นโยบายรัฐปี 2027! ลุ้นอุดหนุนราคา E-Bike ช่วยลดค่าครองชีพ
- สรุปประเด็นสำคัญ
- ภาพรวมมาตรการ EV 3.5: ความหวังในการลดค่าครองชีพถึงปี 2570
- เงินอุดหนุนจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ข้อเท็จจริงและทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า
- ไขข้อข้องใจ: “จักรยานยนต์ไฟฟ้า” vs. “จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)”
- E-Bike ตอบโจทย์การลดภาระค่าครองชีพได้อย่างไร?
- เลือก E-Bike ที่ใช่: ทำไมต้องที่ GIANT Shopping Mall?
ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนกำลังมองหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะค่าเดินทางที่นับเป็นต้นทุนหลัก การจับตา นโยบายรัฐปี 2027! ลุ้นอุดหนุนราคา E-Bike ช่วยลดค่าครองชีพ จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การรอคอยนโยบายในอนาคตอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เมื่อมีทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่ากว่ารออยู่ตรงหน้า ซึ่งพร้อมแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ
- มาตรการ EV 3.5: ปัจจุบันภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้ชื่อ “EV 3.5” ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2567–2570 โดยให้เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า, รถกระบะไฟฟ้า และ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”
- เงินอุดหนุนปัจจุบัน: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ (ราคาไม่เกิน 150,000 บาท, แบตเตอรี่ 3 kWh ขึ้นไป, ผลิตในประเทศ) จะได้รับเงินอุดหนุน 10,000 บาทต่อคัน
- ความแตกต่างที่ต้องรู้: นโยบายปัจจุบันยังไม่ครอบคลุม “จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)” โดยตรง แต่เน้นที่ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งมีข้อกำหนดและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน
- ทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า: แม้ไม่มีเงินอุดหนุนโดยตรง จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นทางเลือกที่ประหยัดและเข้าถึงง่ายกว่ามาก ทั้งในด้านราคาเริ่มต้น, ค่าบำรุงรักษา, และความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียน
- ทางออกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน: การเลือกใช้ E-Bike คุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall คือการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่เห็นผลได้ทันที โดยไม่ต้องรอความชัดเจนของนโยบายในอนาคต
ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงาน นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ ต่างมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กระแสความสนใจในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
หนึ่งในนโยบายที่ถูกจับตามองคือแนวทางการอุดหนุนราคายานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยตรง แม้ว่านโยบายเฉพาะสำหรับปี 2570 (2027) จะยังไม่มีความชัดเจน แต่กรอบการดำเนินงานปัจจุบันภายใต้มาตรการ EV 3.5 ได้ปูทางไว้แล้ว ซึ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก บทความนี้จะวิเคราะห์ข้อเท็จจริงของนโยบายที่มีอยู่ และชี้ให้เห็นว่าทำไมการเลือกใช้ E-Bike ในวันนี้จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด
ภาพรวมมาตรการ EV 3.5: ความหวังในการลดค่าครองชีพถึงปี 2570
มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ “EV 3.5” คือนโยบายหลักที่ภาครัฐใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ของไทยในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นทั้งฝั่งอุปสงค์ (ผู้ซื้อ) และอุปทาน (ผู้ผลิต) สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
ทำความเข้าใจกรอบเวลาและเป้าหมายของนโยบาย
มาตรการ EV 3.5 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2567 และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2570 (ค.ศ. 2024–2027) โดยเป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การลดค่าครองชีพโดยตรง แต่ผลพลอยได้จากการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ย่อมส่งผลดีต่อการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญ
ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทใดบ้างที่ได้รับเงินอุดหนุน?
ภายใต้มาตรการ EV 3.5 ภาครัฐได้กำหนดสิทธิประโยชน์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภทหลัก ดังนี้:
- รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Passenger Car): ได้รับทั้งเงินอุดหนุน, การลดอากรนำเข้า, และการลดภาษีสรรพสามิต โดยมีเงื่อนไขด้านราคาและขนาดแบตเตอรี่ที่แตกต่างกันไป
- รถกระบะไฟฟ้า (Electric Pickup Truck): ได้รับเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อส่งเสริมการใช้งานในภาคพาณิชย์และโลจิสติกส์
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle): ได้รับเงินอุดหนุนในอัตราที่กำหนด เพื่อกระตุ้นตลาดและส่งเสริมการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นประเภทที่ใกล้เคียงกับ E-Bike มากที่สุด
จะเห็นได้ว่า แม้ชื่อมาตรการจะครอบคลุมถึงปี 2570 แต่ประเภทของยานพาหนะที่ระบุไว้อย่างชัดเจนคือ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ไม่ใช่ “จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)” ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เงินอุดหนุนจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ข้อเท็จจริงและทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า
นโยบายภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ข้อมูลจากมาตรการ EV 3.5 ระบุถึงเงินอุดหนุนที่ชัดเจน แต่การทำความเข้าใจเงื่อนไขและเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น จะช่วยให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่แท้จริง
สรุปเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุน 10,000 บาท
ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ยืนยันตรงกันว่า สำหรับ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่เข้าร่วมโครงการ EV 3.5 จะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาทต่อคัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้:
- ราคาจำหน่าย: ต้องมีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท
- ขนาดแบตเตอรี่: ต้องมีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- แหล่งผลิต: ต้องเป็นรถที่ผลิตภายในประเทศ
แม้เงินอุดหนุน 10,000 บาทจะดูน่าดึงดูด แต่เมื่อพิจารณาจากราคาเริ่มต้นของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งมักจะอยู่ที่หลายหมื่นบาทจนถึงหลักแสน ทำให้ต้นทุนสุดท้ายยังคงสูงสำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าจดทะเบียน, ค่าทำ พ.ร.บ., และค่าบำรุงรักษาที่ซับซ้อนกว่า
E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ทางออกที่คุ้มค่ากว่าโดยไม่ต้องรอ
ในขณะที่หลายคนรอคอยนโยบายในอนาคต มีทางออกที่ชาญฉลาดและพร้อมใช้งานได้ทันที นั่นคือ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall ซึ่งมอบความคุ้มค่าที่เหนือกว่าในทุกมิติ แม้จะไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐโดยตรง แนวโน้มตลาดที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องความประหยัด ทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน:
- ราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่าย: E-Bike มีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก ทำให้เป็นเจ้าของได้ง่ายโดยไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินสูง
- ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง: ไม่ต้องจดทะเบียน, ไม่ต้องทำ พ.ร.บ., และไม่ต้องมีใบขับขี่ ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและประหยัดค่าใช้จ่ายจิปาถะ
- ความประหยัดขั้นสูงสุด: ค่าไฟฟ้าในการชาร์จแต่ละครั้งเพียงไม่กี่บาท สามารถวิ่งได้ระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ถือเป็นการลงทุนที่คืนทุนเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับค่าน้ำมัน
- บำรุงรักษาง่าย: ด้วยโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ทำให้การดูแลรักษา E-Bike ทำได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ารถจักรยานยนต์อย่างเห็นได้ชัด
เทคโนโลยีและนวัตกรรมใน E-Bike จาก GIANT Shopping Mall
ผลิตภัณฑ์จาก GIANT Shopping Mall ไม่ได้มีดีแค่ความประหยัด แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ให้พละกำลังดีเยี่ยม, แบตเตอรี่ลิเธียมที่น้ำหนักเบาและใช้งานได้ยาวนาน, ระบบเบรกที่ปลอดภัย, และโครงสร้างตัวรถที่แข็งแรงทนทาน ผ่านการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับทุกเพศทุกวัย
| รายการ | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (หลังหักเงินอุดหนุน) | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น (โดยประมาณ) | 40,000 – 140,000 บาท | 8,000 – 25,000 บาท |
| การจดทะเบียน / พ.ร.บ. | จำเป็นต้องมี | ไม่จำเป็น |
| ใบขับขี่ | จำเป็นต้องมี | ไม่จำเป็น |
| ค่าบำรุงรักษาต่อปี (โดยประมาณ) | สูง (ระบบซับซ้อน) | ต่ำมาก (ดูแลรักษาง่าย) |
| ความเหมาะสมกับการใช้งาน | การเดินทางระยะกลาง-ไกล | การเดินทางในเมือง, ชุมชน, ระยะใกล้-กลาง |
ไขข้อข้องใจ: “จักรยานยนต์ไฟฟ้า” vs. “จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)”
เพื่อให้เข้าใจถึงนโยบายภาครัฐและการเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับตนเอง การแยกความแตกต่างระหว่าง “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” และ “จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)” เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทั้งสองประเภทมีสถานะทางกฎหมายและลักษณะการใช้งานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
คำนิยามและข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle): ตามกฎหมายจัดเป็น “รถจักรยานยนต์” ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังขับเคลื่อน มีความเร็วสูงและกำลังมอเตอร์มาก จำเป็นต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก, ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ และต้องทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป
- จักรยานไฟฟ้า (Electric Bicycle / E-Bike): โดยทั่วไปหมายถึงจักรยานที่มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง (Pedal-Assist) หรือมีคันเร่ง (Throttle) แต่มีความเร็วจํากัดและกำลังมอเตอร์ไม่สูงมากนัก ตามกฎหมายปัจจุบัน หากมีลักษณะคล้ายจักรยานทั่วไปและมีความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด จะไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ ทำให้ไม่ต้องจดทะเบียนหรือใช้ใบขับขี่
การใช้งานในชีวิตประจำวัน: ใครเหมาะกับอะไร?
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยานพาหนะสำหรับเดินทางระยะกลางถึงไกล ใช้ความเร็วสูง และต้องการสมรรถนะทัดเทียมกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน, นักศึกษา, พนักงานออฟฟิศ, แม่บ้าน, และผู้สูงอายุ ที่ต้องการยานพาหนะสำหรับเดินทางในระยะใกล้ เช่น เดินทางไปทำงานในเมือง, ไปตลาด, รับ-ส่งบุตรหลาน หรือใช้ในหมู่บ้านและชุมชน ด้วยความคล่องตัวสูง, ใช้งานง่าย, และไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยุ่งยาก
E-Bike ตอบโจทย์การลดภาระค่าครองชีพได้อย่างไร?
หัวใจสำคัญของการเลือกใช้ E-Bike คือความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งเป็นทางออกที่ตรงจุดสำหรับปัญหารายจ่ายในปัจจุบัน
ประหยัดค่าพลังงานและค่าน้ำมันในระยะยาว
จุดเด่นที่สุดของ E-Bike คือต้นทุนด้านพลังงานที่ต่ำมาก การชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มหนึ่งครั้งใช้ไฟฟ้าคิดเป็นเงินเพียงไม่กี่บาท แต่สามารถวิ่งได้ไกล 30-60 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับรุ่นและลักษณะการใช้งาน) เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ที่ต้องใช้เงินหลายร้อยบาทต่อสัปดาห์ หรือการใช้รถยนต์ที่ต้นทุนสูงกว่าหลายเท่าตัว E-Bike จึงช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างชัดเจนในแต่ละเดือน
ต้นทุนแฝงที่ต่ำกว่ายานพาหนะประเภทอื่นอย่างชัดเจน
นอกเหนือจากค่าพลังงานแล้ว E-Bike ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ อีกมากมาย:
- ค่าบำรุงรักษา: ไม่มีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำมาก ส่วนใหญ่เป็นการดูแลโซ่, ยาง, และระบบเบรก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อย
- ค่าประกันและภาษี: ไม่ต้องเสียค่า พ.ร.บ. และภาษีรถประจำปี
- ค่าจอดรถ: สามารถหาที่จอดได้ง่ายและส่วนใหญ่มักจะไม่เสียค่าบริการ
การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน ซึ่งเงินส่วนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายในด้านอื่นที่จำเป็นหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้
| ยานพาหนะ | ค่าพลังงาน (น้ำมัน/ไฟฟ้า) | ค่าบำรุงรักษาและอื่นๆ | รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน |
|---|---|---|---|
| รถยนต์ส่วนบุคคล | 2,500 – 4,000 บาท | 500 – 1,000 บาท | 3,000 – 5,000 บาท |
| รถจักรยานยนต์ (น้ำมัน) | 800 – 1,200 บาท | 200 – 400 บาท | 1,000 – 1,600 บาท |
| E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | 100 – 200 บาท | 50 – 100 บาท | 150 – 300 บาท |
เลือก E-Bike ที่ใช่: ทำไมต้องที่ GIANT Shopping Mall?
การตัดสินใจเลือกซื้อ E-Bike ไม่ได้จบที่การเปรียบเทียบราคา แต่ยังรวมถึงคุณภาพของสินค้า, ความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่าย, และบริการหลังการขาย ซึ่ง GIANT Shopping Mall คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่มองหาโซลูชันการเดินทางที่คุ้มค่าและไร้กังวล
คุณภาพที่เหนือกว่าพร้อมบริการที่ครบวงจร
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพสูง ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยโดยเฉพาะ ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ในทุกการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีบริการที่โดดเด่น:
- การรับประกันสินค้า: มั่นใจได้ด้วยการรับประกันตัวถัง, มอเตอร์, และแบตเตอรี่
- บริการหลังการขาย: มีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลซ่อมบำรุง
- อะไหล่ครบครัน: สำรองอะไหล่ทุกชิ้นส่วน พร้อมให้บริการเสมอ
- บริการจัดส่งทั่วประเทศ: ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเป็นเจ้าของ E-Bike คุณภาพดีได้
พบกับโซลูชันการเดินทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน
ที่ GIANT Shopping Mall มี E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นให้เลือก เพื่อให้เหมาะสมกับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น:
- รุ่นสำหรับขับขี่ในเมือง: เน้นความคล่องตัว, ดีไซน์สวยงาม, และน้ำหนักเบา
- รุ่นสำหรับครอบครัว: มาพร้อมเบาะซ้อนท้ายและตะกร้าใส่ของ เพิ่มความสะดวกสบาย
- รุ่นสำหรับผู้สูงอายุ: ออกแบบให้ใช้งานง่าย, มีความมั่นคงสูง, และปลอดภัยเป็นพิเศษ
หยุดรอความไม่แน่นอนของนโยบายในอนาคต แล้วหันมาเลือกทางออกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในวันนี้ การลงทุนกับ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการลงทุนเพื่อลดค่าครองชีพ, เพิ่มความสะดวกสบาย, และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ยั่งยืน
เป็นเจ้าของ E-Bike คุณภาพได้แล้ววันนี้! สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลือกชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ GIANT Shopping Mall
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshoppingmall
เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์: 061-962-2878
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)

