อนาคต EV ไทย! จับตานโยบายรัฐหนุน E-Bike รับปี 2027
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตา
- ทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าไทย: เมื่อนโยบายรัฐคือลมใต้ปีก
- นโยบาย EV 3.5 และ 30@30: พลังขับเคลื่อนหลักสู่อนาคต E-Bike ไทย
- ถอดรหัสโอกาสและความท้าทาย: E-Bike ไทยพร้อมทะยานจริงหรือ?
- เจาะลึก 3 มิติการสนับสนุนจากภาครัฐ: จากผู้ซื้อสู่ฐานการผลิต
- การเปรียบเทียบความคุ้มค่า: ทำไม E-Bike คือคำตอบที่ใช่ในยุคนี้
- สรุป: อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและความคุ้มค่า
ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและกระแสความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการเดินทางในยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่ภาครัฐกำลังแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตา
- นโยบายรัฐหนุนเต็มสูบ: มาตรการ EV 3.5 (พ.ศ. 2567–2570) มอบเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทำให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- เป้าหมายสู่ฐานการผลิตระดับภูมิภาค: ยุทธศาสตร์ 30@30 ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อป้อนสู่ตลาดอาเซียน
- ความคุ้มค่าในระยะยาว: E-Bike ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้าน energy และค่าเดินทางได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดภาระทางการเงินในชีวิตประจำวัน
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่และความปลอดภัย: ภาครัฐให้ความสำคัญกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับ battery เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้งาน
- โอกาสทองของผู้บริโภค: ปี 2027 ซึ่งเป็นช่วงกลางของมาตรการ EV 3.5 ถือเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ E-Bike เพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากนโยบายภาครัฐ
ทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าไทย: เมื่อนโยบายรัฐคือลมใต้ปีก
อนาคต EV ไทย! จับตานโยบายรัฐหนุน E-Bike รับปี 2027 ไม่ใช่เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นทิศทางที่ชัดเจนซึ่งเกิดจากแรงผลักดันเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในแต่ละวันได้กลายเป็นภาระหนักอึ้งสำหรับนักศึกษาและวัยทำงานจำนวนมาก การมองหาทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน การเปลี่ยนผ่านจากยานยนต์สันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดสำหรับวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่
การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาครัฐที่ต้องการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกในการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) นโยบายสนับสนุนที่ออกมาอย่างต่อเนื่องไม่เพียงช่วยลดภาระให้แก่ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี EV และ battery ภายในประเทศอีกด้วย ดังนั้น ช่วงเวลานับจากปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผลลัพธ์ของนโยบายเหล่านี้จะเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในโรงงานผลิต และการส่งออกที่ขยายตัว ซึ่งสำหรับผู้บริโภคแล้ว นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ก่อนที่มาตรการสนับสนุนจะสิ้นสุดลง
นโยบาย EV 3.5 และ 30@30: พลังขับเคลื่อนหลักสู่อนาคต E-Bike ไทย
การเติบโตของตลาด E-Bike ในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่มีรากฐานมาจากการวางยุทธศาสตร์ของภาครัฐผ่านสองนโยบายหลัก ได้แก่ มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 และยุทธศาสตร์ 30@30 ซึ่งทั้งสองกลไกนี้ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
มาตรการ EV 3.5: จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดสองล้อไฟฟ้า
มาตรการ EV 3.5 ซึ่งมีผลบังคับใช้ระหว่างปี พ.ศ. 2567 ถึง 2570 ถือเป็นหัวใจสำคัญที่กระตุ้นตลาดในฝั่งผู้บริโภคโดยตรง โดยรัฐบาลได้จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อมากขึ้น สาระสำคัญของมาตรการนี้ประกอบด้วย:
- เงินอุดหนุนโดยตรง: รัฐมอบเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในอัตรา 5,000–10,000 บาทต่อคัน
- เงื่อนไขคุณสมบัติ: รถที่เข้าเกณฑ์ต้องมีราคาจำหน่ายไม่เกิน 150,000 บาท และติดตั้งแบตเตอรี่ที่มีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- กรอบเวลานโยบาย: มาตรการนี้มีระยะเวลา 4 ปีเต็ม (มกราคม 2567 – ธันวาคม 2570) ทำให้เกิดแรงส่งเชิงนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งปี 2027 จะเป็นช่วงกลางของมาตรการที่คาดว่าจะเห็นผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดสูงสุด
นโยบายนี้ช่วยลดกำแพงด้านราคา ทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสามารถทำตลาดได้อย่างกว้างขวาง
ยุทธศาสตร์ 30@30: วางรากฐานระยะยาวสู่นิคมอุตสาหกรรม EV
ในขณะที่ EV 3.5 เน้นการกระตุ้นฝั่งอุปสงค์ ยุทธศาสตร์ 30@30 คือแผนแม่บทระยะยาวที่มุ่งเป้าไปที่ฝั่งอุปทานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายอันท้าทายในการผลักดันให้ประเทศไทยผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้สัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)
เป้าหมายนี้ส่งผลดีต่อระบบนิเวศของ E-Bike โดยตรงในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการลงทุนในโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น มอเตอร์และแบตเตอรี่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุม และการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม EV ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อให้ไทยไม่เป็นเพียงผู้ใช้ แต่ก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและส่งออก E-Bike ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
ถอดรหัสโอกาสและความท้าทาย: E-Bike ไทยพร้อมทะยานจริงหรือ?
แม้ว่าภาพรวมเชิงนโยบายจะสดใสและเต็มไปด้วยโอกาส แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค E-Bike อย่างเต็มรูปแบบยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคต้องร่วมกันเผชิญ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้กลับเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความท้าทายที่ตลาดต้องเผชิญ
จากข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดและทิศทางของภาครัฐ สามารถสรุปประเด็นที่เป็นโจทย์สำคัญของ E-Bike ในไทยได้ดังนี้:
- ราคาและกำลังซื้อ: แม้จะมีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ แต่ราคาจำหน่ายสุทธิของ E-Bike ที่มีคุณภาพยังคงสูงกว่ารถจักรยานยนต์สันดาปทั่วไป ทำให้การตัดสินใจของผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงลังเล
- มาตรฐานแบตเตอรี่และความปลอดภัย: Battery ถือเป็นหัวใจของยานยนต์ไฟฟ้า ความกังวลเรื่องอายุการใช้งาน ความปลอดภัย และมาตรฐานการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยรัฐได้กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
- โครงสร้างพื้นฐาน: การขยายจุดชาร์จสาธารณะให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อาคารชุดและแหล่งชุมชน ยังคงเป็นโจทย์ที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- การแข่งขันในตลาด: การเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะผู้เล่นจากประเทศจีน ทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูง ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในแง่ของราคาและตัวเลือก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายของผู้ประกอบการไทย
ทางออกสู่การใช้งานจริงที่คุ้มค่าและปลอดภัย
ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ การเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่เชื่อถือได้และเข้าใจตลาดอย่างแท้จริงคือคำตอบที่ดีที่สุด GIANT Shopping Mall ได้ทำการศึกษาและคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสรร สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่มีราคาคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนของภาครัฐได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ในประเด็นด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ GIANT Shopping Mall ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน หมดปัญหาเรื่องการเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด นอกจากนี้ การออกแบบที่เน้นให้สามารถชาร์จไฟได้ง่ายจากปลั๊กไฟบ้านทั่วไป ยังช่วยลดความกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างอิสระและสะดวกสบาย
หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง ด้วยแบตเตอรี่มาตรฐาน มอก. และบริการหลังการขายครบวงจรจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่ GIANT Shopping Mall ที่พร้อมดูแลให้การเดินทางทุกวันของคุณราบรื่น ประหยัด และปลอดภัย
ที่สำคัญที่สุดคือการบริการหลังการขายและทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา ทำให้การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike เป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นและน่าประทับใจ การเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไม่เพียงแต่จะได้รับสินค้าคุณภาพ แต่ยังเป็นการลงทุนในความสบายใจและความปลอดภัยในระยะยาว
เจาะลึก 3 มิติการสนับสนุนจากภาครัฐ: จากผู้ซื้อสู่ฐานการผลิต
นโยบายของรัฐบาลไทยในการผลักดันอุตสาหกรรม E-Bike มีลักษณะเป็นยุทธศาสตร์แบบหลายชั้น (Multi-layered Strategy) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 มิติหลัก ดังนี้
มิติที่ 1: กระตุ้นกำลังซื้อด้วยเงินอุดหนุน
นี่คือมาตรการระยะสั้นถึงกลางที่เห็นผลชัดเจนที่สุด โดยรัฐบาลใช้กลไกทางการคลังผ่านโครงการ EV 3.5 เพื่อทำให้ราคา E-Bike อยู่ในระดับที่แข่งขันกับรถจักรยานยนต์ทั่วไปได้ เป้าหมายคือการสร้างตลาดภายในประเทศให้มีขนาดใหญ่พอที่จะดึงดูดการลงทุน และสร้างความคุ้นเคยให้ผู้บริโภคยอมรับเทคโนโลยีใหม่นี้มากขึ้น
มิติที่ 2: สร้างฐานการผลิตและดึงดูดการลงทุน
กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การสนับสนุน พร้อมทั้งเปิดรับนักลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับให้ไทยเป็น “ฮับมอเตอร์ไซค์ EV แห่งอาเซียน” ดังที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ได้วางเป้าหมายไว้ การดึงดูดการลงทุนไม่เพียงนำมาซึ่งเทคโนโลยีและเงินทุน แต่ยังสร้างการจ้างงานและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่แรงงานไทยอีกด้วย
มิติที่ 3: วางรากฐานระบบนิเวศ EV ครบวงจร
เป็นมิติระยะยาวที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ 30@30 ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่, การขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า, การออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์และความปลอดภัย, รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ การสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์นี้จะทำให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
การเปรียบเทียบความคุ้มค่า: ทำไม E-Bike คือคำตอบที่ใช่ในยุคนี้
การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ไม่เพียงเป็นการปรับตัวตามเทรนด์โลก แต่ยังเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนในแง่ของการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการเดินทางรูปแบบต่างๆ ได้ดังตารางต่อไปนี้
ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการเดินทางรายปี
| รายการ | E-Bike (จาก GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์สันดาป (125cc) |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (ไฟฟ้า/น้ำมัน) | ~2,500 บาท | ~22,000 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา (เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง/อื่นๆ) | ~1,000 บาท (ตรวจเช็คทั่วไป) | ~3,500 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายต่อปี (โดยประมาณ) | ~3,500 บาท | ~25,500 บาท |
| ส่วนต่างความประหยัดต่อปี | ประหยัดกว่าถึง 22,000 บาท | |
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ E-Bike มาตรฐานกับรุ่นพรีเมียม
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่นพรีเมียม (ที่ GIANT Shopping Mall) | E-Bike รุ่นมาตรฐานทั่วไป |
|---|---|---|
| ความจุแบตเตอรี่ (Battery) | สูงกว่า (3 kWh ขึ้นไป) ตามเกณฑ์รัฐ | อาจต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ได้รับเงินอุดหนุน |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 80 – 120 กม. | 40 – 60 กม. |
| มาตรฐานความปลอดภัย | แบตเตอรี่ผ่านมาตรฐาน มอก., ระบบเบรก CBS/ABS | อาจไม่มีมาตรฐานรับรองที่ชัดเจน |
| การรับประกันและบริการหลังการขาย | รับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ยาวนาน, มีศูนย์บริการครบวงจร | การรับประกันสั้น, หาศูนย์บริการยาก |
จากตารางจะเห็นได้ว่า การลงทุนกับ E-Bike คุณภาพสูงจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall ไม่เพียงแต่ให้ความประหยัดที่เหนือกว่าในระยะยาว แต่ยังมอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
สรุป: อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและความคุ้มค่า
แนวโน้มและนโยบายสนับสนุน E-Bike ของภาครัฐไทยที่มุ่งสู่ปี 2027 ได้สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยานพาหนะแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนอย่างครบวงจรตั้งแต่เงินอุดหนุนผู้ซื้อไปจนถึงการสร้างฐานการผลิตในประเทศ เป็นการยืนยันว่าทิศทางนี้คืออนาคตที่ยั่งยืนของระบบคมนาคมไทย
การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ในวันนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการวิ่งตามกระแส แต่คือการเลือกวิถีชีวิตที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในยุคที่ทุกอย่างมีแต่ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนเพื่ออนาคตของคุณ
สำหรับผู้ที่มองหาจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คุณภาพสูงที่มาพร้อมความปลอดภัยและบริการที่น่าเชื่อถือ GIANT Shopping Mall คือคำตอบสุดท้าย ที่นี่คือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อที่ออกแบบมาเพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลหลังการขายอย่างครบวงจร
เริ่มต้นความคุ้มค่าและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้แล้ววันนี้
เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ GIANT Shopping Mall หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

