วิเคราะห์มาตรการรัฐ EV 2570 จะส่งผลต่อ E-Bike หรือไม่?
- ทิศทางนโยบาย EV ของไทย และคำถามสำคัญต่อ E-Bike
- ถอดรหัสมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5: เป้าหมายที่ชัดเจนของภาครัฐ
- คำตอบที่ชัดเจน: วิเคราะห์มาตรการรัฐ EV 2570 จะส่งผลต่อ E-Bike หรือไม่?
- อนาคตนโยบายสนับสนุน E-Bike ในประเทศไทย: ความหวังและช่องทางที่เป็นไปได้
- ผู้บริโภคควรทำอย่างไร เมื่อไม่มีเงินอุดหนุน E-Bike?
- สรุปภาพรวมและก้าวต่อไปสำหรับผู้ที่สนใจ E-Bike
รัฐบาลไทยกำลังผลักดันนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มกำลัง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิตในระดับภูมิภาค แต่ในขณะที่สปอตไลต์ส่วนใหญ่ฉายไปที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ แล้วยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะได้รับอานิสงส์จากนโยบายเหล่านี้ด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมองไปถึงเป้าหมายในปี 2570
- มาตรการสนับสนุน EV ของภาครัฐในปัจจุบัน (EV 3.0 และ EV 3.5) มุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อ และ 2 ล้อที่ต้องจดทะเบียนเท่านั้น เช่น รถยนต์, รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยานพาหนะคนละประเภท ไม่เข้าข่ายตามคำนิยามของนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ปัจจุบัน
- เป้าหมายหลักของมาตรการ EV คือการสร้างฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ ไม่ใช่การส่งเสริมการเดินทางส่วนบุคคลขนาดเล็ก (Micro-mobility) โดยตรง
- แม้จะไม่มีเงินอุดหนุนโดยตรงจากมาตรการ EV 2570 แต่ E-Bike ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง ด้วยประโยชน์ด้านความประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความคล่องตัว
- การสนับสนุน E-Bike ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมาจากนโยบายด้านการพัฒนาเมือง, สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณสุข มากกว่านโยบายด้านอุตสาหกรรมยานยนต์
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำด้านการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการออกมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง คำถามที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภคจำนวนมากคือ การ วิเคราะห์มาตรการรัฐ EV 2570 จะส่งผลต่อ E-Bike หรือไม่? เนื่องจาก E-Bike ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตเมือง บทความนี้จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างนโยบายของภาครัฐอย่างละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างว่ามาตรการที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์นั้น ครอบคลุมถึงกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลขนาดเล็กอย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือไม่ และผู้ที่สนใจควรวางแผนการตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน
ทิศทางนโยบาย EV ของไทย และคำถามสำคัญต่อ E-Bike
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นโยบาย 30@30” มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนเป็นระยะๆ ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดและกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนใจยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่ความคาดหวังของผู้บริโภคจำนวนมากที่ใช้หรือกำลังพิจารณาซื้อ E-Bike เป็นพาหนะในการเดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน, การเดินทางในระยะใกล้ หรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ พวกเขาต่างจับตามองว่ามาตรการลดหย่อนภาษีหรือเงินอุดหนุนที่มอบให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จะถูกขยายขอบเขตมาถึง E-Bike ด้วยหรือไม่ ซึ่งคำตอบของคำถามนี้มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อและทิศทางของตลาด E-Bike ในประเทศไทยในระยะยาว
ถอดรหัสมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5: เป้าหมายที่ชัดเจนของภาครัฐ
เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใด E-Bike จึงไม่ถูกรวมอยู่ในมาตรการปัจจุบัน เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปดูรายละเอียดและเจตนารมณ์ของมาตรการหลักที่รัฐบาลนำมาใช้ นั่นคือ มาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
สาระสำคัญของมาตรการ EV 3.0
มาตรการ EV 3.0 ซึ่งเริ่มบังคับใช้ในปี 2565 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาด EV ในไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในระยะแรกและดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก สิทธิประโยชน์หลักภายใต้มาตรการนี้ประกอบด้วย:
- เงินอุดหนุน: รัฐบาลมอบเงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อรถยนต์และรถกระบะไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยวงเงินสูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน (ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และประเภทรถ) และ 18,000 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- การลดภาษีสรรพสามิต: ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เหลือเพียง 2%
- การลดอากรนำเข้า: ลดอากรนำเข้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) ที่มีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ลงสูงสุด 40%
เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคือ ต้องมีแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วนที่กำหนด ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายสูงสุดคือ “การสร้างฐานการผลิตในประเทศ”
การต่อยอดสู่ EV 3.5: ความต่อเนื่องที่มุ่งสู่การผลิตในประเทศ
เมื่อมาตรการ EV 3.0 ใกล้สิ้นสุดลง รัฐบาลได้ประกาศมาตรการ EV 3.5 (ปี 2567-2570) เพื่อสานต่อความสำเร็จและรักษาโมเมนตัมของตลาด โดยยังคงรักษากลไกการสนับสนุนไว้ แต่มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางประการเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และผลักดันเป้าหมายการผลิตในประเทศให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินอุดหนุนลงเล็กน้อย แต่เพิ่มเงื่อนไขการผลิตชดเชยที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ
เป้าหมายใหญ่: สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
จากโครงสร้างของทั้งสองมาตรการ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีเป้าหมายเชิงอุตสาหกรรมเป็นหลัก นั่นคือการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ไทยมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ โดยใช้ตลาดในประเทศเป็นตัวกระตุ้นและดึงดูดเทคโนโลยีและการลงทุนจากต่างประเทศ นโยบายทั้งหมดจึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ยานยนต์” ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตขนาดใหญ่ ไม่ใช่ยานพาหนะทางเลือกขนาดเล็ก
คำตอบที่ชัดเจน: วิเคราะห์มาตรการรัฐ EV 2570 จะส่งผลต่อ E-Bike หรือไม่?
จากข้อมูลและเป้าหมายของมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า มาตรการรัฐ EV ที่จะดำเนินไปจนถึงปี 2570 นั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนหรือส่งผลโดยตรงต่อตลาดจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เหตุผลหลักมาจากความแตกต่างพื้นฐานในหลายมิติ ทั้งในแง่ของกฎหมาย, ประเภทของยานพาหนะ, และเป้าหมายเชิงนโยบาย
ความแตกต่างทางกฎหมายและประเภทของยานพาหนะ
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการจัดประเภทของยานพาหนะตามกฎหมายไทย:
- ยานยนต์ไฟฟ้า (รถยนต์/รถจักรยานยนต์): ถูกจัดเป็น “รถ” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และ “รถ” ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จำเป็นต้องมีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก มีป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่สอดคล้องกับประเภทของรถนั้นๆ มาตรการของรัฐทั้งหมดอ้างอิงกับยานพาหนะในกลุ่มนี้
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): ส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ “รถจักรยาน” หรือยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็ก (Personal Mobility Device) ซึ่งไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน ไม่มีป้ายทะเบียน และผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ (ขึ้นอยู่กับกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุดตามกฎหมายกำหนด) ทำให้ E-Bike อยู่นอกขอบเขตของนโยบายที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง
เจาะลึกกลุ่มเป้าหมายของนโยบาย
กลุ่มเป้าหมายของมาตรการ EV 2570 คือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ (OEMs) และผู้ผลิตชิ้นส่วน (Suppliers) รวมถึงผู้ซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนได้ ในทางกลับกัน ตลาด E-Bike มีโครงสร้างที่แตกต่างออกไป ผู้เล่นส่วนใหญ่คือผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรายย่อย ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ที่รัฐบาลต้องการจะผลักดัน
| คุณสมบัติ | ยานยนต์ไฟฟ้า (รถยนต์/รถจักรยานยนต์) | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) |
|---|---|---|
| การจัดประเภทตามกฎหมาย | ยานพาหนะตาม พ.ร.บ. รถยนต์ | รถจักรยาน / อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคล |
| การจดทะเบียน | จำเป็น (ต้องมีป้ายทะเบียน) | ไม่จำเป็น (ส่วนใหญ่) |
| เป้าหมายหลักของนโยบายรัฐ | ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อเป็นฐานส่งออก | ยังไม่มีนโยบายเฉพาะด้านในระดับอุตสาหกรรม |
| ผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการ EV 3.5 | ผู้ผลิตและผู้ซื้อรถที่จดทะเบียนได้ | ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง |
| รูปแบบการสนับสนุนปัจจุบัน | เงินอุดหนุน, ลดภาษีสรรพสามิต, ลดอากรนำเข้า | ไม่มีมาตรการสนับสนุนทางการเงินโดยตรง |
อนาคตนโยบายสนับสนุน E-Bike ในประเทศไทย: ความหวังและช่องทางที่เป็นไปได้
แม้ว่า E-Bike จะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการ EV 2570 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในอนาคต เพียงแต่การสนับสนุนนั้นอาจมาจากทิศทางและหน่วยงานที่แตกต่างออกไป
นโยบายที่ไม่ได้มาจากภาคอุตสาหกรรม
การสนับสนุน E-Bike มีแนวโน้มที่จะเชื่อมโยงกับนโยบายด้านอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มากกว่านโยบายด้านอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่:
- นโยบายพัฒนาเมือง (Urban Development): หน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานคร หรือเทศบาลในเมืองใหญ่ อาจออกมาตรการส่งเสริมการใช้ E-Bike เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด, ลดมลพิษทางอากาศ (PM2.5), และส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบ “Last-mile connectivity” เชื่อมต่อจากระบบขนส่งมวลชนหลักไปยังที่หมาย
- นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจมีโครงการรณรงค์หรือให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ที่เลือกใช้ยานพาหนะปล่อยมลพิษต่ำ ซึ่ง E-Bike ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุด
- นโยบายด้านสาธารณสุขและการท่องเที่ยว: การส่งเสริมให้ประชาชนใช้จักรยาน (รวมถึง E-Bike) ในการออกกำลังกาย หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย E-Bike ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นไปได้
การสนับสนุน E-Bike ในอนาคต อาจไม่ได้มาในรูปแบบของเงินอุดหนุนก้อนใหญ่เหมือนรถยนต์ แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในสังคมเมือง
รูปแบบการสนับสนุนที่อาจเกิดขึ้น
หากมีการสนับสนุนเกิดขึ้นจริง รูปแบบอาจแตกต่างจากการอุดหนุนราคารถยนต์โดยสิ้นเชิง ตัวอย่างที่เป็นไปได้ เช่น:
- การลดหย่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): สำหรับการซื้อ E-Bike หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
- โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ E-Bike เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพหรือเดินทาง
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: เช่น การสร้างทางจักรยานที่ปลอดภัยและครอบคลุม, การติดตั้งจุดจอดและจุดชาร์จ E-Bike ในพื้นที่สาธารณะและอาคารสำนักงาน
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับองค์กร: ที่จัดหา E-Bike ให้พนักงานใช้เดินทางมาทำงาน
ผู้บริโภคควรทำอย่างไร เมื่อไม่มีเงินอุดหนุน E-Bike?
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังลังเลว่าจะรอมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐก่อนตัดสินใจซื้อ E-Bike หรือไม่ ควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับในปัจจุบัน
การรอคอยนโยบาย: คุ้มค่าหรือไม่?
การรอคอยนโยบายสนับสนุน E-Bike ที่ยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่ได้อยู่ในแผนหลักของรัฐบาล อาจหมายถึงการเสียโอกาสในการเข้าถึงประโยชน์ของ E-Bike ในปัจจุบัน เนื่องจากนโยบายดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเกิดขึ้นจริง หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยในรูปแบบของเงินอุดหนุนโดยตรง การตัดสินใจซื้อในวันนี้จึงควรอยู่บนพื้นฐานของความต้องการและประโยชน์ที่จับต้องได้ทันที
ประโยชน์ของ E-Bike ที่สัมผัสได้ทันที
แม้ไม่มีเงินอุดหนุน แต่ E-Bike ก็มอบความคุ้มค่าในตัวเองหลายประการ:
- ความประหยัด: ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้าต่ำกว่าค่าน้ำมันอย่างมหาศาล ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่ารถจักรยานยนต์อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ไม่มีการปล่อยไอเสียหรือมลพิษทางอากาศ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส่วนบุคคล
- สุขภาพที่ดีขึ้น: แม้จะมีมอเตอร์ช่วย แต่ผู้ขับขี่ยังคงต้องออกแรงปั่น ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดี ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง
- ความคล่องตัวสูง: สามารถลัดเลาะไปตามเส้นทางต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย หลีกเลี่ยงปัญหารถติดในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เข้าถึงง่าย: ไม่ต้องทำใบขับขี่ ไม่ต้องเสียภาษีประจำปี และหาที่จอดได้ง่ายกว่ายานพาหนะประเภทอื่น
สรุปภาพรวมและก้าวต่อไปสำหรับผู้ที่สนใจ E-Bike
โดยสรุปแล้ว การวิเคราะห์มาตรการรัฐ EV 2570 ชี้ให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ และไม่ได้ครอบคลุมถึงจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ซึ่งถูกจัดอยู่ในประเภทของยานพาหนะที่แตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ที่คาดหวังว่าจะได้รับเงินอุดหนุนหรือส่วนลดทางภาษีสำหรับ E-Bike ภายใต้กรอบนโยบายปัจจุบัน อาจต้องผิดหวัง
อย่างไรก็ตาม E-Bike ยังคงเป็นยานพาหนะแห่งอนาคตสำหรับการเดินทางในเมือง ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายทั้งในด้านเศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ การตัดสินใจลงทุนกับ E-Bike ในวันนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและความยั่งยืนในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องรอมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
สำหรับผู้ที่มองเห็นถึงประโยชน์และพร้อมที่จะเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล การเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายคือสิ่งสำคัญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางของคุณ พร้อมบริการหลังการขายที่ไว้วางใจได้
เริ่มต้นการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้แล้ววันนี้
สามารถเยี่ยมชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

