บิดได้แต่ไม่ควร! กฎหมาย ‘ใบขับขี่ E-Bike 2026’ ขี่บนถนนใหญ่โดนจับไหม?
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike 2569
- ทำความเข้าใจภาพรวม: ทำไมกฎหมาย E-Bike จึงสำคัญ
- เจาะลึกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้า: ไม่ใช่ทุกคันที่เหมือนกัน
- “ขี่ E-Bike บนถนนใหญ่โดนจับไหม?” คำตอบที่ชัดเจนตามกฎหมาย
- เตรียมพร้อมรับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า 2569: สิ่งที่ผู้ใช้ต้องรู้
- บทสรุปและแนวทางในอนาคตสำหรับผู้ใช้ E-Bike
- เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่และถูกกฎหมาย
ท่ามกลางกระแสความนิยมยานพาหนะไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามที่ว่า บิดได้แต่ไม่ควร! กฎหมาย ‘ใบขับขี่ E-Bike 2026’ ขี่บนถนนใหญ่โดนจับไหม? ได้กลายเป็นข้อสงสัยสำคัญสำหรับผู้ใช้งานจำนวนมาก บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทอื่นๆ ในประเทศไทย พร้อมทั้งแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัยและสอดคล้องกับกฎระเบียบที่กำลังจะเกิดขึ้น
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike 2569
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ประเภทปั่นช่วย (Pedal-Assist): หากมีความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมอเตอร์ทำงานเมื่อมีการปั่นเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหรือมีใบขับขี่
- สกู๊ตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: ยานพาหนะที่ใช้คันเร่งไฟฟ้า (Throttle-Only) และมีความเร็วสูงสุดเกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำเป็นต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์
- การใช้งานบนถนนใหญ่: การขี่จักรยานไฟฟ้าบนถนนสายหลักไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมายและจะไม่ถูกจับกุม แต่ไม่แนะนำให้ใช้งานบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นและใช้ความเร็วสูง เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- แนวโน้มกฎหมายในอนาคต: ร่างกฎหมายใหม่ปี 2569 (ค.ศ. 2026) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภทให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยแยกตามลักษณะการทำงานและความเร็ว เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน
- ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ไม่ว่ากฎหมายจะกำหนดไว้อย่างไร การสวมหมวกนิรภัยและการปฏิบัติตามกฎจราจรยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท
ทำความเข้าใจภาพรวม: ทำไมกฎหมาย E-Bike จึงสำคัญ
การเติบโตของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicles) ในประเทศไทยเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยานพาหนะเหล่านี้ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางในเมืองที่ช่วยลดมลพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ได้นำมาซึ่งความสับสนเกี่ยวกับข้อบังคับทางกฎหมาย ผู้ใช้จำนวนมากยังไม่แน่ใจว่ายานพาหนะของตนจัดอยู่ในประเภทใด ต้องจดทะเบียนหรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือเปล่า
ความสำคัญของประเด็น บิดได้แต่ไม่ควร! กฎหมาย ‘ใบขับขี่ E-Bike 2026’ ขี่บนถนนใหญ่โดนจับไหม? จึงอยู่ที่การสร้างความชัดเจนและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับทุกคนบนท้องถนน การมีกฎหมายที่ครอบคลุมจะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างสภาพแวดล้อมการจราจรที่เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น กฎหมายใหม่ที่คาดว่าจะมีการบังคับใช้ในปี 2569 จึงเป็นก้าวสำคัญในการกำกับดูแลเทคโนโลยีการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไปให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือกลุ่มผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ รวมถึงผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า ที่ต้องปรับตัวและปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมใช้ถนนคนอื่นๆ
เจาะลึกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้า: ไม่ใช่ทุกคันที่เหมือนกัน
เพื่อให้เข้าใจข้อกฎหมายได้อย่างถ่องแท้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการจำแนกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าให้ถูกต้อง เนื่องจากกฎระเบียบที่ใช้บังคับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน กำลังมอเตอร์ และความเร็วสูงสุดของยานพาหนะแต่ละชนิด
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) แบบปั่นช่วย (Pedal-Assist)
จักรยานไฟฟ้าประเภทนี้คือหัวใจหลักของความสับสนส่วนใหญ่ มีลักษณะการทำงานที่ใกล้เคียงกับจักรยานธรรมดามากที่สุด กล่าวคือ ผู้ขับขี่ต้องออกแรงปั่นบันไดจักรยานก่อน มอเตอร์ไฟฟ้าจึงจะเริ่มทำงานเพื่อ “ช่วยผ่อนแรง” ทำให้การปั่นง่ายขึ้นและไปได้ไกลขึ้น โดยทั่วไปแล้ว E-Bike ประเภทนี้จะถูกจำกัดความเร็วของระบบช่วยปั่นไว้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากความเร็วเกินกว่านี้ มอเตอร์จะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ และผู้ขับขี่ต้องใช้แรงปั่นของตนเองล้วนๆ
ในทางกฎหมายปัจจุบัน จักรยานไฟฟ้าแบบปั่นช่วยมักถูกตีความว่าเป็น “จักรยาน” และยังไม่เข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ด้วยเหตุนี้จึงเป็นยานพาหนะที่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และผู้ขับขี่ก็ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ การใช้งานจึงมีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้ในเลนจักรยานหรือชิดขอบทางด้านซ้ายของถนนได้ คล้ายกับการขี่จักรยานทั่วไป
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle)
ยานพาหนะสองประเภทนี้มีความแตกต่างจาก E-Bike อย่างชัดเจน เนื่องจากใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้า (Throttle-Only) ในการขับเคลื่อน ผู้ขับขี่เพียงแค่บิดคันเร่งก็สามารถเคลื่อนที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงปั่น ทำให้มีลักษณะการใช้งานเหมือนกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกประการ
ตามกฎหมาย ยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช้คันเร่ง มีกำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 250 วัตต์ขึ้นไป และ/หรือมีความเร็วสูงสุดเกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะถูกจัดว่าเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งหมายความว่ายานพาหนะเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป ได้แก่:
- การจดทะเบียน: ต้องนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียน
- ใบอนุญาตขับขี่: ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
- การสวมหมวกนิรภัย: เป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย
การนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนถนนสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่การถูกปรับหรือยึดรถได้
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) แบบปั่นช่วย | สกู๊ตเตอร์/มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| ระบบขับเคลื่อน | มอเตอร์ช่วยทำงานเมื่อปั่น (Pedal-Assist) | ใช้คันเร่งไฟฟ้า (Throttle-Only) |
| ความเร็วสูงสุด (โดยประมาณ) | จำกัดที่ 25 กม./ชม. (ระบบช่วยไฟฟ้า) | อาจเกิน 45 กม./ชม. |
| การจดทะเบียน | ไม่จำเป็น | จำเป็น (หากเข้าข่ายตามกฎหมาย) |
| ใบอนุญาตขับขี่ | ไม่จำเป็น | จำเป็น (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) |
| ข้อบังคับหลัก | ขี่ชิดซ้าย, ปฏิบัติตามกฎจราจรของจักรยาน | ต้องสวมหมวกนิรภัย, ปฏิบัติตามกฎของรถจักรยานยนต์ |
“ขี่ E-Bike บนถนนใหญ่โดนจับไหม?” คำตอบที่ชัดเจนตามกฎหมาย
คำถามนี้เป็นประเด็นหลักที่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้า (ประเภทปั่นช่วย) กังวลมากที่สุด การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงทางกฎหมายจะช่วยให้สามารถใช้งานยานพาหนะได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
สถานะทางกฎหมายบนถนนสายหลัก
จากข้อมูลและการตีความกฎหมายในปัจจุบัน การขี่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike แบบปั่นช่วย) บนถนนสายหลัก ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และผู้ขับขี่จะไม่ถูกจับกุมเพียงเพราะเหตุผลว่ากำลังใช้งาน E-Bike บนถนน ตราบใดที่ยานพาหนะนั้นมีคุณสมบัติเข้าข่าย “จักรยาน” คือต้องมีการปั่นและมีความเร็วไม่สูงเกินไป ผู้ขับขี่มีสิทธิใช้ถนนได้เช่นเดียวกับผู้ขับขี่จักรยานทั่วไป โดยต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น การขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้าย การให้สัญญาณมือเมื่อต้องการเลี้ยว และการหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดง
ข้อกังวลด้านความปลอดภัย: หัวใจสำคัญของการใช้งาน
แม้ว่าการขี่ E-Bike บนถนนใหญ่จะไม่ผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยให้ความสำคัญมากกว่าคือ “ความเหมาะสมและความปลอดภัย” ถนนสายหลักหรือทางหลวงที่มีการจราจรหนาแน่นและรถยนต์ใช้ความเร็วสูงนั้นเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงมากสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า
“ข้อแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้จักรยานไฟฟ้าบนทางหลวงที่มีการจราจรหนาแน่นและรวดเร็ว มีพื้นฐานมาจากข้อพิจารณาด้านความปลอดภัยในทางปฏิบัติ มากกว่าจะเป็นบทลงโทษทางกฎหมาย”
ความแตกต่างของความเร็วระหว่าง E-Bike (ประมาณ 25 กม./ชม.) กับรถยนต์ (80 กม./ชม. หรือมากกว่า) สร้างอันตรายอย่างยิ่งในการเปลี่ยนเลนหรือการแซง นอกจากนี้ จักรยานไฟฟ้ายังไม่มีโครงสร้างป้องกันผู้ขับขี่เหมือนรถยนต์ ทำให้หากเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ผู้ขับขี่มีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บรุนแรง ดังนั้น แม้จะ “บิดได้” หรือ “ปั่นได้” ตามกฎหมาย แต่ก็ “ไม่ควร” หากเส้นทางนั้นมีความเสี่ยงสูงเกินไป
การบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาคือการบังคับใช้กฎหมายที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แม้ว่าโดยหลักการแล้วการขี่ E-Bike บนถนนจะไม่ผิด แต่หากผู้ขับขี่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย เช่น ขี่ตัดหน้ากระชั้นชิด ขี่เร็วเกินไปในที่ชุมชน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร เจ้าหน้าที่ย่อมมีสิทธิ์ในการตักเตือนหรือดำเนินการตามกฎหมายได้ ดังนั้น ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและแสดงให้เห็นถึงการขับขี่ที่รับผิดชอบต่อส่วนรวมเสมอ
เตรียมพร้อมรับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า 2569: สิ่งที่ผู้ใช้ต้องรู้
เพื่อสร้างความเป็นระเบียบและยกระดับความปลอดภัย รัฐบาลจึงมีแผนที่จะออกกฎหมายเพื่อกำกับดูแลยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นภายในปี 2569 ซึ่งผู้ใช้งานทุกคนควรเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจในข้อกำหนดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
สรุปข้อบังคับที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
แนวทางของกฎหมายใหม่จะมุ่งเน้นการจำแนกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าตามลักษณะการทำงานและความเร็วเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยสามารถสรุปสาระสำคัญที่คาดการณ์ได้ดังนี้:
- กลุ่มที่ไม่ต้องจดทะเบียน: จักรยานไฟฟ้าแบบปั่นช่วย (Pedal-Assist) ที่มีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. จะยังคงได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องใช้ใบขับขี่ แต่ต้องใช้งานในช่องทางที่เหมาะสม เช่น เลนจักรยาน หรือชิดขอบทางด้านซ้าย
- กลุ่มที่ต้องจดทะเบียน: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้คันเร่ง (Throttle-Only) หรือมีกำลังมอเตอร์และความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะถูกบังคับให้ต้องจดทะเบียนเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องตามประเภทของรถ
- ข้อบังคับด้านความปลอดภัย: การสวมหมวกนิรภัยจะกลายเป็นข้อบังคับ 100% สำหรับยานพาหนะในกลุ่มที่ต้องจดทะเบียน และยังคงเป็นข้อแนะนำที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ E-Bike แบบปั่นช่วย
บทลงโทษหากฝ่าฝืนข้อกำหนด
สำหรับยานพาหนะที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน การฝ่าฝืนนำรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนถนนสาธารณะจะมีบทลงโทษที่ชัดเจน ซึ่งอาจรวมถึงค่าปรับในอัตราที่สูง และในบางกรณีอาจมีการยึดรถไว้เพื่อทำการตรวจสอบ การไม่มีใบอนุญาตขับขี่ก็เป็นอีกหนึ่งความผิดร้ายแรงที่มีโทษปรับตามกฎหมายเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ครอบครองหรือวางแผนจะซื้อสกู๊ตเตอร์หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ควรตรวจสอบคุณสมบัติของรถและเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับดำเนินการทางทะเบียนให้เรียบร้อย
แนวทางปฏิบัติเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
- เลือกยานพาหนะให้เหมาะกับวัตถุประสงค์: หากต้องการใช้เดินทางในระยะใกล้ ในซอย หรือบนถนนที่ไม่พลุกพล่าน จักรยานไฟฟ้าแบบปั่นช่วยอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการใช้เดินทางบนถนนสายหลักเป็นประจำ การเลือกรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายกว่า
- ศึกษาเส้นทางและประเมินความเสี่ยง: ก่อนออกเดินทาง ควรวางแผนและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงถนนใหญ่ที่มีปริมาณรถหนาแน่นและใช้ความเร็วสูง หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรใช้ความระมัดระวังสูงสุด
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ: หมวกนิรภัยคืออุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสงในเวลากลางคืนจะช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
- เคารพกฎจราจร: ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร ป้ายจราจร และให้สัญญาณทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนทิศทาง การขับขี่อย่างมีวินัยไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าโดยรวมอีกด้วย
บทสรุปและแนวทางในอนาคตสำหรับผู้ใช้ E-Bike
โดยสรุปแล้ว ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็น กฎหมาย ‘ใบขับขี่ E-Bike 2026’ และการใช้งานบนถนนใหญ่คือ จักรยานไฟฟ้าแบบปั่นช่วย (Pedal-Assist) ยังไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียน และการขี่บนถนนใหญ่ก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่ไม่แนะนำอย่างยิ่งเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ในขณะที่สกู๊ตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้คันเร่งและมีความเร็วสูงนั้น มีสถานะเทียบเท่ารถจักรยานยนต์และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กฎหมายใหม่ที่กำลังจะมาถึงในปี 2569 จะช่วยสร้างความชัดเจนและจัดระเบียบการใช้งานยานพาหนะเหล่านี้ให้ปลอดภัยและเหมาะสมยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้งานทุกคนคือการตระหนักถึงความแตกต่างของยานพาหนะแต่ละประเภท เลือกใช้ให้ถูกกับลักษณะงานและเส้นทาง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นเป็นอันดับแรกเสมอ
เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่และถูกกฎหมาย
การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเพื่อการใช้งานที่ราบรื่นและปลอดภัยในระยะยาว ที่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทาง พร้อมให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้ท่านได้ยานพาหนะที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย
สามารถเข้ามาชมสินค้าจริงและรับคำปรึกษาได้ที่ร้าน หรือติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

