ส่องเทรนด์ Micro-Mobility ไทย 2027 คนเมืองแห่ใช้ E-Bike สู้ค่าน้ำมัน
- สรุปประเด็นสำคัญของเทรนด์ Micro-Mobility
- บทวิเคราะห์: Micro-Mobility ทางออกของคนเมืองในยุคข้าวยากหมากแพง
- ภาพรวมตลาด Micro-Mobility: จากเวทีโลกสู่ศักยภาพการเติบโตในไทย
- E-Bike: พระเอกตัวจริงของการเดินทางระยะสั้นในเมือง
- ปัจจัยเร่งและปัจจัยท้าทาย: อนาคต Micro-Mobility ไทยในปี 2027
- รูปแบบตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่น่าจับตา
- สรุป: ก้าวสู่โลกการเดินทางแห่งอนาคตกับ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในเมืองใหญ่กลายเป็นภาระหนักอึ้งที่ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ปัญหาการจราจรที่ติดขัดยังซ้ำเติมให้การเดินทางแต่ละวันต้องเสียทั้งเงินและเวลาไปอย่างมหาศาล จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แนวโน้มการเดินทางในรูปแบบใหม่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกการ ส่องเทรนด์ Micro-Mobility ไทย 2027 คนเมืองแห่ใช้ E-Bike สู้ค่าน้ำมัน ซึ่งกำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างแท้จริง และเป็นทางออกที่ยั่งยืนสำหรับปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่หลายคนกำลังเผชิญ
สรุปประเด็นสำคัญของเทรนด์ Micro-Mobility

- ตลาด Micro-Mobility ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 โดยมีจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่ขับเคลื่อนตลาด
- ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง และต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ายานยนต์ที่ใช้น้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ
- กลุ่มผู้ใช้งานหลักที่คาดว่าจะยอมรับเทรนด์นี้อย่างรวดเร็วคือกลุ่มวัยทำงาน นักศึกษา และกลุ่มอาชีพเดลิเวอรี่ ที่ต้องการความคล่องตัวสูงและมองหาความคุ้มค่าในการเดินทางระยะสั้น
- การเติบโตในอนาคตของตลาดจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย เช่น เลนจักรยาน และมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ
- ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กกำลังจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเดินทางเชื่อมต่อแบบ First-mile และ Last-mile ซึ่งช่วยเชื่อมการเดินทางจากบ้านไปยังระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์: Micro-Mobility ทางออกของคนเมืองในยุคข้าวยากหมากแพง
Micro-Mobility หรือ “จุลยานยนต์” คือรูปแบบการเดินทางส่วนบุคคลขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางในระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 5–10 กิโลเมตร ยานพาหนะในกลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่จักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอื่นๆ เทรนด์นี้กำลังได้รับความสนใจทั่วโลกและทวีความสำคัญขึ้นอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพประจำวัน
กลุ่มบุคคลที่ควรให้ความสนใจกับเทรนด์นี้เป็นพิเศษคือ ประชากรที่อาศัยและทำงานในเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครและเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ที่ต้องเผชิญกับปัญหารถติดและค่าเดินทางที่สูงเป็นประจำ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการพาหนะที่คล่องตัวและประหยัด และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่ต้องเดินทางบ่อยครั้งในระยะทางสั้นๆ เช่น พนักงานส่งของหรือเมสเซนเจอร์ การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเพิ่มความยืดหยุ่นและลดเวลาที่สูญเสียไปบนท้องถนนอีกด้วย
เหตุผลที่เทรนด์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ (ปี 2026–2027) คือการเป็นคำตอบที่ลงตัวของโจทย์ใหญ่ 3 ข้อ ได้แก่ 1. ความประหยัด ในยุคที่ราคาน้ำมันไม่มีแนวโน้มจะลดลง การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่อกิโลเมตรต่ำกว่าอย่างชัดเจนถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด 2. ประสิทธิภาพ ความคล่องตัวของยานยนต์ขนาดเล็กช่วยให้ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยหรือหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติดได้ดีกว่ารถยนต์และมอเตอร์ไซค์ทั่วไป และ 3. ความยั่งยืน การลดการปล่อยมลพิษสอดคล้องกับกระแสการรักษาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ดังนั้น การมาถึงของ Micro-Mobility จึงไม่ใช่แค่แฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับความท้าทายของชีวิตคนเมืองในปัจจุบันและอนาคต
ภาพรวมตลาด Micro-Mobility: จากเวทีโลกสู่ศักยภาพการเติบโตในไทย
แนวโน้มการเติบโตของตลาด Micro-Mobility ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก รายงานการวิจัยตลาดสากลหลายฉบับชี้ให้เห็นทิศทางที่ชัดเจน โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด Micro-Mobility ทั่วโลกจะขยายตัวจาก 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ไปสู่ 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2027 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในระดับสากล ได้แก่ การขยายตัวของเมืองใหญ่ที่หนาแน่น ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่สูงขึ้น ความต้องการยานพาหนะปลอดไอเสียเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาการจราจรที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย ตลาด Micro-Mobility ถูกมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงมากแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจากแหล่งวิจัยตลาดแห่งหนึ่งประเมินว่าตลาดนี้ในไทยมีมูลค่าเพียง 11.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 แต่อาจพุ่งทะยานไปแตะระดับ 15,102.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่สูงถึง 98.7% ในช่วงปี 2021–2030 แม้ว่าตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวอาจมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับนิยามขอบเขตของตลาด แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกอย่างปฏิเสธไม่ได้
แรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดในไทยเติบโตอย่างรวดเร็วประกอบด้วยความต้องการระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหารถติด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ การตระหนักถึงปัญหามลพิษทางอากาศ และที่สำคัญที่สุดคือความต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน การเดินทางระยะสั้นในเมือง หรือที่เรียกว่าการเดินทางแบบ first-mile/last-mile (จากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือจากสถานีไปยังที่ทำงาน) ถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้
E-Bike: พระเอกตัวจริงของการเดินทางระยะสั้นในเมือง
จากข้อมูลงานวิจัยที่ชี้ว่า E-Bike คือคำตอบสำหรับคนเมืองที่ต้องการประหยัดและคล่องตัวในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทาง GIANT Shopping Mall ได้เล็งเห็นถึงความต้องการนี้และคัดสรร จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยตรง เทรนด์ Micro-Mobility ไม่ใช่แค่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือทางออกที่จับต้องได้ในวันนี้ และผลิตภัณฑ์ของเราคือเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกคนก้าวข้ามปัญหาค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปได้อย่างง่ายดาย
หากข้อมูลวิจัยพูดถึง “เทคโนโลยี” และ “ประสิทธิภาพ” เราขอนำเสนอสเปกของสินค้าในร้าน ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ให้แรงบิดดีเยี่ยมสำหรับการขับขี่ในเมือง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูงที่ทนทาน สามารถถอดชาร์จได้สะดวก และให้ระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 40-60 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางไป-กลับในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริม เช่น หน้าจอแสดงผลดิจิทัล ระบบไฟส่องสว่าง LED และระบบเบรกที่มั่นใจได้ เพื่อให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุด
ในประเด็น “ความประหยัด” ที่งานวิจัยเน้นย้ำ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall คือตัวอย่างของความคุ้มค่าที่ชัดเจน เมื่อเทียบกับต้นทุนการเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมัน ทั้งค่าผ่อนชำระ ค่าน้ำมันรายเดือน ค่าบำรุงรักษาตามระยะ และค่าภาษี พ.ร.บ. ประจำปี จะเห็นได้ว่าการลงทุนซื้อ E-Bike นั้นมีต้นทุนรวมที่ต่ำกว่ามากและสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาไม่นาน
การลงทุนกับ E-Bike วันนี้ ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการซื้อ “ความประหยัด” ในระยะยาว ลองคำนวณดูว่าในแต่ละเดือน คุณสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้เท่าไหร่ และเปลี่ยนเงินก้อนนั้นมาเป็นเงินออมหรือใช้จ่ายในสิ่งที่สำคัญกว่า GIANT Shopping Mall ทำให้ความคุ้มค่านี้เป็นจริงได้
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน (125cc) |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (บาท/เดือน) | ~100 – 150 บาท (ค่าไฟฟ้า) | ~1,000 – 1,500 บาท (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษาเฉลี่ย | ต่ำมาก (เช็กระบบเบรก, ยาง) | สูงกว่า (เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, หัวเทียน) |
| ค่าภาษี / พ.ร.บ. | ไม่มี (ตามกฎหมายปัจจุบัน) | มีค่าใช้จ่ายรายปี |
| รวมค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ | ประหยัดกว่าอย่างชัดเจน | ต้นทุนสูงกว่า |
ปัจจัยเร่งและปัจจัยท้าทาย: อนาคต Micro-Mobility ไทยในปี 2027
การที่เทรนด์ Micro-Mobility จะเติบโตไปถึงจุดสูงสุดได้นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยสนับสนุนและอุปสรรคหลายประการ การทำความเข้าใจทั้งสองด้านจะช่วยให้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโต
ปัจจัยเชิงบวกที่คาดว่าจะช่วยเร่งให้ตลาด Micro-Mobility ในไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ได้แก่:
- นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: หากมีนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ครอบคลุมถึงยานยนต์ขนาดเล็ก เช่น มาตรการทางภาษี หรือการสนับสนุนการเดินทางที่ยั่งยืน จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ
- การขยายตัวของบริการ Ride-Hailing และ Sharing: ระบบเช่าใช้หรือแอปพลิเคชันเรียกรถสกู๊ตเตอร์/จักรยานไฟฟ้าในพื้นที่เมืองใหญ่ จะช่วยให้ผู้คนคุ้นเคยและเข้าถึงยานพาหนะประเภทนี้ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนซื้อในทันที
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การสร้างเลนจักรยานที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
- การเติบโตของธุรกิจ Last-Mile Delivery: ธุรกิจขนส่งสินค้าและอาหารที่ต้องการความรวดเร็วและคล่องตัวในการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ เป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ที่จะหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมากขึ้น
อุปสรรคและความท้าทาย
ในทางกลับกัน การเติบโตของตลาดยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ ได้แก่:
- ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย: ปัจจุบันยังมีข้อถกเถียงและกฎระเบียบที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าบางประเภทบนถนนสาธารณะ การจดทะเบียน และข้อกำหนดด้านความเร็ว ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวในวงกว้าง
- มาตรฐานความปลอดภัย: การขาดมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะที่นำเข้ามาจำหน่าย และความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง ยังคงเป็นข้อกังวลหลักของผู้บริโภคจำนวนมาก
- ความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ: การใช้ถนนร่วมกับรถยนต์ขนาดใหญ่ยังคงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เอื้ออำนวยอย่างเต็มที่
- การขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับ: นอกจากเลนจักรยานแล้ว การขาดสถานีชาร์จสาธารณะหรือจุดจอดที่ปลอดภัยก็เป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดที่ต้องได้รับการแก้ไข
รูปแบบตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่น่าจับตา
เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2027 รูปแบบของตลาด Micro-Mobility ในประเทศไทยคาดว่าจะมีการพัฒนาไปในหลายทิศทางที่น่าสนใจ โดยมีแนวโน้มหลักๆ ที่จะกำหนดภูมิทัศน์ของตลาดยุคใหม่ ดังนี้
- ยานยนต์ไฟฟ้า 2 ล้อยังคงเป็นแกนหลัก: ด้วยความเหมาะสมกับสภาพการจราจรและตรอกซอกซอยในเมืองไทย จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด เพราะตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุนที่ต่ำและความคล่องตัวในการใช้งานจริง
- ตลาด First-mile / Last-mile จะเติบโตเด่นชัด: การเชื่อมต่อระหว่างบ้าน ที่ทำงาน และระบบขนส่งมวลชนหลัก (เช่น รถไฟฟ้า BTS/MRT) คือโอกาสที่ใหญ่ที่สุด ผู้คนจะหันมาใช้ E-Bike เพื่อเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้า แทนการใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือขับรถยนต์ส่วนตัวไปหาที่จอด
- บริการเช่าใช้ (Sharing Services) จะแพร่หลายในเมืองใหญ่: โมเดลธุรกิจแบบแบ่งปันกันใช้จะได้รับความนิยมมากขึ้นในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทดลองใช้งานได้ง่ายและลดภาระในการเป็นเจ้าของและบำรุงรักษา
การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าทางเลือกใดคือคำตอบที่ดีที่สุด
| ทางเลือกการเดินทาง | ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย | ความคล่องตัวและความเร็ว | ข้อจำกัดหลัก |
|---|---|---|---|
| E-Bike (จาก GIANT Shopping Mall) | สูงมาก (ค่าไฟถูก, บำรุงรักษาน้อย) | สูง (ลัดเลาะง่าย, หาที่จอดสะดวก) | ระยะทางจำกัดต่อการชาร์จ, ความเร็วไม่สูงมาก |
| สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (จาก GIANT Shopping Mall) | สูงมาก (ต้นทุนใกล้เคียง E-Bike) | สูงสุด (ขนาดเล็ก, คล่องตัวที่สุด) | เหมาะกับระยะทางสั้นมาก, ข้อกฎหมายยังไม่ชัดเจน |
| รถยนต์ส่วนตัว | ต่ำ (ค่าน้ำมัน, ค่าบำรุงรักษา, ที่จอดรถสูง) | ต่ำ (รถติด, หาที่จอดยาก) | ค่าใช้จ่ายรวมสูงที่สุด, ไม่เหมาะกับชั่วโมงเร่งด่วน |
| ขนส่งสาธารณะ | ปานกลาง (ค่าโดยสารอาจสูงหากเดินทางหลายต่อ) | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับเส้นทางและเวลา) | ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่, ต้องรอรอบเวลา |
สรุป: ก้าวสู่โลกการเดินทางแห่งอนาคตกับ GIANT Shopping Mall
จากข้อมูลทั้งหมดเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเทรนด์ Micro-Mobility โดยเฉพาะการใช้ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า คืออนาคตของการเดินทางในเมืองของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นทางออกที่สมเหตุสมผลต่อปัญหาราคาน้ำมัน การจราจร และค่าครองชีพที่คนเมืองต้องเผชิญทุกวัน การเลือกพาหนะที่ใช่ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อสินค้า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มเวลาให้กับตัวเองและครอบครัว
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้จำหน่ายแค่จักรยานไฟฟ้า แต่เรามอบโซลูชันการเดินทางที่ชาญฉลาด เราเข้าใจความต้องการของคนเมืองและคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดคือความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้าสำหรับเดินทางไปทำงาน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับความคล่องตัวสูงสุด หรือ E-Bike ดีไซน์ทันสมัย เรามีทุกคำตอบที่พร้อมจะเปลี่ยนชีวิตการเดินทางของคุณให้ง่ายขึ้น
อย่าปล่อยให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางบั่นทอนชีวิตของคุณอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะก้าวสู่โลกการเดินทางแห่งอนาคตที่ประหยัดกว่า คล่องตัวกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
สอบถามข้อมูลและสั่งซื้อได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
- LINE: @giantshopping
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
