อนาคตความปลอดภัย: เทคโนโลยี V2X ในจักรยานไฟฟ้า
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยี V2X และจักรยานไฟฟ้า
- นิยามและความสำคัญของเทคโนโลยี V2X
- โซลูชัน V2X ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
- ประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่จับต้องได้สำหรับผู้ใช้งาน
- บทบาทของ 5G และ C-V2X ในการขับเคลื่อนอนาคต
- ตัวอย่างสถานการณ์การใช้งานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- ความท้าทายและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา
- บทสรุปสู่อนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างยานพาหนะกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่การสัญจรมีความซับซ้อนและหลากหลาย การบูรณาการยานพาหนะขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้าเข้ากับระบบนิเวศการสื่อสารนี้จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยี V2X และจักรยานไฟฟ้า
- V2X (Vehicle-to-Everything) คือเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่ช่วยให้ยานพาหนะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการรับรู้สถานการณ์และป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุก
- การผนวกจักรยานไฟฟ้าเข้ากับระบบ: ด้วยเทคโนโลยี Cellular-V2X (C-V2X) ที่ทำงานบนเครือข่าย 4G/5G ทำให้จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถ “พูดคุย” กับรถยนต์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรได้
- การป้องกันอุบัติเหตุในจุดอับสายตา: V2X ช่วยให้รถยนต์ “มองเห็น” จักรยานไฟฟ้าได้แม้อยู่นอกระยะการมองเห็นของสายตาหรือเซ็นเซอร์ เช่น บริเวณทางโค้ง ทางแยก หรือมีสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่บังอยู่
- ระบบเตือนภัยแบบสองทาง: เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เตือนผู้ขับขี่รถยนต์ถึงการมีอยู่ของจักรยานไฟฟ้า แต่ยังสามารถส่งสัญญาณเตือนมายังผู้ปั่นจักรยานได้เช่นกัน เมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดการชน
- ความท้าทายหลัก: การนำไปใช้งานในวงกว้างยังคงมีความท้าทายในด้านอัตราการติดตั้งอุปกรณ์ในยานพาหนะต่างๆ การสร้างมาตรฐานกลางที่ทุกค่ายสามารถใช้งานร่วมกันได้ และประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้งาน
อนาคตความปลอดภัย: เทคโนโลยี V2X ในจักรยานไฟฟ้า กำลังจะเปลี่ยนนิยามการเดินทางในเมืองให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เทคโนโลยีนี้คือระบบการสื่อสารไร้สายที่ช่วยให้ยานพาหนะสามารถ “พูดคุย” กับทุกสิ่งรอบตัวได้ (Vehicle-to-Everything) ตั้งแต่รถยนต์คันอื่น, สัญญาณไฟจราจร, ไปจนถึงผู้ใช้ถนนที่เปราะบางอย่างนักปั่นจักรยานและคนเดินเท้า การนำเทคโนโลยี V2X มาปรับใช้กับจักรยานไฟฟ้าจึงเป็นก้าวสำคัญในการลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่นและมีจุดอับสายตาจำนวนมาก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้ปั่นจักรยานไฟฟ้ามีความเสี่ยงสูง
การพัฒนานี้เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะแก้ปัญหาอุบัติเหตุเชิงรุก แทนที่จะพึ่งพาเพียงระบบความปลอดภัยแบบดั้งเดิมที่ทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันแล้ว เทคโนโลยี V2X ช่วยให้ยานพาหนะทุกประเภทรับรู้ถึงการมีอยู่และทิศทางการเคลื่อนที่ของกันและกันล่วงหน้า ทำให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่สามารถตัดสินใจและตอบสนองได้ก่อนที่มนุษย์จะมองเห็นอันตรายด้วยซ้ำ สำหรับผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้า เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนการมี “ดวงตา” รอบทิศทางที่ช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยคุกคามที่อาจมองไม่เห็น
นิยามและความสำคัญของเทคโนโลยี V2X
เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ จำเป็นต้องเริ่มต้นจากคำจำกัดความและวิวัฒนาการของมัน ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับยานพาหนะขนาดเล็กผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
V2X คืออะไร?
V2X (Vehicle-to-Everything) คือกรอบการทำงานของเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อให้ยานพาหนะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญกับองค์ประกอบต่างๆ ในระบบนิเวศการจราจรได้แบบเรียลไทม์ ข้อมูลเหล่านี้รวมถึงตำแหน่ง, ความเร็ว, ทิศทางการเคลื่อนที่ และสถานะของยานพาหนะ เป้าหมายหลักของ V2X คือการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน, ลดอุบัติเหตุ, เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของการจราจร และช่วยประหยัดพลังงาน
ภายในกรอบการทำงานของ V2X ยังแบ่งย่อยออกเป็นการสื่อสารประเภทต่างๆ เช่น V2V (Vehicle-to-Vehicle) การสื่อสารระหว่างรถยนต์, V2I (Vehicle-to-Infrastructure) การสื่อสารระหว่างรถยนต์กับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สัญญาณไฟจราจร และที่สำคัญสำหรับหัวข้อนี้คือ V2P (Vehicle-to-Pedestrian) ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างรถยนต์กับผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง ซึ่งรวมถึงคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยานอย่างชัดเจน
การมาถึงของ C-V2X และโอกาสสำหรับจักรยานไฟฟ้า
ในอดีต การสื่อสาร V2X มักใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง แต่ด้วยการมาถึงของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ความเร็วสูงอย่าง 4G และ 5G ได้ก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า C-V2X (Cellular-V2X) ซึ่งเป็นการใช้เครือข่ายเซลลูลาร์เป็นช่องทางในการสื่อสาร ข้อดีของ C-V2X คือการมีโครงข่ายที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ทำให้สามารถขยายระบบนิเวศการสื่อสารไปยังผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งรวมถึงจักรยานไฟฟ้า (e-bike) และยานพาหนะไมโครโมบิลิตีอื่นๆ การใช้ C-V2X เปิดประตูให้จักรยานไฟฟ้าสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบจราจรอัจฉริยะ และสื่อสารกับรถยนต์ได้อย่างราบรื่น
โซลูชัน V2X ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์หลายรายที่เริ่มพัฒนาและทดลองโซลูชัน V2X สำหรับจักรยานไฟฟ้า เพื่อนำแนวคิดนี้มาทำให้เกิดขึ้นจริงในเชิงพาณิชย์
Bosch: การเชื่อมต่อจักรยานไฟฟ้ากับระบบเบรกฉุกเฉินของรถยนต์
Bosch ได้นำเสนอโซลูชันที่มุ่งเน้นการป้องกันการชนระหว่างรถยนต์กับจักรยานไฟฟ้า โดยมีการติดตั้งโมดูลไร้สายขนาดเล็กพร้อม GPS บนตัวจักรยานไฟฟ้า โมดูลนี้จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลตำแหน่งและความเร็วของจักรยานออกไปอย่างต่อเนื่อง รถยนต์ที่มีระบบ V2X และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) จะสามารถรับสัญญาณนี้ได้ หากระบบในรถยนต์คำนวณแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการชน มันจะสามารถสั่งการให้ระบบเบรกทำงานได้โดยอัตโนมัติ แม้ว่าผู้ขับขี่จะยังมองไม่เห็นจักรยานไฟฟ้าที่อยู่ในจุดอับสายตา เช่น ขณะที่รถกำลังจะออกจากซอยหรือมีสิ่งกีดขวางบังอยู่ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้จะสั่งการเบรกที่ฝั่งรถยนต์เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดกับผู้ปั่นหากจักรยานเบรกกะทันหัน
Autotalks: อุปกรณ์ V2X สำหรับไมโครโมบิลิตี
Autotalks พัฒนาอุปกรณ์ V2X ที่ออกแบบมาสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กโดยเฉพาะ เช่น อุปกรณ์รุ่น ZooZ3 ที่สามารถติดตั้งบนแฮนด์ของจักรยานไฟฟ้าได้ อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่เชื่อมต่อจักรยานเข้ากับเครือข่าย V2X ทำให้ “รถเห็นจักรยาน และจักรยานเห็นรถ” เมื่อมีรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ V2X เคลื่อนที่เข้ามาในลักษณะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนมายังผู้ปั่นจักรยานผ่านหน้าจอหรือเสียงแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน โซลูชันนี้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ผลิตจักรยานในการทดลองและเก็บข้อมูลด้านความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตอุปกรณ์แบบติดตั้งถาวรในจักรยานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ในอนาคต
Velco: ยกระดับสู่การขับขี่แบบร่วมมือบนเครือข่าย 5G
Velco มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์ม C-V2X บนเครือข่าย 5G เพื่อยกระดับจักรยานไฟฟ้าให้เป็นส่วนหนึ่งของ “การขับขี่แบบร่วมมือกัน” (Cooperative Driving) ซึ่งมีฟังก์ชันสำคัญหลายประการ:
- การมองเห็นในโลกดิจิทัล: ทำให้จักรยานไฟฟ้ามีตัวตนในระบบดิจิทัล รถยนต์รอบข้างสามารถรับรู้ตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทางของนักปั่นได้ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน นักปั่นก็จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ที่อาจเป็นอันตราย
- การหลีกเลี่ยงการชนในจุดอับ: ระบบสามารถป้องกันการชนในบริเวณทางโค้งหรือทางแยกที่ผู้ขับขี่และนักปั่นไม่สามารถมองเห็นกันได้ด้วยตาเปล่า แต่ระบบสามารถรับรู้ได้จากข้อมูลตำแหน่งที่แลกเปลี่ยนกัน
- ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์: นักปั่นจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการจราจรและสภาพอากาศล่าสุด ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
ประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่จับต้องได้สำหรับผู้ใช้งาน
การนำเทคโนโลยี V2X มาใช้กับจักรยานไฟฟ้าก่อให้เกิดประโยชน์ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปลี่ยนจากการป้องกันแบบตั้งรับไปสู่การป้องกันเชิงรุก
การป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกในจุดอับสายตา
ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ V2X คือการทำให้รถยนต์และโครงสร้างพื้นฐานรับรู้ถึงการมีอยู่ของจักรยานไฟฟ้า “ก่อน” ที่เซ็นเซอร์ประเภทกล้องหรือเรดาร์จะสามารถตรวจจับได้ หรือก่อนที่ผู้ขับขี่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า สถานการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นบริเวณหลังรถบัส ในโค้งหักศอก หรือหลังอาคาร ข้อมูลจากสำนักงานสถิติของเยอรมนีที่ Bosch อ้างถึง ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุบริเวณทางแยกที่มีทัศนวิสัยต่ำเป็นจุดที่เกิดการชนกับจักรยานบ่อยครั้ง ซึ่ง V2X สามารถเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงในจุดนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบเตือนภัยแบบสองทางที่ครอบคลุม
เทคโนโลยีนี้ทำงานแบบสองทิศทางเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง:
- ฝั่งรถยนต์: ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) จะใช้ข้อมูลที่ได้รับจากจักรยานไฟฟ้าเพื่อเตือนผู้ขับหากกำลังจะเลี้ยวตัดหน้า หรือสั่งการระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติหากคำนวณแล้วพบว่ามีโอกาสชนสูง
- ฝั่งจักรยานไฟฟ้า: ผู้ปั่นจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านโมดูลบนจักรยานหรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยงต่างๆ เช่น รถยนต์ที่กำลังพุ่งเข้ามาจากด้านหลังด้วยความเร็วสูง, รถที่กำลังจะออกจากซอยตัดหน้า หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้าซึ่งจำเป็นต้องชะลอความเร็ว
บทบาทของ 5G และ C-V2X ในการขับเคลื่อนอนาคต
การเติบโตของเทคโนโลยี V2X สำหรับจักรยานไฟฟ้ามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความก้าวหน้าของเครือข่าย 5G ซึ่งมีคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการสื่อสารเพื่อความปลอดภัย
เครือข่าย 5G ถูกออกแบบมาให้มีค่าความหน่วงต่ำ (Low Latency) ในระดับมิลลิวินาที และรองรับแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ที่สูงมาก คุณสมบัติทั้งสองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสาร V2X แบบเรียลไทม์ที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ของประเทศไทยระบุว่า เทคโนโลยี V2X บนโครงข่าย 5G ได้ถูกพัฒนาจนเข้าสู่ช่วงที่พร้อมใช้งานจริง และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้
เมื่อผนวกเข้ากับ C-V2X จะทำให้จักรยานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น “โหนดอัจฉริยะ” (Intelligent Node) หนึ่งในโครงข่ายการจราจร ที่สามารถส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับสู่ระบบส่วนกลางได้ เช่น สภาพถนนในเลนจักรยาน, จุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือสภาพการจราจรในพื้นที่ นอกจากนี้ การสื่อสารแบบ V2P ยังช่วยให้ระบบจัดการจราจรสามารถให้ความสำคัญกับผู้ใช้ถนนที่เปราะบางได้ดีขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้กลุ่มนักปั่นจักรยานสามารถข้ามแยกได้อย่างปลอดภัย
ตัวอย่างสถานการณ์การใช้งานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างสถานการณ์ที่เทคโนโลยี V2X จะเข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้จักรยานไฟฟ้า:
- การเตือนการเลี้ยวตัดหน้า: หน้าจอคอมพิวเตอร์บนจักรยานหรือเสียงแจ้งเตือนผ่านหูฟังของผู้ปั่นจะแสดงข้อความว่า “รถยนต์กำลังจะเลี้ยวขวาตัดหน้าในอีก 2 วินาที” ก่อนที่ผู้ปั่นจะมองเห็นรถคันดังกล่าวด้วยซ้ำ
- การปรับสัญญาณไฟจราจร: เมื่อระบบตรวจจับได้ว่ามีกลุ่มจักรยานไฟฟ้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่มาบนถนนเส้นหนึ่ง ระบบจัดการจราจรอัจฉริยะสามารถสั่งการให้สัญญาณไฟเขียวสำหรับจักรยานยาวนานขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและทำให้การจราจรไหลลื่นอย่างต่อเนื่อง
- การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน: ข้อมูล V2X จากจักรยานไฟฟ้าจำนวนมากสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อหา “จุดเสี่ยง” บนท้องถนน เช่น บริเวณที่นักปั่นมักจะเบรกกะทันหันหรือเกือบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เมืองอัจฉริยะสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การปรับปรุงทางแยก, การสร้างทางลาด หรือการติดตั้งป้ายเตือนเพิ่มเติม
ความท้าทายและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา
แม้ว่าเทคโนโลยี V2X จะมีศักยภาพสูง แต่การนำมาใช้งานจริงในวงกว้างยังคงเผชิญกับความท้าทายและข้อจำกัดหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไข
อัตราการติดตั้งและมาตรฐานกลาง
ประสิทธิภาพของ V2X จะเกิดขึ้นได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อมีผู้เล่นส่วนใหญ่ในระบบติดตั้งอุปกรณ์ที่รองรับ ซึ่งหมายความว่าทั้งรถยนต์, จักรยานไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีนี้ หากมีเพียงส่วนน้อยที่ใช้งาน ประโยชน์ด้านความปลอดภัยโดยรวมก็จะถูกจำกัด นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีมาตรฐานกลางที่ชัดเจน ทั้งในด้านรูปแบบข้อมูลและโปรโตคอลการสื่อสาร เพื่อให้ยานพาหนะจากผู้ผลิตที่แตกต่างกันสามารถ “พูดคุย” และเข้าใจกันได้อย่างไม่มีปัญหา
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการออกแบบการแจ้งเตือน
การที่จักรยานไฟฟ้าต้องส่งข้อมูลตำแหน่งของตนเองอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) และการติดตามผู้ใช้งาน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่รัดกุม เช่น การทำให้ข้อมูลเป็นนิรนาม (Anonymization) อีกหนึ่งความท้าทายคือการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (UX/UI) สำหรับการแจ้งเตือน หากระบบส่งสัญญาณเตือนบ่อยครั้งเกินไปหรือไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จริง อาจทำให้เกิดภาวะ “ความล้าจากการเตือน” (Alarm Fatigue) ซึ่งทำให้นักปั่นเพิกเฉยต่อการแจ้งเตือนที่สำคัญในที่สุด
บทสรุปสู่อนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เทคโนโลยี V2X และ C-V2X กำลังเปลี่ยนผ่านจักรยานไฟฟ้าจากสถานะของผู้ใช้ถนนที่เปราะบางและเป็นฝ่ายตั้งรับ ให้กลายเป็นโหนดอัจฉริยะที่สามารถสื่อสารและมีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกได้ แนวโน้มที่สำคัญคือการขยายขอบเขตของระบบนิเวศการสื่อสาร จากเดิมที่มุ่งเน้นแค่รถยนต์สู่รถยนต์ ไปสู่เครือข่ายที่ครอบคลุมผู้ใช้ถนนทุกประเภท โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยงอย่างนักปั่นจักรยานเป็นศูนย์กลาง
ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของ อนาคตความปลอดภัย สำหรับจักรยานไฟฟ้าในช่วงทศวรรษหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่มีความหนาแน่นของการจราจรสูงและเต็มไปด้วยจุดอับสายตา การผสาน V2X เข้ากับจักรยานไฟฟ้า, แอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน และระบบจัดการเมืองอัจฉริยะ จะสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเดินทางในยุคใหม่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

