เจาะนโยบาย EV 2026! รัฐเล็งหนุน E-Bike ลดภาษี
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าปี 2026
- ภาพรวมนโยบาย EV 3.5 และทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026
- ผลกระทบต่อตลาด EV ปี 2026: การปรับฐานราคาและการแข่งขัน
- E-Bike และ Electric Scooter: ทางเลือกอัจฉริยะรับมือนโยบายพลังงานสะอาด
- การเตรียมความพร้อมสู่ยุค EV เต็มรูปแบบ: เลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับคุณ
- สรุปและโอกาส: ทำไมการลงทุนใน E-Bike ตอนนี้จึงคุ้มค่าที่สุด
- เลือกซื้อ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall
ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จากนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเข้าสู่เฟสใหม่ ทำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต่างจับตามองทิศทางของตลาดอย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เพียงส่งผลต่อรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าปี 2026

- นโยบาย EV 3.5 มุ่งเน้นการผลิตในประเทศ: ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ภาครัฐจะผลักดันให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่ภายในประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างราคาและซัพพลายเชนทั้งหมด
- ตลาดเข้าสู่ยุค Mass Adoption: การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ค่ายรถยนต์ต่างๆ จะเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ในราคาที่เข้าถึงง่าย เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง
- แนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดขยายตัว: เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาครัฐ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง
- ความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว: แม้มาตรการอุดหนุนบางส่วนจะสิ้นสุดลง แต่ต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและประหยัดในระยะยาว
- การเตรียมความพร้อมของผู้บริโภค: การศึกษาข้อมูลและเลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึง E-Bike เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต
ภาพรวมนโยบาย EV 3.5 และทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026
ท่ามกลางความท้าทายด้านค่าครองชีพและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ผู้คนจำนวนมากต่างมองหาทางออกที่ยั่งยืนและประหยัดกว่าเดิมสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่ผันผวน ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง หรือความต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคเริ่มมองหายานพาหนะทางเลือก การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็นทางออกที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด และนับเป็นโอกาสอันดีในการวางแผนเพื่ออนาคตที่ชาญฉลาดกว่าเดิม
ความท้าทายของค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
การใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมีต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าบำรุงรักษาและค่าน้ำมันที่คาดเดาได้ยาก สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดการแสวงหาโซลูชันการเดินทางที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะการเดินทางระยะสั้นในเมืองที่ยานพาหนะขนาดเล็กและใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความคล่องตัวได้อย่างมหาศาล และนี่คือจุดที่ GIANT Shopping Mall เข้ามาเป็นคำตอบ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลคุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการเดินทางในเมืองโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ตั้งแต่วันนี้
ทำความเข้าใจนโยบาย EV 3.5: แกนหลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
หนึ่งในหัวข้อที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ เจาะนโยบาย EV 2026! รัฐเล็งหนุน E-Bike ลดภาษี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ นโยบายหลักที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมคือ “EV 3.5” ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 สาระสำคัญของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป มาสู่การส่งเสริมให้เกิดการผลิตขึ้นภายในประเทศ (Local Production)
ภายใต้มาตรการนี้ ค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการและได้รับเงินอุดหนุนจากการนำเข้ารถยนต์ในช่วงแรก (EV 3.0) จะต้องเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชย โดยมีอัตราส่วนที่เข้มข้นขึ้น จาก 1:2 (นำเข้า 1 คัน ผลิต 2 คัน) ในปี 2026 ไปเป็น 1:3 ในปี 2027 นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจะต้องใช้แบตเตอรี่ (Battery) ที่ผลิตในไทยเท่านั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง BYD, GWM และ MG เร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ
เป้าหมาย 30@30: หมุดหมายสำคัญของประเทศไทย
นโยบาย EV 3.5 เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “นโยบาย 30@30” ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ยอดการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 เป้าหมายนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ แต่ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งปัจจุบันมีประเทศจีนเป็นผู้นำตลาด (ครองส่วนแบ่ง 49% ของ EV ทั่วโลก) ตามมาด้วยยุโรป (27%) และสหรัฐอเมริกา (14%) การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในปี 2569 ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศมากกว่ารถนำเข้า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและจ้างงานในประเทศอย่างยั่งยืน
ผลกระทบต่อตลาด EV ปี 2026: การปรับฐานราคาและการแข่งขัน
ปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ การสิ้นสุดของมาตรการ EV 3.0 ที่ให้เงินอุดหนุนสูงสำหรับการนำเข้า จะนำไปสู่การปรับฐานราคาครั้งใหญ่ ในขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดจะดุเดือดขึ้นจากผู้เล่นหน้าใหม่และรุ่นรถที่หลากหลายมากขึ้น
การสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 และการปรับฐานราคาครั้งใหญ่
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดดส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการอุดหนุนของภาครัฐภายใต้โครงการ EV 3.0 ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อรถ EV ได้ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อมาตรการนี้สิ้นสุดลง ราคาจำหน่ายรถยนต์ EV หลายรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่นำเข้าทั้งคัน มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคจะเริ่มเห็นราคาที่แท้จริงซึ่งสะท้อนต้นทุนการผลิตและการนำเข้ามากขึ้น การปรับฐานราคาครั้งนี้อาจทำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าส่วนลดในระยะสั้น
การเข้าสู่ยุค Mass Adoption และความดุเดือดของตลาด
แม้ราคาจะมีการปรับตัว แต่ตลาด EV ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการยอมรับในวงกว้าง (Mass Adoption) อย่างเต็มตัว สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) คาดการณ์ว่ายอดจดทะเบียนจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนสำคัญคือการที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ที่มีขนาดเล็กลงและราคาเข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อแข่งขันกับรถยนต์สันดาปภายในกลุ่ม City Car และ Eco Car โดยตรง ตัวอย่างเช่น การมาถึงของรถ EV ที่มีมอเตอร์ขนาดประมาณ 76 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 38 kWh ซึ่งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 350 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญและกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น
E-Bike และ Electric Scooter: ทางเลือกอัจฉริยะรับมือนโยบายพลังงานสะอาด
แม้ว่าหัวใจหลักของนโยบาย EV 2026 จะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป้าหมายใหญ่ของภาครัฐคือการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด (Energy) และลดการปล่อยมลพิษในภาคการขนส่งโดยรวม ซึ่งเปิดโอกาสให้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และ Electric Scooter เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะคำตอบของการเดินทางในเมืองที่ชาญฉลาดและยั่งยืน แม้ข้อมูลเรื่องการลดหย่อนภาษีสำหรับ E-Bike โดยตรงจะยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางของนโยบายที่ส่งเสริมพลังงานสะอาดก็เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน
ตอบโจทย์เทรนด์โลกด้วยยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล
เทรนด์ของโลกกำลังมุ่งสู่การเดินทางที่เรียกว่า Micro-mobility หรือการเดินทางระยะสั้นด้วยยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็ก ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ลดมลพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนี่คือจุดที่ GIANT Shopping Mall เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการนำเสนอ E-bike และ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเดินทางในยุคใหม่
หากนโยบายของรัฐให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Battery ที่ผลิตในประเทศเพื่อความยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ของ GIANT Shopping Mall ก็ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูงเช่นกัน ซึ่งมอบระยะทางที่ไกลกว่า น้ำหนักเบา และมีอายุการใช้งานยาวนาน ตอบสนองต่อความต้องการด้านประสิทธิภาพและพลังงาน (Energy) ได้อย่างดีเยี่ยม หากนโยบายภาครัฐเน้นเรื่อง “ความประหยัด” และการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน E-Bike ของเราคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ด้วยต้นทุนค่าไฟฟ้าที่น้อยกว่าค่าน้ำมันหลายสิบเท่า และค่าบำรุงรักษาที่ต่ำมาก ทำให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้ในระยะยาว และหาก “แนวโน้มตลาด” กำลังมุ่งสู่ยานพาหนะที่คล่องตัวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่ายในร้านของเราก็คือตัวเลือกที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกและได้รับความนิยมอย่างสูง
สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าด้วย E-Bike และ Electric Scooter จาก GIANT Shopping Mall ที่ซึ่งนวัตกรรมมาพร้อมกับความคุ้มค่า เปลี่ยนการเดินทางในเมืองที่น่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องง่าย ประหยัด และสนุกสนานได้แล้ววันนี้!
| ประเภทพาหนะ | ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (โดยประมาณ/เดือน) | ข้อดี |
|---|---|---|
| E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | 30 – 50 บาท | ประหยัดสูงสุด, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ออกกำลังกายได้, ไม่ต้องเจอรถติด |
| รถจักรยานยนต์ (เบนซิน) | 400 – 600 บาท | ความเร็วสูง, เดินทางไกลได้ |
| รถยนต์ Eco Car | 1,500 – 2,000 บาท | สะดวกสบาย, ปลอดภัย, บรรทุกของได้ |
การเตรียมความพร้อมสู่ยุค EV เต็มรูปแบบ: เลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับคุณ
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน การเตรียมความพร้อมและเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ปัจจัยในการเลือก E-Bike และ Electric Scooter
ก่อนตัดสินใจลงทุนในยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เพื่อให้ได้รุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด:
- ระยะทางต่อการชาร์จ: ประเมินระยะทางที่ใช้งานเป็นประจำในแต่ละวัน และเลือกรุ่นที่มีความจุแบตเตอรี่เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงความกังวลระหว่างการเดินทาง
- ลักษณะการใช้งาน: หากต้องการความคล่องตัวสูงสุดในเมือง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการใช้เดินทางไกลขึ้นและได้ออกกำลังกายไปในตัว E-Bike จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
- ความเร็วและกำลังมอเตอร์: เลือกรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์เหมาะสมกับสภาพเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ เช่น หากต้องเดินทางขึ้นสะพานหรือทางลาดชันบ่อยครั้ง ควรเลือกรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์สูง
- น้ำหนักและการพกพา: หากอาศัยอยู่ในคอนโดหรือจำเป็นต้องยกยานพาหนะบ่อยครั้ง ควรเลือกรุ่นที่มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้เพื่อความสะดวก
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่น City Cruiser | Electric Scooter รุ่น Urban Dash |
|---|---|---|
| เหมาะสำหรับ | การเดินทางระยะกลาง, การท่องเที่ยว, ออกกำลังกาย | การเดินทางระยะสั้นในเมือง, เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ |
| ระยะทางสูงสุด | 60 – 80 กม. | 30 – 40 กม. |
| จุดเด่น | นั่งสบาย, ล้อใหญ่, มีตะกร้าใส่ของ | พับเก็บง่าย, น้ำหนักเบา, คล่องตัวสูง |
| เทคโนโลยีแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบถอดได้ | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนติดตั้งในตัว |
สรุปและโอกาส: ทำไมการลงทุนใน E-Bike ตอนนี้จึงคุ้มค่าที่สุด
แม้ว่า นโยบาย EV 2026 จะเน้นไปที่การสร้างฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเป็นหลัก แต่ภาพรวมของนโยบายได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างโอกาสมหาศาลให้กับยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท โดยเฉพาะ E-Bike และ Electric Scooter ซึ่งเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางในยุคใหม่
การตัดสินใจลงทุนใน E-Bike หรือ Electric Scooter ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการตามกระแส แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ชาญฉลาด เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น เป็นการเลือกวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการปลดล็อกอิสระในการเดินทางที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะหรือเผชิญกับปัญหารถติดอีกต่อไป นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า และเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าให้กับตัวเองและสังคม
เลือกซื้อ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall
เมื่อทิศทางของประเทศมุ่งสู่พลังงานสะอาด การเลือกยานพาหนะที่ใช่จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพสูง ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางในเมืองโดยเฉพาะ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทันสมัย และทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ยานพาหนะไฟฟ้าที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด
เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นชีวิตที่ประหยัดและสะดวกสบายกว่าเดิมได้แล้ววันนี้ แวะมาทดลองขับขี่และสัมผัสประสบการณ์จริงได้ที่โชว์รูมของเรา หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางออนไลน์
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
