ลุ้นนโยบาย 2026! รัฐเตรียมอุดหนุนส่วนลดซื้อ E-Bike
ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นสิ่งจำเป็น บทความนี้จะเจาะลึกถึงประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง คือการ ลุ้นนโยบาย 2026! รัฐเตรียมอุดหนุนส่วนลดซื้อ E-Bike ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์และเตรียมพร้อมรับความคุ้มค่าที่กำลังจะมาถึง
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรการอุดหนุน E-Bike
- มาตรการ EV 3.5: ปี 2026 อยู่ภายใต้โครงการ EV 3.5 (ปี 2025-2028) ซึ่งมอบเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) สูงสุด 10,000 บาทต่อคัน
- เงื่อนไขหลัก: รถ E-Bike ที่จะได้รับสิทธิ์ต้องมีราคาขายปลีกไม่เกิน 150,000 บาท, มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป และต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
- เป้าหมายภาครัฐ: นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค
- โอกาสของผู้บริโภค: เป็นโอกาสสำคัญในการเป็นเจ้าของ E-Bike และ Electric Scooter คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางระยะยาว
ภาวะราคาน้ำมันที่ไม่มีความแน่นอนสร้างภาระหนักให้กับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก การเดินทางไปทำงาน การไปเรียน หรือการทำธุระต่างๆ กลายเป็นต้นทุนที่ต้องคำนวณอย่างรอบคอบ หลายคนจึงเริ่มมองหาวิธีการเดินทางทดแทนที่สามารถลดรายจ่ายส่วนนี้ลงได้ ขณะเดียวกัน กระแสรักษ์โลกและการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้คนต้องการมีส่วนร่วมในการลดมลพิษ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นวาระระดับชาติที่ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขและส่งเสริมทางออกอย่างยั่งยืน
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลไทยจึงได้ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางออกให้กับปัญหาดังกล่าว โดยหนึ่งในมาตรการที่น่าจับตามองที่สุดคือการให้เงินอุดหนุนเพื่อลดราคาซื้อยานพาหนะไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกกันติดปากว่า E-Bike และ Electric Scooter ด้วย นโยบายนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบตเตอรี่ (Battery) และการขยายสถานีชาร์จ (Charging Station) ให้ครอบคลุม การมาถึงของนโยบายอุดหนุนในปี 2026 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อ E-Bike ไม่ควรพลาด และการเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่าง GIANT Shopping Mall คือการรับประกันว่าคุณจะได้รับทั้งความคุ้มค่าจากนโยบายรัฐและคุณภาพของสินค้าที่ยอดเยี่ยมไปพร้อมกัน
ภาพรวมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ
นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ จากการเป็นฐานการผลิตรถยนต์สันดาปภายในไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตในภูมิภาคอาเซียน
เป้าหมายหลักของนโยบาย EV ในประเทศไทย
รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์หลายประการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วย:
- การกระตุ้นตลาดในประเทศ: สร้างอุปสงค์และความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการให้เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้นและตัดสินใจเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาเป็นไฟฟ้า
- การดึงดูดการลงทุน: สร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนระดับโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ EV เพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน
- การส่งเสริมการผลิตในประเทศ: กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่นำเข้า EV มาจำหน่าย ต้องมีการตั้งโรงงานผลิตชดเชยในประเทศตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อให้เกิดการจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษ PM2.5 จากภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่
ความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือความทันสมัย แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการพลังงาน (Energy) ของประเทศ การลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยสร้างเสถียรภาพทางพลังงานและลดความผันผวนของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากตลาดโลก นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้าซึ่งสามารถผลิตได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม ยังสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่กำลังมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ E-Bike จึงเป็นก้าวเล็กๆ ที่สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่ออนาคตของประเทศทั้งในมิติเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
เจาะลึกโครงการ EV 3.0 และ EV 3.5: ส่วนลดที่คุณต้องรู้
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของเงินอุดหนุน (EV Subsidy) ที่จะได้รับ จำเป็นต้องทำความเข้าใจมาตรการหลัก 2 ระยะของรัฐบาล คือโครงการ EV 3.0 ที่กำลังจะสิ้นสุดลง และโครงการ EV 3.5 ที่จะเข้ามาแทนที่ ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาในปี 2026
สรุปสาระสำคัญของโครงการ EV 3.0 (ถึงปี 2025)
โครงการ EV 3.0 ถือเป็นมาตรการระยะแรกที่ประสบความสำเร็จในการจุดกระแสความสนใจยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้กำหนดเงินอุดหนุนไว้ที่ 18,000 บาทต่อคัน สำหรับรถที่เป็นประเภท Battery Electric Vehicle (BEV) และมีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ราคาของ E-Bike ในช่วงแรกน่าดึงดูดใจและกระตุ้นให้ผู้บริโภคเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีใหม่นี้
เตรียมความพร้อมสำหรับโครงการ EV 3.5 (ปี 2025-2028)
สำหรับปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง จะอยู่ภายใต้กรอบของโครงการ EV 3.5 ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องที่ปรับเงื่อนไขบางประการเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศให้มากขึ้น แม้ว่าจำนวนเงินอุดหนุนสำหรับ E-Bike จะปรับลดลง แต่ก็ยังถือว่าเป็นจำนวนที่น่าสนใจ โดยกำหนดไว้ที่ 5,000-10,000 บาทต่อคัน ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดยืนยันว่าจะเป็นอัตราสูงสุดที่ 10,000 บาทตลอดระยะเวลา 4 ปีของโครงการ
เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้รับสิทธิ์
ภายใต้โครงการ EV 3.5 เงื่อนไขสำหรับ E-Bike ที่จะได้รับเงินอุดหนุน 10,000 บาท มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ดังนี้:
- ราคาขายปลีก: ต้องไม่เกิน 150,000 บาท (เช่นเดียวกับ EV 3.0)
- ขนาดแบตเตอรี่: ต้องมีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ E-Bike มีประสิทธิภาพและวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น
- แหล่งผลิต: ต้องเป็นรถที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและสร้างงานในประเทศ
ประเภทของ E-Bike ที่เข้าร่วมโครงการ
รถที่เข้าเกณฑ์จะต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (Battery Electric Vehicle) ที่ไม่ปล่อยมลพิษเลย และต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รวมถึงผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันยานยนต์ (TAI) เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค
| หัวข้อเปรียบเทียบ | โครงการ EV 3.0 (ปัจจุบัน – 2025) | โครงการ EV 3.5 (2025 – 2028) |
|---|---|---|
| ระยะเวลาโครงการ | ถึงสิ้นปี 2568 | ปี 2568 – 2571 (4 ปี) |
| ส่วนลดสูงสุด (บาท/คัน) | 18,000 | 10,000 |
| เงื่อนไขด้านราคา | ราคาขายปลีกไม่เกิน 150,000 บาท | ราคาขายปลีกไม่เกิน 150,000 บาท |
| เงื่อนไขด้านแบตเตอรี่ | ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ | ความจุตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป |
| เงื่อนไขแหล่งผลิต | ไม่มีข้อกำหนด | ต้องผลิตในประเทศ |
วิเคราะห์ความคุ้มค่า: ส่วนลด E-Bike ในปี 2026 จะเป็นอย่างไร?
ในปี 2026 ผู้ที่วางแผนจะซื้อ E-Bike จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการ EV 3.5 ซึ่งมอบเงินอุดหนุน 10,000 บาท การสนับสนุนนี้ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนจากการใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การได้รับส่วนลดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคุ้มค่าทั้งหมด การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมและมีคุณภาพคือหัวใจสำคัญของการลงทุนในระยะยาว
การคำนวณส่วนลดและราคาที่คาดว่าจะจ่ายจริง
ยกตัวอย่างเช่น หาก E-Bike รุ่นที่สนใจมีราคาตั้งไว้ที่ 65,000 บาท เมื่อได้รับเงินอุดหนุนจากโครงการ EV 3.5 จำนวน 10,000 บาท ราคาที่ต้องจ่ายจริงจะลดลงเหลือเพียง 55,000 บาท ส่วนลดนี้ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถนำเงินส่วนต่างไปใช้จ่ายในด้านอื่น หรืออาจจะเลือกรุ่นที่มีสเปกสูงขึ้นในงบประมาณเดิมได้
ทำไม GIANT Shopping Mall คือคำตอบสุดท้ายสำหรับ E-Bike คุณภาพสูง
ในขณะที่นโยบายภาครัฐช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้น การเลือกซื้อ E-bike ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาวคือการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด และ GIANT Shopping Mall คือผู้นำในด้านนี้ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านจำหน่าย แต่เป็นศูนย์รวมนวัตกรรมยานพาหนะไฟฟ้าที่คัดสรรแต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุดมาให้ลูกค้า การเลือกซื้อ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall จึงเป็นการการันตีว่าเงินอุดหนุน 10,000 บาทของคุณจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดกับผลิตภัณฑ์ที่จะอยู่กับคุณไปอีกนาน
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ที่เหนือกว่า
เงื่อนไขของภาครัฐที่กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องมีความจุ 3 kWh ขึ้นไปนั้น สอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของ GIANT Shopping Mall อย่างสมบูรณ์แบบ E-Bike และ Electric Scooter ทุกรุ่นที่นี่มาพร้อมเทคโนโลยี Battery ลิเธียมไอออนคุณภาพสูง ที่ไม่เพียงแต่ให้ระยะทางที่ไกลกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ลดความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนถูกออกแบบมาให้มีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ทนทาน และประหยัด Energy สูงสุด ทำให้ทุกการเดินทางราบรื่นและเปี่ยมประสิทธิภาพ
รุ่นยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเดินทางระยะไกลที่ต้องการความสะดวกสบาย GIANT Shopping Mall มี E-Bike และ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นให้เลือกสรร ซึ่งล้วนเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นไปตามแนวโน้มของตลาดปัจจุบัน หลายรุ่นมีคุณสมบัติที่ผ่านเกณฑ์ของมาตรการ EV 3.5 อย่างครบถ้วน ทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับสิทธิ์เงินอุดหนุนอย่างแน่นอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณที่สุด
ลงทุนครั้งเดียว คุ้มค่าระยะยาว! เลือก E-Bike จาก GIANT Shopping Mall ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุด ประหยัดพลังงาน และบริการหลังการขายที่มั่นใจได้
| คุณสมบัติ | E-Bike ทั่วไปในตลาด | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีแบตเตอรี่ | มาตรฐานทั่วไป อาจมีอายุการใช้งานสั้น | แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง ความจุสูง อายุการใช้งานยาวนาน |
| ประสิทธิภาพมอเตอร์ | กำลังพื้นฐาน เหมาะกับการใช้งานเบา | มอเตอร์กำลังสูง อัตราเร่งดีเยี่ยม ประหยัดพลังงาน |
| การรับประกันและบริการ | จำกัด หรือไม่มีความชัดเจน | การรับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ พร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน |
| ความคุ้มค่าหลังหักส่วนลด | คุ้มค่าในระยะสั้น อาจมีค่าซ่อมบำรุงตามมา | คุ้มค่าสูงสุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ลดค่าบำรุงรักษา |
การเตรียมตัวเพื่อรับสิทธิ์อุดหนุน E-Bike
เมื่อเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขต่างๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถรับสิทธิ์เงินอุดหนุนได้อย่างราบรื่นเมื่อโครงการ EV 3.5 เริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
เอกสารและขั้นตอนที่อาจต้องเตรียม
โดยทั่วไปแล้ว การขอรับสิทธิ์อุดหนุนจากภาครัฐมักจะต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนพื้นฐาน ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม เช่น:
- บัตรประจำตัวประชาชน: เพื่อยืนยันสัญชาติไทยและตัวตนของผู้ซื้อ
- ทะเบียนบ้าน: เพื่อยืนยันที่อยู่ปัจจุบัน
- เอกสารการซื้อขาย: สัญญาซื้อขายหรือใบกำกับภาษีจากผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
ขั้นตอนการดำเนินการมักจะเป็นการดำเนินการผ่านผู้จำหน่ายโดยตรง ซึ่งผู้จำหน่ายจะหักส่วนลดออกจากราคาขาย ณ จุดขาย และเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารกับหน่วยงานภาครัฐในภายหลัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบนอกเหนือจากราคาและส่วนลด:
- ตรวจสอบรุ่นที่เข้าร่วมโครงการ: สอบถามกับผู้จำหน่ายให้แน่ใจว่า E-Bike รุ่นที่สนใจนั้นมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของโครงการ EV 3.5 ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องขนาดแบตเตอรี่และแหล่งผลิต
- ศึกษาเรื่องการรับประกัน: ตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันตัวรถ มอเตอร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุด
- พิจารณาบริการหลังการขาย: เลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ สามารถให้การดูแลและซ่อมบำรุงได้ในระยะยาว
- วางแผนการชาร์จ (Charging): ประเมินว่าที่พักหรือที่ทำงานมีจุดที่สามารถชาร์จไฟได้อย่างสะดวกหรือไม่ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
บทสรุป และเลือกซื้อ E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
การมาถึงของนโยบายอุดหนุน E-Bike ในปี 2026 ภายใต้โครงการ EV 3.5 ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเงินสนับสนุน 10,000 บาท จะทำให้การเป็นเจ้าของ E-Bike และ Electric Scooter คุณภาพสูงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ จะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสสำคัญนี้
เพื่อให้การลงทุนของคุณคุ้มค่าที่สุด การเลือกซื้อจากผู้เชี่ยวชาญที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพและบริการที่ครบวงจรคือคำตอบสุดท้าย GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายที่คุณวางใจได้
อย่ารอช้า! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับนโยบายใหม่และเริ่มต้นประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งกว่าเดิมได้แล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกชมสินค้าได้ที่ GIANT Shopping Mall:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เปิดบริการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ทาง:
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

