5 เคล็ดลับชาร์จแบต E-Bike ยืดอายุการใช้งาน 2 เท่า
- ภาพรวมของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- ทำความเข้าใจหัวใจของ E-Bike: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
- 5 เคล็ดลับการชาร์จเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
- ตารางสรุปข้อควรปฏิบัติในการชาร์จแบตเตอรี่
- ข้อควรระวังเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- วิธีชาร์จฉุกเฉิน: ทางเลือกเมื่ออยู่นอกสถานที่
- บทสรุป: การดูแลแบตเตอรี่คือกุญแจสำคัญสู่การใช้งานที่ยาวนาน
- ค้นหาจักรยานไฟฟ้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุดและคงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ การเรียนรู้เทคนิคการชาร์จที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ แต่ยังรับประกันว่ายานพาหนะของคุณจะพร้อมใช้งานเสมอเมื่อต้องการ
ภาพรวมของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- ไม่ชาร์จทันทีหลังใช้งาน: ควรปล่อยให้แบตเตอรี่เย็นลงก่อนทำการชาร์จเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อนสะสม
- รักษาระดับพลังงาน: หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% และไม่ควรชาร์จทิ้งไว้จนเต็ม 100% เป็นเวลานาน
- ลำดับการชาร์จที่ถูกต้อง: เสียบที่ชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟก่อน แล้วจึงต่อเข้ากับตัวแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก
- สภาพแวดล้อมเหมาะสม: ชาร์จในบริเวณที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง
- การจัดเก็บระยะยาว: หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ประมาณ 40-60% เพื่อป้องกันการคายประจุเอง
การทำความเข้าใจและนำ 5 เคล็ดลับชาร์จแบต E-Bike ยืดอายุการใช้งาน 2 เท่า ไปปรับใช้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดูแลรักษาแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดของจักรยานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การชาร์จที่ผิดวิธีอาจทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลงอย่างมาก ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและลดทอนประสบการณ์การขับขี่ การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทำความเข้าใจหัวใจของ E-Bike: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้แบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน (Lithium-ion) เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น ความหนาแน่นของพลังงานสูง น้ำหนักเบา และมีอัตราการคายประจุเองต่ำเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่ชนิดนี้มีความไวต่อปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิและพฤติกรรมการชาร์จ การทำความเข้าใจพื้นฐานการทำงานและความเสื่อมสภาพจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลรักษา
กลไกการทำงานและสาเหตุของความเสื่อม
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนที่ของลิเธียมไอออนระหว่างขั้วบวก (แคโทด) และขั้วลบ (แอโนด) ขณะชาร์จและคายประจุ กระบวนการนี้เรียกว่า “รอบการชาร์จ” (Charge Cycle) อายุการใช้งานของแบตเตอรี่มักจะถูกวัดเป็นจำนวนรอบการชาร์จ ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 รอบ ก่อนที่ความจุจะลดลงเหลือประมาณ 80% ของความจุเดิม
ความเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่จะเร่งตัวขึ้นจากปัจจัยที่ไม่เหมาะสม เช่น ความร้อนสูง การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อยครั้ง (Deep Discharge) หรือการชาร์จไฟจนเต็ม 100% แล้วเสียบทิ้งไว้เป็นเวลานาน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้โครงสร้างภายในของเซลล์แบตเตอรี่เสียหาย ส่งผลให้ความสามารถในการเก็บประจุลดลงถาวร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออายุการใช้งาน
มีหลายปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานและการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง
- อุณหภูมิ: ความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ การใช้งานหรือชาร์จในอุณหภูมิที่สูงเกินไป (สูงกว่า 35°C) จะเร่งปฏิกิริยาเคมีภายใน ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ในทางกลับกัน อุณหภูมิที่เย็นจัดก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเช่นกัน
- ระดับการชาร์จ (State of Charge – SoC): การรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในช่วง 20% ถึง 80% ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด การปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 20% หรือชาร์จเต็ม 100% ค้างไว้บ่อยๆ จะสร้างความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่
- คุณภาพของที่ชาร์จ: การใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือของลอกเลียนแบบอาจจ่ายกระแสไฟที่ไม่เสถียร ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไปหรือเกิดความเสียหายต่อวงจรป้องกันภายในได้
- พฤติกรรมการใช้งาน: การขับขี่ที่ต้องใช้กำลังมอเตอร์สูงอย่างต่อเนื่อง เช่น การขึ้นทางชันบ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่คายประจุอย่างรวดเร็วและเกิดความร้อนสูง ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานในระยะยาว
5 เคล็ดลับการชาร์จเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
การปฏิบัติตามแนวทางการชาร์จที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรและยืดอายุแบตเตอรี่ E-Bike ของคุณให้ยาวนานที่สุด
เคล็ดลับที่ 1: พักให้เย็นก่อนชาร์จเสมอ
หลังจากใช้งานจักรยานไฟฟ้า แบตเตอรี่จะมีความร้อนสะสมจากการคายประจุพลังงาน การนำแบตเตอรี่ที่ยังร้อนอยู่ไปชาร์จทันทีจะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นสภาวะที่ทำลายเซลล์แบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว ควรพักแบตเตอรี่ไว้อย่างน้อย 30-60 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกว่าอุณหภูมิลดลงสู่ระดับปกติใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้อง ก่อนที่จะเริ่มทำการชาร์จ การทำเช่นนี้จะช่วยลดความเครียดทางเคมีภายในเซลล์และรักษาประสิทธิภาพการเก็บประจุไว้ได้ดีกว่า
เคล็ดลับที่ 2: หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ชอบการถูกใช้งานจนพลังงานหมดเกลี้ยงหรือเหลือ 0% การกระทำเช่นนี้บ่อยครั้งจะทำให้เกิดความเสียหายถาวรกับเซลล์แบตเตอรี่และลดความจุลงอย่างรวดเร็ว แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดคือการชาร์จแบตเตอรี่เมื่อระดับพลังงานลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20-30% การรักษาระดับพลังงานให้อยู่ในโซนปลอดภัยนี้จะช่วยลดความเครียดของแบตเตอรี่และรักษาสุขภาพของเซลล์ไว้ได้ในระยะยาว เปรียบเสมือนการเติมพลังงานก่อนที่จะหมดแรง แทนที่จะรอจนหมดแรงแล้วค่อยพัก
การรักษาระดับการชาร์จของแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 20% ถึง 80% เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
เคล็ดลับที่ 3: ลำดับการเสียบและถอดปลั๊กที่ถูกต้อง
ลำดับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก ซึ่งสามารถทำลายวงจรภายในของทั้งที่ชาร์จและแบตเตอรี่ได้
- ขั้นตอนการเสียบชาร์จ:
- เสียบหัวชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้านก่อนเสมอ รอให้ไฟสถานะบนอะแดปเตอร์ติด
- จากนั้นจึงนำปลายสายอีกด้านเสียบเข้ากับพอร์ตชาร์จของ E-Bike หรือแบตเตอรี่
- ขั้นตอนการถอดปลั๊ก (เมื่อชาร์จเต็ม):
- ถอดปลั๊กออกจากตัวรถหรือแบตเตอรี่ก่อน
- จากนั้นจึงถอดหัวชาร์จออกจากปลั๊กไฟบ้าน
การปฏิบัติตามลำดับนี้จะช่วยให้กระแสไฟฟ้ามีความเสถียรก่อนที่จะไหลเข้าสู่แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นเทคนิคที่สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือหรือพาวเวอร์แบงค์ได้เช่นกัน
เคล็ดลับที่ 4: เลือกสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
ปัจจัยแวดล้อมและคุณภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ในการชาร์จส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของแบตเตอรี่ การให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย
สถานที่ชาร์จ: ควรชาร์จแบตเตอรี่ในที่ร่ม แห้ง และมีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการชาร์จกลางแดดจัด บริเวณที่มีความชื้นสูง หรือในห้องที่ปิดทึบและร้อนอบอ้าว อุณหภูมิห้องที่เย็นสบายเป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการชาร์จ การชาร์จในเวลากลางคืนซึ่งอุณหภูมิมักจะเย็นกว่าก็เป็นทางเลือกที่ดี
อุปกรณ์ชาร์จ: ควรใช้ที่ชาร์จของแท้ที่มาพร้อมกับจักรยานไฟฟ้าเท่านั้น ที่ชาร์จเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีกระแสไฟและแรงดันที่เหมาะสมกับแบตเตอรี่รุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงการใช้ที่ชาร์จราคาถูกหรือของลอกเลียนแบบที่อาจจ่ายกระแสไฟไม่คงที่ ซึ่งเป็นอันตรายและอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายได้ ตามหลักการทั่วไป กระแสไฟในการชาร์จไม่ควรเกิน 10-15% ของความจุแบตเตอรี่ (เช่น แบตเตอรี่ขนาด 10Ah ควรชาร์จด้วยกระแสไฟไม่เกิน 1-1.5A)
เคล็ดลับที่ 5: การดูแลเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
หากมีความจำเป็นต้องเก็บจักรยานไฟฟ้าไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน (เช่น มากกว่าหนึ่งเดือน) การเตรียมแบตเตอรี่ให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีการคายประจุเองตามธรรมชาติ (Self-discharge) แม้ไม่ได้ใช้งาน การปล่อยทิ้งไว้จนแบตเตอรี่หมดเกลี้ยงอาจทำให้แบตเตอรี่เข้าสู่สภาวะ “หลับลึก” และไม่สามารถชาร์จไฟเข้าได้อีก ในทางกลับกัน การชาร์จจนเต็ม 100% แล้วทิ้งไว้ก็จะเร่งการเสื่อมสภาพเช่นกัน
วิธีที่ถูกต้องคือการชาร์จหรือคายประจุแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับ 40-60% ก่อนนำไปเก็บในที่แห้งและเย็น จากนั้นควรนำออกมาตรวจสอบและชาร์จเพื่อรักษาระดับพลังงานดังกล่าวทุกๆ 1-2 เดือน เพื่อให้แบตเตอรี่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
ตารางสรุปข้อควรปฏิบัติในการชาร์จแบตเตอรี่
| หัวข้อ | สิ่งที่ควรทำ (Do’s) | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Don’ts) |
|---|---|---|
| อุณหภูมิ | พักแบตเตอรี่ให้เย็นลงก่อนชาร์จ และชาร์จในที่ร่ม อากาศถ่ายเท | การชาร์จแบตเตอรี่ทันทีหลังใช้งานขณะยังร้อน หรือชาร์จกลางแดดจัด |
| ระดับการชาร์จ | รักษาระดับพลังงานให้อยู่ระหว่าง 20-80% และชาร์จเมื่อแบตเหลือ 20-30% | การใช้งานจนแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (0%) บ่อยครั้ง |
| ลำดับการชาร์จ | เสียบที่ชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้านก่อน แล้วจึงต่อเข้ากับ E-Bike | การเสียบสายชาร์จเข้ากับ E-Bike ก่อนแล้วค่อยเสียบกับปลั๊กไฟบ้าน |
| อุปกรณ์ | ใช้ที่ชาร์จของแท้ที่มากับตัวรถเท่านั้น | การใช้ที่ชาร์จราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน หรือของยี่ห้ออื่น |
| การจัดเก็บระยะยาว | รักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ 40-60% และเก็บในที่แห้งและเย็น | การเก็บแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็ม 100% หรือปล่อยให้หมด 0% ทิ้งไว้เป็นเวลานาน |
ข้อควรระวังเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
นอกเหนือจากเคล็ดลับหลัก 5 ข้อแล้ว ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมที่ช่วยให้การใช้งานและการชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การใช้งานในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
ความชื้นและน้ำเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จจักรยานไฟฟ้าในขณะที่ฝนตกหรือในบริเวณที่เปียกชื้นโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องขับขี่ท่ามกลางสายฝน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพอร์ตชาร์จและส่วนประกอบทางไฟฟ้าอื่นๆ ถูกปิดอย่างแน่นหนา และเช็ดทำความสะอาดให้แห้งสนิทก่อนทำการชาร์จทุกครั้ง
สัญญาณเตือนของแบตเตอรี่ที่เริ่มเสื่อมสภาพ
การสังเกตการทำงานของแบตเตอรี่จะช่วยให้ทราบถึงเวลาที่เหมาะสมในการบำรุงรักษาหรือพิจารณาเปลี่ยนใหม่ สัญญาณที่บ่งบอกว่าแบตเตอรี่อาจเริ่มเสื่อมสภาพ ได้แก่:
- ระยะทางที่วิ่งได้สั้นลง: เมื่อชาร์จเต็ม 100% แต่ไม่สามารถวิ่งได้ไกลเท่าเดิม
- ใช้เวลาชาร์จนานขึ้นผิดปกติ: กระบวนการชาร์จจากระดับต่ำจนเต็มใช้เวลานานกว่าที่เคยเป็น
- พลังงานหมดเร็ว: ระดับเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็วในระหว่างการใช้งาน
- ตัวแบตเตอรี่มีลักษณะผิดปกติ: เช่น มีอาการบวม มีรอยแตก หรือมีความร้อนสูงผิดปกติขณะชาร์จหรือใช้งาน
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรนำรถเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่
วิธีชาร์จฉุกเฉิน: ทางเลือกเมื่ออยู่นอกสถานที่
ในบางสถานการณ์ที่ต้องเดินทางไกลและไม่สามารถเข้าถึงปลั๊กไฟบ้านมาตรฐานได้ ยังมีทางเลือกในการชาร์จแบบฉุกเฉินบางวิธีที่สามารถช่วยเพิ่มระยะทางได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มักจะช้ากว่าปกติและจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและมีความเข้าใจทางเทคนิค
การชาร์จจากอะแดปเตอร์รถยนต์
สามารถใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่แปลงไฟ DC 12V จากรถยนต์เป็นไฟ AC 230V เพื่อต่อกับที่ชาร์จ E-Bike มาตรฐานได้ วิธีนี้จะให้ผลค่อนข้างช้า แต่มีความปลอดภัยหากใช้อินเวอร์เตอร์และที่ชาร์จที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับกำลังไฟที่ต้องการ
การชาร์จจากแบตเตอรี่สำรองในรถ (Leisure Battery)
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถบ้าน (RV) หรือรถแคมป์ปิ้งที่มีแบตเตอรี่สำรอง (Leisure Battery) สามารถใช้แบตเตอรี่นี้เป็นแหล่งพลังงานในการชาร์จได้ โดยทั่วไปแบตเตอรี่สำรองที่มีความจุเพียงพอจะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike ได้ประมาณ 1 ครั้ง โดยต้องระมัดระวังไม่ให้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่สำรองจนต่ำเกินไป (ไม่ควรต่ำกว่า 50%)
การใช้พลังงานแสงอาทิตย์
การใช้แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคารถหรือแบบพกพาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีแสงแดดจัด อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องใช้แผงที่มีขนาดใหญ่พอและระบบควบคุมการชาร์จที่เหมาะสมเพื่อให้ได้กำลังไฟที่เพียงพอ และมักใช้เวลาในการชาร์จนานมาก เหมาะสำหรับการชาร์จเพื่อเติมพลังงานทีละน้อยมากกว่าการชาร์จจนเต็ม
บทสรุป: การดูแลแบตเตอรี่คือกุญแจสำคัญสู่การใช้งานที่ยาวนาน
การดูแลรักษาแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าอย่างถูกวิธีไม่ได้เป็นเรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและความสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามเคล็ดลับ 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งได้แก่ การพักให้แบตเตอรี่เย็นลงก่อนชาร์จ, การหลีกเลี่ยงไม่ให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง, การใช้ลำดับการเสียบปลั๊กที่ถูกต้อง, การเลือกสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ที่เหมาะสม, และการดูแลเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนเวลาในการดูแลรักษาในวันนี้ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ในอนาคต และทำให้มั่นใจได้ว่า E-Bike ของคุณจะพร้อมเป็นพาหนะคู่ใจไปได้อีกนาน
ค้นหาจักรยานไฟฟ้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ประเภทต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ GIANT Shopping Mall
ช่องทางการติดต่อ:
เวลาทำการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

