เกาะติดทิศทางราคา! ครึ่งปีหลัง 2026 ‘จักรยานไฟฟ้า’ จะถูกลงหรือแพงขึ้น? วิเคราะห์ปัจจัยแบตฯ และภาษี
ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพที่ผันผวน การวางแผนซื้อยานพาหนะคู่ใจสักคันกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะยานพาหนะไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญที่หลายคนกำลังค้นหาคำตอบคือ เกาะติดทิศทางราคา! ครึ่งปีหลัง 2026 ‘จักรยานไฟฟ้า’ จะถูกลงหรือแพงขึ้น? วิเคราะห์ปัจจัยแบตฯ และภาษี ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง บทความนี้จะวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อราคา ทั้งในด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และนโยบายภาษีของภาครัฐที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
สรุปภาพรวมแนวโน้มราคาจักรยานไฟฟ้า

- แนวโน้มราคา: คาดการณ์ว่าราคาจักรยานไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 มีแนวโน้มที่จะทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง
- ปัจจัยหนุนราคาลง: ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และการผลิตในปริมาณมาก (Economies of Scale) ถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยกดดันให้ราคาจำหน่ายปรับตัวลดลง
- ปัจจัยหนุนราคาขึ้น/ความไม่แน่นอน: นโยบายภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตจากภาครัฐยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่คาดเดาได้ยาก การเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีอาจส่งผลให้ราคาสูงขึ้นได้
- การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันที่สูงขึ้นระหว่างผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะส่งผลดีต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชันส่งเสริมการขายต่างๆ มากขึ้น
- คำแนะนำเบื้องต้น: การตัดสินใจซื้อในช่วงต้นปีอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทันที เนื่องจากมีโปรโมชันและราคาที่ชัดเจน ในขณะที่การรอช่วงปลายปีอาจมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี
การตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสักคัน ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง แต่ยังเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับ “ราคา” และ “ความคุ้มค่า” ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลายคนลังเล โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวสารเกี่ยวกับทิศทางราคาที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเข้าใจถึงโครงสร้างราคาและปัจจัยขับเคลื่อนตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
บทความนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถไฟฟ้าสองล้อ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน หรือผู้ที่มองหายานพาหนะเสริมสำหรับเดินทางในระยะใกล้ โดยจะเจาะลึกถึงสถานการณ์ราคาในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ต้นปี 2026) วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญสองประการคือ “ต้นทุนแบตเตอรี่” และ “นโยบายภาษี” ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาด และช่วยให้การตัดสินใจของคุณง่ายและคุ้มค่าที่สุด
เจาะลึกสถานการณ์ตลาดจักรยานไฟฟ้าต้นปี 2026
เพื่อที่จะคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้อย่างแม่นยำ การทำความเข้าใจภาพรวมของตลาดในปัจจุบันถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ข้อมูล ณ ไตรมาสแรกของปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าตลาดจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีความหลากหลายทั้งในด้านราคาและคุณสมบัติ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่ม
ภาพรวมราคาในตลาดประเทศไทย
ราคาจำหน่ายของยานพาหนะไฟฟ้าสองและสามล้อในปัจจุบันมีความกว้างตั้งแต่ระดับหมื่นต้นๆ ไปจนถึงเกือบแสนบาท โดยปัจจัยหลักที่กำหนดราคาคือ พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า (วัตต์), ประเภทและความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง, วัสดุโครงสร้าง และฟังก์ชันเสริมต่างๆ
โดยทั่วไปแล้ว ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 13,955 บาท สำหรับรุ่นพื้นฐานที่เน้นการใช้งานในระยะใกล้ และอาจสูงถึง 95,500 บาท หรือมากกว่านั้นสำหรับรุ่นพรีเมียมที่มีสมรรถนะสูงและผลิตจากวัสดุคุณภาพเยี่ยมเพื่อการส่งออก
การแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามราคาและสเปก
สามารถแบ่งกลุ่มจักรยานไฟฟ้าในตลาดได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามช่วงราคา ดังนี้
- กลุ่มราคาประหยัด (Entry-Level): มีราคาอยู่ในช่วงประมาณ 13,000 – 30,000 บาท รุ่นในกลุ่มนี้มักมาพร้อมมอเตอร์ขนาด 350-600W และใช้แบตเตอรี่ประเภทตะกั่วกรด (Lead-Acid) ซึ่งมีต้นทุนต่ำและทนทาน สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 30-60 กิโลเมตรต่อการชาร์จ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือผู้ที่ต้องการยานพาหนะสำหรับเดินทางในระยะสั้นๆ เช่น ไปตลาดหรือในหมู่บ้าน ตัวอย่างเช่น รุ่น Ice Cream ที่เน้นดีไซน์น่ารัก หรือรถสามล้อไฟฟ้า Yadea บางรุ่น
- กลุ่มราคาระดับกลาง (Mid-Range): ขยับขึ้นมาในช่วงราคา 30,000 – 40,000 บาท จักรยานไฟฟ้ากลุ่มนี้จะให้สมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมักใช้มอเตอร์ขนาด 800-1,000W และเริ่มมีการใช้แบตเตอรี่เทคโนโลยีใหม่อย่างกราฟีน (Graphene) ที่ให้ระยะทางไกลขึ้นเป็น 60-70 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ตัวอย่างที่น่าสนใจในกลุ่มนี้คือ Sabaie A9 ที่ชูจุดเด่นเรื่องมอเตอร์คุณภาพพรีเมียม หรือ Dahon Trike 2026 ที่เป็นรถสามล้อแบบพับได้
- กลุ่มราคาสูง (Premium): สำหรับกลุ่มที่มีราคาสูงกว่า 40,000 บาทขึ้นไปจนถึงหลักแสนบาท จะเป็นกลุ่มที่เน้นวัสดุคุณภาพสูง สมรรถนะเทียบเท่ารถมอเตอร์ไซค์ และเทคโนโลยีขั้นสูง มักเป็นเกรดส่งออกที่ใช้วัสดุอย่างอลูมิเนียมอัลลอยเพื่อความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา เช่น CYCTRAC EM5 V2 หรือแบรนด์ระดับโลกอย่าง Scott Fastlane ที่มีราคาสูงถึงหลักแสนบาท
| ช่วงราคา | สเปกหลักโดยเฉลี่ย | กลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย |
|---|---|---|
| ต่ำ (13,000 – 30,000 บาท) | มอเตอร์ 350-600W, แบตเตอรี่ตะกั่วกรด, ระยะทาง 30-60 กม. | ผู้เริ่มต้น, ใช้งานระยะใกล้, นักเรียน/นักศึกษา |
| กลาง (30,000 – 40,000 บาท) | มอเตอร์ 800-1,000W, แบตเตอรี่กราฟีน/ลิเธียม, ระยะทาง 60-70 กม. | ผู้ใช้งานประจำ, เดินทางไปทำงาน, ต้องการสมรรถนะสูงขึ้น |
| สูง (40,000 บาทขึ้นไป) | มอเตอร์สมรรถนะสูง, วัสดุเกรดพรีเมียม (อัลลอย), เทคโนโลยีขั้นสูง | ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี, ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด, ใช้งานหนัก |
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคา: เทคโนโลยีแบตเตอรี่
หนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาจำหน่ายของจักรยานไฟฟ้ามากที่สุดคือ “แบตเตอรี่” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนราว 30-50% ของราคารถทั้งคัน แนวโน้มของเทคโนโลยีและต้นทุนแบตเตอรี่จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะบอกได้ว่าราคาในอนาคตจะถูกลงหรือแพงขึ้น ข้อมูลจากการวิจัยชี้ว่าต้นทุนแบตเตอรี่ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 10-20% ต่อปี ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การจะได้รับประโยชน์จากเทรนด์นี้อย่างเต็มที่ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
ในขณะที่ตลาดโลกกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคในไทยไม่จำเป็นต้องรอคอยอนาคตเพื่อสัมผัสกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล ที่ GIANT Shopping Mall เราได้คัดสรร จักรยานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า เราเข้าใจดีว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่แตกต่างกันส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่และค่าใช้จ่ายในระยะยาว เราจึงมีตัวเลือกที่ครอบคลุมตั้งแต่แบตเตอรี่ตะกั่วกรดที่ทนทานในราคาประหยัด ไปจนถึงแบตเตอรี่กราฟีน (Graphene) และลิเธียมไอออน (Li-ion) ที่ให้ระยะทางไกลขึ้น น้ำหนักเบา และอายุการใช้งานยาวนานกว่าในรุ่นพรีเมียม
พลาดไม่ได้! สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วยจักรยานไฟฟ้า Yadea รุ่นใหม่ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งใช้แบตเตอรี่กราฟีน 60V23AH วิ่งได้ไกลถึง 60-70 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตอบโจทย์ทุกการเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกล พิสูจน์ความคุ้มค่าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยได้แล้ววันนี้
การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ GIANT Shopping Mall ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการลงทุนในเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เรานำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จาก Economies of Scale ของผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Yadea ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงนวัตกรรมแบตเตอรี่กราฟีนได้ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งแตกต่างจากการรอคอยอย่างไร้จุดหมายเพื่อหวังว่าราคาในอนาคตจะลดลงจากปัจจัยที่ยังไม่แน่นอน การเลือกซื้อกับเราในวันนี้หมายถึงการได้ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่าที่สุดทันที โดยไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนของตลาดหรือนโยบายในอนาคต
ประเภทของแบตเตอรี่และผลกระทบต่อราคา
- แบตเตอรี่ตะกั่วกรด (Lead-Acid): เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิม มีจุดเด่นที่ราคาถูกมาก (ประมาณ 590-778 บาทต่อก้อน) และมีความทนทานสูง จึงนิยมใช้ในจักรยานไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักที่มากและใช้เวลาชาร์จนาน
- แบตเตอรี่กราฟีน (Graphene): เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากแบตเตอรี่ตะกั่วกรด มีจุดเด่นคือสามารถเก็บประจุได้ดีกว่า ทำให้วิ่งได้ไกลขึ้น และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ปัจจุบันมีราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมากจากการผลิตจำนวนมากในประเทศจีน
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion/LFP): เป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้า มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบามากและให้พลังงานสูง แต่ยังมีต้นทุนที่สูงกว่าสองประเภทแรก จึงมักพบในจักรยานไฟฟ้ารุ่นพรีเมียม
| คุณสมบัติ | Yadea (รุ่นแบตฯ กราฟีน) จาก GIANT | จักรยานไฟฟ้าทั่วไป (แบตฯ ตะกั่วกรด) |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีแบตเตอรี่ | กราฟีน 60V23AH (เทคโนโลยีใหม่) | ตะกั่วกรด 12V20AH (เทคโนโลยีดั้งเดิม) |
| ระยะทางสูงสุด | ~60-70 กิโลเมตร | ~30-50 กิโลเมตร |
| อายุการใช้งานแบตฯ | ยาวนานกว่า, ทนทานต่อการชาร์จบ่อย | สั้นกว่า, ประสิทธิภาพลดลงตามเวลา |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | สูงกว่า จากอายุการใช้งานและระยะทาง | ต่ำกว่า อาจต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย |
แนวโน้มต้นทุนแบตเตอรี่โลกและโอกาสในอนาคต
แนวโน้มต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและ LFP ทั่วโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่อาจทำให้ราคาจักรยานไฟฟ้าในครึ่งปีหลังของปี 2026 ปรับตัวลดลงได้อีก หากผู้ประกอบการไทยสามารถนำเข้าแบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนจากจีนได้ในต้นทุนที่ต่ำลง การแข่งขันด้านราคาในตลาดก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับผู้บริโภค
ตัวแปรที่ไม่แน่นอน: นโยบายภาษีภาครัฐ
นอกเหนือจากต้นทุนด้านเทคโนโลยีแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายปลีกของจักรยานไฟฟ้าคือ “นโยบายภาษี” ซึ่งประกอบด้วยภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้าชิ้นส่วนต่างๆ นโยบายในส่วนนี้มีความอ่อนไหวและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามทิศทางการส่งเสริมของภาครัฐ
โครงสร้างภาษีปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับ EV สองล้อ
ในปัจจุบัน ยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 1-2%) เมื่อเทียบกับรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ยังคงมีภาษีนำเข้าสำหรับแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งอัตราอาจอยู่ระหว่าง 20-60% (ข้อมูลอัตราภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลง) ภาษีส่วนนี้จะถูกบวกรวมเข้าไปในต้นทุนของผู้ผลิตและผู้นำเข้าโดยตรง
ความไม่แน่นอนในครึ่งปีหลังของปี 2026
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ทิศทางนโยบายภาษียังคงมีความไม่แน่นอนสูงและสามารถเป็นไปได้ทั้งสองทาง:
- กรณีที่อาจทำให้ราคาถูกลง: หากภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ออกมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติม เช่น การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ เพื่อกระตุ้นตลาด EV ในประเทศ ก็จะส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง และมีโอกาสที่ราคาขายปลีกจะถูกปรับลดตามลงมา
- กรณีที่อาจทำให้ราคาแพงขึ้น: ในทางกลับกัน หากภาครัฐมีนโยบายปกป้องผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ หรือต้องการควบคุมการนำเข้า อาจมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้า หรือคงอัตราภาษีไว้ในระดับเดิม ซึ่งเมื่อรวมกับอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนอื่นๆ อาจทำให้ราคาทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย
เนื่องจากยังไม่มีประกาศที่ชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับทิศทางนโยบายภาษีในปี 2026 ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
สรุป: ควรซื้อตอนนี้หรือรอ? คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ
จากการวิเคราะห์ปัจจัยทั้งหมด สรุปได้ว่าทิศทางราคาจักรยานไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 มีแนวโน้มที่จะทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อยจากปัจจัยด้านต้นทุนแบตเตอรี่ที่ถูกลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่ราคาอาจไม่เปลี่ยนแปลงหรือสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีภาครัฐ
ดังนั้น การตัดสินใจที่ดีที่สุดจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน การเลือกซื้อในตอนนี้อาจเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่าการรอคอยอย่างไร้จุดหมาย การซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้และมีสินค้าคุณภาพให้เลือกสรรอย่าง GIANT Shopping Mall คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้จำหน่ายแค่จักรยานไฟฟ้า แต่เรามอบโซลูชันการเดินทางที่ครบวงจร ทั้งจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ณ ปัจจุบัน พร้อมบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ โดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของตลาดในอนาคต
อย่าปล่อยให้ความลังเลทำให้คุณพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นและประหยัดกว่าเดิม
เลือกซื้อความคุ้มค่าที่จับต้องได้วันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall
เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้าน หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางออนไลน์
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
