นโยบาย EV ปี 2026: ภาครัฐหนุนใช้ E-Bike ลดค่าน้ำมัน
ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและยั่งยืนกลายเป็นวาระสำคัญสำหรับทุกคน นโยบายของภาครัฐจึงเริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเป็นทางออกของปัญหานี้
- รัฐบาลไทยมีมาตรการอุดหนุนทางการเงินสำหรับผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) โดยตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
- สถาบันการเงินของรัฐนำเสนอโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
- มีการผลักดันการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้ครบวงจร ตั้งแต่การขยายสถานีชาร์จ (Charging Station) ไปจนถึงการออกมาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจ
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นประจำและกลุ่มไรเดอร์ หันมาให้ความสนใจ E-Bike และ Scooter ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
- ภาคเอกชนและนักวิชาการมีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐเร่งรัดนโยบายและอุดหนุนแบบพุ่งเป้า เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ในยุคที่ภาระค่าน้ำมันกลายเป็นปัญหาหนักอกของใครหลายคน การปรับตัวและมองหาทางออกใหม่ๆ คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษาที่ต้องเดินทางทุกวัน นโยบาย EV ปี 2026: ภาครัฐหนุนใช้ E-Bike ลดค่าน้ำมัน ได้กลายเป็นทิศทางเชิงนโยบายที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นโยบายนี้มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Scooter) ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ซึ่ง GIANT Shopping Mall พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ตอบสนองทุกความต้องการและพร้อมรับมือนโยบายแห่งอนาคต
ภาพรวมนโยบาย EV และทิศทางพลังงานปี 2026
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดการพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีราคาผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงปี 2568-2569 รัฐบาลได้ออกมาตรการหลายด้านเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
กลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางเป็นประจำ เช่น พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดลิเวอรี่ หรือ ไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike จึงไม่ใช่แค่การตามกระแสรักษ์โลก แต่เป็นทางรอดทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ นโยบายเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี EV ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนจากรถที่ใช้น้ำมันมาเป็นไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่ากว่าเดิม สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการพิจารณาเลือกซื้อ E-Bike หรือ Scooter ไฟฟ้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตของการเดินทางที่ทั้งประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มาตรการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐ: โอกาสทองของผู้ใช้ E-Bike
หนึ่งในหัวใจสำคัญของนโยบายผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าคือการใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาจูงใจ เพื่อลดภาระของผู้บริโภคและกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อที่รวดเร็วขึ้น ภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุนที่หลากหลายและครอบคลุม ทั้งในรูปแบบของเงินอุดหนุนโดยตรง สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การเป็นเจ้าของ E-Bike ในปัจจุบันมีความเป็นไปได้และคุ้มค่ามากกว่าในอดีต
เงินอุดหนุนโดยตรงสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
มาตรการที่เห็นผลชัดเจนที่สุดคือการให้เงินอุดหนุนโดยตรงแก่ผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยในปีงบประมาณ 2565 รัฐบาลได้จัดสรรเงินอุดหนุนจำนวน 18,000 บาทต่อคัน ซึ่งช่วยลดราคาจำหน่ายเริ่มต้นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้มีรายได้น้อย (ตามฐานข้อมูลปี 2569) ที่เข้าร่วมโครงการ “แลกเก่ารับใหม่” โดยนำรถจักรยานยนต์เก่า (ขนาดไม่เกิน 125 ซีซี) มาทำลายเพื่อแลกซื้อ E-Bike คันใหม่ จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท และอาจได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท ทำให้ยอดรวมเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 40,000 บาทต่อคัน มาตรการนี้ช่วยให้กลุ่มผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรถแต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ สามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยและประหยัดพลังงานได้
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น
นอกเหนือจากเงินอุดหนุนแล้ว ภาครัฐยังร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตัวอย่างเช่น โครงการ Soft Loan GSB จากธนาคารออมสิน ที่จัดสรรวงเงินถึง 5,000 ล้านบาท ให้กู้ยืมเพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (รวมถึง E-Bike) หรือติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 2 ล้านบาทต่อราย และมีระยะเวลาโครงการถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก็มีโครงการ SME Green Productivity ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ใน 3 ปีแรก ด้วยวงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในภาคธุรกิจ
โครงการแลกเก่า-รับใหม่ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
โครงการแลกเก่า-รับใหม่ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการให้เงินอุดหนุน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดมลพิษในระยะยาว โดยภาครัฐกำลังศึกษาแนวทางสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่ผลิตในประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเริ่มพิจารณาอย่างจริงจังในปี 2570 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ผู้ซื้อ E-Bike ยังได้รับการยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 100% ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ทำให้ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าต่ำลงไปอีก
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike (GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์ 125 ซีซี |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น (หลังหักเงินอุดหนุน 18,000 บาท) | ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท | ประมาณ 50,000 – 70,000 บาท |
| ค่าพลังงาน (เฉลี่ย 1,000 กม./เดือน) | ~200 บาท/เดือน (ค่าไฟชาร์จ) | ~1,000 บาท/เดือน (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษา (ต่อปี) | ต่ำมาก (~500 บาท สำหรับเช็คระบบเบรก/ยาง) | สูงกว่า (~2,000 บาท สำหรับน้ำมันเครื่อง/หัวเทียน) |
| ค่าภาษีและทะเบียน | ได้รับการยกเว้น | มีค่าใช้จ่ายรายปี |
| รวมค่าใช้จ่ายปีแรก (โดยประมาณ) | ~32,900 บาท (เริ่มต้น) | ~64,000 บาท (เริ่มต้น) |
แนวโน้มการพัฒนาระบบนิเวศ EV และความพร้อมของ GIANT Shopping Mall
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวรถ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รองรับการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังผลักดันให้เกิดการสร้าง EV Ecosystem ที่ครบวงจรอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดรับกับนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไร้มลพิษให้ได้ 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2030 ซึ่งแนวทางดังกล่าวประกอบด้วยการที่ภาครัฐต้องเป็นผู้นำร่องใช้ EV ในหน่วยงานราชการ, การขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย, และการศึกษาเรื่องภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อลดการบริโภคน้ำมัน
ท่ามกลางแนวโน้มตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ GIANT Shopping Mall ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่มองหา E-bike ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ขณะที่ภาครัฐกำลังวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราได้คัดสรรรุ่นยอดนิยมที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมกับสภาพถนนและการใช้งานของคนไทยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือจักรยานไฟฟ้าสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและออกกำลังกาย ทุกรุ่นล้วนถูกเลือกมาเพื่อรองรับเทรนด์แห่งอนาคตนี้
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้แค่ขายยานยนต์ไฟฟ้า แต่เรามอบอิสรภาพทางการเงินจากค่าน้ำมันที่ผันผวน พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและบริการที่เชื่อถือได้ นี่คือความคุ้มค่าที่ออกแบบมาเพื่ออนาคตของคุณ
เมื่อข้อมูลวิจัยพูดถึง “เทคโนโลยี” เรามองไปที่ “สเปกของสินค้า” ที่เรานำเสนอ ยานยนต์ไฟฟ้าทุกคันที่ GIANT Shopping Mall มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุดที่ให้ระยะทางวิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง, มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ให้พละกำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริง และระบบความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ระบบเบรกดิสก์ และไฟส่องสว่างแบบ LED ที่ให้ความมั่นใจทุกการขับขี่ และเมื่อข้อมูลวิจัยเน้นย้ำเรื่อง “ความประหยัด” เราชี้ให้เห็นถึง “ความคุ้มค่าของราคา” ที่จับต้องได้ทันที การลงทุนซื้อ E-Bike จากเราในวันนี้ หมายถึงการเริ่มต้นประหยัดค่าน้ำมันตั้งแต่วันแรก ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงนี้จะช่วยคืนทุนค่ารถได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อนำไปรวมกับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้ GIANT Shopping Mall ไม่ใช่แค่ร้านค้า แต่เป็นพันธมิตรที่ช่วยให้คุณก้าวสู่อนาคตของการเดินทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืนกว่า
การขยายสถานีชาร์จและการสร้าง EV Ecosystem
หนึ่งในความท้าทายหลักของการเปลี่ยนผ่านคือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสถานีชาร์จแบตเตอรี่ ภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมมือกันขยายจุดบริการชาร์จในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัย และสถานีบริการน้ำมัน เพื่อลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชันกลางเพื่อรวบรวมข้อมูลตำแหน่งสถานีชาร์จ สถานะความพร้อมใช้งาน และรูปแบบหัวชาร์จ เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุด
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์อนาคต
เทคโนโลยีแบตเตอรี่คือหัวใจของยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลง แต่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้นและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เป็นเป้าหมายสำคัญของการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและราคาของ E-Bike ในอนาคต การเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เชื่อถือได้จาก GIANT Shopping Mall จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมั่นใจได้ในระยะยาว
| คุณสมบัติ | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (City Commuter) | จักรยานไฟฟ้า (Hybrid/Leisure) | ทางเลือกอื่น (รถจักรยานยนต์สันดาป) |
|---|---|---|---|
| การออกแบบ | เน้นความคล่องตัว กะทัดรัด เหมาะกับการจราจรในเมือง | ผสานการปั่นกับการใช้ไฟฟ้า ออกกำลังกายและเดินทางได้ | ขนาดใหญ่กว่า ต้องการพื้นที่จอดรถมากกว่า |
| แหล่งพลังงาน | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชาร์จไฟบ้านได้ | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมระบบปั่น | น้ำมันเบนซิน |
| มลพิษทางเสียงและอากาศ | ไม่มี (เงียบและไร้มลพิษ) | ไม่มี (เงียบและไร้มลพิษ) | มีเสียงดังและปล่อยไอเสีย |
| การบำรุงรักษา | น้อยมาก (เน้นระบบเบรกและยาง) | น้อย (เน้นระบบเบรก ยาง และโซ่) | สูง (น้ำมันเครื่อง, หัวเทียน, ไส้กรอง) |
| เหมาะสำหรับ | การเดินทางระยะสั้นถึงกลางในเมือง, นักศึกษา, วัยทำงาน | การเดินทาง, การท่องเที่ยว, การออกกำลังกาย | การเดินทางทุกระยะ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า |
เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
แรงผลักดันที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้ามาจากเสียงเรียกร้องของภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตราคาพลังงาน การรับฟังและนำข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานจริงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาปรับใช้นโยบายจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน
ผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อชีวิตประจำวัน
ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ในการประกอบอาชีพ ได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจนและเร่งด่วนในการเข้าถึง E-Bike เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และค่าครองชีพ ในบางพื้นที่ เช่น ภาคใต้ของไทย ประชาชนจำนวนมากได้เริ่มหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงในตลาด ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางของนโยบาย EV
ข้อเสนอจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และกลุ่มนักวิชาการได้เสนอแนะแนวทางที่น่าสนใจหลายประการเพื่อเร่งการเติบโตของตลาด EV ในประเทศ ข้อเสนอหลักคือการอุดหนุนแบบพุ่งเป้าไปที่ E-Bike ขนาดเล็ก ซึ่งมีราคาไม่สูงและเหมาะสมกับการใช้งานในเมือง ควบคู่ไปกับมาตรการ “แลกเก่า ซื้อใหม่” ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและไร้มลพิษ เพื่อป้องกันการสร้างหนี้สินเกินความจำเป็นและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ภาครัฐศึกษาการเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคลดการใช้น้ำมันและหันมาพึ่งพาพลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทางพลังงานได้เร็วขึ้น
เริ่มต้นสู่อนาคตที่ประหยัดและยั่งยืนกับ GIANT Shopping Mall
จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทิศทางของนโยบายภาครัฐและสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังผลักดันให้การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ E-Bike และ Scooter ไฟฟ้า กลายเป็นทางเลือกหลักของการเดินทางในอนาคตอันใกล้ การสนับสนุนทั้งด้านการเงินและโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐคือโอกาสสำคัญที่ผู้บริโภคไม่ควรมองข้าม
GIANT Shopping Mall คือคำตอบสำหรับผู้ที่พร้อมจะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ เราคือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าที่คัดสรรคุณภาพมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, หรือ E-bike ดีไซน์ทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ การเลือกซื้อสินค้าจากเราในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ช่วยให้ประหยัดค่าน้ำมันได้ทันที และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
อย่ารอให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานมาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เริ่มต้นเส้นทางสู่ความประหยัดและอิสรภาพในการเดินทางของคุณได้แล้ววันนี้ที่ GIANT Shopping Mall
ติดต่อเรา:
ร้านเปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
โทร: 061-962-2878
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่: FACEBOOK PAGE หรือ LINE
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและเลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับคุณ

