รถหายตามได้! เจาะเทรนด์ “IoT & GPS” ในจักรยานไฟฟ้าปี 2026 ล็อกรถผ่านแอปฯ แค่ปลายนิ้ว
- ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยี IoT & GPS ในจักรยานไฟฟ้า
- บทนำสู่ยุคใหม่ของความปลอดภัยในจักรยานไฟฟ้า
- เจาะลึกเทคโนโลยี IoT & GPS ในจักรยานไฟฟ้าปี 2026
- สำรวจจักรยานไฟฟ้ารุ่นเด่นที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ
- ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นของจักรยานไฟฟ้าปี 2026
- เทคโนโลยีเบื้องหลังที่มากกว่าแค่การติดตาม
- บทสรุป: อนาคตแห่งความอุ่นใจในการใช้งานจักรยานไฟฟ้า
- ค้นหาและเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
ในปี 2026 แนวโน้มของยานพาหนะส่วนบุคคลกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เพื่อการเดินทางหรือออกกำลังกายอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ ปัญหาการโจรกรรมที่เคยเป็นเรื่องน่ากังวลกำลังจะหมดไป เมื่อเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) ถูกนำมาผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยี IoT & GPS ในจักรยานไฟฟ้า
- การป้องกันการโจรกรรมขั้นสูง: เทคโนโลยี IoT และ GPS ในจักรยานไฟฟ้าปี 2026 มอบฟังก์ชันการติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์, การแจ้งเตือนเมื่อมีการเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, และการสั่งล็อกหรือตัดการทำงานของรถจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
- การควบคุมสมาร์ทฟีเจอร์ผ่านแอปพลิเคชัน: ผู้ใช้งานสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของจักรยานไฟฟ้าได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส เช่น การล็อก/ปลดล็อกแบตเตอรี่, การตั้งค่าขอบเขตการใช้งาน (Geo-fencing), และการตรวจสอบสถานะของรถ
- การผสานรวมเทคโนโลยีอัจฉริยะ: นอกจากการติดตามตำแหน่งแล้ว ผู้ผลิตชั้นนำยังได้นำระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (Smart BMS) และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้สูงขึ้น
- มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม: เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังกลายเป็นคุณสมบัติมาตรฐานในจักรยานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มจักรยานสำหรับเช่า (Bike Sharing) และสมาร์ทไบค์ระดับพรีเมียม
- ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง: การเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้งาน ช่วยให้ผู้คนในเมืองใหญ่มั่นใจในการใช้จักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะหลักในชีวิตประจำวันมากขึ้น ลดความกังวลเรื่องรถหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทนำสู่ยุคใหม่ของความปลอดภัยในจักรยานไฟฟ้า
เมื่อพูดถึงเทรนด์ รถหายตามได้! เจาะเทรนด์ “IoT & GPS” ในจักรยานไฟฟ้าปี 2026 ล็อกรถผ่านแอปฯ แค่ปลายนิ้ว สิ่งนี้สะท้อนถึงการปฏิวัติวงการความปลอดภัยของยานพาหนะสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่าง Internet of Things (IoT) ซึ่งทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถสื่อสารกันผ่านอินเทอร์เน็ต และ Global Positioning System (GPS) ที่ให้ข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำ ได้สร้างระบบนิเวศใหม่ที่มอบความอุ่นใจให้กับเจ้าของ E-Bike อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การพัฒนาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ในตลาดภายในปี 2026 โดยมีผู้ผลิตหลายรายเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว
การเชื่อมต่อจักรยานไฟฟ้าเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ IoT และ GPS ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการโจรกรรม แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สะดวกและชาญฉลาดยิ่งขึ้น เปลี่ยนจักรยานไฟฟ้าให้เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
ทำไม IoT และ GPS จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ
มูลค่าของจักรยานไฟฟ้าที่สูงขึ้นประกอบกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ อุปกรณ์ล็อกแบบเดิม เช่น โซ่หรือกุญแจ อาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับการโจรกรรมในปัจจุบันได้อีกต่อไป ระบบกันขโมย E-Bike ที่ใช้ IoT และ GPS จึงเข้ามาตอบโจทย์ปัญหานี้โดยตรง โดยเปลี่ยนจากการป้องกันเชิงรับ (Passive) มาเป็นการป้องกันเชิงรุก (Active) ที่เจ้าของสามารถติดตามและควบคุมรถของตนได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะจอดอยู่ที่ใดก็ตาม นอกจากนี้ ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลการใช้งานยังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของเทคโนโลยีนี้
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะนี้มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานในวงกว้าง ตั้งแต่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวันในเมืองใหญ่ ที่ต้องการความมั่นใจในการจอดรถไว้ในที่สาธารณะ, กลุ่มนักปั่นที่ลงทุนกับจักรยานไฟฟ้าราคาสูงเพื่อการท่องเที่ยวหรือออกกำลังกาย, ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจให้เช่าจักรยานไฟฟ้า (Bike Sharing) ที่ต้องการระบบบริหารจัดการและติดตามยานพาหนะในสังกัดอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโดยรวม
เจาะลึกเทคโนโลยี IoT & GPS ในจักรยานไฟฟ้าปี 2026
เพื่อให้เข้าใจถึงศักยภาพของเทรนด์นี้อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจหลักการทำงานและฟีเจอร์ต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในจักรยานไฟฟ้ายุคใหม่
นิยามและการทำงานร่วมกันของ IoT และ GPS
Internet of Things (IoT) ในบริบทของจักรยานไฟฟ้า หมายถึง การติดตั้งโมดูลสื่อสาร (เช่น ชิป 4G/LTE) ที่เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ต่างๆ ภายในตัวรถ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว, สถานะแบตเตอรี่, และระบบขับเคลื่อน โมดูลนี้ทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่รวบรวมได้ไปยังเซิร์ฟเวอร์กลาง (Cloud) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Global Positioning System (GPS) คือเทคโนโลยีที่ใช้ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ของวัตถุบนพื้นโลก ในจักรยานไฟฟ้า ตัวรับสัญญาณ GPS จะทำหน้าที่รับสัญญาณจากดาวเทียมเพื่อคำนวณตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันของรถด้วยความแม่นยำสูง
เมื่อเทคโนโลยีทั้งสองทำงานร่วมกัน โมดูล IoT จะส่งข้อมูลตำแหน่งที่ได้จาก GPS ควบคู่ไปกับข้อมูลสถานะอื่นๆ ของรถขึ้นไปยังคลาวด์ ทำให้เจ้าของสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปติดตามรถบนสมาร์ทโฟน ก่อให้เกิดเป็นระบบติดตามและควบคุมที่ทรงประสิทธิภาพ
ฟีเจอร์เด่นที่พลิกโฉมการป้องกันการโจรกรรม
การผสาน IoT และ GPS ได้สร้างสรรค์ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่หลากหลายและใช้งานได้จริง ดังนี้:
- การติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ (Real-time Tracking): ฟีเจอร์พื้นฐานและสำคัญที่สุดคือความสามารถในการตรวจสอบตำแหน่งของจักรยานไฟฟ้าได้ตลอดเวลาผ่านแผนที่บนแอปพลิเคชัน หากเกิดการโจรกรรม เจ้าของสามารถส่งข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามคืนได้ทันท่วงที
- การแจ้งเตือนอัจฉริยะ (Smart Alerts): ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนมายังสมาร์ทโฟนของเจ้าของได้ทันทีเมื่อตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น มีการเคลื่อนย้ายรถขณะที่ระบบล็อกทำงานอยู่, มีการพยายามถอดแบตเตอรี่, หรือรถล้ม
- การล็อกและตัดการทำงานระยะไกล (Remote Locking/Disabling): ในกรณีที่รถถูกขโมยไป เจ้าของสามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชันเพื่อล็อกระบบขับเคลื่อนหรือตัดการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าได้จากระยะไกล ทำให้จักรยานไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งเป็นการขัดขวางและลดแรงจูงใจของโจร
- จีโอเฟนซิง (Geo-fencing): เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง “รั้วเสมือน” รอบพื้นที่ที่กำหนดไว้ เช่น บ้านหรือที่ทำงาน เมื่อจักรยานไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้าหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังเจ้าของโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับควบคุมการใช้งานหรือป้องกันการนำรถออกนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
- ประวัติเส้นทางการเดินทาง (Trip History): ระบบสามารถบันทึกและแสดงข้อมูลเส้นทางการเดินทางย้อนหลังได้ ช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่าจักรยานถูกนำไปที่ใดบ้าง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการติดตามกรณีถูกโจรกรรม
สำรวจจักรยานไฟฟ้ารุ่นเด่นที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ
ในปี 2026 ผู้ผลิตจักรยานไฟฟ้าชั้นนำหลายแบรนด์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ชูเทคโนโลยี IoT และ GPS เป็นจุดขายหลัก สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของตลาดที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและความเป็นสมาร์ทดีไวซ์มากขึ้น
FIIDO TITAN 2026: การควบคุมแบตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน
FIIDO TITAN 2026 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยมาพร้อมกับ Fiido APP ที่ให้ผู้ใช้สามารถล็อกและปลดล็อกแบตเตอรี่ได้ด้วยรหัสผ่านผ่านสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง แม้ว่าตัวรถจะถูกขโมยไป แต่หากไม่สามารถปลดล็อกแบตเตอรี่ได้ จักรยานไฟฟ้าก็จะไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ถือเป็นการป้องกันการนำไปใช้งานต่อหรือแยกชิ้นส่วนขายได้เป็นอย่างดี
Vanpowers: ความปลอดภัยเหนือระดับด้วย 4G GPS
ในงาน CES 2026, Vanpowers ได้จัดแสดงจักรยานไฟฟ้าที่ติดตั้งระบบ 4G GPS ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการนำทางที่แม่นยำ แต่ยังเป็นหัวใจของระบบป้องกันการโจรกรรมอีกด้วย ฟีเจอร์เด่นประกอบด้วย Geo-fencing ที่กล่าวไปข้างต้น และความสามารถในการล็อกรถจากระยะไกล (Remote Locking) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
Segway Zyber: การเชื่อมต่อผ่าน IoT Cloud และ Keyless Locking
Segway Zyber ก้าวไปอีกขั้นด้วยการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ผ่าน IoT และ Cloud มีระบบ GPS tracking สำหรับติดตามตำแหน่ง, ระบบล็อกแบบไร้กุญแจ (Keyless Locking) ที่อาจใช้ NFC หรือ Bluetooth ในการยืนยันตัวตน และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์เพื่อแสดงข้อมูลต่างๆ ทำให้ประสบการณ์การใช้งานทั้งสะดวกและปลอดภัย
MIKUA CYBER SPRINT 2: สมาร์ทไบค์ไฮบริด
MIKUA CYBER SPRINT 2 ถูกนำเสนอในฐานะจักรยานไฟฟ้าไฮบริดที่เป็น “สมาร์ท IoT” แม้รายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์อาจแตกต่างกันไป แต่การใช้คำว่า “สมาร์ท IoT” เป็นจุดขายหลักบ่งชี้ว่าตัวรถมีความสามารถในการเชื่อมต่อและควบคุมผ่านเครือข่าย ซึ่งรวมถึงฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและการติดตามอย่างแน่นอน
จักรยานเช่าสาธารณะยุคใหม่
โมเดลธุรกิจจักรยานเช่าแบบไม่มีสถานีจอด (Dockless) พึ่งพาเทคโนโลยี IoT และ GPS อย่างเต็มที่ จักรยานเหล่านี้มาพร้อมกับแอปพลิเคชันที่มี GPS ในตัว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและปลดล็อกจักรยานที่อยู่ใกล้เคียงได้ ระบบ IoT ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะของจักรยานแต่ละคัน, จัดการการชาร์จแบตเตอรี่ (บางรุ่นเป็นแบบเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้), และป้องกันการโจรกรรมหรือการนำรถออกนอกพื้นที่ให้บริการ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นของจักรยานไฟฟ้าปี 2026
| รุ่นจักรยานไฟฟ้า | คุณสมบัติหลักด้าน GPS/IoT | คุณสมบัติเด่นอื่นๆ |
|---|---|---|
| FIIDO TITAN 2026 | ล็อกและปลดล็อกแบตเตอรี่ผ่าน Fiido APP ด้วยรหัสผ่าน | มอเตอร์ 750W, ระยะทางสูงสุด 400 กม., Torque Sensor |
| Vanpowers (รุ่น CES 2026) | ระบบ 4G GPS, Geo-fencing, การล็อกรถระยะไกล (Remote Lock) | มอเตอร์กำลังสูง, ระบบ situational awareness |
| Segway Zyber | GPS Tracking, การเชื่อมต่อ IoT Cloud, Keyless Locking, NFC | ยาง Fat Tires ขนาด 20×4 นิ้ว, จอแสดงผล TFT |
| MIKUA CYBER SPRINT 2 | สมาร์ท IoT (Smart IoT Connectivity) | มอเตอร์ไฮบริด 650W, น้ำหนักเบาเพียง 24 กก. |
| จักรยานเช่า IoT | แอปพลิเคชันพร้อม GPS สำหรับค้นหาและปลดล็อก, ระบบติดตามสำหรับผู้ประกอบการ | โมเดลแบบไม่มีสถานีจอด, แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ |
เทคโนโลยีเบื้องหลังที่มากกว่าแค่การติดตาม
ความอัจฉริยะของจักรยานไฟฟ้าในปี 2026 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระบบกันขโมย แต่ยังครอบคลุมไปถึงการจัดการประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระดับที่ลึกขึ้น ผ่านเทคโนโลยีสนับสนุนที่ทำงานร่วมกับระบบ IoT
ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS)
Battery Management System (BMS) หรือระบบจัดการแบตเตอรี่ คือสมองกลที่ควบคุมการทำงานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเป็นหัวใจของจักรยานไฟฟ้า ในรุ่นใหม่ๆ BMS ได้พัฒนาไปสู่ “Smart BMS” ที่เชื่อมต่อกับระบบ IoT ทำให้มีความสามารถดังนี้:
- การปรับการใช้พลังงานแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Power Management): ระบบสามารถเรียนรู้พฤติกรรมการปั่นของผู้ใช้และสภาพเส้นทาง เพื่อปรับการจ่ายพลังงานจากแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยยืดระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- การตรวจสอบเชิงพยากรณ์ (Predictive Monitoring): ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสุขภาพของแบตเตอรี่ได้ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น จำนวนรอบการชาร์จ, อุณหภูมิ, และสภาพของเซลล์แต่ละเซลล์ ระบบอาจแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อตรวจพบความผิดปกติหรือเมื่อแบตเตอรี่ใกล้เสื่อมสภาพ
- ความปลอดภัยที่สูงขึ้น: Smart BMS ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เช่น UL-certified เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น การชาร์จไฟเกิน, อุณหภูมิสูงเกินไป, หรือการลัดวงจร ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ได้อย่างมาก
การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์และการอัปเดตแบบ Over-the-Air
การที่จักรยานไฟฟ้าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับรถได้แม้จะถูกจำหน่ายไปแล้ว ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน ซึ่งหมายความว่าจักรยานไฟฟ้าจะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังสามารถใช้ข้อมูลการใช้งาน (ที่ไม่ระบุตัวตน) เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาระบบการขับเคลื่อนและฟังก์ชันต่างๆ ให้ตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นในรุ่นต่อไป
บทสรุป: อนาคตแห่งความอุ่นใจในการใช้งานจักรยานไฟฟ้า
แนวโน้มของเทคโนโลยี IoT และ GPS ในจักรยานไฟฟ้าปี 2026 กำลังจะเปลี่ยนนิยามของความปลอดภัยและความสะดวกสบายไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ล็อกทางกายภาพที่อาจถูกทำลายได้ง่าย ไปสู่ระบบป้องกันอัจฉริยะที่เจ้าของสามารถควบคุมและติดตามได้จากทุกที่ทุกเวลา ฟีเจอร์อย่างการติดตามตำแหน่งเรียลไทม์, การล็อกรถผ่านแอปพลิเคชัน, การแจ้งเตือนเมื่อถูกเคลื่อนย้าย และ Geo-fencing ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการโจรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมอบความอุ่นใจและทำให้การเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้าเป็นประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งนี้ยืนยันว่าอนาคตของจักรยานไฟฟ้าคือการเป็นยานพาหนะอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้คนอย่างสมบูรณ์
ค้นหาและเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, E-bike, หรือจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางและการใช้ชีวิต
สามารถเข้ามาชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ร้าน หรือติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

