เทรนด์แบตเตอรี่ EV 2026! ชาร์จไววิ่งไกล พลิกโฉม E-Bike
- ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
- บทนำสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล
- Solid-State Battery: นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลกของแบตเตอรี่ EV
- จากรถยนต์สี่ล้อสู่สองล้อ: อนาคตที่จับต้องได้ของจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- การแข่งขันระดับโลก: ใครคือผู้นำเทรนด์แบตเตอรี่ EV แห่งปี 2026
- สรุป: อนาคตของการเดินทางที่มาถึงแล้ว
การเดินทางในเมืองใหญ่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหารถติดที่บั่นทอนเวลาและพลังงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะวัยทำงานและนักศึกษา มองหายานพาหนะทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง แต่ปัญหาหลักของยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลในปัจจุบันอย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยังคงเป็นเรื่องระยะเวลาการชาร์จที่ยาวนานและระยะทางวิ่งที่จำกัด ซึ่งกำลังจะถูกแก้ไขด้วย เทรนด์แบตเตอรี่ EV 2026! ชาร์จไววิ่งไกล พลิกโฉม E-Bike ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการและแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิง
ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต

- การมาถึงของ Solid-State Battery: เทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ที่ใช้ “อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง” แทนของเหลว เพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน ความปลอดภัย และความเร็วในการชาร์จอย่างก้าวกระโดด
- ชาร์จเต็มในไม่กี่นาที: นวัตกรรมใหม่ล่าสุดสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ภายใน 5 นาที และวิ่งได้ไกลกว่า 700–1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งจะขจัดความกังวลเรื่องระยะทางและเวลาในการรอชาร์จไปโดยสิ้นเชิง
- การแข่งขันที่ดุเดือดของมหาอำนาจเทคโนโลยี: ประเทศจีนตั้งเป้าผลิตแบตเตอรี่ Solid-State เชิงพาณิชย์ภายในปี 2026 ในขณะที่ญี่ปุ่นและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อชิงความเป็นผู้นำตลาด
- ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: แม้การพัฒนาจะเริ่มต้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า แต่คุณสมบัติเด่นทั้งน้ำหนักเบา ชาร์จไว และวิ่งไกล เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาปรับใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อในอนาคตอันใกล้
เทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ การมาถึงของ เทรนด์แบตเตอรี่ EV 2026! ชาร์จไววิ่งไกล พลิกโฉม E-Bike ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาทีละเล็กทีละน้อย แต่คือการปฏิวัติที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลไปตลอดกาล การวิจัยและพัฒนาทั่วโลกมุ่งเป้าไปที่การขจัดข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผู้ใช้ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการชาร์จที่นานหลายชั่วโมง หรือความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง นวัตกรรมใหม่นี้จึงเป็นคำตอบที่ทุกคนรอคอย
บทนำสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล
ความสำคัญของเทรนด์แบตเตอรี่ใหม่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานในวงกว้าง ตั้งแต่นักศึกษาที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางระหว่างที่พักและสถานศึกษา, พนักงานออฟฟิศที่ต้องการหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี่ที่ต้องการยานพาหนะที่ประหยัดและทำรอบได้มากขึ้น การพัฒนาที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2025-2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ถูกนำเสนอในงานจัดแสดงเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง CES 2026 ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ชัดเจนของแบตเตอรี่ Solid-State ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในไม่ช้า เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยให้ชาร์จได้เร็วขึ้นและวิ่งได้ไกลขึ้นเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับความปลอดภัยที่สูงขึ้นและแนวโน้มต้นทุนที่ลดลงในระยะยาวอีกด้วย
Solid-State Battery: นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลกของแบตเตอรี่ EV
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Solid-State Battery” หรือแบตเตอรี่โซลิดสเตต ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพื่อให้เข้าใจถึงศักยภาพของมันอย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องทำความรู้จักกับนิยามและข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าของเทคโนโลยีนี้
นิยามและความแตกต่างจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Battery) แบบดั้งเดิม ทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนที่ของไอออนผ่านสารตัวกลางที่เรียกว่า “อิเล็กโทรไลต์” ซึ่งมีสถานะเป็นของเหลวหรือเจล แม้จะมีประสิทธิภาพดี แต่ก็มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยเนื่องจากอิเล็กโทรไลต์ของเหลวสามารถติดไฟได้หากเกิดความเสียหายหรือมีความร้อนสูงเกินไป
ในทางกลับกัน Solid-State Battery ใช้ “อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง” แทนที่ของเหลว การเปลี่ยนแปลงวัสดุหลักเพียงส่วนนี้ส่งผลให้เกิดคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ดีขึ้นในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน, ความปลอดภัยที่สูงขึ้นเพราะไม่ติดไฟง่าย, และที่สำคัญคือความสามารถในการอัดแน่นพลังงานได้มากกว่าเดิมในขนาดที่เท่ากันหรือเล็กลง
ข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
จากการวิจัยและพัฒนาล่าสุด พบว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตมีข้อดีที่โดดเด่นกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนดังนี้:
- ความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น: สามารถเก็บพลังงานได้มากกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกือบ 2 เท่าในขนาดเดียวกัน ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่จาก ProLogium มีความหนาแน่นพลังงานสูงถึง 860 Wh/L ซึ่งแปลว่ายานยนต์ไฟฟ้าจะสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นมากถึง 700-1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว
- ความเร็วในการชาร์จที่เหนือกว่า: การใช้อิเล็กโทรไลต์ของแข็งช่วยให้การเคลื่อนที่ของไอออนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้น นำไปสู่การชาร์จที่ไวกว่าเดิมอย่างมหาศาล ดังที่ Donut Lab ได้เปิดตัวแบตเตอรี่ All-Solid-State ที่สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที
- ความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม: เนื่องจากไม่มีส่วนประกอบที่เป็นของเหลวไวไฟ ความเสี่ยงจากการรั่วไหลหรือการลุกไหม้จึงลดลงอย่างมาก ทำให้แบตเตอรี่มีความปลอดภัยสูงแม้ในสภาวะที่ไม่ปกติ
- อายุการใช้งานยาวนานขึ้น: โครงสร้างที่แข็งแรงและมีเสถียรภาพของอิเล็กโทรไลต์ของแข็งช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่แบบเดิม
- ต้นทุนที่ลดลงในอนาคต: แม้ในปัจจุบันต้นทุนการผลิตยังสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเมื่อเทคโนโลยีนี้เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ต้นทุนจะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าราคาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะต่ำกว่า 100 USD/kWh ในปี 2026 ซึ่งจะเปิดทางให้ Solid-State เข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดโลกถึง 10% ภายในปี 2035
| คุณสมบัติ | Solid-State Battery (เทคโนโลยีใหม่) | Lithium-ion Battery (เทคโนโลยีปัจจุบัน) |
|---|---|---|
| ความหนาแน่นพลังงาน | สูงมาก (สูงสุด ~860 Wh/L) | ปานกลาง (ประมาณ 400-500 Wh/L) |
| ระยะทางวิ่งต่อชาร์จ | 700 – 1,000+ กม. | 300 – 500 กม. |
| ความเร็วในการชาร์จ (0-100%) | เร็วมาก (ต่ำสุด 5-15 นาที) | ปานกลาง (30 นาที – หลายชั่วโมง) |
| ความปลอดภัย | สูงมาก (อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง ไม่ติดไฟ) | ปานกลาง (มีความเสี่ยงจากอิเล็กโทรไลต์ของเหลว) |
| อายุการใช้งาน | ยาวนานกว่า | มาตรฐานปัจจุบัน |
จากรถยนต์สี่ล้อสู่สองล้อ: อนาคตที่จับต้องได้ของจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
แนวโน้มตลาดและการปรับใช้เทคโนโลยี
แม้ว่าข้อมูลการวิจัยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อเป็นหลัก แต่เป็นที่แน่ชัดว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-State จะขยายวงกว้างมาสู่ยานยนต์ไฟฟ้าทุกระดับในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อ เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า คุณสมบัติเด่นอย่างการชาร์จที่รวดเร็ว, น้ำหนักที่เบาลง, และระยะทางที่ไกลขึ้นนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตลาดโลกกำลังมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดการณ์ว่าในประเทศผู้นำอย่างนอร์เวย์ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะแซงหน้ารถยนต์สันดาปภายในปี 2030 และจีนในปี 2033 ซึ่งแนวโน้มนี้จะผลักดันให้เกิดการยอมรับและการพัฒนาในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลขนาดเล็กตามไปด้วย
ทำไมไม่ควรรอ? เริ่มต้นความคุ้มค่ากับ E-Bike วันนี้ที่ GIANT Shopping Mall
การรอคอยเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง Solid-State Battery ให้เข้าสู่ตลาด E-Bike ในราคาที่จับต้องได้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่ความต้องการเดินทางที่สะดวกสบาย ประหยัดเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ การตัดสินใจเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในปัจจุบันจึงไม่ใช่การรอคอยอนาคต แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าตั้งแต่วันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall มี จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเพียงพอและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม
จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในปัจจุบันมีสเปกที่คุ้มค่าและพร้อมใช้งานทันที ด้วยระยะเวลาการชาร์จเพียง 4-6 ชั่วโมง ก็สามารถวิ่งได้ระยะทาง 40-60 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการเดินทางไป-กลับสำหรับที่ทำงานหรือสถานศึกษาในเขตเมืองได้อย่างสบายๆ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางรูปแบบอื่น การเลือกใช้ E-Bike ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน, ค่าโดยสารรถสาธารณะ, หรือค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า
ไม่ต้องรออนาคต! เริ่มต้นความคุ้มค่าและประหยัดพลังงานได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike คุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall ที่มาพร้อมบริการครบวงจร
GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ จึงได้คัดสรรสินค้ารุ่นยอดนิยมที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพ ความทนทาน และดีไซน์ที่ทันสมัย มาพร้อมกับการรับประกันและบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ ทำให้การเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป การเลือกซื้อวันนี้คือการเริ่มต้นความประหยัดและความสะดวกสบายทันที โดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีที่ยังมาไม่ถึง
| รูปแบบการเดินทาง | E-Bike/สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (จาก GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์ (สันดาป) | รถโดยสารสาธารณะ |
|---|---|---|---|
| ต้นทุนเริ่มต้น | ปานกลาง (ซื้อครั้งเดียว) | สูง | ไม่มี |
| ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (โดยประมาณ) | ต่ำมาก (ค่าไฟ ~100-200 บาท) | ปานกลาง (ค่าน้ำมัน ~800-1,500 บาท) | สูง (ค่าโดยสาร ~1,000-2,000 บาท) |
| ค่าบำรุงรักษา | ต่ำ | สูง (เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, อะไหล่สิ้นเปลือง) | ไม่มี |
| ความสะดวก/คล่องตัว | สูงมาก (ไม่ต้องรอ, ลัดเลาะได้) | สูง | ต่ำ (ต้องรอรอบ, เดินทางหลายต่อ) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่มีมลพิษทางอากาศ | มีมลพิษ | ต่ำ (ต่อคน) |
การแข่งขันระดับโลก: ใครคือผู้นำเทรนด์แบตเตอรี่ EV แห่งปี 2026
การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-State ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องทดลองเพียงแห่งเดียว แต่เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดของบริษัทเทคโนโลยีและมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ต่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์
ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย: จีนและญี่ปุ่น
จีน: แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำตลาด โดยตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มการผลิตแบตเตอรี่ Solid-State ในเชิงพาณิชย์ให้ได้ภายในปี 2026 และจะเริ่มทดสอบในรถยนต์จริงภายในปี 2027 จุดเด่นของจีนคือความเร็วในการพัฒนาและการผลิต อีกทั้งยังมุ่งเน้นการใช้แบตเตอรี่ประเภท LFP (Lithium Iron Phosphate) ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าและหาวัตถุดิบได้ง่ายกว่า เป็นกลยุทธ์ที่ท้าทายผู้ผลิตจากญี่ปุ่นและยุโรปโดยตรง โดยมีรายงานว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของจีนนั้นล้ำหน้าคู่แข่งไปแล้วกว่า 4 ปี
ญี่ปุ่น: แม้จะดูเหมือนเริ่มต้นช้ากว่า แต่บริษัทชั้นนำอย่างโตโยต้าและผู้ผลิตรายอื่นๆ กำลังซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการสร้างแบตเตอรี่ที่สามารถพารถยนต์วิ่งได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งจะเป็นการกลับมาทวงคืนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์จากจีนอีกครั้ง
นวัตกรรมจากเวที CES 2026
งาน Consumer Electronics Show (CES) 2026 กลายเป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าล่าสุดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV โดยมีบริษัทหลายแห่งนำนวัตกรรมมาจัดแสดง:
- ProLogium: โชว์ศักยภาพของแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงถึง 860 Wh/L ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มระยะทางวิ่งและลดขนาดของแบตเตอรี่ลง
- Donut Lab: สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวแบตเตอรี่ All-Solid-State ที่ชาร์จได้เต็ม 100% ในเวลาเพียง 5 นาที และพร้อมใช้งานในรถยนต์จริง ซึ่งเป็นการทำลายกำแพงด้านเวลาการชาร์จที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติด้วย AI จาก NVIDIA Alpamayo แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด ที่จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคและผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สรุป: อนาคตของการเดินทางที่มาถึงแล้ว
เทรนด์แบตเตอรี่ EV 2026! ชาร์จไววิ่งไกล พลิกโฉม E-Bike คือภาพอนาคตที่น่าตื่นเต้นของการเดินทางส่วนบุคคล เทคโนโลยี Solid-State กำลังจะเข้ามาปลดล็อกศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การชาร์จรวดเร็วเหมือนการเติมน้ำมัน และวิ่งได้ไกลจนลืมความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทางไปได้เลย การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลดีมาถึงผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างแน่นอนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องรออนาคตเสมอไป ที่ GIANT Shopping Mall เราได้เตรียมยานพาหนะไฟฟ้าคุณภาพสูง ทั้งจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-bike หลากหลายรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบันได้อย่างลงตัว พร้อมให้คุณเริ่มต้นประสบการณ์การเดินทางที่ดีกว่าตั้งแต่วันนี้ ด้วยสินค้าที่คุ้มค่า ปลอดภัย และบริการหลังการขายที่ไว้วางใจได้
สนใจเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจ?
เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ GIANT Shopping Mall หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ร้านเปิดบริการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
