E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ
- ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- บทนำสู่โลกแห่งยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
- เจาะลึกความแตกต่าง: ลักษณะทางกายภาพ
- ประสิทธิภาพการเดินทาง: ระยะทางและความเร็ว
- ประสบการณ์การขับขี่: ความสบายและความปลอดภัย
- การลงทุนและการบำรุงรักษา
- ไลฟ์สไตล์และความสะดวก: การพกพาและการจัดเก็บ
- การเดินทางที่มาพร้อมสุขภาพ
- ข้อควรพิจารณาทางกฎหมายและการใช้งานในประเทศไทย
- สรุปเปรียบเทียบ: เลือกคันที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
- เช็กลิสต์สุดท้ายก่อนตัดสินใจ
- บทสรุปและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ ถือเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่มองหายานพาหนะส่วนบุคคลที่คล่องตัว ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการเดินทางระยะสั้นถึงกลางในเมือง ยานพาหนะทั้งสองประเภทต่างมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจในรายละเอียดจะช่วยให้สามารถเลือกยานพาหนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานจริงได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกลกว่า มีความเสถียรและความปลอดภัยสูงบนสภาพถนนที่หลากหลาย ทั้งยังมอบประโยชน์ด้านการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีความโดดเด่นในด้านความคล่องตัวสูง น้ำหนักเบา พับเก็บและพกพาสะดวก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะสั้น หรือใช้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ
- การเลือก ควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก ได้แก่ ระยะทางที่ใช้ในแต่ละวัน, สภาพเส้นทาง, ความจำเป็นในการพกพา, งบประมาณ และความต้องการด้านสุขภาพ
- ความสบายและความปลอดภัย E-Bike มักให้ความสบายและปลอดภัยกว่าในการขับขี่ระยะยาวหรือบนถนนที่ไม่เรียบ เนื่องจากมีล้อขนาดใหญ่กว่าและท่านั่งที่เป็นธรรมชาติ
- ค่าใช้จ่าย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักมีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่า ในขณะที่ E-Bike อาจมีราคาสูงกว่าแต่แลกมาด้วยประสิทธิภาพและระยะทางที่เพิ่มขึ้น
บทนำสู่โลกแห่งยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
ในยุคที่การจราจรในเมืองมีความหนาแน่นและต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อส่วนบุคคลได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่นักศึกษา วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางใกล้บ้าน ทั้งจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต่างนำเสนอวิธีเดินทางที่เงียบ สะอาด และประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจว่ายานพาหนะชนิดใดเหมาะสมกับใครและสถานการณ์ใดจึงเป็นสิ่งจำเป็น บทความนี้จะทำการเปรียบเทียบอย่างละเอียดในทุกมิติ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกยานพาหนะคู่ใจที่เหมาะสมที่สุด
เจาะลึกความแตกต่าง: ลักษณะทางกายภาพ
ความแตกต่างแรกที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนระหว่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือรูปลักษณ์และการออกแบบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งาน
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike มีโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกับจักรยานทั่วไป ประกอบด้วยเฟรม แฮนด์ เบาะนั่ง และล้อขนาดใหญ่ แต่มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพิ่มเติม ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุม มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรงในการปั่น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นและเหนื่อยน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อต้องขึ้นทางลาดชัน E-Bike ส่วนใหญ่มีโหมดการทำงานสองแบบคือ Pedal Assist (PAS) ที่มอเตอร์จะทำงานเมื่อมีการปั่น และโหมดคันเร่ง (Throttle) ที่สามารถบิดเพื่อไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องปั่น (ขึ้นอยู่กับรุ่น) ด้วยล้อขนาดใหญ่และท่านั่งที่เหมือนจักรยานปกติ ทำให้ E-Bike มอบความสบายในการเดินทางระยะไกลได้ดีกว่า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter)
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีลักษณะเด่นคือความกะทัดรัด มีแท่นสำหรับยืน แฮนด์จับ และล้อขนาดเล็ก การขับเคลื่อนอาศัยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยไม่มีระบบปั่นช่วย ผู้ขับขี่เพียงยืนบนแท่นและควบคุมความเร็วผ่านคันเร่งที่แฮนด์ จุดเด่นที่สุดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือการออกแบบที่เน้นการพกพา รุ่นส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้ ทำให้มีขนาดเล็กลง เหมาะสำหรับการนำขึ้นรถยนต์ส่วนตัว รถไฟฟ้า หรือเก็บไว้ใต้โต๊ะทำงาน พื้นที่ยืนที่ไม่กว้างมากและล้อขนาดเล็กทำให้เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นถึงกลางบนพื้นผิวที่ค่อนข้างเรียบ
ประสิทธิภาพการเดินทาง: ระยะทางและความเร็ว
ปัจจัยด้านระยะทางและความเร็วเป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณายานพาหนะให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
E-Bike โดยทั่วไปมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่ไกลกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 32 ถึง 80 กิโลเมตร หรืออาจมากกว่านั้นในรุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุสูง เหตุผลหลักคือระบบช่วยปั่น (PAS) ที่ผู้ขับขี่ออกแรงร่วมด้วย ทำให้มอเตอร์ใช้พลังงานน้อยลง ระยะทางที่ผู้ผลิตโฆษณามักใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่า และข้อได้เปรียบที่สำคัญคือ หากแบตเตอรี่หมดกลางทาง E-Bike ยังสามารถทำหน้าที่เป็นจักรยานธรรมดาให้ปั่นต่อไปได้ แม้จะหนักกว่าปกติก็ตาม
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีระยะทางใช้งานจริงต่อการชาร์จอยู่ที่ประมาณ 16 ถึง 48 กิโลเมตร เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวในการขับเคลื่อน 100% ตัวเลขระยะทางที่ผู้ผลิตระบุ มักจะถูกทดสอบภายใต้สภาวะที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอาจแตกต่างจากการใช้งานจริงที่ต้องรับน้ำหนักผู้ขับขี่ การเร่งความเร็วบ่อยครั้ง หรือการขึ้นเนิน หากแบตเตอรี่หมด สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีเข็นเท่านั้น
หากการเดินทางในแต่ละวันมีระยะทางไกล มีทางชัน หรือไม่ต้องการกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทาง E-Bike ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากใช้งานในระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 5-10 กิโลเมตรในเมือง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอ
ความเร็วสูงสุดและการควบคุม
ความเร็วสูงสุดของ E-Bike ในหลายประเทศมักถูกจำกัดไว้เพื่อความปลอดภัย โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 32-45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่เพียงพอสำหรับการเดินทางในเมือง ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นมาตรฐานมักทำความเร็วได้ประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับเส้นทางระยะสั้นหรือการใช้งานในพื้นที่จำกัด เช่น หมู่บ้าน หรือมหาวิทยาลัย
ประสบการณ์การขับขี่: ความสบายและความปลอดภัย
ความแตกต่างทางโครงสร้างส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกในการขับขี่และความปลอดภัยบนท้องถนน
ความมั่นคงและการซับแรงกระแทก
E-Bike ได้เปรียบอย่างชัดเจนในด้านนี้ ด้วยล้อที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ทำให้สามารถขับขี่ผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ หลุมบ่อ หรือรอยต่อของถนนได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวลกว่า ระบบซับแรงกระแทก (โช้คอัพ) และเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าใน E-Bike หลายรุ่น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการควบคุมรถ โดยรวมแล้ว E-Bike ให้ความรู้สึกที่เสถียรและน่าไว้วางใจกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ความเร็วหรือขับขี่ร่วมกับยานพาหนะอื่นบนถนนจริง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีล้อขนาดเล็ก ซึ่งเป็นจุดอ่อนเมื่อเจอกับสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์ การตกหลุมหรือเจอสิ่งกีดขวางเล็กๆ อาจทำให้เสียการทรงตัวได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือในขณะฝนตก อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของสกู๊ตเตอร์คือความคล่องตัวสูง สามารถซอกแซกในสภาพการจราจรที่ติดขัดได้ดี และหาที่จอดได้ง่าย
ท่วงท่าในการขับขี่และทัศนวิสัย
การขับขี่ E-Bike ใช้ท่านั่งเต็มตัวเหมือนจักรยาน ซึ่งกระจายน้ำหนักไปทั่วร่างกาย ทำให้รู้สึกสบายและเมื่อยล้าน้อยกว่าในการเดินทางไกล ระดับสายตาของผู้ขับขี่จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับผู้ขับขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ ทำให้มองเห็นสภาพการจราจรโดยรอบได้ชัดเจน ส่วนการขับขี่ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะอยู่ในท่ายืนตัวตรง ซึ่งน้ำหนักจะลงไปที่เท้าและแขนเป็นหลัก อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าได้เร็วกว่าหากต้องเดินทางเป็นเวลานาน
การลงทุนและการบำรุงรักษา
งบประมาณเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและค่าดูแลรักษาในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
โดยทั่วไปแล้ว สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แบบพับได้มักจะมีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า E-Bike ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดหรือต้องการเริ่มต้นใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงง่าย ในขณะที่ E-Bike มักมีราคาสูงกว่า เนื่องจากมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่กว่า เช่น เฟรม เกียร์ และระบบเบรกที่มีคุณภาพสูงกว่า
การดูแลรักษาในระยะยาว
การบำรุงรักษา E-Bike จะคล้ายคลึงกับการดูแลจักรยานทั่วไป เช่น การตรวจเช็กลมยาง ระบบเบรก โซ่ และเกียร์ ควบคู่ไปกับการดูแลแบตเตอรี่ให้ถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งาน ซึ่งโดยปกติแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานหลายร้อยถึงพันรอบการชาร์จ ส่วน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีชิ้นส่วนที่ต้องดูแลหลักๆ คือยาง (แบบลมหรือแบบตัน) ระบบเบรก และแบตเตอรี่ เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ต้องใช้พลังงานจากมอเตอร์ตลอดเวลา แบตเตอรี่อาจมีการเสื่อมสภาพเร็วกว่า E-Bike ที่มีแรงปั่นจากผู้ขับขี่ช่วยลดภาระของมอเตอร์
ไลฟ์สไตล์และความสะดวก: การพกพาและการจัดเก็บ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า คือผู้ชนะที่ชัดเจนในหมวดหมู่นี้ ด้วยคุณสมบัติเด่นคือสามารถพับเก็บได้และมีน้ำหนักเบา ทำให้สะดวกอย่างยิ่งในการพกพาใส่ท้ายรถยนต์ นำขึ้นรถไฟฟ้าหรือรถโดยสารประจำทาง หรือแม้กระทั่งเก็บไว้ในคอนโดมิเนียมหรือใต้โต๊ะทำงาน เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์แบบ “multimodal commuting” ที่ต้องเดินทางหลายรูปแบบผสมผสานกัน
ในทางกลับกัน E-Bike มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด การยกขึ้นบันไดหลายชั้นหรือการนำขึ้นระบบขนส่งสาธารณะอาจเป็นเรื่องลำบาก E-Bike จึงเหมาะกับผู้ที่มีที่จอดรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ที่ปลอดภัยที่บ้านหรือที่ทำงาน
การเดินทางที่มาพร้อมสุขภาพ
หากเป้าหมายส่วนหนึ่งของการเดินทางคือการออกกำลังกาย E-Bike เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าอย่างไม่มีข้อกังขา แม้จะมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วย แต่ผู้ขับขี่ยังคงต้องออกแรงปั่น โดยเฉพาะในโหมด Pedal Assist ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการเดินทางและการออกกำลังกายแบบเบาถึงปานกลาง ช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้ในทุกๆ วัน
ส่วน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เป็นรูปแบบการเดินทางที่ไม่ต้องใช้แรงกาย (passive transport) ผู้ขับขี่เพียงแค่ยืนทรงตัวเท่านั้น จึงไม่ให้ประโยชน์ในด้านการออกกำลังกายโดยตรง
ข้อควรพิจารณาทางกฎหมายและการใช้งานในประเทศไทย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบกก่อนตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปมีแนวโน้มดังนี้:
- จักรยานไฟฟ้า ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่สูงและความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด มักถูกจัดอยู่ในประเภทใกล้เคียงกับจักรยานทั่วไป ทำให้การใช้งานมีความยืดหยุ่นกว่า
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่มีกำลังมอเตอร์สูงและทำความเร็วได้มาก อาจเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบยืน ในบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดในการใช้งานบนทางเท้าหรือถนนสาธารณะ และอาจมีการกำหนดความเร็วสูงสุดเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบข้อบังคับของอาคาร ที่ทำงาน หรือหมู่บ้าน เกี่ยวกับการอนุญาตให้นำยานพาหนะไฟฟ้าเข้ามาจอดหรือชาร์จไฟ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
สรุปเปรียบเทียบ: เลือกคันที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
| หากเน้น… | ตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า |
|---|---|
| เดินทางไกล (10–30 กม./วัน), มีเนิน, กังวลเรื่องแบตหมด | E-Bike |
| ความสบายในการนั่ง, ขับขี่นานๆ, การซับแรงกระแทกที่ดี | E-Bike |
| ต้องการออกกำลังกายระหว่างเดินทาง | E-Bike |
| ความปลอดภัยและความเสถียรบนถนนจริง | E-Bike |
| ความคล่องตัว, ต้องพับเก็บขึ้นรถไฟฟ้า/รถยนต์/เก็บในห้อง | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
| ใช้เดินทางระยะสั้นในเมือง (3–10 กม.), ถนนเรียบ | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
| งบประมาณเริ่มต้นจำกัด, ต้องการราคาที่เข้าถึงง่าย | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
เช็กลิสต์สุดท้ายก่อนตัดสินใจ
ก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้าย ลองตอบคำถามเหล่านี้เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับความต้องการของตนเอง:
- ระยะทางไป-กลับต่อวัน: คุณเดินทางกี่กิโลเมตรในแต่ละวัน?
- ความจำเป็นในการพกพา: คุณต้องพกพาขึ้นอาคาร, ขึ้นรถไฟฟ้า หรือมีที่จอดที่ปลอดภัยและแน่นอน?
- สภาพเส้นทางหลัก: ถนนที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ, ทางในซอย, หรือถนนใหญ่ที่มีหลุมบ่อ?
- เป้าหมายด้านสุขภาพ: คุณต้องการประโยชน์ด้านการออกกำลังกายควบคู่ไปกับการเดินทางหรือไม่?
- งบประมาณทั้งหมด: คุณตั้งงบประมาณสำหรับตัวรถและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย (หมวกกันน็อก, ไฟ, ที่ล็อก) ไว้เท่าไร?
- ความเร็วที่ต้องการ: ความเร็วสูงสุดประมาณเท่าไรที่คุณรู้สึกว่าเพียงพอและปลอดภัยสำหรับการใช้งานของคุณ?
การมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามเหล่านี้ จะช่วยให้การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่ “ใช่” สำหรับคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก
บทสรุปและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
โดยสรุปแล้ว ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อะไรดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล หากการเดินทางของคุณเน้นระยะทาง, ความสบาย, ความปลอดภัยบนสภาพถนนที่หลากหลาย และต้องการประโยชน์ด้านสุขภาพ E-Bike คือคำตอบที่เหมาะสม ในทางกลับกัน หากคุณให้ความสำคัญสูงสุดกับความคล่องตัว, การพกพาที่สะดวกสบาย, การเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ และมีงบประมาณเริ่มต้นที่จำกัด สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือตัวเลือกที่เหนือกว่า
การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมคือการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในการเดินทางประจำวัน
สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณได้ยานพาหนะที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์:
FACEBOOK PAGE
LINE
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

