สรุปชัด! กฎหมาย “จักรยานไฟฟ้า” ปี 2026 ต้องจดทะเบียนไหม? ขี่ซอยไหนไม่โดนจับ
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้าปี 2569
- ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า
- สรุปชัด! กฎหมาย “จักรยานไฟฟ้า” ปี 2026 ต้องจดทะเบียนไหม?
- การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษฉบับใหม่
- ขี่ที่ไหนได้บ้าง: พื้นที่อนุญาตและข้อห้ามสำหรับจักรยานไฟฟ้า
- ไขข้อข้องใจที่พบบ่อย: ขี่ในซอยได้หรือไม่?
- สรุปข้อบังคับสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องทราบ
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
จักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะยานพาหนะทางเลือกที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การใช้งานที่แพร่หลายนี้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับข้อบังคับทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการจดทะเบียนและการใช้งานบนถนนสาธารณะ
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้าปี 2569
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีที่ปั่น: หากกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Mini EV) หรือจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีที่ปั่น: ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก, ติดป้ายทะเบียน และทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จึงจะใช้งานบนถนนสาธารณะได้
- บทลงโทษ: การนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนทางสาธารณะมีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท และหากไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (สำหรับประเภทที่ต้องจดทะเบียน) อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 1 เดือน หรือปรับสูงสุด 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พื้นที่ใช้งาน: ห้ามขับขี่บนทางเท้าโดยเด็ดขาด และตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบไม่มีที่ปั่นจะถูกห้ามใช้ในเส้นทางจักรยานและสวนสาธารณะริมแม่น้ำ
- ความปลอดภัย: ผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าทุกประเภทต้องสวมหมวกนิรภัยตามประกาศข้อบังคับใหม่
ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า
สรุปชัด! กฎหมาย “จักรยานไฟฟ้า” ปี 2026 ต้องจดทะเบียนไหม? ขี่ซอยไหนไม่โดนจับ กลายเป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจและผู้ใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาด ตั้งแต่จักรยานที่มีระบบช่วยปั่นไปจนถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้กำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจข้อบังคับเหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายจราจร ซึ่งจะมีการบังคับใช้ที่เข้มงวดมากขึ้นในปี 2569
กฎหมายได้จำแนกยานพาหนะไฟฟ้าออกเป็นประเภทต่างๆ โดยพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ เช่น การมีบันไดปั่น รวมถึงคุณสมบัติทางเทคนิค เช่น กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าและความเร็วสูงสุดที่ทำได้ เกณฑ์เหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่ายานพาหนะคันดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “จักรยาน” หรือ “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อหน้าที่ของผู้ครอบครองในการจดทะเบียน การทำประกันภัย และคุณสมบัติของผู้ขับขี่
สรุปชัด! กฎหมาย “จักรยานไฟฟ้า” ปี 2026 ต้องจดทะเบียนไหม?
หัวใจสำคัญของกฎหมายจักรยานไฟฟ้าคือการแบ่งประเภทของรถตามคุณสมบัติ เพื่อกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ใช้ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน การจะตอบคำถามว่าจักรยานไฟฟ้าต้องจดทะเบียนหรือไม่นั้น จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อมูลจำเพาะของตัวรถเป็นหลัก
ประเภทที่ไม่ต้องจดทะเบียน: จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) แบบมีที่ปั่น
จักรยานไฟฟ้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับจักรยานทั่วไป แต่มีระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยเสริมแรงในการปั่น ซึ่งเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการพิจารณาคือ:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: ต้องมีกำลังขับเคลื่อนไม่เกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด: มอเตอร์ไฟฟ้าต้องหยุดทำงานเมื่อความเร็วของรถเกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ลักษณะทางกายภาพ: ต้องมีบันไดสำหรับปั่น (Pedals) เป็นส่วนประกอบหลักในการขับเคลื่อน
หากจักรยานไฟฟ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งสามข้อนี้ จะถูกจัดอยู่ในประเภท “จักรยาน” ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ไม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับจักรยานและข้อบังคับด้านความปลอดภัยอื่นๆ เช่น การสวมหมวกนิรภัย
ประเภทที่ต้องจดทะเบียน: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้ากำลังสูง
ในทางกลับกัน ยานพาหนะไฟฟ้าที่ไม่เข้าข่ายตามข้อยกเว้นข้างต้น จะถูกพิจารณาว่าเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ตามกฎหมาย ซึ่งหมายความว่าต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป โดยยานพาหนะกลุ่มนี้มีลักษณะดังนี้:
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Mini EV) หรือรถที่ไม่มีที่ปั่น: ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีบันไดสำหรับปั่น
- จักรยานไฟฟ้ากำลังสูง: จักรยานไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์เกิน 250 วัตต์ หรือสามารถทำความเร็วได้เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยกำลังมอเตอร์
ยานพาหนะไฟฟ้าที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะต้องดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยก่อนนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ ซึ่งกระบวนการนี้รวมถึงการติดแผ่นป้ายทะเบียน และการจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่รถประเภทนี้จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์ และต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่
การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษฉบับใหม่
เพื่อสร้างความปลอดภัยและจัดระเบียบการจราจรบนท้องถนน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ
มาตรการคุมเข้มปี 2569 และระบบตัดคะแนนใบขับขี่
ตั้งแต่ปี 2569 (ค.ศ. 2026) เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการกวดขันจับกุมผู้ที่นำยานพาหนะที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนทางสาธารณะ ซึ่งหมายความว่าการขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือจักรยานไฟฟ้ากำลังสูงที่ไม่ได้จดทะเบียน จะไม่เพียงแค่เสี่ยงต่อการถูกปรับ แต่ยังอาจส่งผลต่อคะแนนใบขับขี่ของผู้ขับขี่ (หากมี) ซึ่งอาจนำไปสู่การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้
อัตราโทษหากฝ่าฝืนกฎหมาย
การเพิกเฉยต่อข้อบังคับทางกฎหมายอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่รุนแรง การทำความเข้าใจอัตราโทษต่างๆ จะช่วยให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น
| ฐานความผิด | บทลงโทษ |
|---|---|
| นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง (มาตรา 6) | ปรับไม่เกิน 10,000 บาท |
| ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (มาตรา 64) | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ขับขี่บนทางเท้า | ปรับไม่เกิน 5,000 บาท |
ขี่ที่ไหนได้บ้าง: พื้นที่อนุญาตและข้อห้ามสำหรับจักรยานไฟฟ้า
นอกเหนือจากเรื่องการจดทะเบียนแล้ว การทราบถึงพื้นที่ที่อนุญาตและห้ามใช้งานก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้ทางเท้ารายอื่นและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
พื้นที่ห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด
- ทางเท้า: กฎหมายห้ามมิให้ยานพาหนะทุกชนิด รวมถึงจักรยานและจักรยานไฟฟ้า ขับขี่บนทางเท้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สงวนไว้สำหรับคนเดินเท้า การฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท
- เส้นทางจักรยานและสวนสาธารณะริมแม่น้ำ: มีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่สำคัญซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป คือ ห้ามใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบไม่มีที่ปั่น บนเส้นทางจักรยานและสวนสาธารณะริมแม่น้ำโดยเฉพาะ มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยานทั่วไปและผู้ที่มาพักผ่อนหย่อนใจ
เส้นทางที่อนุญาตและข้อบังคับเพื่อความปลอดภัย
สำหรับเส้นทางที่สามารถใช้งานจักรยานไฟฟ้าได้นั้น โดยทั่วไปแล้วต้องเป็นไปตามกฎจราจรที่บังคับใช้กับจักรยานและรถจักรยานยนต์
- การขับขี่บนถนน: ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังและขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายสุดของถนน หรือขับขี่ในช่องทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน (Bike Lane) เท่านั้น
- การสวมหมวกนิรภัย: ตามประกาศข้อบังคับด้านความปลอดภัยปี 2568 ผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะต้องจดทะเบียนหรือไม่ก็ตาม มีหน้าที่ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่ เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ
ไขข้อข้องใจที่พบบ่อย: ขี่ในซอยได้หรือไม่?
หนึ่งในคำถามที่สร้างความสับสนมากที่สุดคือ การใช้งานจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ได้จดทะเบียนในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือในซอยที่พักอาศัยจะสามารถทำได้หรือไม่
การใช้จักรยานไฟฟ้าที่ไม่จดทะเบียนในซอย
ตามกฎหมายแล้ว ถนนในซอยจัดว่าเป็น “ทางสาธารณะ” เช่นเดียวกับถนนสายหลัก ดังนั้น ข้อบังคับทั้งหมดที่กล่าวมาจึงมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกัน หมายความว่า ไม่มียกเว้นสำหรับจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน แต่นำมาใช้งานเพียงแค่ในซอยหรือบริเวณใกล้เคียงที่พักอาศัย
สรุปได้ว่า ไม่มีซอยใดที่อนุญาตให้ใช้จักรยานไฟฟ้าที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายแต่มิได้ดำเนินการจดทะเบียน หากเจ้าหน้าที่พบเห็นการกระทำดังกล่าว ผู้ขับขี่ย่อมมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย
ใบอนุญาตขับขี่จำเป็นหรือไม่?
เรื่องใบอนุญาตขับขี่ขึ้นอยู่กับประเภทของรถโดยตรง:
- จักรยานไฟฟ้าแบบมีที่ปั่น (E-Bike) ที่เข้าเกณฑ์ยกเว้น: กำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250W และความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือจักรยานไฟฟ้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้น: จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ เนื่องจากรถประเภทนี้ถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตามกฎหมาย
สรุปข้อบังคับสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องทราบ
การใช้งานจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทยอยู่ภายใต้ข้อบังคับทางกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้ใช้งานทุกคนควรทำความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สำคัญ คือ การจำแนกประเภทยานพาหนะของตนเองให้ถูกต้อง หากเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือจักรยานไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์และความเร็วเกินกำหนด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่สอดคล้องกัน การละเลยข้อบังคับเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่อตนเองและผู้อื่น แต่ยังนำไปสู่บทลงโทษที่รุนแรง ทั้งค่าปรับและโทษทางอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดขึ้นในปี 2569
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
เพื่อความมั่นใจในการขับขี่อย่างสบายใจและถูกกฎหมาย การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้ได้ยานพาหนะที่เหมาะสมและสอดคล้องกับข้อบังคับทางกฎหมาย
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

