจราจรบนถนน และการจัดตั้งระบบจักรยานสาธารณะให้เช่าในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม Bike Lane ในเขตเมืองส่วนใหญ่มักประสบปัญหาด้านการออกแบบและการบังคับใช้กฎหมาย เช่น มีสิ่งกีดขวางบนเส้นทาง ขาดความต่อเนื่องของเส้นทาง ถูกใช้เป็นที่จอดรถหรือพื้นที่ขายของ ทำให้ไม่เอื้อต่อการใช้งานจริงและขาดความปลอดภัย ในทางตรงกันข้าม ตลาดจักรยานในประเทศกลับเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลคาดการณ์ชี้ว่าอัตราการเติบโตของตลาดจักรยานในไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 4.54% ในปี 2025 ไปสู่ 17.03% ในปี 2029 โดยมีจักรยานไฟฟ้าและจักรยานพับได้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่อาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพมากขึ้นในอนาคต
กรณีศึกษา: Happy Healthy Bike Lane (Sky Lane) ต้นแบบเลนจักรยานสมัยใหม่
ท่ามกลางความท้าทายของ Bike Lane ในเมือง โครงการ Happy Healthy Bike Lane หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สกายเลน (Sky Lane)” บริเวณใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นและเป็นต้นแบบที่สำคัญ โครงการนี้เปิดตัวในปี 2018 และได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักปั่นทุกระดับ
สกายเลนมีความยาวรวม 23.5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางแบบปิดที่แยกออกจากถนนสาธารณะโดยสิ้นเชิง ทำให้มีความปลอดภัยสูงสุดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ การออกแบบภายในโครงการมีการแบ่งเลนอย่างชัดเจนเพื่อรองรับนักปั่นที่มีความเร็วต่างกัน
ประกอบด้วย:
- เลนสีฟ้า: สำหรับนักปั่นระดับกลางที่ต้องการรักษาระยะทางและความเร็วคงที่
- เลนสีม่วง: สำหรับนักปั่นที่มีความเร็วสูงและนักปั่นมืออาชีพ โดยมีการขยายความกว้างเพิ่มขึ้นถึง 3.8 เมตร เพื่อให้สามารถแซงได้อย่างปลอดภัย
- เลนวอร์มอัพ: ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร สำหรับการอบอุ่นร่างกายก่อนเข้าสู่เส้นทางหลัก
- เลนสำหรับเด็ก: พื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักปั่นรุ่นเยาว์
นอกจากนี้ สกายเลนยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่ร้านให้เช่าจักรยานที่มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและขนาด (XS-L) ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้องอาบน้ำ และที่จอดรถกว้างขวาง บรรยากาศโดยรอบที่สามารถมองเห็นเครื่องบินขึ้นลงได้อย่างใกล้ชิดกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักปั่น โดยเฉพาะในช่วงเย็นหลังเวลา 17:00 น. ที่อากาศไม่ร้อนจัด โครงการนี้เปิดให้ใช้งานฟรี เพียงแค่ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากมีการลงทุนและการจัดการที่ดี Bike Lane คุณภาพสูงก็สามารถเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จในประเทศไทยได้
Bike Lane ในไทย: ตอบโจทย์ผู้ใช้ E-Bike ได้มากน้อยเพียงใด?
เมื่อพิจารณาจากคุณลักษณะของ E-Bike ที่มีความเร็วสูงกว่าจักรยานทั่วไปและต้องการเส้นทางที่ราบรื่น การประเมินความเหมาะสมของ Bike Lane ที่มีอยู่จึงต้องมองทั้งในแง่ของโอกาสและความท้าทาย โครงการอย่างสกายเลนให้ภาพที่ชัดเจนด้านหนึ่ง ขณะที่สภาพของเลนจักรยานในเมืองก็สะท้อนความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง
ข้อดีและโอกาสสำหรับ E-Bike บน Bike Lane
สำหรับ Bike Lane ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี เช่น สกายเลน ถือว่าเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้ E-Bike อย่างมาก จุดเด่นที่สำคัญคือ:
- ความกว้างและพื้นผิวของเส้นทาง: เลนที่กว้างขวาง โดยเฉพาะเลนสีม่วงของสกายเลน เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับ E-Bike ที่สามารถทำความเร็วได้คงที่และต้องการพื้นที่ในการควบคุมรถมากกว่าจักรยานธรรมดา พื้นผิวที่เรียบยังช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน
- ความปลอดภัยสูง: การเป็นเส้นทางแบบปิดที่ปราศจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ใช้ E-Bike สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลกับอุบัติเหตุจากการจราจรที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของเลนจักรยานในเมือง
- ระยะทางที่เหมาะสม: ด้วยระยะทางกว่า 23.5 กิโลเมตร ทำให้สกายเลนเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทดสอบสมรรถนะของ E-Bike ในการเดินทางไกล และเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนาน
- สิ่งอำนวยความสะดวกที่สนับสนุน: การมีร้านเช่าจักรยานซึ่งรวมถึง E-Bike ในบางแห่ง ทำให้นักปั่นหน้าใหม่สามารถทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อได้ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าและจุดพักผ่อนที่ครบครัน
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะดึงดูดผู้ใช้ E-Bike ที่มีอยู่แล้ว แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปหันมาสนใจยานพาหนะประเภทนี้มากขึ้น เพราะได้เห็นถึงศักยภาพการใช้งานในพื้นที่ที่ปลอดภัยและควบคุมได้
ความท้าทายและข้อจำกัดที่ผู้ใช้ E-Bike ต้องเผชิญ
ในทางกลับกัน เมื่อมองมาที่ Bike Lane ส่วนใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ สถานการณ์กลับแตกต่างออกไป ผู้ใช้ E-Bike ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ:
- การขาดโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง: ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการไม่มีจุดชาร์จแบตเตอรี่สาธารณะสำหรับ E-Bike โดยเฉพาะ ทำให้การเดินทางระยะไกลในเมืองมีความเสี่ยงที่แบตเตอรี่จะหมดกลางทาง
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย: กฎหมายไทยจำกัดความเร็วของจักรยานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนไว้ที่ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับศักยภาพของ E-Bike บางรุ่น และทำให้เกิดความสับสนในการใช้งานบนถนนร่วมกับยานพาหนะอื่น
- ปัญหาด้านกายภาพและการวางผังเมือง: Bike Lane ในเมืองมักมีขนาดแคบ พื้นผิวขรุขระ มีฝาท่อหรือสิ่งกีดขวาง และที่สำคัญคือขาดความต่อเนื่องของเส้นทาง ทำให้ผู้ใช้ E-Bike ต้องสลับไปวิ่งบนถนนใหญ่ซึ่งเสี่ยงอันตราย หรือบนทางเท้าซึ่งผิดกฎหมายและรบกวนคนเดินเท้า
- ความปลอดภัยและอาชญากรรม: นอกเหนือจากอุบัติเหตุ ปัญหาการขโมยจักรยานและ E-Bike ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจุดที่ไม่มีการดูแลความปลอดภัยอย่างทั่วถึง
| คุณสมบัติ Bike Lane | การเอื้อประโยชน์ต่อ E-Bike | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ความยาวและความกว้าง | เส้นทางยาวและกว้างอย่างสกายเลน (23.5 กม.) รองรับการขับขี่ระยะไกลด้วยความเร็วคงที่ของ E-Bike ได้ดี | Bike Lane ในเมืองส่วนใหญ่แคบและสั้น ทำให้ไม่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง อาจเกิดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีบริการเช่าจักรยาน (รวมถึง E-Bike), ร้านค้า และจุดพักผ่อนในโครงการต้นแบบ | ขาดแคลนจุดชาร์จแบตเตอรี่สาธารณะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ใช้ E-Bike ในการเดินทางระยะไกล |
| ความปลอดภัย | เลนแบบปิดที่แยกจากถนนช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้อย่างสมบูรณ์ | ในเขตเมืองยังคงมีความเสี่ยงจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เข้ามาในเลน รวมถึงปัญหาการลักขโมย |
| การออกแบบและพื้นผิว | พื้นผิวเรียบในโครงการเฉพาะทางช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ | พื้นผิวขรุขระ มีสิ่งกีดขวาง และขาดการบำรุงรักษาในหลายพื้นที่ ทำให้การขับขี่ E-Bike ไม่สะดวกและอาจเกิดความเสียหายได้ |
อนาคตของ Bike Lane และ EV สองล้อในเมืองไทย
ทิศทางในอนาคตของ Bike Lane และการใช้งาน EV สองล้อในประเทศไทยนั้นมีศักยภาพที่จะเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม การถอดบทเรียนจากโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสกายเลน และนำมาปรับใช้กับการพัฒนา Bike Lane ในเขตเมืองเป็นก้าวแรกที่สำคัญ
การพัฒนาในอนาคตควรให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายเส้นทางจักรยานที่เชื่อมต่อกัน (Bike Network) ไม่ใช่แค่การสร้างเลนสั้นๆ ที่แยกส่วนกัน การเชื่อมต่อ Bike Lane เข้ากับระบบขนส่งมวลชน เช่น สถานีรถไฟฟ้า จะช่วยให้การเดินทางแบบผสมผสาน (Multimodal Commuting) เป็นไปได้จริงและสะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ E-Bike
นอกจากนี้ การออกแบบ Bike Lane รุ่นใหม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึง:
- การติดตั้งจุดชาร์จสาธารณะ (Charging Stations): การมีจุดชาร์จเป็นระยะๆ ตามเส้นทาง Bike Lane หรือในพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ หรืออาคารสำนักงาน จะช่วยขจัดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่และส่งเสริมการเดินทางที่ไกลขึ้น
- การปรับปรุงพื้นผิวให้เรียบ: พื้นผิวที่เรียบและได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีไม่เพียงแต่จะปลอดภัยขึ้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์และแบตเตอรี่ของ E-Bike
- การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย: การพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถแสดงข้อมูลเครือข่าย Bike Lane, ตำแหน่งจุดชาร์จ, และสถานะของระบบเช่า E-Bike จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานได้อย่างมาก
ในด้านนโยบาย การมีกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับ E-Bike และ EV สองล้อประเภทอื่นๆ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังเพื่อปกป้องผู้ใช้จักรยาน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าใช้งานมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโครงการพัฒนาทางจักรยานสามารถตรวจสอบได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวงชนบท หรือติดตามข้อมูลการใช้งานจริงจากชุมชนนักปั่นผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Strava เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ทันต่อสถานการณ์
สรุป: ก้าวต่อไปของ E-Bike บนเส้นทางเมืองไทย
โดยสรุปแล้ว เทรนด์ Bike Lane ในเมืองไทย เอื้อต่อผู้ใช้ E-Bike ในระดับปานกลางและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาต่อไป โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพอย่างสกายเลนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและออกแบบมาอย่างดีสามารถตอบสนองความต้องการของนักปั่น รวมถึงผู้ใช้ E-Bike ได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่การขยายแนวคิดนี้เข้ามาสู่บริบทของเมืองที่ซับซ้อน ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาการวางผังเมือง ความปลอดภัย และการขาดสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทางอย่างจุดชาร์จ
การเติบโตของตลาด E-Bike ที่คาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อนาคตของการเดินทางในเมืองด้วย EV สองล้อจึงขึ้นอยู่กับการลงทุนอย่างจริงจังในการสร้างเครือข่าย Bike Lane ที่เชื่อมต่อถึงกัน ปลอดภัย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบคมนาคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อทุกคนอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นการเดินทางด้วยจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทางในเมือง ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการออกกำลังกาย
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

