แบตฯโซเดียมไอออน: อนาคตใหม่ของจักรยานไฟฟ้า?
- ภาพรวมของเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออน
- แบตเตอรี่โซเดียมไอออนคืออะไร และแตกต่างจากลิเธียมไอออนอย่างไร
- ตัวอย่างผลิตภัณฑ์โซเดียมไอออนที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
- ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับโลกและผลกระทบต่อตลาด E-Bike
- ข้อดีของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนสำหรับจักรยานไฟฟ้า
- ข้อจำกัดและความท้าทายในปัจจุบัน
- เปรียบเทียบเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้า
- แนวโน้มในอนาคต: โซเดียมไอออนจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่หรือไม่
- คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานและผู้ประกอบการ
- สรุปศักยภาพของโซเดียมไอออนในวงการจักรยานไฟฟ้า
ในขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนครองตลาดยานพาหนะไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน เทคโนโลยีใหม่อย่าง แบตฯโซเดียมไอออน: อนาคตใหม่ของจักรยานไฟฟ้า? กำลังเป็นที่จับตามองในฐานะทางเลือกที่มีศักยภาพ ด้วยข้อได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำกว่าและความพร้อมใช้งานที่สูงกว่า เทคโนโลยีนี้อาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดจักรยานไฟฟ้าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ภาพรวมของเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออน

- ต้นทุนวัตถุดิบต่ำ: โซเดียมมีปริมาณมหาศาลและหาได้ง่ายกว่าลิเธียม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในระยะยาวมีแนวโน้มถูกลง
- ประสิทธิภาพในอุณหภูมิสุดขั้ว: แบตเตอรี่โซเดียมไอออนทำงานได้ดีในสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเย็นจัด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับการใช้งานกลางแจ้งในสภาพอากาศของประเทศไทย
- ความปลอดภัยสูง: โครงสร้างทางเคมีส่วนใหญ่ของโซเดียมไอออนมีความเสถียรทางความร้อนสูงกว่า ลดความเสี่ยงการลุกไหม้ และทนทานต่อการคายประจุจนหมด (Over-discharge) ได้ดีกว่า
- ความหนาแน่นพลังงาน: ปัจจุบันยังมีความหนาแน่นพลังงานต่อหน่วยน้ำหนักต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ทำให้แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่และหนักกว่าที่ความจุเท่ากัน
เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion) คือระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้โซเดียมไอออน (Na⁺) เป็นตัวกลางในการเคลื่อนที่ระหว่างขั้วบวกและขั้วลบเพื่อกักเก็บและปล่อยประจุไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทำงานเดียวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ลิเธียมไอออน (Li⁺) ความสนใจในเทคโนโลยีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากโซเดียมเป็นธาตุที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ในน้ำทะเลและเปลือกโลก ทำให้วัตถุดิบมีราคาถูกและเข้าถึงได้ง่ายกว่าลิเธียม ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ไม่กี่แห่งบนโลก สิ่งนี้ทำให้แบตเตอรี่โซเดียมไอออนกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (e-bike) ที่ต้องการแบตเตอรี่ราคาประหยัด ทนทาน และปลอดภัยสูง
แบตเตอรี่โซเดียมไอออนคืออะไร และแตกต่างจากลิเธียมไอออนอย่างไร
หัวใจสำคัญของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนคือการใช้โซเดียม (Na⁺) ซึ่งเป็นธาตุที่มีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกับลิเธียม (Li⁺) แต่มีขนาดอะตอมใหญ่กว่า ทำให้การออกแบบโครงสร้างวัสดุขั้วไฟฟ้ามีความท้าทายมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางวัสดุศาสตร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ปลดล็อกศักยภาพของเทคโนโลยีนี้
จุดเด่นที่สำคัญของโซเดียมไอออน ได้แก่:
- ความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบ: โซเดียมเป็นธาตุที่มีมากเป็นอันดับ 6 ในเปลือกโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่ำและช่วยลดการพึ่งพาแหล่งแร่ลิเธียมและโคบอลต์ที่มีจำกัด
- ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ: แบตเตอรี่โซเดียมไอออนสามารถทำงานได้ดีในอุณหภูมิต่ำมาก โดยมีรายงานว่าสามารถรักษาความจุได้ถึง 93% ที่อุณหภูมิ -30°C และยังคงชาร์จได้อย่างรวดเร็ว
- ความปลอดภัย: โครงสร้างทางเคมีหลายรูปแบบของโซเดียมไอออนมีความเสถียรสูงและไม่ติดไฟง่าย ลดความเสี่ยงจากสภาวะ “Thermal Runaway” หรือการลัดวงจรภายในเซลล์ที่ทำให้เกิดความร้อนสูงจนลุกไหม้
ข้อด้อยในปัจจุบัน:
- ความหนาแน่นพลังงาน: โดยทั่วไปแล้ว ความหนาแน่นพลังงาน (Wh/kg) ยังคงต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด NMC หรือ NCA ซึ่งหมายความว่าที่ความจุเท่ากัน แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจะหนักและมีขนาดใหญ่กว่า
- เทคโนโลยียังใหม่: แม้จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ขนาดการผลิตเชิงพาณิชย์ยังไม่ใหญ่เท่าลิเธียมไอออน ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยพลังงานยังคงขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตในอนาคต
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์โซเดียมไอออนที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
ปัจจุบัน เริ่มมีผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่โซเดียมไอออนวางจำหน่ายในตลาดเชิงพาณิชย์แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ และจักรยานไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น
- แบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์: ในประเทศไทย มีการจำหน่ายแบตเตอรี่โซเดียมไอออนขนาด 12V 5Ah และ 12V 7Ah เพื่อใช้ทดแทนแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดเดิม โดยชูจุดเด่นเรื่องความทนทาน ปลอดภัย ไม่ระเบิด และสามารถฟื้นฟูสภาพได้แม้แรงดันไฟฟ้าจะลดลงเหลือ 0 โวลต์
- เซลล์แบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้า: ผู้ผลิตในต่างประเทศเริ่มนำเสนอเซลล์โซเดียมไอออนขนาดมาตรฐาน เช่น 26700 และ 26650 ที่มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 2,000 รอบ ซึ่งเทียบเท่ากับแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) และสามารถนำมาประกอบเป็นแพ็กแบตเตอรี่ 36V หรือ 48V สำหรับจักรยานไฟฟ้าได้
- แบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ในตลาด B2B: บนแพลตฟอร์มการค้าส่ง มีการเสนอขายแบตเตอรี่โซเดียมไอออนสำหรับจักรยานไฟฟ้าที่ระบุคุณสมบัติการทำงานในอุณหภูมิกว้างตั้งแต่ -40°C ถึง 60°C ทำให้เหมาะกับสภาพอากาศที่หลากหลาย
การปรากฏตัวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในตลาด ทั้งในระดับเซลล์และแบตเตอรี่แพ็กสำเร็จรูป เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเทคโนโลยีโซเดียมไอออนพร้อมแล้วสำหรับการนำไปใช้งานจริงในกลุ่มยานพาหนะเบา
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับโลกและผลกระทบต่อตลาด E-Bike
การพัฒนาเทคโนโลยีโซเดียมไอออนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง CATL ได้ประกาศแผนการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในปริมาณมหาศาล (Mass Production) ภายในสิ้นปี 2025 เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมาถึงตลาดจักรยานไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อการผลิตเพิ่มขึ้นในระดับอุตสาหกรรม จะส่งผลให้ต้นทุนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ผลิตจักรยานไฟฟ้าสามารถเข้าถึงเซลล์แบตเตอรี่โซเดียมไอออนคุณภาพสูงในราคาที่ถูกลง นอกจากนี้ มาตรฐานด้านความปลอดภัยและระบบการจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จะถูกถ่ายทอดลงมาสู่แพ็กแบตเตอรี่ขนาดเล็กสำหรับ e-bike ช่วยยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งานทั่วไป
ขณะเดียวกัน แนวคิดเกี่ยวกับแบตเตอรี่โซเดียมไอออนชนิดโซลิดสเตต (Sodium-ion Solid-state) ก็กำลังได้รับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องความหนาแน่นพลังงานที่ต่ำของโซเดียมไอออนในปัจจุบัน และอาจทำให้มันกลายเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าราคาประหยัด ทั้งในด้านต้นทุน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ
ข้อดีของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนสำหรับจักรยานไฟฟ้า
เมื่อพิจารณาในบริบทของการใช้งานจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ เทคโนโลยีโซเดียมไอออนมีข้อได้เปรียบที่น่าสนใจหลายประการ:
- ต้นทุนที่ต่ำลงในอนาคต: การที่โซเดียมเป็นวัตถุดิบราคาถูกและหาได้ง่าย จะช่วยลดต้นทุนของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดของจักรยานไฟฟ้า ทำให้ผู้ผลิตสามารถทำราคา e-bike ให้เข้าถึงง่ายขึ้น
- ความทนทานต่อสภาพอากาศ: คุณสมบัติการทำงานได้ดีในอุณหภูมิสูงและต่ำ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในประเทศไทยที่ต้องจอดรถกลางแดดหรือเผชิญกับอากาศร้อนจัด แบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพช้ากว่าและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ความปลอดภัยที่เหนือกว่า: สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ความเสี่ยงเรื่องแบตเตอรี่ลุกไหม้เป็นสิ่งที่น่ากังวล โซเดียมไอออนที่มีความเสถียรสูงจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ลง นอกจากนี้ ความสามารถในการทนต่อการคายประจุจนหมด (ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง) โดยไม่เสียหาย ยังเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพฤติกรรมการใช้งานจริงที่มักจะลืมชาร์จ
- อายุการใช้งานที่ยาวนาน: ด้วยวงจรชีวิตที่สูงถึง 2,000 รอบการชาร์จ (หรือมากกว่า) หากชาร์จวันละหนึ่งครั้ง แบตเตอรี่จะสามารถใช้งานได้นาน 5-6 ปี ซึ่งเพียงพอและคุ้มค่าสำหรับอายุการใช้งานของจักรยานไฟฟ้าหนึ่งคัน
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การลดการพึ่งพาโลหะหายากอย่างลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิล ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมือง
ข้อจำกัดและความท้าทายในปัจจุบัน
แม้จะมีศักยภาพสูง แต่เทคโนโลยีโซเดียมไอออนยังคงมีความท้าทายบางประการที่ต้องพิจารณาสำหรับการนำมาใช้ในจักรยานไฟฟ้า:
- น้ำหนักและขนาด: ความหนาแน่นพลังงานที่ต่ำกว่าทำให้แบตเตอรี่มีน้ำหนักและขนาดใหญ่กว่าลิเธียมไอออนที่ความจุเท่ากัน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการจักรยานไฟฟ้าที่เบาและคล่องตัว หรือผู้ที่ต้องถอดแบตเตอรี่ไปชาร์จในอาคารบ่อยครั้ง
- การเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม: ผู้ผลิตจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงออกแบบผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงจากเซลล์ลิเธียมไอออน การเปลี่ยนมาใช้โซเดียมไอออนจำเป็นต้องมีการออกแบบระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และเครื่องชาร์จใหม่เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
- ห่วงโซ่บริการหลังการขาย: ร้านซ่อมและเปลี่ยนแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังไม่มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีโซเดียมไอออน ทำให้การบริการหรือหาอะไหล่ในระยะแรกอาจทำได้ยากกว่า
- ข้อมูลการใช้งานจริง: แม้ข้อมูลในห้องปฏิบัติการจะดูดี แต่ยังต้องการข้อมูลจากการใช้งานจริงในระยะยาวเพื่อพิสูจน์ความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้นและการใช้งานหนักในชีวิตประจำวัน
เปรียบเทียบเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้า
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion) | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) |
|---|---|---|
| ต้นทุนวัตถุดิบ | ต่ำ (โซเดียมมีปริมาณมาก) | สูง (ลิเธียม, โคบอลต์, นิกเกิลมีราคาสูงและผันผวน) |
| ความปลอดภัย | สูงมาก (มีความเสถียรทางความร้อนสูง, ไม่ติดไฟง่าย) | ดีถึงสูง (LFP ปลอดภัยสูง, NMC/NCA มีความเสี่ยงหากจัดการไม่ดี) |
| ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ/สูง | ยอดเยี่ยม (ทำงานได้ดีใน -40°C ถึง 60°C) | ปานกลาง (ประสิทธิภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัดในอุณหภูมิต่ำ) |
| ความหนาแน่นพลังงาน (น้ำหนัก/ขนาด) | ต่ำถึงปานกลาง (หนักและใหญ่กว่า) | สูงถึงสูงมาก (เบาและเล็กกว่าที่ความจุเท่ากัน) |
| อายุการใช้งาน (Cycle Life) | สูง (ประมาณ 2,000+ รอบ) | สูง (LFP: 2,000+, NMC: 800-1,500 รอบ) |
| สถานะในตลาด E-Bike (ณ ปี 2026) | กำลังเริ่มต้น (Emerging) | เป็นมาตรฐานหลัก (Mainstream) |
แนวโน้มในอนาคต: โซเดียมไอออนจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่หรือไม่
จากข้อมูลที่มีอยู่ถึงต้นปี 2026 แนวโน้มการนำแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมาใช้ในจักรยานไฟฟ้าสามารถแบ่งออกได้เป็นช่วงต่างๆ ดังนี้:
- ระยะสั้น (1–3 ปีข้างหน้า): โซเดียมไอออนจะเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในกลุ่มจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าราคาประหยัด, ยานพาหนะสำหรับธุรกิจเดลิเวอรี่ หรือระบบให้เช่า (Sharing) ที่ให้ความสำคัญกับต้นทุนและความทนทานมากกว่าน้ำหนักเบา โดยส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตในประเทศจีน
- ระยะกลาง (3–7 ปีข้างหน้า): เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง CATL เริ่มผลิตในปริมาณมาก คาดว่าราคาจะลดลงและคุณภาพจะมีความเสถียรมากขึ้น ทำให้มีโอกาสสูงที่จักรยานไฟฟ้าระดับเริ่มต้น (Entry-level) และจักรยานไฟฟ้าเพื่อการใช้งานจริงจะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีนี้เป็นหลัก ในขณะที่จักรยานไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ที่เน้นสมรรถนะสูงและน้ำหนักเบาอาจยังคงใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนต่อไป
- ระยะยาว (7 ปีขึ้นไป): หากเทคโนโลยีโซเดียมไอออนโซลิดสเตตสามารถพัฒนาจนใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์และแก้ปัญหาเรื่องความหนาแน่นพลังงานได้สำเร็จ โซเดียมไอออนก็มีศักยภาพที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเบาทุกประเภท
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานและผู้ประกอบการ
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเทคโนโลยีนี้ การมองในมุมที่แตกต่างกันจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น:
ในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป: หากการใช้งานจักรยานไฟฟ้าเน้นการเดินทางในเมือง ระยะทางไม่ไกลมาก และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความทนทาน และราคาที่เข้าถึงง่าย มากกว่าน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ จักรยานไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่โซเดียมไอออนถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น ยี่ห้อของเซลล์แบตเตอรี่, อายุการใช้งานที่ระบุ, การรับประกัน และความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่าย
ในฐานะผู้ประกอบการ/ตัวแทนจำหน่าย: แบตเตอรี่โซเดียมไอออนสามารถเป็นจุดขายใหม่ที่น่าสนใจสำหรับตลาดประเทศไทย โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย, ความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน, และความทนทานต่อการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์จักรยานไฟฟ้าสำหรับธุรกิจส่งของ หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าราคาประหยัด แต่สิ่งสำคัญคือต้องคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานและให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ลูกค้าเกี่ยวกับความแตกต่างด้านน้ำหนักและระยะทางเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
สรุปศักยภาพของโซเดียมไอออนในวงการจักรยานไฟฟ้า
โดยสรุป แบตฯโซเดียมไอออน มีศักยภาพสูงที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการจักรยานไฟฟ้า โดยเฉพาะในตลาดที่เน้นความคุ้มค่า ความปลอดภัย และความทนทาน แม้ปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและความหนาแน่นพลังงาน แต่ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วและการลงทุนจากผู้ผลิตรายใหญ่ คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญและอาจเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับจักรยานไฟฟ้าราคาประหยัดในอนาคตอันใกล้ การเข้ามาของโซเดียมไอออนจะช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการเดินทางด้วยไฟฟ้าที่สะอาดและปลอดภัยได้ในวงกว้างยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่ครบวงจร พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @705dancc
เว็บไซต์: ติดต่อเรา
