นโยบาย EV ไทย 2026: คาดการณ์รัฐหนุน E-Bike ลดค่าน้ำมัน
ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในวงกว้าง แนวโน้มของ นโยบาย EV ไทย 2026: คาดการณ์รัฐหนุน E-Bike ลดค่าน้ำมัน ได้กลายเป็นหัวข้อที่น่าจับตามอง โดยภาครัฐมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพื่อเป็นทางเลือกในการประหยัดพลังงานและลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับภาคครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การรอคอยนโยบายอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เมื่อปัญหาราคาน้ำมันคือสิ่งที่ต้องเผชิญในทุกวัน การเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมและคุ้มค่าได้ตั้งแต่วันนี้จึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาดที่สุด ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้รวบรวมยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงมาให้เลือกสรร พร้อมเป็นเจ้าของได้ทันที
- ภาครัฐเตรียมออกมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและรับมือกับปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้น
- มาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นประกอบด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan), โครงการรถเก่าแลกใหม่ที่ให้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับผู้มีรายได้น้อย, และการยกเว้นภาษี
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ (Battery) และระบบชาร์จ (Charging) ที่พัฒนาขึ้นทำให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีราคาเข้าถึงง่ายและใช้งานสะดวกสบายกว่าในอดีต
- เป้าหมายระยะยาวของไทยคือการผลักดันให้รถยนต์จดทะเบียนใหม่เป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV) 100% ภายในปี 2035
- การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ในปัจจุบันไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม
ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ทำให้การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่กระแสโลก แต่เป็นทางรอดสำหรับหลายครัวเรือน ด้วยเหตุนี้ นโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับประเทศ มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ผ่านการสนับสนุนทางการเงินและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้การเป็นเจ้าของยานพาหนะแห่งอนาคตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ก่อนที่นโยบายจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ การเลือกตัดสินใจเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่วันนี้ที่ GIANT Shopping Mall คือการเริ่มต้นความคุ้มค่าที่มาก่อนใคร พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ด้านพลังงานได้อย่างมั่นใจ
ภาพรวมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังสู่นโยบาย 30@30 ซึ่งตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 และตั้งเป้าให้มีการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า 50% ภายในปีเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้ผลักดันมาตรการสนับสนุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
เหตุผลหลักเบื้องหลังการผลักดันนโยบายนี้มาจากความต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ซึ่งมีความผันผวนด้านราคาสูง และเพื่อรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ในเขตเมือง อุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 11% ของ GDP ประเทศ และมีการจ้างงานกว่า 600,000-850,000 คน ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมนี้ไปสู่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน แต่ยังเป็นการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกอีกด้วย มาตรการที่ออกมาจึงครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการผลิตในประเทศ การกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น สถานีชาร์จ ให้ครอบคลุมทั่วถึง
เจาะลึกมาตรการภาครัฐ: โอกาสทองของผู้ใช้ E-Bike
มาตรการที่ภาครัฐคาดว่าจะนำมาใช้ในปี 2026 และปีต่อๆ ไปนั้น มุ่งเน้นไปที่การทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางในระยะใกล้และมีราคาที่เข้าถึงได้สำหรับประชาชนทั่วไป มาตรการเหล่านี้เปรียบเสมือนโอกาสทองที่จะช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นและเพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาว
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารออมสิน
หนึ่งในมาตรการที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือการที่กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน (GSB) จัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด โครงการนี้เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 2 ล้านบาทต่อราย และมีระยะเวลาผ่อนชำระนาน 5 ปี ผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2570 ซึ่งนับเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่ช่วยลดภาระในการตัดสินใจซื้อยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
โครงการ “รถเก่าแลกใหม่” กับส่วนลดที่มากกว่า
อีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามองคือ “โครงการรถเก่าแลกใหม่” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2570 โดยกระทรวงการคลังกำลังศึกษาแนวทางในการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (Hybrid) ที่ผลิตภายในประเทศ โดยใช้เกณฑ์การปล่อยคาร์บอนต่ำเป็นตัวชี้วัด ความพิเศษของโครงการนี้อยู่ที่การให้เงินสนับสนุนผ่านผู้ผลิตโดยตรงเพื่อนำไปลดราคาขายให้กับผู้บริโภค
ที่สำคัญ โครงการนี้ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นพิเศษ โดยผู้ที่ต้องการซื้อ E-Bike และมีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยของรัฐ (อ้างอิงฐานข้อมูลปี 2569) จะได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 10,000 บาทต่อคัน พร้อมกับการยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 100% นอกจากนี้ หากนำรถจักรยานยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานตามเกณฑ์มาแลกและทำลาย จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าการสนับสนุนทั้งหมดอาจสูงถึง 40,000 บาทต่อคัน ทำให้การเป็นเจ้าของ E-Bike คันใหม่กลายเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
| รายการค่าใช้จ่าย | มอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาป | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (เฉลี่ย) | ~15,000 บาท (ค่าน้ำมัน) | ~1,500 บาท (ค่าไฟฟ้า) |
| ค่าบำรุงรักษา | ~3,000 บาท (น้ำมันเครื่อง, หัวเทียน) | ~500 บาท (เช็คระบบเบรก, ยาง) |
| ส่วนลดจากภาครัฐ (คาดการณ์) | ไม่มี | อาจสูงถึง 40,000 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายปีแรก (ไม่รวมราคารถ) | ~18,000 บาท | ~2,000 บาท (ก่อนหักส่วนลด) |
โครงการนำร่องสำหรับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ภาครัฐได้เริ่มโครงการนำร่องเปลี่ยนมอเตอร์ไซค์รับจ้างในเขตกรุงเทพมหานครให้เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (E-Bike) โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างโดยตรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันอย่างหนัก การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike จะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้อย่างมหาศาล ซึ่งหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของทั้งผู้ขับขี่และคนในชุมชน
อนาคตของ EV Ecosystem และทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
ขณะที่ภาครัฐกำลังวางรากฐานสำหรับอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องรอคอยเพื่อสัมผัสกับประโยชน์ของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในวันนี้คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนทันทีทั้งในด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย 30@30 และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไร้มลพิษ
นโยบาย 30@30 เป็นเพียงก้าวแรกของแผนการที่ใหญ่กว่า โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้มีข้อเสนอให้รถยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ทั้งหมดนับตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป ต้องเป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV) 100% เป้าหมายที่ชัดเจนนี้ส่งสัญญาณว่าทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังมุ่งสู่พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนฝั่งการผลิต เช่น การพิจารณาลดภาษีนำเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีต้นทุนสูงที่สุด เพื่อทำให้ราคารถ EV ที่ผลิตในประเทศสามารถแข่งขันกับรถนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (FTA) ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้ตลาด EV ในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีตัวเลือกที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภค
เทคโนโลยี Battery และการชาร์จที่เข้าถึงง่าย: เลือก E-Bike ที่ใช่จาก GIANT Shopping Mall
แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จสาธารณะจะยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา แต่สำหรับผู้ใช้ E-bike แล้ว ปัญหาดังกล่าวแทบจะไม่มีผลกระทบ เนื่องจากการออกแบบที่เน้นความสะดวกสบายและเข้ากับการใช้ชีวิตในเมือง E-Bike ส่วนใหญ่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกไปชาร์จกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปได้ง่ายๆ ไม่ต่างจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ทำให้สามารถชาร์จไฟได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือร้านกาแฟ ขจัดความกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไปได้อย่างสิ้นเชิง
ที่ GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ เราจึงคัดสรร E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) คุณภาพสูง ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องน้ำหนักเบา อายุการใช้งานยาวนาน และให้ระยะทางวิ่งที่ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การจ่ายตลาด หรือการขับขี่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ รุ่นยอดนิยมของเราถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สอดรับกับแนวโน้มตลาดที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมองหาความประหยัดในระยะยาว การเลือก E-Bike จาก GIANT Shopping Mall ในวันนี้ จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด นำคุณก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด โดยไม่ต้องรอให้นโยบายภาครัฐมาถึง
ความคุ้มค่าที่พลาดไม่ได้: ทุกการชาร์จ E-Bike เต็มหนึ่งครั้ง มีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่บาท แต่สามารถวิ่งได้ไกลหลายสิบกิโลเมตร ลองจินตนาการถึงเงินค่าน้ำมันที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน นั่นคือผลตอบแทนที่คุณจะได้รับทันทีที่เปลี่ยนมาใช้ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall
เปรียบเทียบ E-Bike รุ่นยอดนิยม: คันไหนเหมาะกับคุณ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติของ E-Bike รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่าย จะช่วยให้สามารถเลือกรถที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการใช้งานได้อย่างตรงจุด
| คุณสมบัติ | รุ่น City Commuter | รุ่น Delivery Pro | รุ่น Explorer Adventure |
|---|---|---|---|
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 40-50 กม. | 60-80 กม. | 50-70 กม. |
| ความเร็วสูงสุด | 45 กม./ชม. | 60 กม./ชม. | 50 กม./ชม. |
| ประเภทแบตเตอรี่ | Li-ion (ถอดชาร์จได้) | Li-ion ความจุสูง | Li-ion (ถอดชาร์จได้) |
| เหมาะสำหรับ | ใช้งานในเมือง, เดินทางไปทำงาน | ธุรกิจขนส่ง, วิ่งงานเดลิเวอรี่ | เดินทางไกล, ท่องเที่ยว |
| จุดเด่น | คล่องตัว, น้ำหนักเบา, ราคาประหยัด | ทนทาน, บรรทุกของได้, แบตอึด | สมรรถนะสูง, ดีไซน์สวยงาม |
ข้อเสนอจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เพื่อเร่งการเติบโต
นอกเหนือจากมาตรการของภาครัฐแล้ว ภาคเอกชนอย่างสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ก็มีบทบาทสำคัญในการเสนอแนะแนวทางเพื่อเร่งการเติบโตของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลักดันให้ EV เป็นทางเลือกด้านพลังงานใหม่อย่างยั่งยืน ข้อเสนอที่สำคัญประกอบด้วย:
- การนำร่องโดยภาครัฐ: เสนอให้หน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐเป็นผู้นำในการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นแบบอย่างให้กับภาคประชาชน
- การขยายสถานีชาร์จ: ผลักดันให้มีการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความกังวลในการเดินทางระยะไกล
- การสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในประเทศ: ส่งเสริมให้เกิดการผลิตชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เช่น แบตเตอรี่และมอเตอร์ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม
ข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้านพลังงาน ซึ่งการเลือกใช้ E-Bike ของผู้บริโภคแต่ละคนในวันนี้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้เช่นกัน
ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ตอนนี้? สรุปความคุ้มค่าและช่องทางติดต่อ
การรอคอยนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐอาจทำให้เสียโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกวัน การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในวันนี้ คือการเลือกอนาคตทางการเงินที่ดีกว่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย การบำรุงรักษาต่ำ และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ E-Bike เป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางในยุคปัจจุบัน
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้าสำหรับใช้งานในเมือง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์ทันสมัย หรือ E-Bike สมรรถนะสูงสำหรับการเดินทางที่หลากหลาย พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้คุณเลือกรถที่เหมาะสมที่สุด และบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ
อย่าปล่อยให้ราคาน้ำมันมาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เริ่มต้นความคุ้มค่าตั้งแต่วันนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน
ติดต่อ GIANT Shopping Mall:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศไทย

