จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ
- ภาพรวมของการตัดสินใจ
- เปรียบเทียบภาพรวม: จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- เจาะลึกเชิงเทคนิค: ความแตกต่างที่ส่งผลต่อการใช้งาน
- มุมมองจากผู้ใช้งานจริง: การเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน
- สรุปข้อดีและข้อเสียของยานพาหนะแต่ละประเภท
- แนวทางการเลือกซื้อ: คันไหนที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
- บทสรุป: การตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่เหมาะสม
- ค้นหารถไฟฟ้าสองล้อที่ตอบโจทย์ได้ที่ GIANT Shopping Mall
การเลือกระหว่างยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในเขตเมือง โดยเฉพาะการเปรียบเทียบระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองประเภทต่างก็มีจุดเด่นที่ตอบสนองต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจในรายละเอียดของแต่ละตัวเลือกจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจ
- จักรยานไฟฟ้ามอบความสบายในการเดินทางระยะไกล สามารถบรรทุกสัมภาระ และมีเสถียรภาพสูง เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นยานพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความโดดเด่นในด้านความเบา การพับเก็บ และความสะดวกในการพกพา ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางระยะสั้นหรือการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ
- การตัดสินใจเลือกระหว่าง **จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ** ควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก ได้แก่ ระยะทางที่ใช้งาน, ความจำเป็นในการพกพา, สภาพเส้นทาง และความต้องการในการบรรทุกของ
- คุณสมบัติทางเทคนิค เช่น ขนาดล้อ, ระบบเบรก, และความจุแบตเตอรี่ มีผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัย ซึ่งควรนำมาพิจารณาอย่างละเอียด
ภาพรวมของการตัดสินใจ
การพิจารณาว่า **จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ** เป็นโจทย์ที่สำคัญสำหรับผู้ที่มองหายานพาหนะไฟฟ้าสองล้อเพื่อการเดินทางในเมือง ยานพาหนะทั้งสองชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จักรยานไฟฟ้ามักถูกมองว่าเป็นตัวแทนของมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่ให้ความสะดวกสบายในการเดินทางไกลกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความคล่องตัวสูงสุดในการเดินทางระยะสั้นและการพกพา การเข้าใจถึงความแตกต่างพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้สามารถประเมินได้ว่ายานพาหนะชนิดใดที่สอดคล้องกับความต้องการและกิจวัตรประจำวันได้ดีที่สุด
บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบคุณสมบัติในทุกมิติ ตั้งแต่สมรรถนะเชิงเทคนิคไปจนถึงประสบการณ์การใช้งานจริง เพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นกลางสำหรับประกอบการตัดสินใจ โดยจะเน้นไปที่บริบทการใช้งานในประเทศไทย เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำข้อมูลไปปรับใช้และเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างแท้จริง
เปรียบเทียบภาพรวม: จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างยานพาหนะทั้งสองประเภท การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักในด้านต่างๆ จะช่วยให้เข้าใจถึงจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละตัวเลือกได้ง่ายขึ้น
| ประเด็นหลัก | จักรยานไฟฟ้า | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| ท่าทางการขับขี่ | ท่านั่ง คล้ายจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล | ท่ายืน เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | ไกลกว่าโดยทั่วไป เนื่องจากมีระบบปั่นช่วยและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า | สั้นกว่า เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวและแบตเตอรี่เล็กกว่า |
| ความเร็วทั่วไป | ประมาณ 20–40 กม./ชม. | ประมาณ 20–25 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่ปลอดภัยในเมือง |
| น้ำหนักตัวรถ | หนักกว่า (เริ่มต้นที่ประมาณ 17 กก. สำหรับรุ่นเล็ก) | เบากว่า (ประมาณ 12.5 กก. ในรุ่นพับได้ยอดนิยม) |
| การพกพาและการพับเก็บ | มีรุ่นพับได้ แต่น้ำหนักยังคงเป็นอุปสรรคในการยกขึ้นบันไดหรือรถไฟฟ้า | พับเก็บง่ายและมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพาขึ้นรถไฟฟ้าหรือคอนโด |
| การขับขี่บนพื้นผิวไม่เรียบ | ล้อขนาดใหญ่ (12 นิ้วขึ้นไป) ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีและมั่นคงกว่า | ล้อขนาดเล็ก (ประมาณ 8 นิ้ว) ต้องใช้ความระมัดระวังบนถนนขรุขระ |
| การบรรทุกสัมภาระ/ซ้อนท้าย | สามารถติดตั้งตะกร้าและที่วางของได้ หลายรุ่นออกแบบมาเพื่อซ้อนท้ายได้ | ส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับผู้ขับขี่คนเดียว ไม่เหมาะกับการบรรทุก |
| การออกกำลังกาย | สามารถใช้โหมดปั่นช่วยเพื่อออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเบาๆ ได้ | ไม่ได้ใช้แรงของผู้ขับขี่ เน้นการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก |
| การควบคุมและเสถียรภาพ | ท่านั่งช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นคงและดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า | มีความคล่องตัวสูงในเมือง แต่ท่ายืนอาจเสียสมดุลได้ง่ายเมื่อเจอหลุมหรือเบรกกะทันหัน |
| ช่วงราคาในตลาด | โดยทั่วไปมีราคาสูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก | มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นประสิทธิภาพสูง |
เจาะลึกเชิงเทคนิค: ความแตกต่างที่ส่งผลต่อการใช้งาน
นอกเหนือจากภาพรวมแล้ว รายละเอียดทางเทคนิคยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดประสบการณ์การขับขี่และความเหมาะสมในการใช้งานจริง
ระยะทางและความเร็ว: ใครไปได้ไกลกว่า?
ระยะทางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนที่สุด โดยทั่วไปแล้ว จักรยานไฟฟ้ามักจะวิ่งได้ไกลกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหตุผลหลักคือจักรยานไฟฟ้ามีระบบปั่นช่วย (Pedal-assist) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถใช้แรงปั่นของตนเองร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ลดการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลงได้มาก ตัวอย่างเช่น เมื่อเปรียบเทียบสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น Ninebot ES2 ที่ทำความเร็วได้ 25 กม./ชม. และมีระยะทางประมาณ 25 กม. กับจักรยานไฟฟ้ารุ่น DYU D2f ที่ทำความเร็วเท่ากัน แต่สามารถทำระยะทางได้ถึง 45 กม. เมื่อใช้โหมดปั่นช่วย
นอกจากนี้ ระยะทางที่โฆษณามักจะแตกต่างจากระยะทางที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากมอเตอร์เพียงอย่างเดียวและมีล้อขนาดเล็ก ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ถึง 50% สำหรับผู้ขับขี่ที่มีน้ำหนักตัวมาก ในขณะที่จักรยานไฟฟ้าซึ่งมีล้อใหญ่กว่าและมีแรงปั่นช่วย จะมีระยะทางใช้งานจริงใกล้เคียงกับสเปกที่ระบุไว้มากกว่า โดยอาจคลาดเคลื่อนประมาณ 20-30%
น้ำหนักและการพกพา: ความคล่องตัวในชีวิตจริง
ความสามารถในการพกพาเป็นจุดที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความได้เปรียบอย่างมาก ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น รุ่น Ninebot ES2 ที่หนักเพียง 12.5 กก. ทำให้สามารถยกขึ้นบันได, นำขึ้นรถไฟฟ้า BTS/MRT หรือเก็บไว้ท้ายรถได้อย่างสะดวกสบาย ในทางกลับกัน จักรยานไฟฟ้าอย่าง DYU D2f มีน้ำหนักประมาณ 17 กก. ซึ่งอาจเป็นน้ำหนักที่จัดการได้ยากสำหรับบางคน โดยเฉพาะเมื่อต้องยกขึ้นที่สูงบ่อยครั้ง
ดังนั้น หากไลฟ์สไตล์จำเป็นต้องมีการยกหรือเคลื่อนย้ายยานพาหนะบ่อยครั้ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าอย่างชัดเจน แต่หากการใช้งานส่วนใหญ่เป็นการจอดไว้ที่ชั้นล่างของบ้านหรือที่ทำงาน และมีการยกเป็นครั้งคราว น้ำหนักของจักรยานไฟฟ้าก็ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ระบบล้อและช่วงล่าง: การรับมือสภาพถนน
สภาพพื้นผิวถนนในประเทศไทยที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ถนนเรียบไปจนถึงทางขรุขระและหลุมบ่อ ทำให้ขนาดและประเภทของล้อเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่มาพร้อมกับล้อยางลมขนาดใหญ่ (เช่น 12 นิ้วขึ้นไป) ซึ่งมีคุณสมบัติในการยึดเกาะถนนและดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่า ทำให้การขับขี่ผ่านลูกระนาดหรือคอสะพานเป็นไปอย่างนุ่มนวลและควบคุมได้ง่าย
ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักใช้ล้อขนาดเล็ก (เช่น 8 นิ้ว) และบางรุ่นเป็นล้อยางตัน ข้อดีของล้อยางตันคือไม่ต้องกังวลเรื่องยางรั่วหรือการเติมลม แต่ก็แลกมาด้วยความกระด้างในการขับขี่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ ผู้ขับขี่จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเจอหลุมบ่อหรือขอบฟุตปาธ เพราะอาจทำให้เสียการควบคุมได้ง่ายกว่า
ระบบเบรกและความปลอดภัย: ท่านั่ง vs ท่ายืน
ระบบเบรกเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกัน จักรยานไฟฟ้ามักใช้ระบบดิสก์เบรกหน้า-หลัง ซึ่งให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ดีและเป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้ที่เคยขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์มาก่อน ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักใช้ระบบเบรกไฟฟ้าที่ล้อหน้า ซึ่งทำหน้าที่หน่วงความเร็วแทนการล็อกล้อ และมีเบรกเท้าเสริมที่บังโคลนหลัง บางรุ่นยังมีระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เมื่อเบรก
ท่าทางการขับขี่ก็มีผลต่อเสถียรภาพเช่นกัน การนั่งบนจักรยานไฟฟ้าทำให้ผู้ขับขี่เป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ สามารถถ่ายเทน้ำหนักและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ในขณะที่การยืนบนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แม้จะให้ความคล่องตัว แต่ก็ทำให้จุดศูนย์ถ่วงสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการเสียสมดุลได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องเบรกกะทันหันหรือขับผ่านพื้นที่ขรุขระ
มุมมองจากผู้ใช้งานจริง: การเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน
การพิจารณาจากสถานการณ์สมมติของผู้ที่ต้องการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าสำหรับการเดินทางไปทำงานระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรบนถนนใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น พบว่าประเด็นด้านความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายคนมองว่าจักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่สมดุลที่สุด เนื่องจากท่านั่งที่คุ้นเคยให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้ง่ายกว่าท่ายืนบนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า โดยเฉพาะเมื่อต้องข้ามถนนหรือขับขี่ท่ามกลางรถยนต์ แม้ว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะมีความคล่องตัวสูง แต่ล้อขนาดเล็กก็อาจเป็นอุปสรรคเมื่อเจอสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้จักรยานไฟฟ้าที่มีล้อใหญ่กว่าและเสถียรภาพสูงกว่าได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าสำหรับการใช้งานบนถนนจริง
สรุปข้อดีและข้อเสียของยานพาหนะแต่ละประเภท
การสรุปข้อดีและข้อเสียจะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับการตัดสินใจ
จักรยานไฟฟ้า: ตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยานพาหนะหลัก
ข้อดี:
- ความสบาย: ท่านั่งที่เป็นธรรมชาติช่วยให้เดินทางไกลได้โดยไม่เมื่อยล้า เหมาะสำหรับการเดินทางไปทำงานหรือไปตลาดเป็นประจำ
- ระยะทาง: วิ่งได้ไกลกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในระดับแบตเตอรี่เดียวกัน เพราะมีระบบปั่นช่วยเสริม
- การบรรทุก: สามารถติดตั้งตะกร้าหน้า-หลัง และหลายรุ่นออกแบบมาให้ซ้อนท้ายได้
- เสถียรภาพ: ล้อขนาดใหญ่และยางลมช่วยซับแรงกระแทก ทำให้ขับขี่บนถนนที่ไม่เรียบได้อย่างมั่นคง
- การออกกำลังกาย: สามารถเลือกใช้โหมดปั่นเพื่อเป็นการออกกำลังกายได้
ข้อเสีย:
- น้ำหนักและการพกพา: มีน้ำหนักมากกว่า ทำให้การยกขึ้นคอนโดหรือรถไฟฟ้าทำได้ลำบาก
- ราคา: รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงมักมีราคาสูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
- พื้นที่จัดเก็บ: ต้องการพื้นที่ในการจอดมากกว่าและต้องมีที่จอดที่ปลอดภัย
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: คู่หูสำหรับคนเมืองและการเดินทางต่อเดียว
ข้อดี:
- การพกพา: น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางเชื่อมต่อ (Last mile) เช่น การขี่จากสถานีรถไฟฟ้าต่อไปยังที่หมาย
- ความคล่องตัว: ขนาดกะทัดรัดทำให้สามารถซอกแซกในการจราจรที่ติดขัดได้ดี
- บำรุงรักษาง่าย: รุ่นที่ใช้ล้อยางตันช่วยลดปัญหาเรื่องยางรั่วและการบำรุงรักษา
- ฟังก์ชันเสริม: บางรุ่นมาพร้อมฟังก์ชันทันสมัย เช่น ไฟส่องสว่าง, โหมดการขับขี่หลากหลาย และระบบเบรกไฟฟ้า
ข้อเสีย:
- ระยะทางจริง: ระยะทางที่ใช้งานได้จริงมักสั้นกว่าที่โฆษณา โดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีน้ำหนักมาก
- ความเสถียร: ท่ายืนและล้อขนาดเล็กทำให้เสี่ยงต่อการเสียสมดุลบนพื้นผิวขรุขระ
- การบรรทุก: ไม่สามารถบรรทุกสัมภาระหรือซ้อนท้ายได้
- ความเมื่อยล้า: การยืนเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าที่ขาได้
แนวทางการเลือกซื้อ: คันไหนที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
เพื่อช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น ลองพิจารณาคำถามต่อไปนี้เกี่ยวกับรูปแบบการใช้งานของคุณ:
- ระยะทางที่ใช้ต่อวันคือเท่าไร?
- ไม่เกิน 5 กม. และใช้ร่วมกับรถสาธารณะ: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งาน
- 5–20 กม. หรือใช้เดินทางไป-กลับที่ทำงาน/สถานศึกษา: จักรยานไฟฟ้าจะให้ความสบายและระยะทางที่ดีกว่า
- ต้องมีการยกหรือพกพาบ่อยแค่ไหน?
- ต้องยกขึ้นลงบันได, รถไฟฟ้า, หรือคอนโดบ่อยครั้ง: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
- จอดที่บ้านหรือที่ทำงานเป็นหลัก และยกเป็นครั้งคราว: สามารถเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าได้
- สภาพเส้นทางที่ใช้เป็นประจำเป็นอย่างไร?
- ถนนเรียบ, ทางเท้ากว้างในเมือง: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความคล่องตัวสูง
- ถนนใหญ่, มีหลุมบ่อ, ลูกระนาด: จักรยานไฟฟ้าที่มีล้อใหญ่กว่าจะให้ความมั่นคงและปลอดภัยกว่ามาก
- มีความจำเป็นต้องบรรทุกของหรือซ้อนท้ายหรือไม่?
- ต้องการบรรทุกของหรือมีคนซ้อนท้าย: จักรยานไฟฟ้าเป็นคำตอบเดียว
- ขับขี่คนเดียวพร้อมกระเป๋าเป้หนึ่งใบ: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ได้
- ต้องการออกกำลังกายร่วมด้วยหรือไม่?
- ต้องการตัวเลือกในการปั่นเพื่อออกกำลังกาย: เลือกจักรยานไฟฟ้า
- ไม่ต้องการออกแรงเลย: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเหมาะสมกว่า
บทสรุป: การตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่เหมาะสม
โดยสรุปแล้ว การเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าชนิดใดดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าชนิดใดที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะบุคคลมากที่สุด
เลือกจักรยานไฟฟ้า หาก:
- ต้องการใช้เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางระยะ 3-15 กม. ต่อวัน
- ให้ความสำคัญกับความสบายในการนั่ง, ระยะทางที่ไกล, และความสามารถในการบรรทุก
- เส้นทางที่ใช้เป็นถนนจริงที่มีสภาพพื้นผิวหลากหลายและต้องการความเสถียรในการควบคุม
เลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หาก:
- ให้ความสำคัญกับการพกพาเป็นอันดับแรก เพื่อใช้เดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ
- เดินทางในระยะสั้นๆ 1-3 กม. ต่อเที่ยว บนเส้นทางที่ค่อนข้างเรียบ
- ไม่จำเป็นต้องบรรทุกสัมภาระหรือมีคนซ้อนท้าย และสะดวกกับการขับขี่ในท่ายืน
ค้นหารถไฟฟ้าสองล้อที่ตอบโจทย์ได้ที่ GIANT Shopping Mall
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อหลากหลายประเภท พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้ท่านได้ยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

