นโยบาย EV 2026! เมืองคาร์บอนต่ำดัน E-Bike วิ่งฉลุย
- ภาพรวมทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2569
- เจาะลึกมาตรการสำคัญของนโยบาย EV 2026
- เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City): โอกาสทองของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- การปรับปรุงมาตรการ EV3.5 และผลกระทบต่อตลาด
- เลือกยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจ: E-Bike หรือ Scooter ไฟฟ้า
- บทสรุปและทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการเดินทางในเมือง
- ทำไมต้องเลือก E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ GIANT Shopping Mall
การเดินทางในเมืองใหญ่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติดที่สิ้นเปลืองทั้งเวลาและพลังงาน ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว สิ่งเหล่านี้กลายเป็น Pain Point สำคัญของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษาที่ต้องการความคล่องตัวและประหยัดค่าใช้จ่าย ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ เทรนด์การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำได้กลายเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้เตรียมพร้อมนำเสนอทางออกที่ดีที่สุด ด้วยผลิตภัณฑ์จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูง ที่จะมาปฏิวัติการเดินทางในเมืองให้เป็นเรื่องง่าย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาพรวมทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2569

- การปรับโครงสร้างภาษี: นโยบาย EV ปี 2569 จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยลดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อส่งเสริมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการผลิตในประเทศ
- เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City): แนวคิดการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำและเขตปลอดมลพิษจะกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น E-Bike และ Scooter ไฟฟ้า ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพุ่งสูง: จากปัจจัยด้านนโยบายและความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความประหยัดและความคล่องตัว จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) จะกลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ถึงปานกลางของคนเมือง
- ความยืดหยุ่นของมาตรการ: ภาครัฐมีการปรับปรุงมาตรการสนับสนุน EV3.5 ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลในตลาดและส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ เช่น แบตเตอรี่ (Battery)
นโยบาย EV 2026! เมืองคาร์บอนต่ำดัน E-Bike วิ่งฉลุย ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และวิถีชีวิตคนเมืองในประเทศไทย นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาพรวม แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) อย่างยั่งยืน การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 จะเป็นกลไกหลักที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยมลพิษและสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาและการเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าของประชาชนทั่วไป ทำให้ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลขนาดเล็กกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและจับต้องได้มากขึ้น
นโยบายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษาที่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะที่ไม่ใช้น้ำมันอย่าง E-Bike หรือ Scooter ไฟฟ้า ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (Energy) ได้อย่างมหาศาล แต่ยังมอบความคล่องตัวในการเดินทาง หลีกเลี่ยงปัญหารถติด และลดความกังวลเรื่องการหาพื้นที่จอดรถและจุดชาร์จ (Charging) เมื่อภาครัฐเริ่มผลักดันแนวคิดเขตปลอดมลพิษอย่างจริงจัง การครอบครองยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจาะลึกมาตรการสำคัญของนโยบาย EV 2026
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด มาตรการต่างๆ ที่จะบังคับใช้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาด EV อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการใช้งานจริงของผู้บริโภค
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่ออนาคตคาร์บอนต่ำ
หัวใจหลักของนโยบาย EV ปี 2569 คือการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ประเภทต่างๆ ซึ่งรวมถึงรถยนต์นั่ง, รถโดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง, รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ โดยมีเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตหันมาพัฒนาและผลิตยานยนต์ที่ประหยัดพลังงานและมีมลพิษต่ำมากขึ้น
มาตรการทางภาษีนี้จะส่งผลให้ยานยนต์ที่ผลิตในประเทศได้รับประโยชน์มากกว่ายานยนต์นำเข้า เนื่องจากโครงสร้างภาษีถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนซัพพลายเชนในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานภายในประเทศอีกด้วย
เป้าหมาย 30@30 และทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
นโยบายนี้ยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายระยะยาว “30@30” ซึ่งตั้งเป้าให้ยอดการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลได้วางแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น สถานีชาร์จสาธารณะ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 คาดการณ์ว่าราคารถยนต์ EV บางรุ่นอาจมีการปรับตัวสูงขึ้น เพื่อสร้างสมดุลให้กับตลาดและป้องกันภาวะอุปทานล้นตลาด ทิศทางนี้อาจทำให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณายานยนต์ไฟฟ้าทางเลือกที่มีราคาย่อมเยาและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า เช่น E-Bike และ Scooter ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำ
เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City): โอกาสทองของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
แนวคิด “เมืองคาร์บอนต่ำ” หรือ Low Carbon City ไม่ใช่แค่เทรนด์ระดับโลก แต่เป็นทิศทางที่ประเทศไทยกำลังมุ่งไปอย่างชัดเจน โดยมี นโยบาย EV 2026! เมืองคาร์บอนต่ำดัน E-Bike วิ่งฉลุย เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนสำคัญ แม้นโยบายจะเน้นที่ภาพรวมของยานยนต์ไฟฟ้า แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคือการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์อย่างมหาศาลต่อยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก การกำหนดเขตปลอดมลพิษหรือการจำกัดรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในบางพื้นที่ จะทำให้ E-Bike และ Scooter ไฟฟ้ากลายเป็นยานพาหนะที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันโดยปริยาย นโยบายที่มุ่งลดการปล่อย CO2 โดยตรงนี้ เปิดโอกาสให้ยานพาหนะที่ไม่มีการปล่อยมลพิษเลยอย่าง จักรยานไฟฟ้า ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของการเดินทางในเมืองยุคใหม่
ในขณะที่นโยบายภาครัฐกำลังปูทางไปสู่เมืองอนาคต การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมเพื่อตอบรับเทรนด์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ GIANT Shopping Mall เข้าใจความต้องการนี้อย่างลึกซึ้ง และได้คัดสรร E-Bike และ Scooter ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานในเมือง
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ (Battery) และการชาร์จ (Charging): ผลิตภัณฑ์ของเราใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง ที่ให้ระยะทางวิ่งได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีอายุการใช้งานยาวนาน ระบบการชาร์จถูกออกแบบมาให้สะดวกสบาย สามารถชาร์จกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปได้ หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จเฉพาะทาง
- ประสิทธิภาพพลังงาน (Energy) และความคุ้มค่า: เมื่อเทียบกับการใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของ E-Bike แทบจะเป็นศูนย์ การชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่บาท แต่สามารถวิ่งได้หลายสิบกิโลเมตร นี่คือความประหยัดที่เห็นผลได้ทันทีและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างชัดเจน
- ตอบโจทย์เทรนด์ตลาด: ปัจจุบัน รุ่น E-Bike ที่มีดีไซน์ทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ GIANT Shopping Mall มีโมเดลให้เลือกมากมาย ตั้งแต่รุ่นที่เน้นความคล่องตัวสำหรับการเดินทางในเมือง ไปจนถึงรุ่นที่มีสมรรถนะสูงสำหรับการเดินทางไกลขึ้น
หมดกังวลเรื่องค่าน้ำมันและการหาที่จอดรถ! E-Bike จาก GIANT Shopping Mall คือคำตอบของการเดินทางในเมืองที่ชาญฉลาด ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike (จาก GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์ 125cc |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (30 วัน) | ~ 50-100 บาท (ค่าไฟฟ้า) | ~ 1,200-1,500 บาท (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษา | ต่ำมาก (เช็คระบบเบรก, ยาง) | ปานกลาง (เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, หัวเทียน) |
| ภาษีและ พ.ร.บ. | ไม่มี | มีค่าใช้จ่ายรายปี |
| รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ | ~ 100 บาท/เดือน | ~ 1,500+ บาท/เดือน |
การปรับปรุงมาตรการ EV3.5 และผลกระทบต่อตลาด
คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ชุดใหม่ ได้เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการ EV3.5 ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2570 ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในภาพรวมและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาด
หนึ่งในการปรับเปลี่ยนที่สำคัญคือการขยายเวลาการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจากเดิมที่ต้องจดทะเบียนภายในสิ้นเดือนธันวาคมของปีนั้นๆ เป็นสามารถจดทะเบียนได้ถึงสิ้นเดือนมกราคมของปีถัดไป การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสามารถบริหารจัดการสต็อกสินค้าได้ดียิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงของปัญหารถ EV ล้นตลาด และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนโยบายในแต่ละช่วงเป็นไปอย่างราบรื่น
การส่งเสริมชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ
มาตรการที่ปรับปรุงใหม่ยังให้ความสำคัญกับการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูง เช่น แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฮบริด (HEV) การส่งเสริมนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเชนภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพและราคาของยานยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศในระยะยาว รวมถึง E-Bike และ Scooter ที่จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่พัฒนาและผลิตได้เองในต้นทุนที่ต่ำลง
เลือกยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจ: E-Bike หรือ Scooter ไฟฟ้า
เมื่อตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล คำถามถัดมาคือระหว่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) ควรเลือกแบบไหนดี ทั้งสองประเภทมีข้อดีที่แตกต่างกันไป และการเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และลักษณะการใช้งานเป็นหลัก
เปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุด
เพื่อช่วยในการตัดสินใจ GIANT Shopping Mall ได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบคุณสมบัติที่สำคัญของยานพาหนะทั้งสองประเภท เพื่อให้สามารถเลือกซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) |
|---|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | เหมาะสำหรับการเดินทางระยะกลางถึงไกล สามารถใช้ปั่นออกกำลังกายได้ | เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น (Last-mile) เน้นความคล่องตัวสูงสุด |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | ไกลกว่า (โดยเฉลี่ย 40-80 กม.) | สั้นกว่า (โดยเฉลี่ย 20-40 กม.) |
| ความเร็วสูงสุด | จำกัดตามกฎหมาย (ประมาณ 25-30 กม./ชม.) | หลากหลาย ขึ้นอยู่กับรุ่น (ตั้งแต่ 25 กม./ชม. ขึ้นไป) |
| การพกพา | พกพาลำบากกว่าเนื่องจากขนาดใหญ่ | พกพาสะดวก พับเก็บง่าย สามารถนำขึ้นรถไฟฟ้าได้ |
| ความสะดวกสบาย | นั่งสบายกว่าในระยะทางไกล มีล้อใหญ่รองรับแรงกระแทกได้ดี | ยืนขับ อาจไม่สบายเท่าในการเดินทางไกล ล้อเล็กกว่า |
| กลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสม | ผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานหรือเรียนในระยะทางพอสมควร, ผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย | นักศึกษา, พนักงานออฟฟิศที่ใช้เดินทางจากบ้านไปยังระบบขนส่งสาธารณะ |
บทสรุปและทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการเดินทางในเมือง
นโยบาย EV ปี 2569 และทิศทางการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของประเทศไทย กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อรูปแบบการเดินทางในเขตเมือง การปรับโครงสร้างภาษีและการส่งเสริมการผลิตในประเทศเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า อนาคตของการคมนาคมจะมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในบริบทนี้ ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และ Scooter ไฟฟ้า ได้กลายเป็นทางออกที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์มากที่สุดสำหรับคนเมืองยุคใหม่
การเลือกใช้ยานพาหนะเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับนโยบายของภาครัฐ แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเวลาในการเดินทาง การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการได้เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางอย่างยั่งยืน
ทำไมต้องเลือก E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ GIANT Shopping Mall
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่เข้าใจความต้องการของคนเมืองอย่างแท้จริง เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่าย แต่เป็นที่ปรึกษาที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้ลูกค้าได้พบกับ E-Bike และ Scooter ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานมากที่สุด
- สินค้าคุณภาพครบวงจร: เรามีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น จากแบรนด์ชั้นนำที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทันสมัย
- บริการหลังการขายที่มั่นใจได้: เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการดูแลและซ่อมบำรุง เพื่อให้ยานพาหนะคู่ใจของคุณพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
- ความสะดวกสบายในการสั่งซื้อ: พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ สามารถสั่งซื้อและรอรับสินค้าคุณภาพได้ที่บ้านอย่างสะดวกสบาย
เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและเป็นส่วนหนึ่งของเมืองคาร์บอนต่ำไปกับเรา เลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshoppingmall
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
