E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
- ประเด็นสำคัญในการพิจารณา
- ภาพรวมการเปรียบเทียบ: E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- เจาะลึกจุดเด่นของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
- เจาะลึกจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ
- กรณีศึกษา: การเลือกใช้งานในชีวิตจริง
- บทสรุป: 5 คำถามช่วยตัดสินใจเลือกคันที่ใช่
- ค้นหา E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลในยุคปัจจุบัน ทั้งสองประเภทมีข้อดีและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกยานพาหนะที่ไม่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์อาจนำไปสู่ความไม่สะดวกและไม่คุ้มค่าในระยะยาว บทความนี้จึงนำเสนอการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างละเอียดในทุกมิติ เพื่อเป็นแนวทางในการค้นหารถคู่ใจที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญในการพิจารณา
- ลักษณะการใช้งาน: หากเน้นการเดินทางบนถนนใหญ่ ต้องการความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถเดินทางไกลได้ E-Bike มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะโดดเด่นด้านความคล่องตัว การพกพา และการใช้งานในระยะสั้นๆ หรือเชื่อมต่อกับการเดินทางรูปแบบอื่น
- การออกกำลังกาย: E-Bike เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถออกแรงปั่นได้ โดยมีระบบไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ทำให้ได้ประโยชน์ด้านสุขภาพ ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเน้นความสะดวกสบายและไม่ต้องออกแรง
- การพกพาและจัดเก็บ: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบากว่า และส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์
- ความปลอดภัยและเสถียรภาพ: ด้วยล้อขนาดใหญ่และท่านั่งที่คุ้นเคย E-Bike จึงให้ความรู้สึกที่มั่นคงและควบคุมได้ง่ายกว่าบนสภาพถนนที่ไม่เรียบหรือเมื่อต้องใช้ความเร็ว ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมีล้อเล็กอาจไวต่อพื้นผิวขรุขระหรือหลุมบ่อ
การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการเลือกระหว่างยานพาหนะทั้งสองประเภท เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคันที่เลือกจะสามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ภาพรวมการเปรียบเทียบ: E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักของยานพาหนะทั้งสองประเภทแบบหัวข้อต่อหัวข้อ จะช่วยให้สามารถประเมินความเหมาะสมเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น
| หัวข้อหลัก | E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| ท่าทางการขับขี่ | ท่านั่งเหมือนจักรยานทั่วไป ให้ความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย เหมาะกับผู้ขับขี่ทุกระดับ | ท่ายืนเป็นหลัก เรียนรู้และสร้างความคุ้นเคยได้รวดเร็วภายในไม่กี่นาที |
| การขับขี่บนถนน | ผู้ใช้รถคนอื่นมองเห็นได้ชัดเจน ขับขี่ในเลนจักรยานหรือชิดซ้ายได้มั่นใจกว่า | ตัวรถเล็ก อาจสะเทือนมากกว่าบนถนนที่ไม่เรียบ ต้องใช้ความระมัดระวังกับหลุมบ่อ |
| ระยะทางและแบตเตอรี่ | ระยะทางไกลกว่าเนื่องจากมีการปั่นช่วย หากแบตเตอรี่หมดสามารถปั่นต่อได้เหมือนจักรยานธรรมดา | เมื่อแบตเตอรี่หมด จะต้องเข็นหรือหิ้วเท่านั้น ซึ่งอาจไม่สะดวกหากอยู่ไกลจากจุดหมาย |
| ความเร็ว | ความเร็วใกล้เคียงจักรยานทั่วไป (ประมาณ 20–30 กม./ชม.) ขึ้นอยู่กับรุ่นและกฎหมาย | ในสเปกมอเตอร์และแบตเตอรี่ที่ใกล้เคียงกัน มักมีความเร็วสูงกว่า E-Bike |
| การพกพา | มีน้ำหนักมากกว่าและขนาดใหญ่กว่า การยกหรือใส่ท้ายรถยนต์ทำได้ลำบากกว่า | น้ำหนักเบากว่าอย่างชัดเจน สามารถพับเก็บและพกพาขึ้นรถไฟฟ้าหรือใส่ท้ายรถได้สะดวก |
| การออกกำลังกาย | สามารถเลือกระดับการช่วยปั่น (Pedal Assist) เพื่อออกกำลังกายได้ตามต้องการ | แทบไม่ต้องออกแรงในการขับขี่ เน้นความสะดวกสบายและความสนุกเป็นหลัก |
| ความสบายในการเดินทางไกล | มีเบาะนั่ง ทำให้เดินทางไกล (2-10 กม.) ได้สบายกว่า ไม่เมื่อยล้า | การยืนขับขี่ตลอดเวลาเหมาะกับการเดินทางระยะสั้น (1-3 กม.) หากไกลกว่านั้นอาจเมื่อยล้าได้ |
| พื้นที่จัดเก็บ | ต้องการพื้นที่จอดคล้ายกับจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ | พับเก็บในห้องพัก คอนโด หรือใต้โต๊ะทำงานได้ง่าย ประหยัดพื้นที่ |
| ราคา | มีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นหลักพันปลายๆ ถึงรุ่นประสิทธิภาพสูงหลักหมื่น | ราคาใกล้เคียงกัน โดยทั่วไปรุ่นเริ่มต้นมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า E-Bike สเปกสูง |
เจาะลึกจุดเด่นของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้รับการพัฒนามาจากจักรยานทั่วไป โดยการเพิ่มระบบมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เข้ามาช่วยผ่อนแรงในการปั่น ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ผสมผสานระหว่างการเดินทางที่สะดวกสบายและการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว
ความมั่นคงและปลอดภัยบนท้องถนน
ด้วยรูปทรงและท่านั่งที่เหมือนกับจักรยานทั่วไป ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นสามารถคาดเดาทิศทางการเคลื่อนที่ของ E-Bike ได้ง่ายกว่า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะเปลี่ยนเลนหรือข้ามถนน ล้อที่มีขนาดใหญ่ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนพื้นผิวที่ขรุขระ ทำให้รู้สึกมั่นคงและควบคุมได้ง่ายกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันบนถนนสาธารณะที่มีการจราจรหนาแน่น
หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทาง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ E-Bike คือความยืดหยุ่นด้านพลังงาน หากแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง ผู้ขับขี่ยังสามารถปั่นต่อไปได้เหมือนจักรยานปกติ แม้อาจจะหนักกว่าเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักของมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ก็ยังสามารถพาตัวเองกลับถึงที่หมายได้ ซึ่งแตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เมื่อพลังงานหมด จะกลายเป็นภาระที่ต้องเข็นหรือยกกลับเท่านั้น
พาหนะที่มาพร้อมการออกกำลังกาย
E-Bike ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการออกกำลังกายเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน ระบบช่วยปั่น (Pedal Assist System) ส่วนใหญ่สามารถปรับระดับได้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกว่าต้องการออกแรงมากน้อยเพียงใดในแต่ละเส้นทาง เช่น อาจใช้โหมดช่วยปั่นน้อยๆ ในทางเรียบเพื่อออกกำลัง และใช้โหมดช่วยสูงสุดเมื่อต้องขึ้นทางชัน เพื่อไม่ให้เหนื่อยจนเกินไป
เสถียรภาพและการบรรทุกสัมภาระ
ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงและล้อขนาดใหญ่ E-Bike จึงสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์แบบได้ดีกว่า นอกจากนี้ E-Bike หลายรุ่น โดยเฉพาะทรงจักรยานแม่บ้านไฟฟ้า มักจะมาพร้อมกับตะกร้าหน้าหรือตะแกรงท้าย ทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระ เช่น กระเป๋า หรือของที่ซื้อจากร้านค้าได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
จักรยานไฟฟ้าเหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ต้องเดินทางบนถนนใหญ่เป็นประจำและให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
- ผู้ที่ต้องการยานพาหนะสำหรับเดินทางไปทำงานหรือทำธุระในระยะทางปานกลาง (3-10 กม.)
- ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเบาๆ ในระหว่างการเดินทาง
- ผู้สูงอายุที่ต้องการยานพาหนะที่มั่นคงและใช้งานง่าย
- ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทาง ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง
เจาะลึกจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือสัญลักษณ์ของความคล่องตัวและความสะดวกสบายในการเดินทางยุคใหม่ ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ขนาดกะทัดรัด และการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเดินทางในระยะสั้นๆ หรือ “Last-mile transportation”
เรียนรู้ง่าย ใช้งานได้ทันที
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายที่สุด ผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถสร้างความคุ้นเคยและขับขี่ได้อย่างมั่นใจภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ไม่จำเป็นต้องมีทักษะการทรงตัวที่ซับซ้อนเหมือนจักรยาน และไม่ต้องออกแรงปั่น เพียงแค่ยืน บิดคันเร่ง และควบคุมทิศทาง ก็สามารถเดินทางได้อย่างสนุกสนาน
ที่สุดของความคล่องตัวและการพกพา
นี่คือจุดแข็งที่สุดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เมื่อเปรียบเทียบในสเปกที่ใกล้เคียงกัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะมีน้ำหนักเบากว่า E-Bike อย่างเห็นได้ชัด รุ่นส่วนใหญ่สามารถพับคอลงมาได้ ทำให้มีขนาดกะทัดรัด สามารถใส่ท้ายรถยนต์ ยกขึ้นรถไฟฟ้า หรือหิ้วขึ้นบันไดไปยังห้องพักหรือออฟฟิศได้อย่างง่ายดาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดหรือผู้ที่ต้องเดินทางแบบผสมผสาน (Multimodal) เช่น ขับรถมาจอดแล้วต่อสกู๊ตเตอร์เข้าออฟฟิศ
ความเร็วและความสนุกในการขับขี่
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเทียบขนาดมอเตอร์และแบตเตอรี่ที่เท่ากัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักจะมีอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดที่สูงกว่า E-Bike ทำให้การขับขี่ในระยะสั้นๆ เต็มไปด้วยความสนุกและรวดเร็ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความฉับไวในการเดินทาง
เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในเมือง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแสดงประสิทธิภาพได้ดีที่สุดในการเดินทางระยะสั้น เช่น การเดินทางภายในหมู่บ้าน, จากคอนโดไปยังสถานีรถไฟฟ้า, ภายในมหาวิทยาลัย หรือในเขตโรงงานอุตสาหกรรม ความคล่องตัวสูงทำให้สามารถลัดเลาะไปตามทางแคบๆ หรือซอกซอยได้อย่างสะดวก
ข้อควรพิจารณาสำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
แม้จะมีความคล่องตัวสูง แต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็มีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาเช่นกัน ล้อที่มีขนาดเล็กทำให้ไม่เหมาะกับสภาพถนนที่ขรุขระ มีหลุมบ่อ หรือขอบทางสูง การยืนขับขี่เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าได้ และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อแบตเตอรี่หมด จะไม่สามารถเดินทางต่อไปได้และต้องอาศัยการเข็นหรือยกเท่านั้น
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเหมาะกับใคร?
- ผู้ที่เดินทางระยะสั้นๆ เป็นหลัก (1-3 กม.) เช่น จากที่พักไปยังระบบขนส่งสาธารณะ
- ผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดหรือมีพื้นที่จัดเก็บจำกัด
- นักเรียน นักศึกษา ที่ใช้เดินทางภายในแคมปัส
- ผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุดในการเดินทางในเมือง และไม่ต้องการออกแรง
- ผู้ที่มองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ขับขี่สนุกและพกพาสะดวก
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ
หลังจากทำความเข้าใจจุดเด่นของยานพาหนะแต่ละประเภทแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประเมินความต้องการและเงื่อนไขของตนเอง เพื่อให้สามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ลักษณะเส้นทางที่ใช้งานเป็นประจำ
หากเส้นทางส่วนใหญ่คือถนนใหญ่ มีการจราจรหนาแน่น และต้องเปลี่ยนเลนบ่อยครั้ง E-Bike จะให้ความมั่นคงและทำให้ผู้ขับขี่คนอื่นสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า แต่หากเส้นทางเป็นเพียงซอยเล็กๆ ในหมู่บ้าน หรือทางเท้าเรียบๆ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม
ระยะทางในการเดินทางต่อวัน
สำหรับระยะทางไป-กลับไม่เกิน 3-5 กิโลเมตร ทั้งสองตัวเลือกสามารถใช้งานได้ดี แต่หากระยะทางไกลกว่านั้น หรือต้องการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด E-Bike จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถเดินทางได้ไกลกว่าและไม่เมื่อยล้าเท่ากับการยืนขับขี่สกู๊ตเตอร์เป็นเวลานาน
พื้นที่จัดเก็บและที่จอดรถ
ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีที่จอดรถสามารถเลือก E-Bike ได้โดยไม่มีปัญหา แต่สำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือห้องเช่าที่ไม่มีที่จอดเฉพาะ และอาจต้องยกขึ้นห้อง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บและมีน้ำหนักเบาจะเป็นตัวเลือกที่สะดวกกว่าอย่างมาก
งบประมาณและความคุ้มค่า
ทั้ง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีช่วงราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท สิ่งสำคัญคือการพิจารณาคุณภาพของส่วนประกอบหลัก เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ โครงสร้าง และระบบเบรก การลงทุนในรุ่นที่มีคุณภาพดีตั้งเเต่แรกอาจมีราคาสูงกว่า แต่จะให้ความปลอดภัยและความทนทานที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ระดับความปลอดภัยที่ยอมรับได้
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม E-Bike ที่มีล้อขนาดใหญ่และโครงสร้างที่มั่นคงมักจะให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าสำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นเคยกับยานพาหนะสองล้อ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกยานพาหนะประเภทใด การสวมหมวกนิรภัย การตรวจสอบระบบเบรก และการติดตั้งไฟส่องสว่างที่เพียงพอถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
กรณีศึกษา: การเลือกใช้งานในชีวิตจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองพิจารณาสถานการณ์จำลองต่างๆ ที่คนไทยมักพบเจอ:
- นักศึกษาในมหาวิทยาลัย: หากใช้เดินทางเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งมีถนนเรียบและที่จอดสะดวก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะให้ความคล่องตัวสูง แต่หากต้องเดินทางจากหอพักซึ่งอยู่นอกมหาวิทยาลัยและต้องใช้ถนนใหญ่ E-Bike จะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
- พนักงานออฟฟิศ: สำหรับการเดินทางระยะ 2-5 กิโลเมตรจากบ้านไปยังที่ทำงาน โดยต้องผ่านถนนใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น ผู้ใช้ส่วนใหญ่แนะนำให้เลือก จักรยานไฟฟ้า เนื่องจากมีความเสถียรและผู้ใช้รถคนอื่นมองเห็นได้ชัดเจนกว่า
- การใช้งานใกล้บ้าน: สำหรับการไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหรือตลาดใกล้บ้าน จักรยานไฟฟ้าทรงแม่บ้าน ที่มีตะกร้าจะสะดวกอย่างยิ่งในการบรรทุกของ แต่ถ้าต้องการเพียงยานพาหนะเล็กๆ สำหรับเดินทางจากคอนโดไปร้านค้าหน้าปากซอย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ก็เพียงพอและจัดเก็บง่ายกว่า
บทสรุป: 5 คำถามช่วยตัดสินใจเลือกคันที่ใช่
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อะไรดีกว่ากัน คำตอบที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละบุคคล ลองตอบคำถาม 5 ข้อนี้เพื่อช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น:
- ต้องขี่บนถนนใหญ่บ่อยแค่ไหน? (บ่อย → E-Bike / ไม่บ่อย → สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า)
- ระยะทางที่ใช้ต่อวันเป็นอย่างไร? (มากกว่า 3-5 กม. → E-Bike / น้อยกว่า 3 กม. → สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า)
- มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่จัดเก็บหรือไม่? (มีที่จอด → เลือกได้ทั้งคู่ / ต้องยกขึ้นห้อง → สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า)
- ต้องการออกกำลังกายระหว่างเดินทางหรือไม่? (ต้องการ → E-Bike / ไม่ต้องการ → สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า)
- กังวลเรื่องความมั่นคงในการขับขี่หรือไม่? (กังวลมาก → E-Bike / รับได้และทางเรียบ → สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า)
การตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยชี้ชัดว่ายานพาหนะประเภทใดที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด นำไปสู่การลงทุนที่คุ้มค่าและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตประจำวันของคุณ
ค้นหา E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมดและทราบถึงความต้องการของตนเองแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกสรรยานพาหนะไฟฟ้าคุณภาพที่เหมาะสมกับคุณ ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้ง E-bike และจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์
สามารถเข้ามาชมสินค้าจริงและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกรุ่นที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Facebook: FACEBOOK PAGE
LINE: LINE
Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

