รัฐบาลหนุน EV! เช็กสิทธิ์ส่วนลด E-Bike ใครได้บ้าง?
- ภาพรวมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า
- เจาะลึกเงินอุดหนุน E-Bike 18,000 บาท
- เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้รับส่วนลด
- บทบาทของผู้ผลิตและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- ขั้นตอนการขอรับสิทธิ์ส่วนลด E-Bike ฉบับเข้าใจง่าย
- ผลกระทบและอนาคตของตลาด E-Bike ในประเทศไทย
- สรุป: โอกาสทองของผู้ที่กำลังมองหาจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง คำถามที่ว่า รัฐบาลหนุน EV! เช็กสิทธิ์ส่วนลด E-Bike ใครได้บ้าง? จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มาตรการดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การทำความเข้าใจในเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ภาพรวมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่มุ่งเป้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ไม่ใช่เพียงแค่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ทำให้ราคายานยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงง่ายขึ้น และจูงใจให้ผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
- เงินอุดหนุนโดยตรง: รัฐบาลมอบเงินอุดหนุนเป็นส่วนลดแก่ผู้บริโภคเมื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามีวงเงินสนับสนุนตั้งแต่ 70,000 ถึง 150,000 บาทต่อคัน และสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 18,000 บาทต่อคัน
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี: มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตและอากรขาเข้าสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง และสามารถทำราคาจำหน่ายสุดท้ายได้น่าสนใจยิ่งขึ้น
- การพัฒนาระบบนิเวศ: นอกจากการสนับสนุนด้านราคาแล้ว ภาครัฐยังส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งการให้เงินอุดหนุน EV สำหรับ E-Bike ถือเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ง่ายขึ้น
เจาะลึกเงินอุดหนุน E-Bike 18,000 บาท
หัวใจสำคัญของมาตรการที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภครายย่อยคือ เงินอุดหนุนจำนวน 18,000 บาทต่อคัน สำหรับการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ซึ่งเป็นส่วนลดที่ผู้ซื้อจะได้รับโดยตรง ณ จุดจำหน่าย ช่วยลดราคาเริ่มต้นของ E-Bike ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มาและเป้าหมายของโครงการ
โครงการนี้ริเริ่มขึ้นโดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยมีกรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล เป้าหมายของโครงการไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้ E-Bike บนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงผลกระทบในวงกว้าง ได้แก่:
- การลดมลพิษทางอากาศ: รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ซึ่งไม่มีการปล่อยไอเสีย จะช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การประหยัดพลังงาน: ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีความผันผวนด้านราคาสูง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในภาคครัวเรือน
- การกระตุ้นเศรษฐกิจ: สร้างตลาดใหม่สำหรับอุตสาหกรรม E-Bike ดึงดูดการลงทุน และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงการบริการหลังการขาย
กลไกการทำงานของเงินอุดหนุน
หลายคนอาจสงสัยว่าเงิน 18,000 บาทนี้จะมาถึงมือผู้ซื้อได้อย่างไร กระบวนการนี้ถูกออกแบบมาให้ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับผู้บริโภค โดยเงินอุดหนุนไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดให้กับผู้ซื้อโดยตรง แต่เป็นส่วนลดที่หักออกจากราคารถทันที
กลไกของเงินอุดหนุนทำงานในลักษณะที่ภาครัฐจะจ่ายเงินจำนวน 18,000 บาทให้กับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่เข้าร่วมโครงการฯ เมื่อมีการขาย E-Bike รุ่นที่ผ่านเกณฑ์ให้กับลูกค้า ดังนั้น ผู้จำหน่ายจึงสามารถเสนอราคาสุดท้ายที่หักส่วนลดนี้ออกไปแล้วให้กับผู้ซื้อได้ทันที ทำให้ผู้บริโภคจ่ายในราคาที่ถูกลงโดยไม่ต้องดำเนินการขอคืนเงินหรือยื่นเอกสารใดๆ เพิ่มเติมในภายหลัง
กระบวนการนี้ช่วยลดความซับซ้อนและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์เต็มจำนวนตามที่ภาครัฐประกาศไว้
เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้รับส่วนลด
เพื่อให้มาตรการบรรลุเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด ได้มีการกำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติที่ชัดเจน ทั้งสำหรับตัวผู้ซื้อและคุณสมบัติทางเทคนิคของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะได้รับสิทธิ์
คุณสมบัติของผู้ซื้อ
โครงการนี้เปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไป โดยไม่ได้มีข้อจำกัดด้านรายได้หรืออาชีพ ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนคือ:
- บุคคลธรรมดา: ประชาชนทั่วไปที่มีสัญชาติไทย สามารถใช้สิทธิ์ในการซื้อ E-Bike ได้
- นิติบุคคล: บริษัท ห้างร้าน หรือองค์กรต่างๆ ก็สามารถใช้สิทธิ์นี้ในการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในกิจการได้เช่นกัน
สิ่งสำคัญคือสิทธิ์นี้จะถูกนับต่อคัน หมายความว่าการซื้อ E-Bike ที่เข้าเกณฑ์ 1 คัน จะได้รับส่วนลด 1 สิทธิ์ โดยไม่จำกัดจำนวนการซื้อต่อคนหรือต่อหน่วยงาน (ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้จำหน่ายและสต็อกสินค้า)
คุณสมบัติของจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะไม่ใช่ E-Bike ทุกรุ่นในตลาดที่จะได้รับเงินอุดหนุน 18,000 บาท แต่ต้องเป็นรุ่นที่ผ่านการตรวจสอบและมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของกรมสรรพสามิต ซึ่งเน้นที่มาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก
| คุณสมบัติ | ข้อกำหนด | เหตุผลและความสำคัญ |
|---|---|---|
| ประเภทของยานยนต์ | ต้องเป็นยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) | เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นรถที่ใช้ไฟฟ้า 100% ไม่ปล่อยมลพิษ และสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของโครงการ |
| ประเภทแบตเตอรี่ | ต้องเป็นแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium-ion) | เป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่สมัยใหม่ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูง น้ำหนักเบา และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด (Lead-acid) |
| ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ | ความจุแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป หรือ มีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ไม่น้อยกว่า 75 กิโลเมตร | เป็นเกณฑ์วัดประสิทธิภาพที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ E-Bike ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องชาร์จบ่อย และมีระยะทางครอบคลุมการเดินทางส่วนใหญ่ |
| ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า | ต้องเป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและลงนามในข้อตกลง (MOU) กับกรมสรรพสามิต | เพื่อสร้างความร่วมมือและควบคุมมาตรฐานการผลิต/นำเข้า ทำให้มั่นใจได้ว่า E-Bike ที่จำหน่ายนั้นมีคุณภาพและได้รับการรับรอง |
บทบาทของผู้ผลิตและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝั่งผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมืออย่างแข็งขันจากฝั่งผู้ผลิตและผู้นำเข้า ซึ่งภาครัฐก็ได้มอบสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายนี้
ความสำคัญของการเลือกซื้อจากแบรนด์ที่เข้าร่วม
ผู้บริโภคจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า ส่วนลด 18,000 บาท จะได้รับก็ต่อเมื่อซื้อ E-Bike จากแบรนด์ที่ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมสรรพสามิตแล้วเท่านั้น การลงนาม MOU นี้เปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาจากผู้ประกอบการว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของภาครัฐ เช่น การมีแผนการผลิตในประเทศในอนาคต เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ซึ่งนำเสนอ E-Bike รุ่นต่างๆ ที่ผ่านเกณฑ์ เช่น HANNAH, SOFIA, LUCIANO, SUSU, SUPERACE, DOUBLEACE, G-FIVE, และ TAITAN เป็นต้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคควรตรวจสอบกับผู้จำหน่ายให้แน่ใจว่าแบรนด์และรุ่นที่สนใจนั้นอยู่ในรายชื่อที่เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ
การลดหย่อนภาษีสรรพสามิต: ประโยชน์ซ้อนประโยชน์
นอกเหนือจากเงินอุดหนุนที่ส่งตรงถึงผู้ซื้อแล้ว ภาครัฐยังมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการด้วย นั่นคือการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ผลิต การลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ส่งผลดีสองต่อ:
- ลดราคาตั้งต้น: เมื่อผู้ผลิตมีต้นทุนทางภาษีที่ต่ำลง ก็สามารถกำหนดราคาขายปลีกแนะนำ (MSRP) ได้ในระดับที่แข่งขันได้มากขึ้น ทำให้ราคารถก่อนหักเงินอุดหนุนนั้นไม่สูงจนเกินไป
- เพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน: สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศตัดสินใจลงทุนในตลาด E-Bike ของไทยมากขึ้น นำไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้น ตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น มาตรการทั้งหมดจึงทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นน้ำ (ผู้ผลิต) ไปจนถึงปลายน้ำ (ผู้บริโภค)
ขั้นตอนการขอรับสิทธิ์ส่วนลด E-Bike ฉบับเข้าใจง่าย
สำหรับผู้ที่สนใจและตรวจสอบแล้วว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ์นั้นไม่ยุ่งยาก สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ ณ โชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมโครงการ
เตรียมตัวก่อนซื้อ
1. ศึกษาข้อมูล: ค้นหารุ่นและยี่ห้อของ E-Bike ที่สนใจ และตรวจสอบว่าเป็นรุ่นที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการหรือไม่ โดยสามารถสอบถามโดยตรงจากผู้จำหน่าย หรือตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
2. เตรียมเอกสาร: โดยทั่วไป เอกสารที่ต้องใช้คือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อใช้ในการทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนรถ
ขั้นตอน ณ จุดจำหน่าย
1. แจ้งความประสงค์: เมื่อเลือกรุ่นที่ต้องการได้แล้ว ให้แจ้งกับพนักงานขายว่าต้องการใช้สิทธิ์เงินอุดหนุน 18,000 บาทจากภาครัฐ
2. ตรวจสอบราคา: พนักงานจะแสดงราคาขายของรถ และทำการหักส่วนลด 18,000 บาทให้เห็นในใบเสนอราคาอย่างชัดเจน ผู้ซื้อจะชำระเพียงยอดสุทธิหลังหักส่วนลดแล้ว
3. ดำเนินการทางเอกสาร: ผู้จำหน่ายจะเป็นผู้จัดการเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขอเบิกเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ผู้ซื้อมีหน้าที่เพียงลงนามในเอกสารสัญญาซื้อขายตามปกติ
4. รับรถ: หลังจากชำระเงินและทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถรับรถไปใช้งานได้ทันที (ขึ้นอยู่กับสต็อกสินค้า)
ข้อควรระวังเพื่อรักษาสิทธิ์
เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ควรตรวจสอบรายละเอียดในใบเสนอราคาและสัญญาให้ถี่ถ้วน ว่ามีการระบุส่วนลดจากโครงการภาครัฐเป็นจำนวนเงิน 18,000 บาทจริง และราคาสุดท้ายที่ต้องชำระถูกต้องตรงกัน นอกจากนี้ เงินอุดหนุนดังกล่าวเป็นเพียงส่วนลดค่าตัวรถเท่านั้น อาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าจดทะเบียน, ค่า พ.ร.บ., และค่าประกันภัย ซึ่งผู้ซื้อต้องเตรียมชำระเพิ่มเติม
ผลกระทบและอนาคตของตลาด E-Bike ในประเทศไทย
มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้กับตลาด E-Bike ในประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และกระตุ้นให้ผู้คนหันมาพิจารณา E-Bike เป็นตัวเลือกหลักในการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลดีในมิติอื่นๆ อีกด้วย:
- การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น: เมื่อตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น ย่อมดึงดูดผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและฟังก์ชันที่หลากหลายในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น
- การเติบโตของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง: ธุรกิจสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) และสถานีชาร์จสาธารณะมีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย เช่นเดียวกับศูนย์บริการและร้านจำหน่ายอะไหล่สำหรับ E-Bike
- การสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรม: การกำหนดคุณสมบัติของ E-Bike ที่จะได้รับสิทธิ์ เป็นการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในตลาดโดยรวม ทำให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย
ในอนาคต คาดว่าภาครัฐจะยังคงดำเนินมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าต่อไปในเฟสต่างๆ โดยอาจมีการปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายระยะยาวคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและใช้ยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศ
สรุป: โอกาสทองของผู้ที่กำลังมองหาจักรยานยนต์ไฟฟ้า
มาตรการสนับสนุน EV จากภาครัฐที่มอบเงินอุดหนุน 18,000 บาท สำหรับการซื้อ E-Bike ถือเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้บริโภคในปี 2569 นี้ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจากค่าพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถจักรยานยนต์สันดาป แต่ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น การทำความเข้าใจในเงื่อนไขสำคัญ ทั้งการเลือกซื้อรถที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด (แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน, ความจุ 3 kWh ขึ้นไป หรือวิ่งได้ไกล 75 กม.) และการเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการ เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ได้รับสิทธิ์ส่วนลดนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่มีคุณภาพและอาจเข้าเกณฑ์ตามมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับขี่ได้ที่ร้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นที่เข้าร่วมโครงการและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ได้ตามช่องทางต่อไปนี้:
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
- FACEBOOK PAGE: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

