สรุปกฎหมายจราจร 2026: E-Bike/สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ขี่เลนไหนไม่โดนจับ? เรื่องต้องรู้ก่อนออกถนนใหญ่
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
- สถานะทางกฎหมายของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในไทย ปี 2026
- บทลงโทษและค่าปรับที่เกี่ยวข้อง: ขี่ผิดที่เจออะไรบ้าง?
- พื้นที่ที่สามารถใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมาย
- ข้อควรรู้เพิ่มเติมจากกฎจราจรฉบับปรับปรุง
- เลือกพาหนะไฟฟ้าที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
บทความนี้นำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็น สรุปกฎหมายจราจร 2026: E-Bike/สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ขี่เลนไหนไม่โดนจับ? เรื่องต้องรู้ก่อนออกถนนใหญ่ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจข้อบังคับทางกฎหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและปลอดภัย
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่สามารถจดทะเบียนได้ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ทำให้การนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
- E-Bike หรือจักรยานไฟฟ้า ไม่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการใช้งานบนถนนหลวงที่มีการจราจรหนาแน่นและใช้ความเร็วสูง
- บทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนมีหลายระดับ ตั้งแต่ค่าปรับหลักพันจนถึงหนึ่งหมื่นบาท และอาจมีโทษจำคุกในบางกรณี
- พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานยานพาหนะเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมายมักจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้น
- การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง (เช่น มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบางรุ่น) เป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานบนถนนสาธารณะ
ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
กระแสความนิยมยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลขนาดเล็ก เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) ได้สร้างความท้าทายใหม่ให้กับกฎหมายจราจรที่มีอยู่เดิม ผู้ใช้งานจำนวนมากยังคงสับสนเกี่ยวกับข้อบังคับและพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่ได้ ความไม่ชัดเจนนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งในด้านความปลอดภัยและปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับปรับ หรือการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การทำความเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและผู้ร่วมใช้ทางคนอื่นๆ
ข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบกยังคงยืนยันตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งระบุว่ายานพาหนะที่จะนำมาใช้บนทางหรือถนนสาธารณะต้องเป็นรถที่จดทะเบียนและชำระภาษีเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จึงไม่เข้าข่ายที่จะสามารถจดทะเบียนได้ ทำให้การนำไปวิ่งบนถนนสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะที่จักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike แม้จะได้รับการยกเว้นในเรื่องการจดทะเบียน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยที่ห้ามไม่ให้ใช้งานบนถนนหลวงที่มีการจราจรพลุกพล่าน การเลือกซื้อและใช้งานยานพาหนะเหล่านี้จึงต้องพิจารณาถึงวัตถุประสงค์และพื้นที่การใช้งานเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
สถานะทางกฎหมายของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในไทย ปี 2026
ณ ปี 2026 สถานะทางกฎหมายของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงอ้างอิงตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เป็นหลัก โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ยานพาหนะที่สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ต้องผ่านการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดยส่วนใหญ่ไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนได้ เนื่องจากคุณสมบัติทางเทคนิคและโครงสร้างไม่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้การนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาวิ่งบนถนน ทางเท้า หรือทางสาธารณะใดๆ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
ข้อจำกัดทางกฎหมายและความท้าทาย
สำหรับ E-Bike หรือจักรยานไฟฟ้า สถานการณ์มีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้ว E-Bike ไม่ถูกจัดว่าเป็น “รถยนต์” หรือ “รถจักรยานยนต์” ตามคำนิยามของกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายบังคับให้ต้องจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม การใช้งานยังคงถูกจำกัดเพื่อความปลอดภัย ห้ามนำไปขี่บนถนนหลวงที่มีปริมาณรถยนต์หนาแน่นและใช้ความเร็วสูง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย ดังนั้น การใช้งาน E-Bike จึงเหมาะสมกับเส้นทางในซอย หมู่บ้าน หรือทางจักรยานที่จัดไว้โดยเฉพาะมากกว่า
ทางออกสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว
แม้จะมีข้อจำกัดทางกฎหมายบนถนนหลวง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายานพาหนะเหล่านี้จะหมดประโยชน์ ในทางกลับกัน ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กกลับเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางในระยะใกล้และในพื้นที่จำกัด เช่น ภายในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่, การเดินทางจากที่พักไปยังสถานีรถไฟฟ้า, หรือใช้ในรีสอร์ทและสถานศึกษา การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งานจึงเป็นหัวใจสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการนี้และได้คัดสรร สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่ส่วนบุคคลและเส้นทางรองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ยกตัวอย่างเช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ที่มีจำหน่ายนั้นมาพร้อมกับมอเตอร์กำลังสูงที่ให้ความเร็วพอเหมาะสำหรับการเดินทางในซอย และแบตเตอรี่ลิเธียมที่สามารถวิ่งได้ไกลหลายสิบกิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์น้ำมัน นอกจากนี้ แนวโน้มของตลาดที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและการลดมลพิษ ยังทำให้ E-Bike ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งรุ่นยอดนิยมที่ GIANT Shopping Mall มีให้เลือกนั้น ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์และความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว การลงทุนในยานพาหนะไฟฟ้าจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จึงไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม
เลือกพาหนะที่ใช่…ในพื้นที่ที่ถูกต้อง! ที่ GIANT Shopping Mall เรามีสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ใช้งานในพื้นที่ส่วนตัวและซอยได้อย่างคล่องตัว ปลอดภัย และประหยัด
บทลงโทษและค่าปรับที่เกี่ยวข้อง: ขี่ผิดที่เจออะไรบ้าง?
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทลงโทษเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงผลที่อาจตามมาจากการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ซึ่งอัตราค่าปรับและข้อหาจะแตกต่างกันไปตามประเภทของยานพาหนะและลักษณะการกระทำความผิด
สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจัดเป็นยานพาหนะที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ การนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะจึงมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน ดังนี้:
- พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6: ข้อหานำรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีมาใช้งานในทาง มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64: ข้อหาขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 7: ข้อหาขับขี่ยานพาหนะที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการจับกุมและออกใบสั่งได้ทันที
สำหรับ E-Bike (จักรยานไฟฟ้า)
E-Bike ไม่ถือเป็นรถที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย จึงไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาข้างต้น แต่การนำไปใช้งานบนถนนหลวงที่มีความเร็วสูงยังคงเป็นสิ่งต้องห้ามเพื่อความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุหรือกีดขวางการจราจร อาจถูกพิจารณาความผิดตามกฎหมายจราจรทางบกในข้อหาอื่นๆ เช่น ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว
กรณีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้มีสมรรถนะสูง จำเป็นต้องผ่านการจดทะเบียนจึงจะสามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ โดยมีเกณฑ์เบื้องต้นคือ ต้องมีกำลังมอเตอร์เกิน 500 วัตต์ สามารถทำความเร็วได้เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้งานต่อเนื่องได้นานกว่า 30 นาที หากนำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ยังไม่จดทะเบียนมาใช้งาน จะมีโทษเช่นเดียวกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
| ประเภทของยานพาหนะ | การจดทะเบียน | การใช้งานบนถนนหลวง | โทษปรับหลัก (หากฝ่าฝืน) |
|---|---|---|---|
| สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า | ไม่สามารถจดทะเบียนได้ | ผิดกฎหมาย | สูงสุด 10,000 บาท (ไม่จดทะเบียน) |
| E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | ไม่ต้องจดทะเบียน | ไม่แนะนำ (เพื่อความปลอดภัย) | – |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | ต้องจดทะเบียน (ตามสเปก) | ถูกกฎหมาย (หากจดทะเบียนแล้ว) | สูงสุด 10,000 บาท (หากไม่จดทะเบียน) |
พื้นที่ที่สามารถใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมาย
แม้ว่าการใช้งานบนถนนสาธารณะจะมีข้อจำกัด แต่ก็มีพื้นที่หลายแห่งที่สามารถใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้ได้อย่างอิสระ ปลอดภัย และไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางระยะใกล้ได้เป็นอย่างดี
- พื้นที่ส่วนบุคคล: บริเวณบ้านพักอาศัย, ในเขตโรงงาน, หรือภายในรีสอร์ทและโรงแรม ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike โดยไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย
- ซอยส่วนบุคคลและถนนในหมู่บ้าน: การใช้งานในซอยหรือถนนภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งการจราจรไม่พลุกพล่านและมีการจำกัดความเร็ว เป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
- เส้นทางที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ: สวนสาธารณะบางแห่ง, เลนจักรยานที่แยกออกจากถนนหลักอย่างชัดเจน หรือพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียม อาจอนุญาตให้ใช้งานได้ตามกฎระเบียบของสถานที่นั้นๆ
การเลือกใช้งานในพื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย แต่ยังช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูงบนถนนสายหลักอีกด้วย
ข้อควรรู้เพิ่มเติมจากกฎจราจรฉบับปรับปรุง
ถึงแม้จะยังไม่มีกฎหมายที่ออกมาเพื่อควบคุม E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดยตรงในปี 2569 (ค.ศ. 2026) แต่ผู้ใช้งานยังคงต้องปฏิบัติตามกฎจราจรทั่วไป ซึ่งมีการปรับปรุงอัตราโทษให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ดังนี้:
- การขับขี่บนทางเท้า: ถือเป็นความผิด มีโทษปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท
- การขับรถเร็วเกินกำหนด: มีโทษปรับสูงสุดถึง 4,000 บาท (แม้จะบังคับใช้กับรถจักรยานยนต์เป็นหลัก แต่ก็เป็นข้อบ่งชี้ถึงความเข้มงวดด้านความเร็ว)
- ไม่มีใบอนุญาตขับขี่: มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
- ความปลอดภัยส่วนบุคคล: แม้กฎหมายอาจไม่บังคับ แต่การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรง
- การดัดแปลงยานพาหนะ: ควรหลีกเลี่ยงการดัดแปลงสภาพรถให้มีสมรรถนะสูงเกินกว่ามาตรฐานโรงงาน เพราะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและผิดกฎหมาย
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่นแนะนำ (GIANT Shopping Mall) | ยานพาหนะทั่วไป (ไม่มีแบรนด์) |
|---|---|---|
| มาตรฐานแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง มี มอก. รับรอง | ไม่ระบุมาตรฐาน อาจเป็นแบตเตอรี่ตะกั่วกรด |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | ระบุชัดเจน ทดสอบตามจริง (เช่น 40-60 กม.) | ไม่แน่นอน อาจไม่ตรงตามที่โฆษณา |
| การรับประกัน | รับประกันโครงสร้างและระบบไฟฟ้า (เช่น 1 ปี) | ไม่มี หรือรับประกันระยะสั้น |
| บริการหลังการขาย | มีศูนย์บริการและอะไหล่รองรับ | หาอะไหล่ซ่อมยาก |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | สูงกว่า เนื่องจากทนทานและมีบริการดูแล | ต่ำกว่า เสี่ยงต่อการซ่อมบำรุงบ่อยครั้ง |
เลือกพาหนะไฟฟ้าที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
สรุปได้ว่า แม้กฎหมายจราจรปี 2026 จะยังไม่อนุญาตให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike วิ่งบนถนนหลวงได้อย่างเสรี แต่ยานพาหนะเหล่านี้ยังคงเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางในพื้นที่ที่เหมาะสม การเลือกซื้อพาหนะไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่ากับการลงทุน
ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านยานพาหนะไฟฟ้า ที่คัดสรรจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-Bike หลากหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานในพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย มั่นใจได้ในคุณภาพสินค้าที่มีการรับประกันและบริการหลังการขายที่พร้อมดูแล
เลือกซื้อพาหนะไฟฟ้าคู่ใจที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้
เยี่ยมชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากทีมงานมืออาชีพได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางการติดต่อออนไลน์:
ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ทาง FACEBOOK PAGE
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง LINE
หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรง

