ข่าวปี 2026! ขี่ E-Bike ต้อง ‘จดทะเบียน-มีใบขับขี่’ จริงหรือมั่ว?
- สรุปประเด็นสำคัญ: กฎหมาย E-Bike ปี 2026
- ไขข้อข้องใจ: ข่าวลือการจดทะเบียน E-Bike กับความจริงจากกรมขนส่งฯ
- หลักเกณฑ์การจำแนกประเภทจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ตามกฎหมาย
- ขั้นตอนและเอกสารสำหรับการจดทะเบียน E-Bike ที่เข้าข่าย
- บทลงโทษหากฝ่าฝืนกฎหมายจักรยานไฟฟ้า 2026
- เลือก E-Bike อย่างไรให้ถูกกฎหมายและตอบโจทย์การใช้งาน?
- บทสรุป และแนวทางการเลือกซื้อ E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
ท่ามกลางกระแสความนิยมยานพาหนะไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับข้อบังคับทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเด็น ข่าวปี 2026! ขี่ E-Bike ต้อง ‘จดทะเบียน-มีใบขับขี่’ จริงหรือมั่ว? ซึ่งสร้างความกังวลและสับสนให้กับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อหรือใช้งานจักรยานไฟฟ้า บทความนี้จะชี้แจงข้อเท็จจริงล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและช่วยให้สามารถเลือกซื้อ E-Bike ได้อย่างมั่นใจและถูกกฎหมาย
สรุปประเด็นสำคัญ: กฎหมาย E-Bike ปี 2026

- การจำแนกประเภทคือหัวใจสำคัญ: ข้อบังคับเรื่องการจดทะเบียนและใบขับขี่สำหรับ E-Bike ขึ้นอยู่กับกำลังมอเตอร์ (วัตต์) และความเร็วสูงสุดเป็นหลัก ไม่ได้บังคับใช้กับ E-Bike ทุกคัน
- E-Bike พื้นฐานไม่ต้องจดทะเบียน: จักรยานไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังคงจัดเป็นจักรยานและไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหรือมีใบขับขี่
- E-Bike กำลังสูงเข้าข่ายรถจักรยานยนต์: หาก E-Bike มีกำลังมอเตอร์เกิน 250 วัตต์ หรือมีความเร็วสูงสุดเกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะถูกจัดประเภทเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
- บทลงโทษชัดเจน: การใช้งานยานพาหนะที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนแต่ไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท และหากขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง อาจมีโทษจำคุกและปรับเพิ่มเติม
- การเลือกซื้ออย่างชาญฉลาด: การทำความเข้าใจสเปกของ E-Bike ก่อนตัดสินใจซื้อเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่ารถคันนั้นสอดคล้องกับความต้องการใช้งานและถูกต้องตามกฎหมายขนส่งทางบก
ไขข้อข้องใจ: ข่าวลือการจดทะเบียน E-Bike กับความจริงจากกรมขนส่งฯ
ประเด็นร้อนที่ผู้ใช้และผู้ที่สนใจยานพาหนะไฟฟ้าต่างให้ความสนใจคือข่าวที่ว่าในปี 2026 ผู้ขับขี่ E-Bike ทุกคันจะต้องมีใบขับขี่และนำรถไปจดทะเบียนเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและอาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและทำความเข้าใจในรายละเอียด เพื่อแยกแยะระหว่างข่าวลือและความจริงตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก การมีความรู้ที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยคลายความกังวล แต่ยังเป็นแนวทางในการเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ที่มาของกระแสข่าวและความสับสนในปัจจุบัน
ความสับสนนี้เกิดขึ้นจากการที่ตลาด E-Bike ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จักรยานไฟฟ้าช่วยปั่น (Pedelec) ที่มีความเร็วต่ำ ไปจนถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงใกล้เคียงกับรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป การที่ยานพาหนะเหล่านี้ถูกเรียกรวมๆ ว่า “รถไฟฟ้า” ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ากฎหมายจะถูกนำมาบังคับใช้กับทุกประเภทอย่างเท่าเทียมกัน ประกอบกับจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดในการควบคุมยานพาหนะไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูง
ทำไมกฎหมายจักรยานไฟฟ้าจึงมีความสำคัญในปี 2026?
แนวโน้มการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและกำกับดูแลยานพาหนะรูปแบบใหม่ให้เข้าสู่ระบบ เมื่อ E-Bike ที่มีความเร็วและกำลังสูงมีจำนวนมากขึ้นบนท้องถนน ก็จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ กฎหมายจึงเข้ามามีบทบาทในการจำแนกยานพาหนะตามสมรรถนะ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขับขี่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ (ผ่านการสอบใบขับขี่) และตัวรถมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม (ผ่านการตรวจสภาพและจดทะเบียน) ซึ่งเป็นหลักการสากลที่ใช้กับยานยนต์ทุกประเภท
หลักเกณฑ์การจำแนกประเภทจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ตามกฎหมาย
หัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจข้อบังคับสำหรับ E-Bike คือการทราบถึงหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกใช้ในการจำแนกประเภทยานพาหนะ ซึ่งไม่ได้พิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ใช้คุณสมบัติทางเทคนิคเป็นตัวกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าและความเร็วสูงสุดที่ยานพาหนะสามารถทำได้
ประเภทที่ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องมีใบขับขี่
ตามกฎหมายปัจจุบัน จักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้น ไม่ต้องดำเนินการจดทะเบียนและผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ จะต้องมีคุณสมบัติที่ชัดเจนดังนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Power): ต้องมีกำลังไม่เกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด (Maximum Speed): ต้องถูกจำกัดให้มีความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ยานพาหนะที่อยู่ในเกณฑ์นี้ ถือว่าเป็น “จักรยาน” ที่มีระบบช่วยเหลือด้วยไฟฟ้า สามารถใช้งานบนถนนส่วนใหญ่ได้ตามกฎจราจรสำหรับจักรยานทั่วไป
ประเภทที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนและมีใบขับขี่
ในทางกลับกัน E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกจัดให้อยู่ในประเภท “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัด โดยมีเกณฑ์ดังนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Power): มีกำลังเกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด (Maximum Speed): สามารถทำความเร็วได้เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผู้ที่ครอบครองยานพาหนะประเภทนี้จะต้องนำรถไปจดทะเบียนเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนและคู่มือจดทะเบียนรถ ส่วนผู้ขับขี่ก็จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
| คุณสมบัติ | E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | E-Motorcycle (รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) |
|---|---|---|
| กำลังมอเตอร์ | ไม่เกิน 250 วัตต์ | มากกว่า 250 วัตต์ |
| ความเร็วสูงสุด | ไม่เกิน 25 กม./ชม. | มากกว่า 25 กม./ชม. |
| การจดทะเบียน | ไม่ต้องจดทะเบียน | ต้องจดทะเบียน |
| ใบขับขี่ | ไม่ต้องมี | ต้องมี (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) |
| การใช้งาน | ใช้ในเลนจักรยานหรือชิดขอบทางด้านซ้าย | ใช้ช่องจราจรปกติเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ |
ขั้นตอนและเอกสารสำหรับการจดทะเบียน E-Bike ที่เข้าข่าย
สำหรับผู้ที่ครอบครอง E-Bike ที่มีสมรรถนะเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องเป็นกระบวนการที่จำเป็นและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้สามารถใช้งานบนท้องถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย กระบวนการนี้อาจดูซับซ้อน แต่หากเตรียมเอกสารให้พร้อมก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น
สถานที่ยื่นจดทะเบียน
เจ้าของรถสามารถนำยานพาหนะและเอกสารไปยื่นเรื่องจดทะเบียนได้ที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ดังนี้:
- ในเขตกรุงเทพมหานคร: สำนักงานมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ (สนท.)
- ในต่างจังหวัด: สำนักงานขนส่งจังหวัดที่เจ้าของรถมีภูมิลำเนาอยู่
เอกสารที่จำเป็นต้องเตรียม
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้กระบวนการจดทะเบียนรวดเร็วขึ้น โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ประกอบด้วย:
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ: พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- หลักฐานการได้มาของรถ: เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือสัญญาซื้อขายที่ระบุรายละเอียดของตัวรถและข้อมูลผู้ซื้อ-ผู้ขายอย่างชัดเจน
- หนังสือแจ้งจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ: เป็นเอกสารสำคัญที่ยืนยันว่ารถคันดังกล่าวมีมาตรฐานและถูกจำหน่ายอย่างถูกต้อง
- หลักฐานการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): ซึ่งต้องเป็นกรมธรรม์ที่ยังไม่หมดอายุความคุ้มครอง
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการดำเนินการ
ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี แต่โดยประมาณจะประกอบด้วยรายการหลักๆ ดังนี้:
- ค่าคำขอ: 5 บาท
- ค่าตรวจสภาพรถ: 50 บาท
- ค่าแผ่นป้ายทะเบียน: 100 บาท
- ค่าสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ: 100 บาท
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี)
รวมค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 450 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าประกันภัย พ.ร.บ. ซึ่งเจ้าของรถต้องจัดทำแยกต่างหาก
บทลงโทษหากฝ่าฝืนกฎหมายจักรยานไฟฟ้า 2026
การเพิกเฉยต่อข้อบังคับทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน อาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่รุนแรงตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งผู้ใช้งานควรตระหนักและให้ความสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมา
โทษสำหรับการใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียน
มาตรา 6 ของ พ.ร.บ. รถยนต์ฯ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน ผู้ที่ฝ่าฝืนนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าข่ายตามกฎหมายมาใช้งานบนทางสาธารณะโดยไม่จดทะเบียน จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
โทษสำหรับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต
นอกจากเรื่องการจดทะเบียนรถแล้ว ตัวผู้ขับขี่เองก็ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน ตามมาตรา 64 ระบุว่า ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ขับขี่ E-Bike ที่มีสมรรถนะสูงจำเป็นต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกต้อง
เลือก E-Bike อย่างไรให้ถูกกฎหมายและตอบโจทย์การใช้งาน?
เมื่อทราบถึงข้อกฎหมายและแนวโน้มตลาดแล้ว คำถามสำคัญต่อมาคือจะเลือก E-Bike อย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน ปลอดภัย และที่สำคัญคือถูกต้องตามกฎหมาย การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับดีไซน์หรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงสเปกทางเทคนิคอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากในอนาคต
การทำความเข้าใจสเปก: กำลังมอเตอร์ (วัตต์) และความเร็วสูงสุด
จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่าปัจจัยชี้ขาดว่า E-Bike คันหนึ่งจะต้องจดทะเบียนหรือไม่ คือ “กำลังมอเตอร์” และ “ความเร็วสูงสุด” ผู้ซื้อจึงต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนนี้เป็นอันดับแรก หากต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องการความยุ่งยากเรื่องการทำใบขับขี่หรือจดทะเบียน ควรเลือกซื้อ E-Bike ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และมีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง การเดินทางระยะใกล้ หรือการขับขี่เพื่อสันทนาการ ในทางกลับกัน หากต้องการความเร็วและสมรรถนะที่สูงขึ้นสำหรับการเดินทางไกล ก็ต้องยอมรับในกระบวนการทางกฎหมายที่จะตามมา ซึ่งรวมถึงการจดทะเบียนและการมีใบขับขี่
GIANT Shopping Mall: ศูนย์รวม E-Bike คุณภาพสูงที่พร้อมให้คำปรึกษา
การเลือกซื้อ จักรยานไฟฟ้า ที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับมือใหม่ ที่ GIANT Shopping Mall เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี ที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่จำหน่าย แต่เป็นศูนย์รวมความรู้และที่ปรึกษาด้านยานพาหนะไฟฟ้าครบวงจร ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายล่าสุดและสเปกของรถแต่ละรุ่น ช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล ที่ GIANT Shopping Mall มี E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าถูกต้องตามกฎหมายและมีคุณภาพสูง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นสำหรับการใช้งานทั่วไปในเมือง ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วและพละกำลังที่มากขึ้น
หมดกังวลเรื่องกฎหมาย เลือก E-Bike ที่ใช่ พร้อมใช้งานทันที ที่ GIANT Shopping Mall คัดสรรเฉพาะรุ่นที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การเริ่มต้นใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) ที่ทนทานและประหยัดพลังงานเข้ากับสเปกที่ถูกกฎหมาย หรือการนำเสนอความคุ้มค่าด้านราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางรูปแบบอื่น GIANT Shopping Mall มีคำตอบให้เสมอ ด้วยแนวโน้มตลาดที่ E-Bike กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกรุ่นที่ใช่จากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับอนาคต
| หัวข้อเปรียบเทียบ | GIANT CityCruiser 250W (ถูกกฎหมาย) | E-Bike ทั่วไปกำลังสูง (ต้องจดทะเบียน) |
|---|---|---|
| สถานะทางกฎหมาย | ไม่ต้องจดทะเบียน, ไม่ต้องมีใบขับขี่ | ต้องจดทะเบียน, ต้องมีใบขับขี่ |
| ความยุ่งยากเริ่มต้น | ซื้อแล้วใช้งานได้ทันที | ต้องผ่านกระบวนการเอกสารและราชการ |
| ค่าใช้จ่ายแฝง | ไม่มี (นอกจากค่าไฟสำหรับชาร์จ) | ค่าจดทะเบียน, ค่า พ.ร.บ. รายปี, ค่าต่อภาษี |
| ความเสี่ยงทางกฎหมาย | ไม่มีความเสี่ยง | เสี่ยงโดนปรับหากไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง |
| การให้คำปรึกษา | มีผู้เชี่ยวชาญที่ GIANT Shopping Mall ให้คำแนะนำ | ผู้ขายอาจไม่มีข้อมูลกฎหมายที่ชัดเจน |
| ความสบายใจ | ขับขี่ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล | อาจมีความกังวลเรื่องการถูกตรวจสอบ |
บทสรุป และแนวทางการเลือกซื้อ E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
โดยสรุปแล้ว ข่าวปี 2026! ขี่ E-Bike ต้อง ‘จดทะเบียน-มีใบขับขี่’ จริงหรือมั่ว? นั้นเป็นความจริงเพียงบางส่วน โดยข้อบังคับดังกล่าวจะใช้กับ E-Bike ที่มีสมรรถนะสูง (กำลังมอเตอร์เกิน 250W หรือความเร็วเกิน 25 กม./ชม.) เท่านั้น ส่วนจักรยานไฟฟ้ามาตรฐานทั่วไปยังคงใช้งานได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือมีใบขับขี่ การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ถูกต้องตามกฎหมายและตอบโจทย์การใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เพื่อความมั่นใจสูงสุดในการเลือกซื้อ GIANT Shopping Mall คือทางออกที่สมบูรณ์แบบ เราคือศูนย์จำหน่ายจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ทุกประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณได้ยานพาหนะที่ใช่และถูกต้องตามกฎหมายขนส่งทางบก
เลือกความคุ้มค่าและความสบายใจ เลือก GIANT Shopping Mall
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกชมสินค้าได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์:
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
