เช็กให้ชัวร์ก่อนซื้อ! จักรยานไฟฟ้า vs มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ต่างกันตรงไหน? คันไหนต้องจดทะเบียนปี 2026
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- บทนำ: ทำความเข้าใจกฎหมายยานพาหนะไฟฟ้าปี 2026 ทำไมจึงสำคัญ
- นิยามและความแตกต่างพื้นฐาน: จักรยานไฟฟ้า vs มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
- เปรียบเทียบสเปกเชิงลึก: เลือกคันที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
- กฎหมายจดทะเบียนและใบขับขี่ปี 2026: ข้อบังคับที่ต้องรู้
- สรุป: เลือกซื้ออย่างชาญฉลาด ขับขี่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
ในปี 2026 นี้ กฎหมายจราจรที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้ามีความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเกิดความสับสนระหว่าง ‘จักรยานไฟฟ้า’ และ ‘มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ ซึ่งความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้อาจนำไปสู่การใช้งานผิดประเภทและถูกดำเนินคดีโดยไม่รู้ตัว การแยกแยะยานพาหนะทั้งสองประเภทจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสเปก แต่เป็นเรื่องของความถูกต้องตามกฎหมายและความปลอดภัยในการขับขี่ บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อตอบคำถามสำคัญที่ว่า เช็กให้ชัวร์ก่อนซื้อ! จักรยานไฟฟ้า vs มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ต่างกันตรงไหน? คันไหนต้องจดทะเบียนปี 2026 เพื่อให้การตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะคู่ใจของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและมั่นใจที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- การจดทะเบียน: จักรยานไฟฟ้าที่มีความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. และใช้ระบบมอเตอร์ช่วยปั่น (Pedal-Assist) ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ทำความเร็วได้เกิน 50 กม./ชม. หรือมีกำลังมอเตอร์สูง จัดเป็นรถจักรยานยนต์และต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก
- ใบขับขี่: การขับขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนจักรยานไฟฟ้าที่ได้รับการยกเว้น ไม่จำเป็นต้องใช้ใบขับขี่
- ความแตกต่างด้านการออกแบบ: จักรยานไฟฟ้ามีพื้นฐานมาจากจักรยานทั่วไป คือมีบันไดสำหรับปั่นและเน้นการพกพาที่สะดวกสบาย ส่วนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีโครงสร้างคล้ายสกู๊ตเตอร์หรือมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เป็นหลักโดยไม่ต้องใช้แรงปั่น
- วัตถุประสงค์การใช้งาน: จักรยานไฟฟ้าเหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองระยะสั้น หรือใช้เป็นยานพาหนะเสริม ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางที่ไกลกว่า มีสมรรถนะสูงกว่า และสามารถใช้งานทดแทนรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันได้
- กฎหมายปี 2026: การบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจนขึ้นในปี 2026 ทำให้ผู้ซื้อต้องตรวจสอบคุณสมบัติของรถอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาค่าปรับหรือการยึดรถในอนาคต
บทนำ: ทำความเข้าใจกฎหมายยานพาหนะไฟฟ้าปี 2026 ทำไมจึงสำคัญ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ทำให้ภาครัฐต้องปรับปรุงและออกมาตรการควบคุมให้มีความชัดเจนและรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2026 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกประเภท การจดทะเบียน และข้อบังคับการใช้รถจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้กลายเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ความสำคัญของการทำความเข้าใจกฎหมายเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงมิติของความปลอดภัยบนท้องถนน การรับประกัน และสิทธิประโยชน์ที่ผู้ขับขี่ควรจะได้รับ การเลือกรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหมายถึงการเลือกรถที่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ่านการรับรอง ทั้งในด้านโครงสร้าง ระบบเบรก และระบบไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ การจดทะเบียนอย่างถูกต้องยังเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันความเป็นเจ้าของ ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) หรือการซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ได้ในอนาคต
ดังนั้น สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะซื้อยานพาหนะไฟฟ้าในปีนี้ การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจข้อกำหนดต่างๆ จึงเป็นขั้นตอนแรกที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย ความประหยัด และความอุ่นใจในการใช้งานบนท้องถนนอย่างแท้จริง
นิยามและความแตกต่างพื้นฐาน: จักรยานไฟฟ้า vs มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
แม้ว่าทั้งสองประเภทจะใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเหมือนกัน แต่ในทางเทคนิคและการออกแบบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการจัดประเภทตามกฎหมายและลักษณะการใช้งาน
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): ผู้ช่วยผ่อนแรงในการเดินทางยุคใหม่
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike คือยานพาหนะที่มีพื้นฐานการออกแบบมาจากจักรยานทั่วไป โดยมีลักษณะเด่นคือ “มีบันไดสำหรับปั่น” และติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กพร้อมแบตเตอรี่เพื่อทำหน้าที่เป็น “ระบบช่วยผ่อนแรง” (Pedal-Assist System) หมายความว่ามอเตอร์จะทำงานเมื่อผู้ขี่ปั่นบันไดเท่านั้น เพื่อช่วยเสริมแรงทำให้การปั่นง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาขึ้นทางลาดชันหรือต้องการทำความเร็ว จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา โครงสร้างไม่ซับซ้อน และหลายรุ่นสามารถพับเก็บได้ เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ เหมาะสำหรับการเดินทางในระยะทางสั้นถึงปานกลางในเขตเมือง เช่น การเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือใช้ในซอยหมู่บ้าน
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle): ยานพาหนะหลักแห่งอนาคต
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หรือบางครั้งเรียกว่า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) มีลักษณะทางกายภาพคล้ายคลึงกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ “ไม่มีบันไดสำหรับปั่น” การขับเคลื่อนจะมาจากพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยควบคุมผ่านคันเร่งที่แฮนด์รถ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีโครงสร้างที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าจักรยานไฟฟ้า มีพื้นที่สำหรับที่นั่งที่ชัดเจน แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อให้สามารถเดินทางได้ในระยะทางที่ไกลขึ้น และทำความเร็วได้สูงกว่ามาก ด้วยสมรรถนะที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่ารถจักรยานยนต์ขนาดเล็กทั่วไป ทำให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นยานพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินทางไกลข้ามเมือง และการใช้งานที่ต้องการความเร็วและพละกำลัง
เปรียบเทียบสเปกเชิงลึก: เลือกคันที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
การตัดสินใจเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ยานพาหนะที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเดินทางมากที่สุด จากข้อมูลวิจัยพบว่าเทคโนโลยีของจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปี 2026 มีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านสมรรถนะ ระยะทาง และฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน จึงได้คัดสรรยานพาหนะไฟฟ้าคุณภาพสูงหลากหลายรุ่นมาเพื่อตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต
ไม่ว่าจะเป็น E-bike ดีไซน์ทันสมัยสำหรับคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกในการเดินทางหลักที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้คุณได้รถที่คุ้มค่าและตรงใจที่สุด เพราะเราเชื่อว่าการเลือกพาหนะไฟฟ้าที่ใช่ ไม่ใช่แค่เรื่องของสเปก แต่คือการลงทุนในคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
เลือกพาหนะไฟฟ้าที่ใช่ ไม่ใช่แค่เรื่องของสเปก แต่คือการลงทุนในไลฟ์สไตล์ที่คล่องตัวและยั่งยืน ที่ GIANT Shopping Mall เรามีคำตอบให้ทุกเส้นทางของคุณ
สมรรถนะ: ความเร็วและระยะทาง
ความแตกต่างด้านสมรรถนะเป็นปัจจัยแรกๆ ที่ใช้ในการจำแนกยานพาหนะทั้งสองประเภท จักรยานไฟฟ้าโดยทั่วไปจะถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 25-50 กม./ชม. เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายในหลายประเทศที่จัดให้เป็นจักรยาน และเน้นความปลอดภัยในการใช้งานร่วมกับจักรยานทั่วไปบนเลนจักรยาน ส่วนระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 45-100 กม. ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง ในทางกลับกัน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสมรรถนะที่สูงกว่า โดยมีความเร็วสูงสุดตั้งแต่ 46 กม./ชม. ไปจนถึง 120 กม./ชม. ในรุ่น high-performance และมีระยะทางวิ่งที่ไกลกว่าอย่างเห็นได้ชัด คือตั้งแต่ 60 ไปจนถึง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็ม ทำให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้อย่างสบาย
การออกแบบและน้ำหนักบรรทุก
ในด้านการออกแบบ จักรยานไฟฟ้าจะเน้นความเรียบง่าย น้ำหนักเบา และความสะดวกในการพกพา หลายรุ่นในตลาด เช่น ADO A20 Lite สามารถพับได้ ทำให้ง่ายต่อการนำขึ้นรถไฟฟ้าหรือเก็บไว้ในคอนโดมิเนียม สามารถรองรับน้ำหนักผู้ขับขี่ได้ประมาณ 120-170 กก. ส่วนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีการออกแบบที่คล้ายกับสกู๊ตเตอร์ มีแฟริ่งปิดบังชิ้นส่วนต่างๆ มีเบาะนั่งขนาดใหญ่สำหรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย พร้อมฟีเจอร์ทันสมัย เช่น ระบบกุญแจ Keyless หน้าจอแสดงผลแบบ LCD และโหมดการขับขี่ (Eco, Sport) เพื่อปรับสมรรถนะให้เข้ากับสถานการณ์ อีกทั้งยังมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 200-250 กก.
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV Bike) |
|---|---|---|
| ความเร็วสูงสุด | 25–50 กม./ชม. | 46–120 กม./ชม. |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 45–100 กม. | 60–280 กม. |
| ลักษณะการขับเคลื่อน | มอเตอร์ช่วยปั่น (ต้องออกแรงปั่น) | มอเตอร์ไฟฟ้า 100% (บิดคันเร่ง) |
| กำลังมอเตอร์ | ไม่ระบุชัดเจน (ต่ำกว่า) | 800W–4500W หรือสูงกว่า |
| น้ำหนักบรรทุกเฉลี่ย | 120–170 กก. | 200–250 กก. |
| การออกแบบ | คล้ายจักรยาน, พับได้, น้ำหนักเบา | คล้ายสกู๊ตเตอร์, มีที่นั่ง, โครงสร้างใหญ่ |
กฎหมายจดทะเบียนและใบขับขี่ปี 2026: ข้อบังคับที่ต้องรู้
ประเด็นที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าในปี 2026 คือข้อบังคับด้านกฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนและใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ารถคันไหนสามารถวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย และคันไหนจำกัดการใช้งานอยู่เพียงในพื้นที่ส่วนบุคคล
เกณฑ์การพิจารณา: กำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุด
กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเกณฑ์ในการจำแนกประเภทยานพาหนะไฟฟ้าโดยใช้คุณสมบัติหลัก 2 ประการ คือ กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า (หน่วยเป็นวัตต์) และความเร็วสูงสุดที่รถสามารถทำได้ โดยมีหลักการง่ายๆ คือ หากยานพาหนะมีสมรรถนะเทียบเท่ากับรถจักรยานยนต์ทั่วไป จะต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
จักรยานไฟฟ้า: กลุ่มที่ไม่ต้องจดทะเบียน
ตามกฎหมายปัจจุบัน จักรยานไฟฟ้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องใช้ใบขับขี่ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้:
- มีบันไดสำหรับปั่น: ต้องเป็นรถที่สามารถใช้แรงคนปั่นได้เป็นหลัก
- ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม.: เมื่อใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
- กำลังมอเตอร์ต่ำ: แม้ไม่มีการระบุตัวเลขวัตต์ที่ชัดเจน แต่โดยทั่วไปจะหมายถึงมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรง ไม่ใช่การขับเคลื่อนหลัก
ยานพาหนะที่เข้าข่ายตามนี้ จะถูกจัดอยู่ในประเภท “รถจักรยาน” ทำให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะและทางจักรยานได้โดยไม่ต้องมีเอกสารใดๆ เพิ่มเติม ตัวอย่างเช่นรุ่น LULAE V12 ที่มีความเร็วสูงสุด 25 กม./ชม.
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: กลุ่มที่ต้องจดทะเบียน
ในทางกลับกัน ยานพาหนะไฟฟ้าที่ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ จะมีคุณสมบัติดังนี้:
- ความเร็วสูงสุดเกิน 50 กม./ชม.: ยานพาหนะที่ทำความเร็วได้สูงจะถูกพิจารณาว่ามีความเสี่ยงและจำเป็นต้องมีการควบคุม
- กำลังมอเตอร์สูง: โดยทั่วไปหากมีกำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 800W ขึ้นไป มักจะเข้าข่ายต้องจดทะเบียน
- ไม่มีบันไดสำหรับปั่น: เป็นยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%
รถประเภทนี้จะถูกจัดเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งต้องดำเนินการจดทะเบียนเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียน, ชำระภาษีประจำปี, และทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป ตัวอย่างรุ่นที่สามารถจดทะเบียนได้ เช่น AJ EV C-Like, ZEEHO AE8, YADEA Orla และ ETRAN MYRA
บทลงโทษและค่าปรับจราจรล่าสุดหากฝ่าฝืน
การนำรถที่ไม่ผ่านการจดทะเบียน (ในกรณีที่เข้าข่ายต้องจด) มาวิ่งบนถนนสาธารณะ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งอาจมีโทษปรับ หรือในบางกรณีอาจถูกยึดรถไว้เพื่อตรวจสอบ ดังนั้น การตรวจสอบสเปกของรถกับผู้จำหน่ายให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา
| ประเภท | รุ่นตัวอย่าง | ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.) | ระยะทาง (กม.) | สถานะการจดทะเบียน |
|---|---|---|---|---|
| จักรยานไฟฟ้า | LULAE V12 | 25 | 45 | ไม่ต้องจดทะเบียน |
| จักรยานไฟฟ้า | ZSUN F8 | 30 | 100 | ไม่ต้องจดทะเบียน |
| จักรยานไฟฟ้า | ADO A20 Lite | 50 | ไม่ระบุ | ไม่ต้องจดทะเบียน (ขึ้นอยู่กับการตีความ) |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | Paris | 50 | 40-55 | ต้องจดทะเบียน |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | AJ EV C-Like | 60 | ไม่ระบุ | ต้องจดทะเบียน |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | Gorilla V5 | 105 | ไม่ระบุ | ต้องจดทะเบียน |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | ETRAN MYRA | 120 | ไม่ระบุ | ต้องจดทะเบียน |
สรุป: เลือกซื้ออย่างชาญฉลาด ขับขี่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
การเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปี 2026 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยมีหัวใจสำคัญคือการตรวจสอบ “ความเร็วสูงสุด” และ “กำลังมอเตอร์” เพื่อจำแนกว่ายานพาหนะคันนั้นต้องจดทะเบียนและใช้ใบขับขี่หรือไม่ การตัดสินใจที่ถูกต้องไม่เพียงแต่จะช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจและปลอดภัย แต่ยังป้องกันปัญหาค่าปรับและการถูกดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายยานพาหนะไฟฟ้า แต่เราคือที่ปรึกษาที่พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ลูกค้าทุกท่าน เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญซึ่งสามารถแนะนำยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณและสอดคล้องกับข้อกฎหมายล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, หรือ E-bike รุ่นต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ เราคัดสรรเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน พร้อมบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ
เยี่ยมชมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้ หรือติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติม
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

