ยางรั่วหรือขี่กระด้าง? เลือก ‘ยางตัน vs ยางเติมลม’ ให้จบ! คู่มือปี 2026 เพื่อคนใช้รถไฟฟ้าล้อเล็ก
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเลือกยาง
- บทนำสู่สมรภูมิยางรถไฟฟ้า: เมื่อความสบายต้องปะทะกับความทนทาน
- ทำความรู้จักคู่ชิง: เจาะลึกโครงสร้างและคุณสมบัติของยางแต่ละประเภท
- เลือกอย่างไรให้ลงตัว? ตารางเปรียบเทียบและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- เทคโนโลยียางสำหรับ EV ปี 2026: มากกว่าแค่ยางกลมๆ
- คู่มือเลือกยางฉบับสมบูรณ์: ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
- บทสรุป: ตัดสินใจเลือกยางที่ใช่ และพบกับพาหนะไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น สกู๊ตเตอร์หรือจักรยานไฟฟ้า กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับการเดินทางในเมือง แต่หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ผู้ใช้ต้องเผชิญคือการตัดสินใจเลือกระหว่าง “ยางตัน” ที่รับประกันว่าจะไม่รั่วซึม แต่ต้องแลกมากับความกระด้าง และ “ยางเติมลม” ที่มอบความนุ่มนวลสบาย แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะถูกของมีคมทิ่มตำ การทำความเข้าใจความแตกต่าง ข้อดี และข้อเสียของยางทั้งสองประเภทจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเลือกยาง
- ยางตัน (Solid Tires): จุดเด่นคือความทนทาน ไม่ต้องกังวลเรื่องยางรั่วหรือการเติมลม เหมาะกับการใช้งานหนักที่ต้องการความต่อเนื่อง แต่ข้อเสียหลักคือการขับขี่ที่กระด้าง ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงผู้ขับขี่โดยตรง และอาจมีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ด้อยกว่า โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกลื่น
- ยางเติมลม (Pneumatic Tires): มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลกว่าอย่างเห็นได้ชัด สามารถดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวที่ไม่เรียบได้ดี ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยม และมีแรงต้านทานการหมุนต่ำกว่า ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ แต่ต้องมีการบำรุงรักษา เช่น การตรวจเช็กลมยางสม่ำเสมอ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหารั่วซึม
- นวัตกรรมยางปี 2026: เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตยางตันเริ่มพัฒนาสูตรวัสดุใหม่ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อลดความกระด้าง ในขณะที่ยางเติมลมหลายรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีสารกันรั่วในตัว (Sealant) หรือโครงสร้างที่ทนทานต่อการเจาะมากขึ้น
- ปัจจัยในการตัดสินใจ: การเลือกยางที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลเป็นหลัก ได้แก่ สภาพถนนที่ใช้งานเป็นประจำ, ระยะทางที่ขับขี่ต่อวัน, ความสำคัญที่ให้กับความสะดวกสบายในการขับขี่เทียบกับความทนทานที่ไม่ต้องบำรุงรักษา
บทนำสู่สมรภูมิยางรถไฟฟ้า: เมื่อความสบายต้องปะทะกับความทนทาน
หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าทุกคนต้องเผชิญ คือการตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับส่วนประกอบที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง นั่นคือ “ยาง” คำถามที่ว่าควรจะเลือกแบบไหนระหว่าง ยางรั่วหรือขี่กระด้าง? เลือก ‘ยางตัน vs ยางเติมลม’ ให้จบ! คู่มือปี 2026 เพื่อคนใช้รถไฟฟ้าล้อเล็ก ฉบับนี้ จะเป็นแนวทางในการไขข้อข้องใจดังกล่าว การตัดสินใจนี้ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่ ความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาว
คู่มือนี้จัดทำขึ้นสำหรับผู้ใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าล้อเล็กทุกคน ตั้งแต่ผู้ที่ใช้เดินทางไปทำงานในเมืองทุกวัน, นักศึกษาที่ใช้เดินทางในมหาวิทยาลัย, ไปจนถึงกลุ่มไรเดอร์ส่งของที่ต้องการความทนทานและต่อเนื่องในการใช้งานสูงสุด เหตุผลที่หัวข้อนี้มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2026 เป็นเพราะการเติบโตของตลาดรถ EV ขนาดเล็ก ประกอบกับนวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างข้อดีและข้อเสียของยางแต่ละประเภทเริ่มไม่ชัดเจนเท่าในอดีต การเลือกที่ถูกต้องไม่เพียงแต่จะช่วยให้เดินทางถึงที่หมายได้อย่างราบรื่น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวรถและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงสุดอีกด้วย
ทำความรู้จักคู่ชิง: เจาะลึกโครงสร้างและคุณสมบัติของยางแต่ละประเภท
ก่อนที่จะตัดสินใจ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจพื้นฐานของยางทั้งสองชนิดว่ามีโครงสร้างและคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเป็นที่มาของข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ยางตัน (Solid Tires): เกราะป้องกันที่ไร้จุดอ่อน?
ยางตัน หรือที่เรียกว่ายางไร้ลม (Airless Tires) คือยางที่ผลิตจากวัสดุประเภทโพลีเมอร์ เช่น ยางสังเคราะห์หรือโพลียูรีเทน ที่มีลักษณะตันทั้งเส้น ไม่มีช่องว่างสำหรับอากาศอยู่ภายใน โครงสร้างที่แข็งแกร่งนี้คือจุดขายที่สำคัญที่สุด เพราะมันหมายถึงการขจัดปัญหาเรื่องยางรั่ว ยางแบน หรือความจำเป็นในการพกพาที่สูบลมไปได้อย่างถาวร
ข้อดี:
- ทนทานสูงสุด: ไม่ต้องกังวลเรื่องของมีคมบนท้องถนน เช่น เศษแก้ว ตะปู หรือหินแหลม
- ไม่ต้องบำรุงรักษา: ไม่จำเป็นต้องตรวจเช็กหรือเติมลมยาง ทำให้สะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- อายุการใช้งานยาวนาน: โดยทั่วไปแล้วยางตันจะทนทานต่อการสึกหรอได้ดีในสภาพการใช้งานปกติ
ข้อเสีย:
- ความกระด้าง: ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือการขาดคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทก ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากทุกรอยต่อของถนนหรือพื้นผิวที่ไม่เรียบโดยตรง
- น้ำหนักมาก: ยางตันมีน้ำหนักมากกว่ายางเติมลมในขนาดเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่มากขึ้นและอาจทำให้การควบคุมรถทำได้ยากขึ้นเล็กน้อย
- การยึดเกาะที่ด้อยกว่า: โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกหรือลื่น เนื่องจากความยืดหยุ่นของหน้ายางน้อยกว่า ทำให้การยึดเกาะถนนทำได้ไม่ดีเท่ายางเติมลม
- อาจสร้างความเสียหายต่อตัวรถ: แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของสกู๊ตเตอร์หรือจักรยานไฟฟ้าในระยะยาว
ยางเติมลม (Pneumatic Tires): มาตรฐานแห่งความนุ่มนวล
ยางเติมลมคือประเภทยางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกประเภท ประกอบด้วยโครงสร้างยางนอกที่แข็งแรงและส่วนที่กักเก็บอากาศไว้ภายใน (อาจจะเป็นยางใน หรือเป็นโครงสร้างแบบไม่ใช้ยางใน หรือ Tubeless) อากาศที่อยู่ภายในทำหน้าที่เหมือนเบาะลมธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่มอบความนุ่มนวลในการขับขี่
ข้อดี:
- ความนุ่มนวลที่เหนือกว่า: สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม ทำให้การขับขี่บนพื้นผิวขรุขระหรือผ่านอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เป็นไปอย่างราบรื่น
- การยึดเกาะถนนยอดเยี่ยม: หน้าสัมผัสของยางมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับรูปทรงตามพื้นผิวถนนได้ดีกว่า ทำให้ยึดเกาะได้ดีทั้งบนถนนแห้งและเปียก เพิ่มความปลอดภัยในการเบรกและเข้าโค้ง
- ประสิทธิภาพสูง: โดยทั่วไปมีแรงต้านทานการหมุน (Rolling Resistance) ต่ำกว่ายางตัน หมายความว่ามอเตอร์ไม่ต้องทำงานหนักเท่าเดิมในการรักษาระดับความเร็ว ซึ่งส่งผลดีต่อระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ข้อเสีย:
- ความเสี่ยงเรื่องยางรั่ว: เป็นข้อเสียที่ชัดเจนที่สุดและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนลังเล การเหยียบตะปูหรือของมีคมอาจทำให้ยางแบนและไม่สามารถเดินทางต่อได้
- ต้องการการบำรุงรักษา: จำเป็นต้องตรวจเช็กแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ เพราะแรงดันลมที่อ่อนเกินไปไม่เพียงแต่จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ยางจะเสียหายและส่งผลเสียต่อการควบคุมรถอีกด้วย
เลือกอย่างไรให้ลงตัว? ตารางเปรียบเทียบและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การตัดสินใจระหว่างยางตันและยางเติมลมนั้นเกี่ยวข้องกับการชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกสบายในการขับขี่กับความสบายใจที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษา ข้อมูลวิจัยล่าสุดในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่ายางเติมลมที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ (EV-grade) มีการพัฒนาไปมากในด้านการลดแรงต้านทานการหมุนและลดเสียงรบกวน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับรถไฟฟ้าขนาดเล็กได้เช่นกัน เพื่อเพิ่มระยะทางและสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบยิ่งขึ้น
| คุณสมบัติ | ยางตัน (Solid Tire) | ยางเติมลมเกรด EV (Pneumatic EV-grade) |
|---|---|---|
| ความเสี่ยงยางรั่ว | ไม่มี (ทนทานสูงสุด) | มี (แต่ลดได้ด้วยน้ำยากันรั่วและการดูแล) |
| ความนุ่มนวลขณะขับขี่ | กระด้าง, สั่นสะเทือน, ส่งเสียงดัง | นุ่มนวล, เงียบ, ดูดซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม |
| ประสิทธิภาพ (ระยะทาง) | แรงต้านทานการหมุนสูง, สิ้นเปลืองพลังงานกว่า | แรงต้านทานต่ำ (บางรุ่นได้ระดับ AAA), เพิ่มระยะทางต่อชาร์จ |
| การยึดเกาะถนน | ปานกลาง, ลดลงอย่างชัดเจนบนถนนเปียก | ยอดเยี่ยม, เพิ่มความปลอดภัยบนทุกสภาพผิว |
| การบำรุงรักษา | ไม่ต้องเช็กลม (Maintenance-free) | ต้องตรวจเช็กลมยางสม่ำเสมอ |
| น้ำหนัก | หนักกว่าอย่างมีนัยสำคัญ | เบากว่า |
การวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้นอาจทำให้การตัดสินใจดูซับซ้อน แต่ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจปัญหานี้ดีและได้ทำการบ้านมาเพื่อลูกค้าทุกคน เราจึงได้คัดสรรยานพาหนะไฟฟ้าที่มาพร้อมกับยางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อตัดความกังวลเหล่านี้ออกไป ไม่ว่าจะเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สำหรับการเดินทางในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือ E-bike สำหรับการเดินทางไกลที่เน้นความสบาย โมเดลที่เราเลือกมาจำหน่ายนั้นผ่านการทดสอบแล้วว่าให้สมดุลที่ดีที่สุดระหว่างความทนทานและสมรรถนะการขับขี่ โดยยานพาหนะส่วนใหญ่ในร้านของเราจะเลือกใช้ยางเติมลมคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสการรั่วซึมและให้ความนุ่มนวลสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยียางสำหรับ EV ในปี 2026 ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพและความสบายเป็นหลัก
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้ขายแค่รถ แต่เรามอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้กังวล ด้วยการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงบนท้องถนนในประเทศไทย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นจนถึงรุ่นสมรรถนะสูง พร้อมทีมงานที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อเลือกรถที่ใช่และยางที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด
เทคโนโลยียางสำหรับ EV ปี 2026: มากกว่าแค่ยางกลมๆ
ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไป นั่นคือ น้ำหนักที่มากกว่าจากแบตเตอรี่ และแรงบิดที่มาเต็มกำลังได้ทันทีที่กดคันเร่ง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ยางสำหรับ EV ต้องได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ก็เริ่มถูกนำมาปรับใช้กับยางสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็กเช่นกัน
การลดแรงต้านทานการหมุน (Low Rolling Resistance)
แรงต้านทานการหมุนคือพลังงานที่ยางสูญเสียไปขณะที่มันหมุนและเสียดสีไปกับพื้นถนน ยิ่งแรงต้านทานนี้ต่ำลงเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้พลังงานในการขับเคลื่อนน้อยลงเท่านั้น สำหรับรถ EV นั่นหมายถึงระยะทางที่วิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง ผู้ผลิตยางชั้นนำอย่าง Michelin ได้พัฒนายางรุ่น E·PRIMACY ที่ได้คะแนนด้านแรงต้านทานการหมุนในระดับ AAA ซึ่งช่วยเพิ่มระยะทางได้จริง การเลือกใช้ยางที่มีคุณสมบัตินี้ในสกู๊ตเตอร์หรือจักรยานไฟฟ้าจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
การลดเสียงรบกวน (Noise Reduction)
เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเงียบมาก เสียงรบกวนหลักที่ผู้ขับขี่ EV ได้ยินจึงมักมาจากเสียงของยางที่บดไปกับพื้นถนน เทคโนโลยียาง EV สมัยใหม่จึงมีการบุวัสดุซับเสียงพิเศษ เช่น โฟมโพลียูรีเทน ไว้ด้านในของยาง เพื่อลดเสียงสะท้อนและเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น ทำให้การขับขี่เงียบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น
โครงสร้างที่แข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักและแรงบิด
ยาง EV ถูกออกแบบให้มีแก้มยางที่แข็งแรงขึ้นและใช้สูตรเนื้อยางที่ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่และแรงบิดมหาศาลที่เกิดขึ้นทันที ซึ่งช่วยป้องกันการสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอและยืดอายุการใช้งานของยางให้ยาวนานขึ้น ยางอย่าง Michelin PILOT SPORT EV ถูกออกแบบมาเพื่อรถสปอร์ต EV ที่ต้องการการยึดเกาะสูงสุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของโครงสร้างยางที่เหมาะสมกับประเภทของรถ
คู่มือเลือกยางฉบับสมบูรณ์: ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
สุดท้ายแล้ว การเลือกยางที่ดีที่สุดไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่า “ใคร” เป็นคนใช้ และ “ใช้ที่ไหน” ตารางด้านล่างนี้คือแนวทางเพื่อช่วยในการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น
| สถานการณ์การใช้งาน | ลักษณะผู้ใช้ | ประเภทยางที่แนะนำ | เหตุผลหลัก |
|---|---|---|---|
| ขับขี่ในเมืองระยะสั้น-กลาง | พนักงานออฟฟิศ, นักศึกษา, ผู้เดินทางในเมืองทั่วไป | ยางเติมลม (พร้อมน้ำยากันรั่ว) | ให้ความสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างความนุ่มนวล, การยึดเกาะ, และการป้องกันปัญหารั่วซึมในระดับหนึ่ง |
| ไรเดอร์ส่งของ/อาหาร | ผู้ที่ใช้งานรถหนักตลอดทั้งวัน, ต้องการความต่อเนื่องสูงสุด | ยางตัน (เลือกรุ่นใหม่ที่มีความยืดหยุ่น) หรือ ยางเติมลมเกรดทนทานสูง (Heavy-duty) | ลดโอกาสและเวลาที่ต้องเสียไปกับการซ่อมแซมยางรั่ว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ |
| เดินทางไกล, ท่องเที่ยว | ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ทางไกล หรือใช้รถในวันหยุดพักผ่อน | ยางเติมลมเกรด EV/Touring | มอบความสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล, ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่, และให้การยึดเกาะที่ปลอดภัย |
| ผู้ที่กังวลเรื่องยางรั่วเป็นที่สุด | ผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการเผชิญกับปัญหายางแบนเลย และยอมรับข้อเสียด้านความกระด้างได้ | ยางตัน | มอบความสบายใจสูงสุด ตัดปัญหาเรื่องยางรั่ว, ยางแบน, และการเติมลมออกไปได้ 100% |
บทสรุป: ตัดสินใจเลือกยางที่ใช่ และพบกับพาหนะไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
การถกเถียงระหว่าง ‘ยางตัน vs ยางเติมลม’ ไม่ได้มีผู้ชนะที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว แต่เป็นการเลือกระหว่างความทนทานแบบสุดขั้วกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า โดยแนวโน้มเทคโนโลยีในปี 2026 แสดงให้เห็นว่ายางเติมลมยังคงเป็นตัวเลือกที่มอบความสมดุลได้ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ด้วยการพัฒนาที่ช่วยลดจุดอ่อนเรื่องการรั่วซึมและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ยางตันยังคงเป็นคำตอบสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะทางที่ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการทำงานเหนือสิ่งอื่นใด
อย่างไรก็ตาม การเลือกยางเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-bike คุณภาพสูง ที่ทีมงานของเราได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนไทย พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุด
เลือกพาหนะไฟฟ้าคู่ใจ… เลือกที่ GIANT Shopping Mall
เยี่ยมชมและทดลองขับขี่ได้แล้ววันนี้ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

